วันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2550
ดนตรีคืออะไร
Posted by
ZnApel2
,
ผู้อ่าน : 123
, 13:43:59 น.
| หมวดหมู่ :
(สรร)หาเรื่อง...!!
พิมพ์หน้านี้
|

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ไม่ได้เป็นคนที่มีความรู้ในเรื่องดนตรีมากเท่าใดนัก แต่หากชีวิตขาดเสียงดนตรี ก็คงเป็นไปไม่ได้ มันคงจะเงียบเหงาและไร้ซึ่งสีสัน จากสิ่งที่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า หลายครั้งแล้วที่ฉันได้มีโอกาสสัมผัสแก่นของดนตรี ไม่ใช่เพลงตลาด ไม่ต้องมีเนื้อร้องใดๆ ไม่ต้องมีเสียงเบสหนักแน่นจนแก้วหูสะเทือน ประเภทของเพลงที่ฉันหมายถึง คือเพลงคลาสสิก เป็นเรื่องของตัวโน้ต(note) และคอร์ด(chord)ล้วนๆ เป็นบทเพลงของเหล่านักประพันธ์ชื่อก้องโลกจากหลากยุคหลากสมัย ที่สื่อถึงอารมณ์และเรื่องราว บางบทเพลงก็สื่อถึงชีวิตและอารมณ์ของผู้ประพันธ์ บางบทเพลงก็เป็นจินตนาการอันแสนสร้างสรรค์ บทเพลงที่ไม่มีวันตาย ฉันก็สงสัยนัก เหตุใดคนรุ่นใหม่(ซึ่งฉันคิดว่าตัวเองก็ยังไม่เก่า) น้อยคนนัก ที่รู้จักและคิดจะฟังบทเพลงอันล้ำค่าเหล่านี้ ทั้งที่ เรามักเติบโตมากับเสียงดนตรีคลาสสิก อย่างเช่นล่าสุดที่ฉันได้ชมการแสดงของวงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย(Thailand Philharmonic Orchestra : TPO) ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา 
ในครั้งนี้ TPO ได้ร่วมจัดงานกับทีมงานรักลูกกรุ๊ป (ในวาระครบรอบ25ปีรักลูก) เมื่อวันที่ 21-23 ธันวาคมนี้ ได้เปิดการแสดงดนตรีสำหรับเด็ก ภายใต้หัวข้องานว่าMusic for every child อำนวยเพลงโดย โคลด วิลลาเรต์ (Claude Villaret) เริ่มแรกมีการบรรเลงเพลงสำหรับเด็กในชื่อชุดว่าRakluke Suite No.1เรียบเรียงโดยอนุชา ดุริยมโนรมย์ และ ทีมรักลูก ต่อด้วย The Carnival of the Animals ชุดดนตรี14กระบวนของกามีย์ แซงซองส์ นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศสในยุคโรแมนติก ซึ่งในกระบวนที่7 มีเพลง Aquarium ที่ซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องโปรด วุ่นรักนักดนตรี (Nodame Cantabile) นำมาใช้ประกอบ ทำเอาฉันอมยิ้มทันทีที่ได้ยิน สุดท้าย เป็นการแสดงเล่านิทาน ของแขกรับเชิญ สุนทร มีศรี (เจ้าของรางวัล ศิลปินแห่งละครเวที จากภัทราวดี เธียเตอร์ ปี2544 นักแสดงอาชีพจากภาพยนตร์หลายเรื่อง) เป็นผู้บรรยายนิทานเรื่อง Peter and the Wolf ผลงานของเซอร์เก โปรโคเฟียฟ(Sergei Prokofiev) ดุริยกวีชาวรัสเซีย ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดุริยกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่20 นิทานเรื่องนี้ เป็นการเล่าเรื่องชีวิตในวันหนึ่งของเด็กชายที่ชื่อPeter กับสัตว์นานาชนิด โดยมีผู้เล่าเรื่อง บวกกับเสียงดนตรีคลอจากวงออร์เคสตร้า ซึ่งแต่ละตัวละครในเรื่องจะมีเครื่องดนตรีเฉพาะตัว และมีแนวดนตรีของตนเอง เช่น นก ใช้ฟรุต ที่มีเสียงพลิ้ว สดใส หมาป่า ใช้เฟร็นช์ฮอร์น 3 ชิ้น ให้เสียงที่น่าเกรมขาม หรือตัวPeterที่ใช้เสียงเครื่องสายแสดงถึงความร่าเริง อบอุ่น มีพลัง หากนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึง การ์ตูนเรื่อง ทอมแอนด์เจอรี่(Tom&Jerry) ที่ตัดภาพออกไป มีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงเพื่อเล่าเรื่องราวความรู้สึกของตัวละคร ณ เวลานั้น การใช้ระดับเสียงสูงต่ำ และท่วงทำนองที่ต่างกัน สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดภาพในจิตนาการของเราได้อย่างไร้ขอบเขต ทั้งสีหน้าอารมณ์ และการเคลื่อนไหวของตัวละคร ประกอบกับการบรรยายอันแสนเพลิดเพลินของมืออาชีพ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยลิ้มรสชาติที่แท้จริงของดนตรีที่บริสุทธิ์ ลองเปิดใจและรับฟัง แล้วความคิดที่ว่า เพลงคลาสสิกน่าเบื่อ ฟังแล้วง่วงนอน จะหายไป วันหนึ่ง หากคุณได้ฟังเพลงที่คุณโปรดปราน เป็นที่ตรงกับความรู้สึก เพลงที่ลึกซึ้งกินใจโดยไม่มีคำร้องเอิ้อนเอ่ย คุณอาจเป็นหนึ่งในผู้ที่เสียน้ำตาด้วยความปิติ เช่นเดียวกับครั้งหนึ่งที่ฉันเคยพบเจอด้วยตัวเอง
ก่อนจบ..ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดลสำหรับข้อมูล(สูจิบัตร) และกิจกรรมดีๆ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถรับชมการแสดงดนตรีได้ทุกวันศุกร์และเสาร์ 50บาทราคานักศึกษาค่ะ! รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thailandphil.com/ ป.ล. บทความนี้ เขียนด้วยใจรัก มิได้รับค่าโฆษณาแต่อย่างใด
|