พิมพ์หน้านี้
|
เช้าวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 หลังจากที่ผมออกเวรฯ ลูกสาวและเพื่อนๆ อีก 7 คนได้มาพร้อมกันที่บ้าน และบอกให้ผมพาไปดูไร่นาสวนผสมที่ ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ ผมเข้าใจว่าคงจะไม่ไกลสักเท่าไหร่จึงไม่ได้สำรองน้ำมันรถไปคงยังเหลืออยู่ในถังประมาณ 15 ลิตรเห็นจะได้ อีกตุผลหนึ่งที่ผมไม่ได้สำรองน้ำมันก็เนื่องจากว่ารถกระบะของผมใช้น้ำมันไบโอดีเซลชนิด B100 ที่ได้จากการผลิตเอง แต่ช่วงนี้ไม่ได้ผลิตเนื่องจากว่าวัตถุดิบหายาก คณะเราทั้งหมดออกเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ระหว่างทางนั้นถึงแม้จะเป็นเส้นทางที่ลาดยางก็จริงแต่ความน่ากลัวอยู่ที่เส้นทางเปลี่ยว บางช่วงเป็นถนนเลียบคลองชลประทาน นานๆ จะมีรถสนมาสักคันหนึ่ง อีกทั้งยังคดเคี้ยว ทางลาดชัน เดี๋ยวขึ้นเขา-ลงเขา มองไปข้างหน้าสุดลูกหูลูกตาก็ยังไม่มีวี่แววจะเจอบ้านคน บางช่วงของเส้นทางขณะที่เราพึ่งจะขึ้นเนินมาก็มองเห็นเนินข้างหน้าที่สูงกว่า โดยที่ยังมองไม่เห็นทางข้างล่างเลย ช่างเป็นเส้นทางที่แสนโหดเหมือนเล่นเกมส์ล่าสมบัติในเกมส์คอมพิวเตอร์ก็ไม่ปาน สักพักใหญ่ก็เข้าเขตชุมชน เราต้องลดความเร็วของรถลงเกรงว่าจะเกิดอุปติเหตุกับคณะของเรา เพื่อนของลูกสาวบอกผมว่า นี่แค่ครึ่งทางเท่านั้นนะยังอีกไกลค่ะ เมื่อผ่านเขตชุมชนไปได้ผมขับรถต่อไปอีกประมาณ 20 กว่ากิโลเมตรก็ถึงบ้านของยายเพื่อนลูกสาวคนหนึ่ง ทุกคนลงจากรถพร้อมสัมภาระของแต่ล่ะคน เด็กๆ ต่างพากันสวัสดีคุณยายเจ้าของบ้าน และพากันล้างหน้า ล้างเท้า ซึ่งบ้านในชนบทมักจะมีถังหรือตุ่มเก็บน้ำไว้บริเวณตีนบันไดบ้านทุกหลังคาเรือน (มีไว้สำหรับล้างเท้าก่อนขึ้นเรือน) แล้วพากันขึ้นเรือนไป ก่อนขึ้นเรือนผมสำรวจบรรยากาศรอบบ้านข้างบ้านก็เป็นทุ่งนา ลมพัดตลอดเวลา อากาศดีมาก เงียบ สงบ ยามหายใจได้สูดอากาศเข้าปอด ทำให้ร่างกายของเราได้รับออกซินอย่างเต็มที่ รู้สึกสดชื่นขึ้มมาทันที่ อย่างนี้กระมังที่ทำให้ผู้คนในชนบทอายุยืนและแก่ช้า ซึ่งตรงกันข้ามกับสังคมในเมืองโดยสิ้นเชิง หลังจากที่เด็ก ๆ พักกันจนหายเหนื่อยแล้วก็ต้องเตรียมเสบียงบางอย่าง เช่น น้ำดื่ม ขนนม สำหรับการเดินทางไปยังไร่นาสวนผสม ซึ่งเป็นเชิงภูเขา และมีที่ราบบ้าง คณะเราทั้งหมดต้องออกเดินเท้าไปกันซึ่งเป็นระยะทางกว่า 2-3 คนเท่านั้น ลุงบุญธรรมออกมาต้อนรับคณะพวกเราด้วยไมตรีจิตด้วยความยินดี ลุงบุญธรรมเป็นมีอัธยาศัยดี สุภาพ อ่อนน้อม และใจดี ลุงบุญธรรมเล่าให้ฟังว่ามีบ้านอีกหลัง ที่อยู่ในหมู่บ้าน แต่ชอบมาอยู่ที่ไร่มากกว่า เงียบ สงบดี ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร อยู่ที่นี้เช้ามาก็ทำงาน เย็นมาก็พักผ่อน ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องมีพัดลม เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อาหารก็ไม่ต้องซื้อ เก็บผักหญ้ากินเอา วันไหนจะกินไก่ก็ได้กิน ไก่เราเลี้ยงเอง ไม่ต้องซื้อไม่ต้องหา จะกินไข่ก็ได้กิน ได้จากการเลี้ยงเป็ด ลุงบุญธรรมยังเล่าต่อว่า มีพื้นที่ทั้งหมด
ไม่นานก็ถึงบ้านไร่บนดอยของลุงบุญธรรม ชัยมงคล ทันทีที่ย่างก้าวเข้าเขตรั่วบ้านรู้สึกได้ทันที่ถึงความร่มเย็น บรรยากาศดี ได้ยินเสียงนก เสียงแมลง ดังกล้องไปทั้งป่า บ้านของลุงบุญธรรมเป็นหลังเล็ก ๆ ไว้สำหรับอาศัยหรับนอน
เมื่อเราสนทนาทักทายสักพักแล้ว ลุงบุญธรรมก็พาพวกเราไปเยี่ยมชมกิจการต่างๆ อันดับแรก มาดูสระน้ำขนาดใหญ่ประมาณ 1 ไร่เห็นจะได้อยู่ใกล้ตัวบ้านเนื่องจากเป็นพื้นราบ ใช้เก็บน้ำทำนาเมื่อถึงฤดูทำนา และปลูกบัวให้ดอกสวยงามและยังมีเมล็ดให้เด็ก ๆ ทดลองกินด้วยครับ และพื้นที่ต่ำลงไปนั้น ก็เห็นเป็นสระเก็บน้ำขนาดเล็ก โดยเลือกตำแหน่งการขุดที่ชาญฉาดมาก ตำแหน่งที่เลือกจะให้น้ำไหลจากไหล่เขาแล้วไหลมารวมกันที่ก้นสระพอดี นับว่าเป็นภูมิปัญญาอีกอย่างหนึ่ง
โปรดติตามตอนต่อไป
|
| ข่าวไบโอดีเซล | ||
ข่าวไบโอดีเซล นำเสนอทาง ททบ.5 |
||
|
View All |
||