พิมพ์หน้านี้
|
๑. บุคคลผู้มีอำนาจ เบียดเบียนผู้ที่ต่ำต้อยกว่าโดยไม่เป็นธรรม หรือพวกมหาโจรที่ปล้นทรัพย์ เมื่อตายไป ย่อมได้ไปเสวยทุกข์ใน สัญชีวะนรก ๒. เบียดเบียน หรือฆ่านักบวช ภิกษุ สามเณร เมื่อตายไป ย่อมได้ไปเสวยทุกข์ใน กาฬสุตะนรก ๓. บุคคลที่ทรมานสัตว์ เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ หรือเบียดเบียนสัตว์ที่ตนกำลังใช้ทำประโยชน์ โดยไม่มีความกรุณา สงสารสัตว์ บุคคลเหล่านี้ เมื่อตายไป ย่อมได้ไปเสวยทุกข์ในสังฆาตะนรก ๔. บุคคลที่จุดไฟป่า เพื่อจับสัตว์ที่อาศัยอยู่ หรือชาวประมงลากอวน ใช้ไฟฟ้า ใช้ยาพิษ หรือบุคคลที่ขังสัตว์ไว้ฆ่า และผู้เสพสุราทำร้ายผู้อื่น เมื่อตายไป ย่อมได้ไปเสวยทุกข์ใน จุฬโรรุวะนรก ๕. บุคคลที่ลักทรัพย์สมบัติของ พ่อ แม่ ครูอาจารย์ หรือภิกษุ สามเณร บุคคลเหล่านี้ เมื่อตายไป ย่อมได้ไปเสวยทุกข์ใน มหาโรรุวะนรก ๖. บุคคลที่เผาบ้าน โรงเรียน กุฏิ โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เมื่ตายไป ย่อมได้ไปเสวยทุกข์ใน จูฬตาปนะนรก ๗. มิจฉาทิฏฐิบุคคล (ความเห็นผิด) ที่เชื่อว่า ธรรม เป็นของไม่ดี ไม่มีสาระประโยชน์ ส่วน อธรรม เป็นของดีมีสาระประโยชน์ คือบุคคลที่ทำทุจริตกรรมอย่างหนัก ย่อมต้องไปเสวยทุกข์ใน มหาตาปนะนรก ๘. บุคคลที่ฆ่า บิดา มารดา พระอรหันต์ ทำพระพุทธเจ้าให้ห้อพระโลหิต ทำสังฆเภท คือยุยงสงฆ์ให้แตกแยกกัน หรือบุคคลที่ทำลายพุทธเจดีย์ พระพุทธรูป โดยจิตคิดประทุษร้าย และบุคคลที่ติเตียน พระอริยสงฆ์ บุคคลเหล่านี้ เมื่อตายไป ย่อมต้องไปเสวยทุกข์ใน อเวจีมหานรก ๙. หญิงที่ชอบทำลายลูกในครรภ์ของตน เมื่อตายไป ย่อมต้องไปเสวยทุกข์ใน เวตตรณีอุสสทะนรก ๑๐. หญิงที่ชอบคบชู้และแย่งสามีของผู้อื่น หรือผู้ชายที่ชอบเป็นชู้กับภรรยาของผู้อื่น เมื่อตายไป ย่อมต้องไปเสวยทุกข์ใน สิมปลิวนะอุสสทะนรก หรือโลหกุมภีนรก ที่มีน้ำร้อนเหมือนไฟ แล้วแต่กรรมที่มีกำลังมากหรือน้อย มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้ หาได้ตั้งอยู่ในระดับเดียวกันไม่ แต่จะตั้งซ้อนเรียงรายกันเป็นชั้นๆ หรือเป็นขุมๆ มหานรกทั้ง ๘. ขุมนี้ ขุมหนึ่งๆมี ๔ ประตู ฉะนั้นประตูนรกจึงมี ๓๒ ประตู แต่ละประตูจะมีพญายมราชประจำอยู่ประตูละ ๑ องค์ พญายมราชทั้งหมดจึงมี ๓๒ องค์ |
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||