• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 40102
  • จำนวนผู้โหวต : 94
  • ส่ง msg :
ทางสายเอกใน "พุทธศาสนา" คือ....การเจริญ *** "สติปัฏฐาน ๔"***
ที่ชื่อว่า"พระอภิธรรม"เพราะไม่ใช่เป็นวิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และการแสดง"พระอภิธรรม"ที่ปรากฏขึ้นได้ก็โดยอำนาจแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra
วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2550
******* อภิญญาวิถี *******
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 345 , 10:48:05 น.   | หมวดหมู่ : พุทธศาสนา  
พิมพ์หน้านี้



                                  อภิญญาวิถี

     อภิญญา  หมายถึง ปัญญาที่มีการรู้อารมณ์ ๖*** เป็นพิเศษ

      อภิ  แปลว่า  ยิ่ง หรือ พิเศษ

    ญา  แปลว่า รู้อารมณ์ ๖ 

     ดังพระบาลี ที่แสดงว่า 

      วิเสสโต ชานาตีติ - อภิญฺญา 

      แปลว่า ปัญญาใดย่อมรู้อารมณ์ ๖ เป็นพิเศษ ปัญญานั้นชื่อว่า อภิญญา 

     อภิญญาจิต  หมายถึงจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ซึ่งมีอำนาจในการรู้อารมณ์ ๖ เป็นพิเศษ ได้แก่ รูปาวจรปัญจมฌาณกุศล หรือรูปาวจรปัญจมฌาณกิริยา ที่ประกอบด้วยปัญญา ซึ่งมีความรู้ความสามารถอย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องจากอำนาจของสมาธิ ที่มีกำลังแก่กล้าอย่างยอดเยี่ยม

      กล่าวคือ รูปาวจรปัญจมฌาณกุศล หรือรูปาวจรปัญจมฌาณกิริยา ที่เกิดพร้อมกับปัญญาที่รู้อารมณ์ ๖ เป็นพิเศษนั่นเอง ที่ชื่อว่า อภิญญาจิต

    อภิญญาวิถี หมายถึง วิถีที่มีอภิญญาจิตเกิดขึ้นในวิถีจิตนั้น

     รูปาวจรปัญจมฌาณกุศล หรือกิริยา ที่เกิดพร้อมกับอภิญญาได้นั้น จะต้องเป็นรูปาวจรปัญจมฌาณ ที่เกิดจากกสิณบัญญัติ ๑๐ อย่างใด อย่างหนึ่ง เพราะการเจริญกสิณ ๑๐ ประการนั้น ที่กำลังแรงกว่ากรรมฐานอย่างอื่นอีก ๑๖ อย่างที่เหลือ

     ผู้ที่จะกระทำอภิญญาจิตให้เกิดขึ้นได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ได้ฌาณสมาบัติทั้ง ๙ คือ รูปฌาณ และอรูปฌาณ เว้นแต่ผู้ที่มีบารมีเป็นพิเศษเท่านั้น หมายถึงผู้ที่ไม่ได้ฌาณสมาบัติ ๙ แต่ก็ได้อภิญญาด้วยอำนาจที่เป็นผู้เคยได้อภิญญามาแล้วในภพก่อน ที่ใกล้กันกับภพนี้ เมื่อได้เจริญกสิณ ๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่ง จนถึงรูปปัญจมฌาณแล้ว อภิญญาก็เกิดขึ้นได้ ดังเช่น พระสารีบุตร เป็นต้น เมื่อเจริญกสิณจนได้รูปปัญจมฌาณ อภิญญาก็สำเร็จด้วย ทั้งนี้ เพราะท่านเคยได้อภิญญาในภพก่อนที่ใกล้กันกับภพชาติปัจจุบันนี้นั่นเอง

  

   (ตอนต่อไป จะนำเสนอเรื่อง อภิญญาที่มีความรู้อารมณ์ ๖ เป็นพิเศษ)

  อารมณ์ ๖ คือ รูปารมณ์(รูป)  สัททารมณ์(เสียง)  คันธารมณ์(กลิ่น)  รสารมณ์(รส)  โผฏฐัพพารมณ์ (สัมผัส)  และธรรมารมณ์(ทางใจ) 

 

   (สมาบัติที่มีอยู่ ๙ ได้แก่ รูปสมาบัติ ๔  อรูปสมาบัติ ๔  และนิโรธสมาบัติ ๑)

  (ภาพพระพุทธเจ้า ได้รับการเอื้อเฟื้อจาก คุณก้อนหิน8887)

  

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17
Augustman วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 09.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

แวะมาทักทายยามสายของวันจันทร์

รับทราบ"อภิญญาวิถี" ลึกดีครับ

พร้อมกับนำบล็อก dhamma มาฝาก ครับ

http://www.oknation.net/blog/dhamma/2007/10/07/entry-1


ความคิดเห็นที่ 16
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 09.22 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดีค่ะ พี่ .พีระ หวานยังไม่ได้ส่งการบ้านก้อนหินเลยคะ หวานแต่งกลอนไม่เป็น ช่วยหน่อยได้มั้ยคะ หวานขึ้นได้ว่า

"ลูกของพ่อหลวง กราบแทบพระบาทของพระองค์"
................................................................

พี่ช่วยหวานหน่อยสิค่ะ หวานจ้า
ความคิดเห็นที่ 15
BlueHill วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ขอน้อมรับไว้ครับ
ความคิดเห็นที่ 14
มุสิกะตะวัน วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/mataharee

สาธุ สาธุ สาธุ นมัสการครับ
ความคิดเห็นที่ 13
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower


พีระ ชั้นทำไม่ได้
ชั้นขอโทษเพื่อน
และน้อง ๆ ทุกคน
ที่ชั้นไม่สามารถใช้
คำว่าขันติได้เลย


ความคิดเห็นที่ 12
undertaker วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/undertaker
ผู้กล้าอยู่หน้า...ผู้ชรารั้งหลัง.... 

ยังไม่ได้ฌาณสมาบัติ
มีเหตุให้ต้องอาบัติ..ก่อนทุกที
กิเลสหนา..น่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 00.47 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
ไม่ต้องมาเสริฟ กลับไปเลี้ยงกวาง !!!!!

ธรมมะยามดึกนี่ก็ได้อารมณืธรรมะกับความเงียบยามดึก ได้อารมณ์
ความคิดเห็นที่ 10
อักษราภรณ์ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.11 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.

พอจะรู้ขึ้นมาติ๊ดดดดดดดดดดดดดดหนึ่ง
แต่คงจะให้เข้าใจชัดยังไม่ได้
เพราะป้าไม่เคยศึกษาทางพระอภิธรรมมาเลย
จะพยายามค่ะ
ด้วยความขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง.
ความคิดเห็นที่ 9
pierra วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...    ธรรมทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง

ตอบ คุณอักษราภรณ์

รูปาวจรปัญจมฌาณกุศล
เป็นของ"ติเหตุกปุถุชน"(บุคคลหรือเทวดา ที่สามารถเจริญฌาณ มรรคผล ให้สำเร็จได้ แม้ในภพชาติที่เป็นอยู่นั้น)
และ"เสกขบุคคล"(คือพระอริยบุคคล ที่ยังต้องศึกษาและปฏิบัติพรหมจรรย์ต่อไป คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามี)

รูปาวจรปัญจมฌาณกิริยา เป็นของพระอรหันต์ ซึ่งเป็นผู้สิ้นกิเลสแล้ว (กิริยาจิต คือจิตของพระอรหันต์ ที่ไม่เป็นทั้งกุศล และอกุศล)
ความคิดเห็นที่ 8
อักษราภรณ์ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 15.05 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.

ชักจะยากขึ้น
ป้าอักฯตามไม่ค่อยทันแล้วละค่ะ
ตอนนี้เกิดสงสัยว่า
"รูปาวจรปัญจมฌาณกุศล กับ รูปาวจรปัญจมฌาณกิริยา"
มีความหมายว่าอย่างไรคะ ?
อ่านตามศัพท์ก็รู้แค่ว่า...
รูปฌานห้าที่เป็นกุศล กับ รูปฌานห้าที่เป็นกิริยาน่ะคะ
ผิดถูกอย่างไรเฉลยด้วยนะคะ.
ความคิดเห็นที่ 7
มะอึก วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ยังไม่ได้ฌาณ......
ความคิดเห็นที่ 6
raksanok วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 12.17 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
รักสนุกเพราะความสุขอยู่ที่ใจ



ความคิดเห็นที่ 5
raksanok วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 12.14 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
รักสนุกเพราะความสุขอยู่ที่ใจ

แล้วจะติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower

จ้ะ พี่ระ มารับความรู้สึก ที่ทำให้สบายใจนะ
ความคิดเห็นที่ 3
คนใส่แว่น วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 11.09 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

ครับ
รอ
บทต่อไป
ความคิดเห็นที่ 2
ku_khuan วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"มัวพะวงว่าจะสูญเสีย...สิ่งนั้นสิ่งนี้จะหายไป...แล้วได้อะไรขึ้นมา?  แม้แต่ชีวิตเราเอง....ก็ต้องสูญหายไปสักวันเหมือนกัน">>

มาศึกษาธรรมมะ วันละนิดจิตแจ่มใส
ความคิดเห็นที่ 1
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ค่ะ
ตอนหน้าจะมาเรียนรู้อารมณ์ 6 เป็นพิเศษค่ะ
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31