พิมพ์หน้านี้
|
๑. สมฺมาสมฺพุทฺธมตุลํ สสทฺธมฺมคณุตฺตมํ อภิวาทิย ภาสิสฺสํ อภิธมฺมตฺถสงฺคหํ ข้าพเจ้า (พระอนุรุทธาจารย์) ขอถวายอภิวาท แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้เญยธรรม** โดยพระองค์เองอย่างถูกถ้วน หาผู้เสมอเหมือนมิได้ พร้อมทั้งพระสัทธรรม และหมู่แห่งพระอริยสังฆเจ้า ผู้อุดมแล้วทั้งหลาย จักแต่งคัมภีร์ที่ชื่อว่า "พระอภิธัมมัตถสังคหะ"ต่อไป ๒. ตตฺถ วุตฺตาภิธมฺมตฺถา จตุธา ปรมตฺโถ จิตฺตํ เจตสิกํ รูปํ นิพฺพานมีติ สพฺพถา แปลความว่า "อรรถแห่งพระอภิธัมมัตถสังคหะ"นั้น เมื่อว่าโดยปรมัตถธรรมแล้ว มีอยู่เพียง ๔ ประการ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน เท่านั้น อธิบาย ปรมตฺ แยกออกเป็น ๒ บท คือ ปรม - อตฺถ ปรม แปลว่า ประเสริฐอย่างยิ่ง อตฺถ แปลว่า เนื้อความ ฉะนั้น ปรมตฺถ จึงแปลว่า เนื้อความอันประเสริฐ หรือเนื้อความที่ดียิ่ง คำว่า "ปรมัตถธรรม" จึงเป็นธรรมที่มีเนื้อความอันประเสริฐ "ปรม" หรือ "ประเสริฐ" นี้ เมื่อว่าโดยอรรถแล้ว ไม่ได้หมายถึง ปราณีต งดงาม แต่หมายถึง ภาวะ ๓ ประการ คือ... ๑. "ประเสริฐ" เพราะไม่มีการวิปริต-แปรปรวน ปรโม อุตตฺโม อวิปริโต อตฺโถติ - ปรมตฺโถ แปลความว่า สภาวธรรมที่ประเสริฐ คือไม่แปรปรวน จึงชื่อว่า "ปรมัตถะ" ความไม่วิปริต แปรปรวนนั้นหมายถึง สภาพของตนเป็นอยู่อย่างไร ก็เป็นอยู่อย่างนั้นตลอดไป ไม่ผิดปกติเป็นอย่างอื่น เป็นของมีจริง เป็นจริง ๒. "ประเสริฐ" เพราะเป็นที่โคจร แห่ง"ญาณอันประเสริฐ" ปรมสฺส อุตฺตมสฺส ญาณสฺส โคจโรติ อตฺโถ - ปรมตฺโถ แปลความว่า สภาวธรรมใดเป็นที่โคจรแห่งญาณอันประเสริฐ คือ สูงสุด สภาวธรรมนั้น ชื่อว่า "ปรมัตถะ" กล่าวคือ ปรมัตถธรรมนั้น เป็นธรรมที่มีความละเอียดลึกซึ้งมาก ผู้ไม่มีปัญญาอันประเสริฐแล้ว ย่อมเข้าใจใน"ปรมัตถธรรม"นี้ไม่ได้ ผู้ที่จะรู้ได้ เข้าใจได้ จะต้องเป็นผู้ที่มี"อุดมญาณ" เป็นติเหตุกบุคคล(บุคคลผู้มีปัญญา) เป็นต้นจนถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่สุดเท่านั้น รู้ปรมัตถธรรม ทำให้ได้ปรมัตถประโยชน์ ๓. "ประเสริฐ" เพราะเป็นธรรมที่เป็นประธาน แห่งบัญญัติธรรมทั้งหลาย ปรโม (ปธาโน) อตฺโต - ปรมตฺโถ แปลความว่า เนื้อความที่เป็นประธาน ชื่อว่า ปรมัตถะ กล่าวคือ บรรดาสัตว์และสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ มีอยู่มากมายหลายประเภท จนประมาณมิได้ แต่ถ้ากำหนดหลักการเอาตัวความจริงแท้ขึ้นมายืนยันกันแล้ว ก็มีแต่เนื้อความ คือสภาพของนามรูป ที่ชื่อว่า เป็น"องค์ธรรม" เท่านั้นจึงกล่าวได้ว่า นอกจาก จิต เจตสิก รูป แล้วไม่มีอะไรอีกในสิ่งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิตทั้งหลาย ปรมัตถธรรม มี ๒ อย่าง คือ สังขตธรรม อย่างหนึ่ง และ อสังขตธรรม อีกอย่างหนึ่ง สังขตธรรม หมายความว่า ธรรมทั้งหลายที่"ถูกปรุงแต่ง" ด้วยปัจจัย ๔ คือ กรรม จิต อุตุ และอาหาร ซึ่งได้แก่ "จิต เจตสิก และรูป" อสังขตธรรม หมายความว่า ธรรมทั้งหลายที่"ไม่ได้ถูกปรุงแต่ง" ด้วยปัจจัยใดๆ ซึ่งได้แก่ "นิพพาน" (** เญยธรรม คือ สังขาร วิการ ลักษณะ นิพพาน บัญญัติ)
|
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||