• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 248
  • จำนวนผู้ชม : 41303
  • จำนวนผู้โหวต : 95
  • ส่ง msg :
ทางสายเอกใน "พุทธศาสนา" คือ....การเจริญ *** "สติปัฏฐาน ๔"***
ที่ชื่อว่า"พระอภิธรรม"เพราะไม่ใช่เป็นวิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และการแสดง"พระอภิธรรม"ที่ปรากฏขึ้นได้ก็โดยอำนาจแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra
วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม 2550
***** จิต....คืออะไร? (๔) *****
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 314 , 10:56:19 น.   | หมวดหมู่ : พุทธศาสนา  
พิมพ์หน้านี้


                               จิต....คืออะไร? (๔)

   ในธรรมบทภาค ๒ ได้แสดงถึงสภาพจิตไว้ ดังนี้....

            ทูรงฺคมํ เอกจรํ                     อสรีรํ คุหาสยํ

            เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ          โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา

   แปลว่า ชนทั้งหลายใดจักระวังจิต ซึ่งไปไกล ไปเดี่ยว ไม่มีสรีระ ไม่มีคูหาเป็นที่อาศัยไว้ได้ ชนทั้งหลายนั้น จะพ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร (กิเลส)

   จากคาถาธรรมบทนี้ แสดงสภาพของจิต ให้ได้ทราบไว้หลายนัย คือ....

    จิต  เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ไปได้ไกล (ทูรงฺคมํ) หมายถึงจิตสามารถน้อมเอาอารมณ์ที่อยู่ไกลแสนไกล ที่เคยพบเห็นมาแล้ว เอามานึกคิดได้ ไม่ใช่จิตออกจากร่างไปท่องเที่ยวได้ไกล

    จิต  เป็นธรรมที่ไปเดี่ยว หรือไปดวงเดียว (เอกจรํ) หมายถึงจิตรู้อารมณ์ได้ทีละอย่าง จิตขณะหนึ่งจะรู้อารมณ์หลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ จิตขณะหนึ่งรู้อารมณ์ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื่องจากจิตเกิด-ดับรวดเร็วมาก จึงเหมือนกับสามารถรู้อารมณ์ได้หลายอย่างในคราวเดียวกันได้ จิตขณะหนึ่งๆ ย่อมรู้อารมณ์ได้อย่างเดียวเท่านั้น

    จิต  เป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่างสัณฐานให้รู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย ต้องรู้ได้ด้วยใจเท่านั้น มีสภาวะเป็นอรูปธรรม จึงไม่อาจแสดงรูปร่างสัณฐานให้ปรากฏได้ (อสรีรํ)

    จิต  เป็นธรรมชาติที่ต้องมีวัตถุเป็นที่เกิดและที่อาศัย (คุหาสยํ) สำหรับสัตว์ที่เกิดในปัญจโวการภูมิ คือภูมิที่มีรูปนามขันธ์ ๕ วัตถุที่อาศัยของจิตมี ๖ แห่ง ได้แก่ จักขุวัตถุ โสตวัตถุ ฆานวัตถุ ชิวหาวัตถุ กายวัตถุ และหทัยวัตถุ โดยสภาวะปรมัตถธรรม ได้แก่ ปสาทรูป ๕ และหทัยวัตถุรูป ๑ จิตจะล่องลอยออกไปนอกวัตถุที่อาศัยไม่ได้ แม้เวลาตาย จิตก็ดับลงพร้อมกับความดับของหทัยวัตถุรูป นั่นเอง

    จิตของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากจิตของพระอรหันต์ ย่อมถูกอาสวะกิเลส ผูกพันอยู่เป็นประจำ ทำให้ไม่รู้ความจริงของรูปนาม คือทุกขสัจจะ จึงเกิดความสำคัญผิดว่า รูปนามขันธ์ ๕ เป็นอัตตาตัวเรา ปรารถนาความสวย ความสุข ความเที่ยง วิปลาสไปจากความเป็นจริงอยู่เสมอ เพราะเหตุนั้น พระพุทธองค์จึงให้ระวังรักษาจิต ให้พ้นจากเครื่องผูกของมาร (กิเลส) โดยจะต้องเจริญสติปัฏฐาน ซึ่งเป็น"ทางสายเอกทางเดียว" ที่จะทำให้หมดจดจากกิเลส แจ้งพระนิพพาน และพ้นจากสังสารทุกข์ได้

    ฉะนั้น จึงไม่มีจิตของใคร ที่เกิดมาพร้อมความบริสุทธิ์ได้ ต้องถูกกิเลสมารผูกพันไว้อยู่ทั่วหน้ากัน จึงจำเป็นต้องฟังธรรม และปฏิบัติตามคำสอน ของพระพุทธองค์เท่านั้น จึงจะสามารถหลุดพ้นจากกิเลส เครื่องผูกแห่งมารได้

   (โปรดอ่านตอนต่อไป)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
ก้อนหิน8887 วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 07.58 น.
http://www.oknation.net/blog/TonKaew

ขอโทษนะคะ พี่พีระ ก้อนนหินขอคุยด้วยคนนะคะ
อย่าได้ถือสา ก้อนหินนะคะ

จิต " ประภัสสร "
จิตมันอยู่ของมันอย่างนั้น มันสงบอยู่แล้ว
จิตที่ไม่สงบเพราะจิตมันหลงอารมณ์
ตัวจิตแท้ๆ นั้นไม่มีอะไร
เป็นธรรมชาติอยู่เฉยๆเท่านั้น

ที่สงบไม่สงบ เพราะอารมณ์มาหลอกลวง
จิตที่ไม่ได้ฝึกก็ไม่มีความฉลาด
มันจะโง่อารมณ์ ไปตามสิ่งที่เข้ามาหลอกลวง เป็นทุกข์ ดีใจ เสียใจ

ทั้งหมดเพราะจิต ถูกอารมณ์มาหลอกลวง ค่ะ
เอาให้ง่ายๆ ให้นึกถึง
ลมมาพัดใบไม้ นะคะ
เมื่อลมพัดมาถูกใบไม้ มันยอมแกว่งไกว

ลมคือกิเลศ ใบไม้คือจิต ค่ะ ถ้านึกตามจะเห็นสภาพตามที่ก้อนหินเล่ามากนะคะ และจะเข้าใจเรื่องจิต แบบง่ายๆ ค่ะ

ปล.นี่คือคำสอน ที่ก้อนหินได้ยิน ได้ฟังมาจาก หลวงปู่ชา สุภัทโท (วัดหนองป่าพง)
ความคิดเห็นที่ 10
กระเจี๊ยบ วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 20.21 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

มาเรียนเรื่องจิตทั้ง ๘๙ (หรือ ๑๒๑) อีกครั้งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
redribbons07 วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

พาจิตมาฟังธรรมะ เพื่อละกิเลส ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
raksanok วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
รักสนุกเพราะความสุขอยู่ที่ใจ

พึ่งเข้ามาร้อยจังเลย

จิตใจว้าวุ่นไปหมด

ไม่ได้ดั่งใจเลย
ความคิดเห็นที่ 7
มะอึก วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 13.36 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ลัดนิ้วมือเดียว จิตเท่านั้นที่โคจรได้ครับท่านพีระ
ความคิดเห็นที่ 6
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ขอบคุณค่ะ

จิตตัวเดียวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
ลานเทวา วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 12.53 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

จิต ที่ไร้มารยา นำสุขมาให้ ครับผม
ความคิดเห็นที่ 4
ku_khuan วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 12.28 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"มัวพะวงว่าจะสูญเสีย...สิ่งนั้นสิ่งนี้จะหายไป...แล้วได้อะไรขึ้นมา?  แม้แต่ชีวิตเราเอง....ก็ต้องสูญหายไปสักวันเหมือนกัน">>

จริงๆ ก็มิได้ห่างหายไปไหน

"จิต"ยังคง วนเวียนอยู่ในบางโอเค..

ความคิดเห็นที่ 3
Sainam วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 11.19 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

เชื่อในเรื่องของจิตค่ะ ...จิตที่สัมผัสได้ด้วยจิต
ความคิดเห็นที่ 2
auguzzy วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

เคยมีคนบอกว่า จิตผมมันติดหล่มกิเลศบ่อย
ความคิดเห็นที่ 1
skinhead วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
               p     u     r     e              

ขอบคุณครับ

ปล.แวะมาหาความรู้ให้กับตัวเองนะครับ
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31