พิมพ์หน้านี้
|
พุทธการกธรรม (ธรรมที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้า) (๑) ๑. ทานบารมี ในชินมหานิทาน กล่าวไว้ว่า ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ท่านจงบำเพ็ญทานบารมีเถิด อันว่า หม้อที่เต็มด้วยน้ำ ที่เขาวางคว่ำปากลง น้ำย่อมไหลออกหมด ไม่ขังติดอยู่ในหม้อนั้น ฉันใด ท่านเห็นยาจกทั้งหลาย ทั้งชั้นต่ำ ชั้นกลาง และชั้นสูงแล้ว จงให้ทานอย่าให้เหลือ ดุจหม้อน้ำที่เขาวางคว่ำปากไว้ ฉันนั้นเหมือนกัน พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็นทานบารมีข้อแรกอย่างนี้แล้ว คิดว่า พุทธการกธรรม คงมิใช่จักมีเพียงเท่านี้ เมื่อใคร่ครวญหาพุทธธรรมอื่นอยู่ ก็ได้เห็นศีลบารมีเป็นข้อที่ ๒ เมื่อจะสอนตนเองว่า... ๒. ศีลบารมี ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ท่านจงบำเพ็ญศีลบารมีเถิด อันว่า จามรี รักษาขนหางที่ติดอยู่ในที่ใด ก็ยอมตายอยู่ในที่นั้น ไม่ยอมให้ขนหางเสียไป ฉันใด ท่านจงบำเพ็ญศีล รักษาศีลทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์(คือปาฏิโมกขสังวรศีล อินทรีย์สังวรศีล อาชีวปาริสุทธิศีล และปัจจยสันนิสิตศีล)ในกาลทุกเมื่อ ดุจจามรีรักษาขนหางของตนฉันนั้น เหมือนกัน พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็นศีลบารมีเป็นข้อที่ ๒ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญต่อไป ก็ได้เห็นเนกขัมมบารมี ที่พระโพธืสัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า ๓.เนกขัมมบารมี ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ท่านจงบำเพ็ญเนกขัมมบารมีเถิด อันว่า คนถูกขังอยู่ในเรือนจำ ได้รับแต่ความทุกข์ทรมาน ย่อมไม่เกิดความยินดีในเรือนจำ มีแต่จะหาช่องทางที่จะพ้นออกไป ฉันใด ท่านจงเห็นภพทั้งปวงดุจเรือนจำ จงมุ่งหน้าต่อเนกขัมมะ เพื่อแสวงหาทางหลุดพ้นไปจากภพ ฉันนั้น เหมือนกัน พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็นเนกขัมมบารมีเป็นข้อที่ ๓ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญต่อไป ก็ได้เห็นปัญญาบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า.... (โปรดอ่านตอนต่อไป) (จากหนังสือพระพุทธประวัติ รวบรวมและเรียบเรียงโดย อาจารย์สุรีย์ มีผลกิจ) (หนังสือเล่มนี้ ท่านอาจารย์ได้พิมพ์แจกเป็นธรรมบรรณาการ ด้านหลังของปกได้พิมพ์กำกับไว้ว่า "สงวนลิขสิทธ์เฉพาะการพิมพ์จำหน่าย") |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||