วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม 2550
***** พุทธโอวาท (สามเดือน) ก่อนปรินิพาน *****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 249
, 09:59:52 น.
| หมวดหมู่ :
พระสูตร
พิมพ์หน้านี้
ใน " พุทธโอวาท ( สามเดือน ) ก่อนปรินิพพาน " พระพุทธองค์ตรัสไว้เกี่ยวกับสังขารว่า....... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ........
ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก
สงบปราณีตมิใช่วิสัยแห่งสัตว์
คือ คิดเอาไม่ได้ หรือ ไม่ควรลงความเห็นด้วยการเดา
แต่เป็นธรรมที่บัณฑิตพอจะรู้ได้
จงดูกายอันนี้เถิด
ฟันหัก ผมหงอก หนังเหี่ยวๆ ยานๆ มีอาการทรุดโทรมให้เห็นอย่างเด่นชัด
เหมือนเกวียนที่ชำรุดแล้วชำรุดอีก ได้อาศัยแต่ไม้ไผ่มาซ่อมไว้
ผูกกระหนาบคาบค้ำไว้ จะยืนนานไปได้สักเท่าไร
การแตกสลาย ย่อมจะมาถึงเข้าสักวันหนึ่ง
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงมีธรรมเป็นที่เกาะ ที่พึ่งเถิด
อย่าคิดยึดสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย แม้ตถาคตก็แต่เป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ...
จงดูกายอันเปื่อยเน่านี้เถิด
มันอาดรูไม่สะอาด มีสิ่งสกปรกไหลเข้า ไหลออกอยู่เสมอ
ถึงกระนั้นก็ตาม มันยังเป็นที่พอใจ ปรารถนายิ่งนัก ของคนผู้ไม่รู้ความจริงข้อนี้
ภิกษุทั้งหลาย ร่างกายนี้ไม่นานนักหรอก คงจะนอนทับถมแผ่นดิน
ร่างกายนี้เมื่อปราศจากวิญญาณครองแล้ว ก็ถูกทอดทิ้งเหมือนท่อนไม้ที่ไร้ค่า อันเขาทิ้งเสียแล้วโดยไม่ใยดี
อันร่างกายนี้สะสมไว้แต่ของสกปรกโสโครก มีสิ่งปฎิกูลไหลออกจากทวารทั้งเก้า
มีช่องหู ช่องจมูก เป็นต้น เป็นที่อาศัยแห่งสัตว์เล็กสัตว์น้อย เป็นป่าช้าแห่งซากสัตว์นานาชนิด
เป็นรังแห่งโรค เป็นที่เก็บโรคถังฉี่ อุปมาเหมือนถุงหนัง ซึ่งบรรจุเอาสิ่งโสโครกต่างๆเข้าไว้ แล้วซึมออกมาเสมอๆ
เจ้าของกายจึงต้องชำระล้างขัดถูวันละหลายๆ ครั้ง
เมื่อเว้นการชำระล้างแม้เพียงวันเดียว หรือสองวัน กลิ่นเหม็นก็ปรากฎเป็นที่รังเกียจ เป็นของน่าขยะแขยง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ...
ร่างกายนี้เป็นเหมือนเรือน ซึ่งสร้างด้วยโครงกระดูก มีหนังและเลือดเป็นเครื่องฉาบทา
ที่มองเห็นเปล่งปลั่งผุดผาดนั้น เป็นแต่เพียงผิวหนังเท่านั้น
เหมือนมองเห็นความงามแห่งหีบศพ อันวิจิตรตระการตา ผู้ไม่รู้ก็ติดในหีบศพนั้น
แต่ผู้รู้เมื่อทราบว่าเป็นหีบศพ แม้ภายนอกจะวิจิตรตระการตาเพียงไร
ก็หาพอใจยินดีไม่ เพราะทราบชัดว่าภายในแห่งหีบอันสวยงามนั้น มีสิ่งปฎิกูลพึงรังเกียจ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ...
อริยะมรรคประกอบด้วยองค์แปด เป็นทางอันประเสริฐ
สามารถทำให้บุคคลเดินไปตามทางนี้ ถึงซึ่งความสุข สงบเย็นเต็มที่
เป็นทางเดินไปสู่อมตะ
" ไม่ต้องกลัวตาย ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว
ตายดีแล้ว ความตายเป็นทิพย์โอสถ
เพราะมีตาย จึงหมดทุกข์หมดโศกโรคภัยได้
กลัวทำไมในเมื่อยังเกิดใหม่ได้
หมั่นบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนาไว้ให้มากเถิด
จะได้เกิดเป็นผู้มีบุญญาธิการมาช่วยโลก "
หลวงปู่จันทร์ศรี ...
สาธุ ...นี่คือความจริงที่ลบไม่เลือนแม้จะผ่านมานานถึงสองพันห้าร้อยห้าสิบปี
(จาก "กัลยาณธรรม" ในอินเตอร์เน็ท)
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น