• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 231
  • จำนวนผู้ชม : 33693
  • จำนวนผู้โหวต : 79
  • ส่ง msg :
ทางสายเอกใน "พุทธศาสนา" คือ....การเจริญ *** "สติปัฏฐาน ๔"***
ที่ชื่อว่า"พระอภิธรรม"เพราะไม่ใช่เป็นวิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และการแสดง"พระอภิธรรม"ที่ปรากฏขึ้นได้ก็โดยอำนาจแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra
วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2551
เพราะเหตุใดการมีความเพียรมาก จึงทำให้ฟุ้งซ่าน และถ้าสติมากกับความเพียรก็มาก โดยใช้อารมณ์ในสติปัฏฐานนั่นแหละ เช่นนี้จะเกิดปัญญาเห็นธรรม คือรูป-นามหรือไม่ เพราะเหตุใด?
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 38 , 22:18:42 น.   | หมวดหมู่ : พุทธศาสนา  
พิมพ์หน้านี้


เพราะเหตุใด การมีความเพียรมาก จึงทำให้ฟุ้งซ่าน และถ้าสติมากกับความเพียรก็มาก โดยใช้อารมณ์ในสติปัฏฐานนั่นแหละ เช่นนี้จะเกิดปัญญาเห็นธรรม คือรูป-นามหรือไม่ เพราะเหตุใด?

อ.(อาจารย์) เพราะอยากได้มาก กิเลสความอยากได้มาก อยากได้เร็วๆ ก็เข้าอาศัย ก็ทำให้ฟุ้งซ่าน ถ้ามีความเพียรมากเกินสติไป เพราะสติอ่อนไป จึงทำให้ฟุ้งซ่าน เพราะความต้องการ คือ กิเลส กิเลสจึงเข้าอาศัยในความเพียรนั้นๆ ดังนั้นความเพียรกับสมาธิต้องให้เสมอภาคกัน

ถ้าสมาธิเกินไป ก็ทำให้เฉย เพียรมากเกินไป ก็ทำให้ฟุ้งซ่าน เราเพียรในเรื่องอะไร เพียรจะให้รู้ในอิริยาบทนั่ง นอน ยืน เดิน หรือเพียรจะให้เห็นรูป-นาม คือเราต้องการอะไรสักอย่าง เพราะปรารถนาอะไรสักอย่างข้างหน้า จึงทำให้ฟุ้งซ่านได้ เพราะเมื่ออยากได้ เมื่อไหร่จะเห็น เมื่อไหร่จะรู้ ก็ทำให้ขาดสติสัมปชัญญะ

ภ.(ภิกษุ) ถ้าสติก็มาก ความเพียรก็มาก โดยใช้อารมณ์ในสติปัฏฐานนั่นแหละ แล้วจะเกิดปัญญาเห็นธรรมะหรือไม่?

อ. ถึงแม้มีความเพียรมาก มีสติมาก แต่ว่าคนนั้นไม่มีวาสนาบารมีอุดหนุน เขาไม่เห็นธรรมก็ได้ ถ้าหากเขามีปัญญาบารมี เขาก็เห็นได้ แล้วแต่ละบุคคลๆไป บางคนเดินเพียง ๗ ก้าวก็เห็นธรรม

ภ. สติอย่างเดียว จะเกิดปัญญาขึ้นได้หรือไม่?

อ. ไม่ได้ สัมปชัญญะจึงจะเป็นปัญญา สติเป็นองค์ของสมาธิ เรื่องความเพียรดี มีสติดี มีอิทธิฤทธิ์ เช่น พระอนุรุทธ ซึ่งท่านเป็นเลิศกว่าพระสาวกทั้งปวงในทางทิพย์จักษุ ท่านถามพระสารีบุตรว่า ตาของเราก็เป็นทิพย์ เห็นได้พันจักรวาล ความเพียรของเราก็ดี สติก็ตั้งมั่น ไม่หลงลืม ทำไมหนอ เราจึงไม่บรรลุ พระสารีบุตรท่านบอกว่า ตาของเราเป็นทิพย์นั้น เป็นมานะ ส่วนความเพียรก็ไม่ย่อหย่อน สติก็ตั้งมั่นไม่หลงลืมนั้น เป็นอุทธัจจะ คือความฟุ้งซ่าน และที่รำพึงว่า ทำไมหนอเราจึงไม่บรรลุนั้น เป็นกุกกุจจะ คือรำคาญใจ เมื่อพระสารีบุตรแนะนำเพียงเท่านี้ พระอนุรุทธท่านมีบารมีมาแล้ว ท่านจึงบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้โดยง่าย.

(ที่มา - หนังสือธรรมวิจัย อาจารย์แนบ มหานีรานนท์)



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


เรียนภาษาอังกฤษกับข่าว

เรียนภาษาอังกฤษกับข่าว โดยเทพชัย หย่อง

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31