วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2551
*****สัปปุริสธรรม ๘ ประการ (๒) *****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 126
, 11:06:27 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้

สัปปุริสธรรม ๘ ประการ (๒)"สัปปุริสธรรม" เป็นธรรมของสัตบุรุษ ธรรมที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นสัตบุรุษ อีกสูตรหนึ่ง ทรงแสดงไว้ใน อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต เล่มที่ ๔ หน้า ๒๓๖-๒๔๐ ธัมมัญญสูตร๑." ความรู้จักธรรม" คือ รู้พระพุทธวัจนะ อันเป็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระไตรปิฏก อันมีพระวินัย พระสูตร พระอภิธรรมเป็นต้น ๒."ความรู้จักอรรถ" คือ รู้ความหมายในเนื้อความของธรรมนั้นๆ เช่นรู้ว่าพระวินัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อบัญญัติในการปฏิบัติของสงฆ์ พระสูตรเป็นข้อยกตัวอย่างบุคคล พระอภิธรรม คือสภาพธรรมตามความเป็นจริง ที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ เป็นต้น๓. "ความรู้จักตน" คือ รู้ฐานะ ภาวะ เพศ กำลังความรู้ ความสามารถของตน รู้ในคุณธรรมของตนว่าเป็นผู้มีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เพียงใด อยู่ในฐานะใด เป็นต้น เพื่อที่จะได้วางตนให้อยู่ในความเหมาะสม และรู้ที่จะแก้ไข ปรับปรุง๔. "ความรู้จักประมาณ" คือ ความพอดีในการรับ การบริโภค และในการใช้จ่ายโภคทรัพย์ ที่พอเหมาะพอควรแก่เหตุ และผล ไม่มากไป ไม่น้อยไป๕. "รู้จักกาล" คือ รู้กาลเวลาอันเหมาะควร รู้จักกาละเทศะในหน้าที่การงาน เช่นรู้ว่า กาลนี้เป็นกาลเรียน กาลสอบถาม กาลประกอบความเพียร กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม สาธยายธรรม กาลนี้เป็นเวลาที่นัดหมาย ที่จะเป็นคนตรงต่อเวลาในหน้าที่ เป็นต้น๖. "รู้จักบริษัท" คือ รู้จักว่า นี้เป็นบริษัทกษัตริย์ บริษัทคฤหบดี บริษัทสมณพราหมณ์ บริษัทอุบาสกอุบาสิกา ที่จะวางตนให้เหมาะควรแก่สภาพของบริษัทนั้นๆ เช่น พึงเข้าไปหา พึงยืน พึงนั่ง พึงพูด พึงฟัง พึงสำรวมอย่างใด เป็นต้น๗. "รู้จักบุคคล" คือ รู้ความแตกต่างของแต่ละคนโดยอัธยาศัย ความสามารถ และคุณธรรม เช่นบางคนมีศรัทธา บางคนไม่มีศรัทธา บางคนสนใจในการศึกษาพระธรรม บางคนสนใจในการปฏิบัติ หรือบางคนชอบคลุกคลี บางคนชอบความสงบ เป็นต้น"สัปปุริสธรรม" ทั้งสองสูตรนี้ ชื่อว่าเป็นธรรมของสัตบุรุษ เป็นคุณธรรมอันดีงาม ที่ทุกคนควรน้อมนำมาปฏิบัติ ขัดเกลา แก้ไข ปรับปรุงตน เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์ ด้วยความสมานสามัคคี ทั้งในความคิดเห็น และในข้อปฏิบัติที่เป็นไปตามแนวทางคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าบุคคลที่รู้อรรถ รู้ธรรม แล้วปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม ก็มีสองประเภท คือพวกหนึ่ง "ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อผู้อื่น" ประเภทนี้พึงถูก"ติเตียน" อีกพวกหนึ่ง "ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น" บุคคลประเภทนี้พึงได้รับการ "สรรเสริญว่าเป็นสัตบุรุษ"(ที่มา-หนังสือคุณธรรมจริยธรรม สามัคคีธรรม ตามแนวทางพระพุทธศาสนา โดยอาจารย์สุรีย์ มีผลกิจ)
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น