ทางสายเอกใน "พุทธศาสนา" คือ....การเจริญ *** "สติปัฏฐาน ๔"***
ที่ชื่อว่า"พระอภิธรรม"เพราะไม่ใช่เป็นวิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และการแสดง"พระอภิธรรม"ที่ปรากฏขึ้นได้ก็โดยอำนาจแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
Permalink :
http://www.oknation.net/blog/pierra
วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2551
*****ปฏิจฺจสมุปบาท(๓)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 48
, 10:14:34 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
ปฏิจฺจสมุปบาท (๓)ปฏิจจสมุปบาทเป็นมัชฌิมาปฏิปทาพระผู้มีพระภาค เมื่อตรัสอย่างนี้ ก็ทรงแสดงความไม่เป็นสัสสตวาทะ เป็นต้นด้วยบทหน้า และทรงแสดงความแย้งต่ออุจเฉทวาทะด้วยบทหลัง ทรงแสดงความถูกต้อง ด้วยบททั้ง ๒ กล่าวคือ...สัสสตวาทะ กล่าวว่า อัตตาและโลกเที่ยง ไม่สูญ ตายแล้วเกิด อเหตุวาทะ กล่าวว่า เหตุปัจจัยแห่งความเศร้าหมอง และความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลายไม่มี แล้วแต่โชคเคราะห์วสวัตติวาทะ กล่าวว่า พระอิศวร อาต....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม 2551
*****ปฏิจฺจสมุปบาท(๒)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 43
, 15:05:59 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
ปฏิจฺจสมุปบาท(๒)ลักษณะพิเศษของปฏิจฺจสมุปบาทที่กล่าวนี้ เป็นการกล่าวถึงเหตุผลโดยทั่วไป ยังไม่ได้แยกกล่าวเฉพาะธรรมที่อุปการะกันเป็นองค์ๆไป ในปฏิจฺจสมุปบาทแสดงองค์ไว้ ๑๒ องค์ดังนี้.....สังขาร ปรากฏขึ้นเพราะอาศัย อวิชชา เป็นเหตุวิญญาณ "------------------------" สังขาร "-------"นามรูป "------------------------" วิญญาณ ....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม 2551
*****ปฏิจฺจสมุปบาท (๑)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 37
, 16:05:29 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
ปฏิจฺจสมุปบาท (๑)ปฏิจฺจสมุปบาท มี ๓ ศัพย์ คือ...ปฏิจฺจ + สํ + อุปฺปบาทปฏิจฺจ แปลว่า อาศัยสํ (สม) แปลว่า พร้อมอุปฺปบาท แปลว่า เกิดขึ้นปฏิจฺจสมุปบาท แปลว่า ธรรมที่อาศัยเกิดขึ้นพร้อม หมายความว่า ธรรมที่เป็นเหตุและเป็นผลอาศัยเกิดขึ้นติดต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย ทำให้เป็นไปในสังสารวัฏฏ์มิให้สุดสิ้นลงได้.ปฏิจจสมุปบาทนี้ พระพุทธองค์ทรงแสดง เพื่อให้เป็นที่ตั้งแห่งการพิจารณา และเพื่อจะให้....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม 2551
*****สัจจนิเทศ ๖ (โดยกิจแห่งสัจจญาณ - ความรู้อริยสัจ)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 64
, 11:05:20 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
สัจจนิเทศ ๖โดยกิจแห่งสัจจญาณ - ความรู้อริยสัจ)พึงทราบวินิจฉัยโดยกิจแห่งสัจจญาณ(ความรู้อริยสัจ) ด้วยว่าสัจจญาณมี ๒ คือ๑. อนุโพธิญาณ เป็นความรู้โดยรู้ตาม อริยสัจ เป็นโลกียะ เป็นด้วยอำนาจการได้ฟังมา๒. ปฏิเวธญาณ เป็นความตรัสรู้ เป็นโลกุตตระ ทำพระนิพพานให้เป็นอารมณ์แล้ว ตรัสรู้สัจจะทั้ง ๔ ได้ด้วยการกำหนดรู้ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า "ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นย่อมเห็นทุกขสมุทัยด้วย, ย่....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2551
*****สัจจนิเทศ ๕ (ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานิเทศ)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 45
, 22:09:21 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
สัจจนิเทศ ๕ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานิเทศในที่นี้จะกล่าวธรรม ๘ ประการ คือ อริยมัค ในส่วนที่แตกต่างกันเท่านั้นสัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญาจักษุ อันมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถอนอวิชชานุสัยขึ้นไปแห่งผู้ปฏิบัติเพื่อแทงตลอดซึ่งสัจจะ ๔ นั่นแหละ ชื่อว่า สัมมาทิฏฐิสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบเป็นลักษณะ มีอันประกาศความจริงแท้เป็นรส(กิจ) มีการทำลายความมืด คืออวิชชาเสียได้ เป็นปัจจุปัฏฐาน(ผล)สัมมาสังกัปปะ ความยกจิตขึ้นสู่ทางแห่งพร....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2551
*****สัจจนิเทศ ๔ (ทุกขนิโรธนิเทศ) *****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 63
, 11:46:43 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
สัจจนิเทศ ๔ทุกขนิโรธนิเทศพระพุทธองค์ ตรัสความดับทุกข์อย่างแท้จริง ย่อมมีเพราะความดับแห่งสมุทัย ทุกข์ย่อมดับไปเพราะความดับไปแห่งสมุทัย มิใช่เหตุอื่น ตรัสไว้ในธรรมบทว่า..."ต้นไม้ เมื่อโคนยังมั่นอยู่ ไม่มีอุปัทวะ แม้ถูกตัด(ส่วนบน) แล้วก็งอกได้อีกอยู่นั่นแหละ ฉันใดก็ดี แม้ทุกข์ก็ฉันนั้น เมื่อตัณหานุสัย มิได้ถูกถอนทิ้งแล้ว ก็เกิดได้ร่ำไปอันเพราะตถาคตทั้งหลาย เป็นผู้ประพฤติเสมอ ที่จะปฏิบัติในเหตุ มิได....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2551
*******สัจจนิเทศ ๓ (ทุกขสมุทัยนิเทศ)*******
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 76
, 15:41:57 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
สัจจนิเทศ (๓)ทุกขสมุทัยนิเทศเหตุให้เกิดทุกข์ขึ้นอย่างแท้จริง คือ.....ตณฺหา ความทะยานอยากโปโนพฺภวิภา การก่อภพใหม่นนฺทิราคสหคตา เป็นไปกับความกำหนัดตตฺรตตฺราภินนฺทินี ความเพลิดเพลินไปในอัตภาพนั้นๆถามว่า...ตัณหาเป็นไฉน? ธรรมทั้งหลายนั้น คือ.....กามตัณหา ความยินดีติดใจในกามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส. ภวตัณหา ความยินดีติดใจในรูปฌาณ อรูปฌา....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม 2551
*****สัจจนิเทศ ๒ (ทุกขนิเทศ)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 87
, 13:55:23 น.
พิมพ์หน้านี้
|
สัจจนิเทศ (๒)ทุกขนิเทศธรรม ๑๒ ประการ ตรัสไว้ในนิเทศแห่งทุกขสัจจะ ว่า.....ชาติปิทุกฺขา, ชราปิทุกฺขา, มรณมฺปิทุกฺขา, โสกปริเทวทุกฺขโทมฺนสฺสุปายาสาปิทุกฺขา อปฺปิเยหิ สมฺปโยโค ทุกฺโข ปิเยหิวิปฺปโยโค ทุกฺโข ยมฺปิฉํ น ลภติ ตมฺปิทุกฺขํ สงฺขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา.ความเกิดเป็นทุกข์, ความแก่ก็เป็นทุกข์, ความตายก็เป็นทุกข์, ความโศก ความร่ำไห้รำพัน ความทุกข์กาย, ความทุกข์ใจ, ความคับแค้นใจ, ก็เป็นทุกข์ ค....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2551
*******สัจจนิเทศ*******
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 91
, 11:34:25 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
สัจจนิเทศ (๑)อริยสัจ ๔ คือ ทุกขอริยสัจ, ทุกขสมุทัยอริยสัจ, ทุกขนิโรธอริยสัจ, ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ชื่อว่า "สัจจะ"๑. โดยวิภาค จำแนกอรรถแห่งอริยสัจ (โดยอรรถที่แปลกกัน)ทุกขสัจจะ เพราะอรรถว่า๑) ความบีบคั้น, ๒) ความปรุงแต่ง, ๓) ความเร่าร้อน, ๔) ความแปรปรวน.สมุทยสัจจะ เพราะอรรถว่า๑) ความประมวลเอาไว้ซึ่งทุกข์, ๒) ก่อเหตุแห่งทุกข์, ๓) ผูกไว้ซึ่งทุกข์, ๔) พัวพันอยู่กับทุกข์.นิโรจสัจจะ เพราะอ....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน 2551
*****คุณแห่งการอยู่หลีกเร้นมี ๒๘ อย่าง*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 118
, 13:00:36 น.
| หมวดหมู่ :
พระสูตร
พิมพ์หน้านี้
|
คุณแห่งการอยู่หลีกเร้นมี ๒๘ อย่างพระตถาคตแม้ทุกพระองค์ทรงอยู่หลีกเร้นแล้วจึงทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ พระตถาคตทั้งหลายเหล่านั้น เมื่อทรงหวนระลึกถึงคุณแห่งการหลีกเร้นที่พระองค์ทรงทำไว้ดีแล้วนั้น จึงยังทรงส้องเสพการหลีกเร้นอยู่...คุณแห่งการอยู่หลีกเร้นมี ๒๘ อย่าง คือ...การอยู่หลีกเร้นย่อมรักษาตนผู้อยู่หลีกเร้น ๑,การอยู่หลีกเร้นย่อมทำให้เจริญอายุ ๑,การอยู่หลีกเร้นย่อมมอบกำลังให้ ๑,การอยู่หลีกเร้นย่อมปิดกั....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน 2551
*****อวิชชาที่มีสภาพปกปิดไม่ให้รู้ความจริง*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 132
, 13:01:38 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
 อวิชชาที่มีสภาพปกปิดไม่ให้รู้ความจริงนั้น แบ่งได้เป็น ๓ ประเภท๑. บุคคลส่วนมากในโลกถูกอวิชชาปกปิดไว้ไม่ให้รู้บาปบุญคุณโทษ ประโยชน์ และมิใช่ประโยชน์ ไม่รู้ว่าการกระทำอย่างนี้ดี มีประโยชน์ อย่างนี้ไม่ดีมีโทษย่อมกล้ากระทำทุจริตต่างๆ อย่างไม่รู้สึกละอายใจ และไม่เกรงกลัวต่อภัยใดๆ แสดงว่ามี"อวิชชา"อยู่หนาแน่นมาก๒. บุคคลบางพวกรู้ว่า การกระทำอย่างนี้ดี มีประโยชน์ อย่างนี้ไม่ดี มีโทษ บุคคลพวกนี้ เมื่....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2551
*****สัปปุริสธรรม ๘ ประการ (๒) *****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 114
, 11:06:27 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
 สัปปุริสธรรม ๘ ประการ (๒)"สัปปุริสธรรม" เป็นธรรมของสัตบุรุษ ธรรมที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นสัตบุรุษ อีกสูตรหนึ่ง ทรงแสดงไว้ใน อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต เล่มที่ ๔ หน้า ๒๓๖-๒๔๐ ธัมมัญญสูตร๑." ความรู้จักธรรม" คือ รู้พระพุทธวัจนะ อันเป็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระไตรปิฏก อันมีพระวินัย พระสูตร พระอภิธรรมเป็นต้น ๒."ความรู้จักอรรถ" คือ รู้ความหมายในเนื้อความของธรรมนั....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2551
*****สัปปุริสธรรม ๘ ประการ (๑) *****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 115
, 15:00:48 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
 สัปปุริสธรรม ๘ ประการ (๑)"สัปปุริสธรรม" เป็นธรรมของ"สัตบุรุษ" ธรรมที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นสัตบุรุษ อันเป็นสมบัติของ"คนดี" ผู้ที่เป็นคนดีมี "จริยศึกษา" ขวนขวายศึกษาเพื่อประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในแนวทางของ "จริยธรรม" คือข้อปฏิบัติที่อยู่ขอบเขตแห่ง"ศีลธรรม" ก็จะเป็นผู้มี "ธรรมจริยา" คือการประพฤติถูกธรรม และจักได้ "ธรรมาภิสมัย....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2551
*****ภูมิของปัญญา *****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 140
, 21:53:26 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
 ภูมิของปัญญาภูมิของปัญญา เรียกว่า วิปัสนาภูมิ มี ๖ขันธ์ คือ สภาวะของปรมัตถธรรม ที่จัดรวมไว้เป็นกลุ่ม เป็นกอง หรือเป็นส่วนๆ มี ๕ ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ ๑ และนามขันธ์ ๔รูปขันธ์ เป็นธรรมชาติที่มีการเสื่อมสลายไป เพราะปัจจัยที่เป็นข้าศึก มีความร้อน เย็น เป็นต้น ธรรมชาตินี้ ได้แก่รูป ๒๘ มีมหาภูตรูป เป็นต้น โดยแยกเป็นมหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป ๒๔ (อ่านเรื่องย้อนหลังในเรื่อง รูปปรมัตถ์)นามขันธ์ ๔ เป็นธรรมชาติน้อม....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น
วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2551
*****วิสุทธิ(ความบริสุทธิ์จากกิเลส)*****
Posted by
pierra
,
ผู้อ่าน : 128
, 20:39:53 น.
| หมวดหมู่ :
พุทธศาสนา
พิมพ์หน้านี้
|
 "วิสุทธิ"คำว่า "วิสุทธิ" แปลว่า ความบริสุทธิ์ หมายถึงความบริสุทธิ์จากกิเลส มีวจนัตถะว่า วิสุชฺฌตีติ - วิสุทธิธรรมชาติใดย่อมบริสุทธิ์ เป็นพิเศษ ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า "วิสุทธิ"วิโสเธตีติ - วิสุทธิธรรมชาติใดย่อมชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เป็นพิเศษ ธรรมชาตินั้นชื่อว่า"วิสุทธิ"วิสุชฺฌตีติ เอเตยาติ - วิสุทธิกาย วาจา ใจ ย่อมบริสุทธิ์ เป็นพิเศษด้วยธรรมนั้น ฉะนั้น ธรรม....
|
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น