• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 248
  • จำนวนผู้ชม : 41222
  • จำนวนผู้โหวต : 95
  • ส่ง msg :
ทางสายเอกใน "พุทธศาสนา" คือ....การเจริญ *** "สติปัฏฐาน ๔"***
ที่ชื่อว่า"พระอภิธรรม"เพราะไม่ใช่เป็นวิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และการแสดง"พระอภิธรรม"ที่ปรากฏขึ้นได้ก็โดยอำนาจแห่งพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra
วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม 2550
เทวภูมิ (เทวดา ผู้เล่นเพลิดเพลินยิ่งในกามคุณ)
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 205 , 10:19:03 น.  
พิมพ์หน้านี้


เทวะ แปลว่า ผู้ที่เล่นเพลิดเพลินยิ่งในกามคุณทั้ง ๕  เทวะ มี ๓ อย่าง คือ๑.  อุปัตติเทวะ   ได้แก่เทวดาโดยกำเหนิด หมายรวมถึงพรหมด้วย๒.  สมมติเทวะ   ได้แก่เทวดาโดยสมมติ  หมายรวมถึง พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา เป็นต้น๓.  วิสุทธิเทวะ    ได้แก่ เทวดาที่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสทั้งปวง หมายถึง พระอรหันต์ โดยเฉพาะเท่านั้น อนึ่ง เทวะ ที่แปลว่า ผู้ที่เล่นเพลิดเพลินอยู่ในกามคุณทั้ง ๕ นั้น ใช้เป็น....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม 2550
ภูมิของเปรต
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 193 , 10:31:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภูมิของเปรต     ชื่อว่าเปตภูมิ สัตว์ที่ชื่อว่าเปรต เพราะเป็นสัตว์ที่มีความเดือดร้อน เพราะอดอยากหิวโหย  ซึ่งต่างกับสัตว์นรกที่มีความเดือดร้อนเพราะถูกทรมาน   สัตว์ที่ชื่อว่า เปตะ ย่อมถึงซึ่งฐานะอันห่างไกลจ่กความสุข   ที่อยู่ของเปรตทั้งหลาย ไม่มีที่อยู่โดยเฉพาะ ฉะนั้นเปรตจึงมีอยู่ทั่วไป    เปรตมีอยู่หลายจำพวก มีทั้งเปรตเล็ก เปรตใหญ่ บางพวกเนรมิตให้เป็นเทวดา เป็นมนุษย์ ชาย หญิง  พระ เณร ชี บางพวกเนรมิต ว....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันเสาร์ ที่ 24 มีนาคม 2550
ภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 220 , 11:23:46 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน      สัตว์ดิรัจฉานมีความหมายว่า เป็นสัตว์ที่ไปโดยส่วนขวาง หรืออีกนัยหนึ่งว่า เป็นสัตว์ที่เป็นไปขวางจาก มรรคผล   ดิรัจฉาน จัดเป็นภูมิหนึ่งก็จริง แต่ว่าไม่มีที่อยู่อาศัยของตัวเอง เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ คงอาศัยอยู่ในมนุษย์โลก ส่วนในพรหมโลก ไม่มีสัตว์ดิรัจฉานไปอยู่ร่วมด้วยเลย   สัตว์ดิรัจฉานมีสัญญาที่ปรากฏ มีความเป็นอยู่และเป็นไปเพียง ๓ อย่างเท่านั้น คือ   ๑.  กามสัญญา   รู้จักเสวยกามคุ....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันศุกร์ ที่ 23 มีนาคม 2550
การให้ผลของการกระทำผิด"ศีล"
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 212 , 10:53:45 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผลของปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์) มี ๙ ประการ คือ   ๑. ทุพพลภาพ     ๒. รูปไม่งาม   ๓.   กำลังกายอ่อนแอ   ๔. กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว    ๕.เป็นคนขลาดหวาดกลัว   ๖. ฆ่าตนเอง หรือ ถูกฆ่า      ๗. โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน   ๘. ความพินาศของบริวาร     ๙. อายุสั้นผลของอทินนาทาน (ลักทรัพย์) มี ๖ ประการ   ๑.ด้อยทรัพย์       ๒. ยากจน         ๓. อดอยาก   ๔. ไม่ได้สิ่งที่ตนปราถนา    ๕.พินาศในการค้า        ๖. พิ....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มีนาคม 2550
มนุษย์ที่มีสภาพแตกต่างกัน
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 187 , 11:39:29 น.  
พิมพ์หน้านี้


ฆ่าสัตว์ ไม่มีความกรุณา          เป็นเหตุให้   อายุสั้น ไม่ฆ่าสัตว์ มีความกรุณา         เป็นเหตุให้   อายุยืน เบียดเบียนสัตว์                     เป็นเหตุให้   มีโรคมาก ไม่เบียดเบียนสัตว์                 เป็นเหตุให้   มีโรคน้อย มักโกรธ มีความคับแค้นใจมาก  เป็นเหตุให้   ผิวพรรณทราม ไม่โกรธ ไม่มีความคับแค้นใจ   เป็นเหตุให้   ผิวพรรณผุดผ่อง มีใจประกอบด้วยความริษยาผู้อื่น  เป็นเหตุให้   มีอานุภาพน้อย มีใ....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันพุธ ที่ 21 มีนาคม 2550
ธรรมที่เป็นเหตุให้โลกพินาศ
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 184 , 11:52:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


          โลกย่อมพินาศลงด้วยเหตุธรรม ๓ ประการ  คือ    ๑. โลภเหตุ  สมัยใดสัตว์ทั้งหลายมีสันดานหนาแน่นด้วยความโลภ มีกามราคะ เป็นต้น สมัยนั้น โลกย่อมถึงคราวต้องพินาศด้วยไฟเพราะเหตุด้วยอำนาจราคะนั้น ร้อนแรงเหมือนไฟ    ๒. โทสเหตุ  สมัยใดสัตว์ทั้งหลายมีสันดานมากด้วยโทสะ สมัยนั้นโลกย่อมถึงความพินาศด้วยน้ำ เพราะเหตุด้วยโทสะ ย่อมกัดกร่อนจิตใจ คล้ายน้ำกรดที่กัดกร่อนโลหะให้ละลายสลายตัวไป เหตุนั้นโทสะ จึงร้อนแรง....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันอังคาร ที่ 20 มีนาคม 2550
บุคคลในโลกนี้มี ๔ ประเภท
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 207 , 11:10:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


บุคคล ๔ ประเภทนี้ คือใครคือ บุคคลต่ำมาแล้วต่ำไป  บุคคลต่ำมาแล้วสูงไป     บุคคลสูงมาแล้วต่ำไป  บุคคลสูงมาแล้วสูงไป      พวกที่หนึ่ง     พึงทราบ     ว่าต่ำต้อย เพราะว่าน้อย      คุณค่า         ราคาสูญ ทั้งต่ำมา             แล้วต่ำไป    ไม่สมบูรณ์ มัวเพิ่มพูน          ความชั่วช้า  พาหม่นหมอง      พวกที่สอง      ต่ำมา          แล้วสูงไป  มีดวงใจ             คิดชอบ       กอปรกุศล  ต่ำมาแล้ว           สูงไ....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันจันทร์ ที่ 19 มีนาคม 2550
สิ่งที่ไม่ควรเชื่อ ๑๐ ประการ
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 202 , 09:26:32 น.  
พิมพ์หน้านี้


   วัตถุ ๑๐ ประการ ที่พระองค์ทรงห้ามไว้ตามความในพระสูตรที่มีอยู่ว่า บรรดาพวกกาลามชนทั้งหลายได้พากันไปเฝ้าพระบรมศาสดา แล้วได้ทรงกราบทูลเรื่องที่ตนสงสัยว่า ในบรรดาเหล่าคณาจารย์ทั้งหลายนั้น มีสมณพราหมณาจารย์ต่างๆเป็นต้น เมื่อเดินทางมาถึงเกสปุตตนิคมนี้แล้ว ก็ได้ประกาศแต่วาทะของตนเท่านั้นว่า ถูก ส่วนวาทะของผู้อื่น ผิด เป็นอยู่ดังนี้เสมอมา จึงทำให้ข้าพระองค์เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่า ในสมณพราหมจารย์เหล่านั....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันเสาร์ ที่ 17 มีนาคม 2550
หลักธรรมที่ทำให้ชีวิตได้รับประโยชน์สุขในภพหน้าคือ...
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 188 , 10:26:10 น.  
พิมพ์หน้านี้


  ๑. สัทธาสัมปทา  ถึงพร้อมด้วยความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เช่นเชื่อเรื่องกรรม ผลของกรรม เชื่อว่าสัตว์โลกมีกรรมเป็นของตนเอง และเชื่อเรื่องการตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ๒. สีลสัมปทา  ถึงพร้อมด้วยศีล คือ มีศีลบริสุทธ์  ๓. จาคะสัมปทา  ถึงพร้อมด้วยการเสียสละ คือ สละทรัพย์สมบัติ และ สละกิเลส  ๔. ปัญญาสัมปทา  ถึงพร้อมด้วยปัญญา คือ มีปัญญารู้ถึงเหตุแห่งความเสื่อม และความเจริญของชีวิต....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มีนาคม 2550
ทศพิธราชธรรม องค์คุณ ๑๐ ประการ
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 310 , 09:40:01 น.  
พิมพ์หน้านี้


     พระพุทธองค์ทรงวางหลักธรรมการปกครองประเทศ   ทรงวางหลักธรรมในการปกครองประเทศ สำหรับนักปกครอง การที่จะเป็นนักปกครองที่ดี สามารถปกครองแผ่นดินโดยชอบ ทำให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน ต้องประกอบด้วย องค์คุณ ๑๐ ประการ เรียกว่า"ทศพิธราชธรรม" ได้แก่      ๑. ทาน             คือ การให้     ๒. ศีล               คือ ความประพฤติดี     ๓. ปริจจาคะ      คือ ความเสียสละ     ๔. อาชชวะ        คือ ความซื่อตร....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันพุธ ที่ 14 มีนาคม 2550
พระพุทธองค์ กับหลักธรรมทางเศรษฐกิจพอเพียง
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 301 , 10:28:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


      พระพุทธองค์ทรงวางหลักธรรมทางเศรษฐกิจ     ท่านทรงบัญญัติให้ภิกษุสงฆ์ใช้สอยปัจจัย ๔ คือ จีวร อาหารบิณฑบาต เสนาสนะ และยารักษาโรค ให้เหมาะกับความเป็นอยู่ และใช้สอยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ได้เก็บเอาของที่ใช้แล้วมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น   ยกตัวอย่าง พระอานนท์ในเรื่องจีวรที่ใช้จนเก่าแล้ว จะนำไปแก้ไขให้เป็นผ้าปูนอน เมื่อผ้าปูนอนเก่า จะนำไปใช้เป็นผ้าปูพื้น ผ้าปูพื้นเก่าจะนำไปเป็นผ้าเช....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันอังคาร ที่ 13 มีนาคม 2550
ไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 347 , 11:03:13 น.  
พิมพ์หน้านี้


     ศีล เป็นเบื้องต้นของการชำระกิเลสอย่างหยาบ ศีล ทำให้เกิดการสำรวมระวัง การสำรวมดีทำให้ไม่เดือดร้อน ความไม่เดือดร้อนทำให้เกิดความสุข ความยินดีพอใจ อิ่มใจ มีจิตสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ง่าย เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิแล้ว ย่อมมีปัญญาเกิดขึ้น รู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง ปัญญารู้ว่าชีวิตคือร่างกาย และจิตใจนี้ ไม่ใช่เป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน ไม่ใช่เป็นคนโน้น คนนี้ แต่เป็นเพียง รูปกับนาม ที่เกิดขึ้น เพราะเหต....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันจันทร์ ที่ 12 มีนาคม 2550
ความสัมพันธ์ของวัฏฏ ๓ (กิเลส กรรม วิบาก)
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 216 , 11:18:07 น.  
พิมพ์หน้านี้


        วัฏฏะ ๓ ประการ  กิเลสวัฏฏะ  กรรมวัฏฏะ  วิปากวัฏฏะ   วัฏฏะธรรมทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นอาการเป็นไปของธรรมประจำโลก เพราะสัตว์โลกจะต้องหมุนเวียนอยู่ในวัฏฏะ ๓ เหล่านี้ อย่างไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งนี้เพราะบรรดาสัตว์บุคคลที่ยังมี กิเลส ก็ย่อมเป็นเหตุให้กระทำ กรรม เมื่อกระทำกรรมแล้ว ผลของกรรม คือ วิบาก จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน    เมื่อวิบากหมายถึงรูป-นามขันธ์ ๕ ปรากฏขึ้นแล้ว ย่อมเป็นที่อาศัยของกิเลส คือ อ....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2550
ประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากการเจริญสมถกรรมฐาน
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 198 , 10:55:30 น.  
พิมพ์หน้านี้


    การเจริญสมถกรรมฐาน ทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ โลกียอภิญญา เป็นปัญญาที่รู้อารมณ์ทั้งหลายในโลก อย่างพิเศษ ๗ ประการ   ๑. อิทธิวิธอภิญญา  ปัญญาที่ทำให้สำเร็จฤทธ์ต่างๆ มีการเหาะเหินในอากาศ เดินบนน้ำ หรือดำดินได้เป็นต้น   ๒. ทิพพโสตอภิญญา  เป็นผู้มีหูทิพย์ เหมือนหูของเทวดา หรือพรหม   ๓. ปรจิตตวิชชานนอภิญญา  ปัญญาที่รู้ใจผู้อื่นได้   ๔. ปุพเพนิวาสานุสสติอภิญญา  ปัญญาที่ระลึกชาติ คือ ภพ ภูมิ และขันธ์ ๕ ท....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น

วันศุกร์ ที่ 9 มีนาคม 2550
สติปัฏฐาน (ฐานที่ตั้งของสติ)
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 185 , 11:05:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


                          สติปัฏฐาน   (ฐานที่ตั้งของ "สติ")        เป็นทางสายเดียวที่มีอยู่ในพระธรรมวินัยนี้          เป็นทางสายเดียวที่มุ่งตรงไปสู่พระนิพพาน          เป็นทางที่ไปของบุคคลผู้เดียว          เป็นทางที่พระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้นได้ค้นพบ          ไม่ใช่ทางที่มีอยู่ในศาสนาอื่น          ทางมีอยู่แต่ขาดผู้เดิน           ทุกข์มีอยู่แต่ขาดผู้กำหนดรู้        เหตุให้เกิดทุกข์มีอยู่แต....

อ่านต่อ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


/17
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31