• pigkypink
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 125
  • จำนวนผู้ชม : 95880
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
pigkystory
เรื่องราวของหมูน้อยในโลกกว้าง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pigkystory
วันศุกร์ ที่ 5 สิงหาคม 2565
Posted by pigkypink , ผู้อ่าน : 330 , 16:28:23 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผลการศึกษา จุฬาฯ ระบุชัด “กสทช. ไม่มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตการควบรวมธุรกิจทรู-ดีแทค แต่สามารถออกเงื่อนไขประกอบเพื่อลดผลกระทบได้ แนะจับตาสามารถกำหนดกรอบเงื่อนไขได้ภายใน10 ส.ค.นี้ได้หรือไม่

 

 

แหล่งข่าวจากกสทช. เผยว่าในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ได้เห็นชอบให้จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในฐานะที่ปรึกษา ทำการศึกษาในนามของศูนย์บริการวิชาการวิเคราะห์การรวมธุรกิจระหว่างทรู-ดีแทค ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้อ้างอิงประกอบการพิจารณาเงื่อนไขหลังรับทราบรายงานการควบรวม โดยจะต้องดำเนินการภายใน 90 วัน หลังจากที่ได้รับรายงาน ซึ่งปัจจุบันก็ล่วงเลยมาจนเป็นที่น่าจับตาว่า กสทช. จะสามารถกำหนดกรอบเงื่อนไขได้ภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ตามที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของที่ปรึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สรุปใจความสำคัญชัดเจนว่า “กสทช. ทำได้เพียงพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือนำมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญมาบังคับใช้เท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตการรวมธุรกิจอีกต่อไป จึงทำให้เรื่องการตีความอำนาจทางกฎหมายของ กสทช. มีความชัดเจน นอกจากนี้ ประกาศ กสทช. และ วิธีปฏิบัตินี้ ก็ได้ดำเนินการมาแล้ว 9 กรณี โดยเป็นรายงานหรือการแจ้งเพื่อทราบ และเมื่อ กสทช. พิจารณาผลกระทบก็สามารถออกเงื่อนไข เป็นเช่นนี้ตามกฎหมาย และ วิธีปฏิบัติมาในอดีต ดังนั้น การควบรวม ทรูและดีแทค จึงใช้ประกาศ กสทช. ปี 61 เช่นเดียวกับ กรณีอื่น โดยไม่เลือกปฏิบัติ” กสทช. ทำได้เพียงกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ แต่ไม่มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตควบรวม

โดยในรายงานมีการสรุปย้อนที่มาถึงอดีต โดยอ้างอิงถึงประกาศที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้คือ ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งมีการให้อำนาจคณะกรรมการ กทช. ในการอนุมัติหรือไม่อนุมัติการควบรวมได้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 9 และมีหลายคนเอามาอ้างอิง ทั้งที่ประกาศฉบับนี้ถูกยกเลิกไปนานแล้ว โดยประกาศ ปี 2553 มีใจความสำคัญคือ “…ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า การควบรวมกิจการไม่ทำให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการสั่งอนุญาตให้ควบรวมกิจการได้ แต่ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าการควบรวมกิจการอาจทำให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการสั่งห้ามควบรวมกิจการ…”

แต่ต่อมาประกาศปี 2553 ฉบับนี้ได้ถูกยกเลิก และมีการบังคับใช้ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2561 ขึ้นมาแทนและมีผลบังคับอยู่ปัจจุบัน โดยประกาศ กสทช. ปี 2561 และมีการบังคับใช้มาแล้ว 9 กรณี โดย ระบุว่า “ให้เลขาธิการ กสทช. รายงานต่อ กสทช. ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นประกอบการรายงานการรวมธุรกิจจากที่ปรึกษาอิสระ หากการรวมธุรกิจตามข้อ 5 ส่งผลให้ตลาดที่เกี่ยวข้องมีดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ล-เฮิร์ชแมน (HHI) มากกว่า 2,500 และเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 100 และมีอุปสรรคการเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการครอบครองโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ให้ถือว่าการรวมธุรกิจส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ในตลาดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กสทช.อาจพิจารณากําหนดเงื่อนไขหรือนํามาตรการเฉพาะสําหรับผู้มีอํานาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสําคัญในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ”

“ตามประกาศ 2561 นี้ กสทช. ยังคงมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาด แต่เนื่องจากประกาศ 2561 ไม่ได้มีเนื้อหาส่วนใดที่ระบุไว้ชัดเจนว่า กสทช. มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ควบรวม ดังที่เคยปรากฏชัดเจนในข้อ 9 ของประกาศ 2553 รายงานฉบับนี้จึงสรุปว่า กสทช. ในปัจจุบันไม่ได้มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ควบรวม แต่มีเพียงอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะเท่านั้น”

 

ทั้งนี้ เหตุผลประกอบของที่ปรึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายไว้ละเอียด ดังต่อไปนี้ “ภายใต้ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจฯ ปี 2561 นั้น กสทช. ไม่มีอำนาจ "ไม่อนุมัติ" ให้ผู้รับใบอนุญาตควบรวมกิจการ ประกาศดังกล่าวกำหนดเพียงว่า หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการควบรวม ส่งผลให้ตลาดที่เกี่ยวข้องมีดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ล-เฮิร์ชแมน (HHI) มากกว่า 2,500 และเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 100 และมีอุปสรรคการเข้าสู่ตลาด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กสทช. อาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้ ซึ่งแตกต่างจากประกาศ กทช. ปี 2553 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการควบรวมฯ ที่กทช. มีอำนาจอนุมัติการควบรวมกิจการ อนุมัดิการควบรวมกิจการแบบมีเงื่อนไขโดยการกำหนดมาตรการต่าง ๆ และไม่อนุมัติการควบรวมกิจการ” ซึ่งประกาศ กทช. ปี 2553 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว และใช้ประกาศ กสทช. ปี 2561 ทดแทนและใช้มาแล้วกับหลายกรณี

“การกำหนดมาตรการเฉพาะ หมายความถึงการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า อันเป็นเจตนารมณ์ของมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม เทียบเคียงได้กับการกำหนดมาตรการทางปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองมีอำนาจที่จะพิจารณาใช้มาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของตนได้ ดังนั้นการกำหนดมาตรการเฉพาะตามมาตรา 21 ย่อมไม่อาจรวมถึงการออกประกาศเพื่อให้อำนาจ กทช. พิจารณาอนุมัติการควบรวมกิจการของผู้รับใบอนุญาตได้” ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 51 (13) แห่งพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2543 และมาตรา 27 (11) แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่ให้อำนาจ กสทช. "กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน” หมายความถึงเพียงเรื่องการกำหนดมาตรการประกอบคำสั่งทางปกครอง มิได้เป็นอำนาจในการสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตการควบรวมกิจการ

เมื่อผลการศึกษาของวิเคราะห์การรวมธุรกิจระหว่างทรู-ดีแทค ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ได้ออกมาชี้ชัดถึงบทบาทของ กสทช. และอำนาจทางกฎหมายที่มี ในการดำเนินการต่อไป กสทช. คงต้องเร่งกระบวนการพิจารณาเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะต่อไป

 

ที่มา: MGR




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน