• pimthipat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-02-06
  • จำนวนเรื่อง : 284
  • จำนวนผู้ชม : 587156
  • ส่ง msg :
  • โหวต 134 คน
Pimthipat
IT'S JUST A MOMENT TO MYSELF
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pim
วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม 2553
Posted by pimthipat , ผู้อ่าน : 1789 , 19:59:33 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“อาภรณ์แห่งพระเจ้า”


                         การสวมใส่อาภรณ์ตามความปรารถนาของมนุษย์นั้น มักจะเป็นไปในลักษณะที่ขัดแย้งกับบรรทัดฐานของศาสนาเสมอ แต่ละยุคแต่ละสมัยมักมีรูปแบบแห่งการแต่งกายที่หลากหลาย สอดรับกับกระแสทางแฟชั่นซึ่งเป็นภาพลวงแห่งความอัปยศ ที่จะเป็นชนวนแห่งความฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย และความสับสนวุ่นวายนานับประการ กระนั้นก็ตามคนจำนวนมากในสังคมก็ยังคลั่งต่อกระแสทางแฟชั่นแบบลืมหูลืมตาไม่ขึ้น โดยจะทุ่มเทความพยายามทุกอย่าง ที่จะได้สัมผัสกับกระแสดังกล่าวแม้แต่ต้องเอาตัวเข้าแลกก็ยอม

        ในที่นี้จะขอกล่าวถึง การแต่งกายของมุสลิมะห์ตามบทบัญญัติของศาสนา เพื่อที่จะได้เป็นบรรทัดฐานทางการแต่งกายที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งอิสลามอย่างแท้จริง เพราะการแต่งกายของมุสลิมะห์จำนวนมิใช่น้อยในปัจจุบัน เริ่มแต่งกายกันในลักษณะ

 “หิญาบกำมะลอ” หรือ “หิญาบแฟชั่น”

ซึ่งเป็นการแต่งกายในลักษณะที่ขัดต่อหลักการของอิสลามอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะมีการคลุมหิญาบตามความรู้สึกของตนเอง แต่มิได้คลุมหิญาบตามความถูกต้องแห่งบทบัญญัติอย่างแท้จริง

        บรรทัดฐานการแต่งกายที่ถูกต้องของมุสลิมะห์ ตามบทบัญญัติของศาสนานั้น ประกอบด้วย

 

 1. เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องปกปิดเรือนร่างทั้งหมดของนางอย่างมิดชิดโดยอนุโลมให้ยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือเท่านั้นนน

  จากบรรทัดฐานแห่งบทบัญญัตินี้ จึงไม่อนุญาตให้มุสลิมะห์สวมใส่อาภรณ์ในลักษณะที่ไม่มิดชิด อาทิ กระโปรงที่ผ่าข้างขึ้นมาข้างบน เสื้อที่แขนยาวไม่ถึงข้อมือ ผ้าหิญาบที่คลุมโดยเปิดใบหู ต้นคอ หน้าอก เสื้อลายฉลุที่เห็นผิวหนังจากภายนอก ฯลฯ ในอัลกุรอ่านได้ระบุเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนความว่า “โอ้นบีเอ๋ย จงกำชับบรรดาภรรยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา (ทุกคน) ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง (ให้มิดชิด) นั่นเป็นการเหมาะสมยิ่งที่พวกนางจะถูกรู้จัก (มองเห็น) และเพื่อที่พวกนางจะได้ไม่ถูกรุกราน และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้อภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ”  (ซูเราะห์ อัลอะห์ซาบ อายะที่ 59)

 

 2.เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องเป็นเนื้อผ้าที่ไม่บางจนเห็นเรือนร่าง หรือผิวหนังจากภายนอก

    ข้อกำหนดจากบรรทัดฐานแห่งบทบัญญัตินี้ เป็นเรื่องที่มุสลิมะห์จะต้องเอาใจใส่ให้มากๆ โดยเฉพาะในเรื่องผ้าคลุมผม ที่มุสลิมะห์จำนวนมิใช่น้อยคลุมศีรษะด้วยผ้าที่บางมองเห็นเส้นผม ใบหู และต้นคออย่างชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่มุสลิมะห์ต้องระวังให้มากๆ ในหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ระบุว่า

    ความว่า “ท่านหญิงอาอิชะห์ รายงานว่า ท่านหญิงอัสมาอ์ บินติ อบีบักร ได้เข้ามาหาท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสภาพที่นางสวมใส่เสื้อผ้าที่บาง (ไม่มิดชิด) ดังนั้นท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงผินหน้าออกจากนาง และกล่าวว่า โอ้อัสมาอ์ แท้จริงสตรีที่มีรอบเดือนแล้ว (บรรลุศาสนภาวะแล้ว) นั้นไม่อนุญาตที่จะให้เห็นส่วนใดจากเรือนร่างของนาง นอกจากสิ่งนี้และสิ่งนี้ แล้วท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ชี้ไปที่ใบหน้าและฝ่ามือทั้งสองของท่าน”  (บันทึกโดย อบูดาวุด)

 

 3.เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องไม่อยู่ในลักษณะที่เลียนแบบเครื่องแต่งกายของเพศชาย

 

      การสวมใส่เสื้อผ้าของมุสลิมะห์ จะต้องเป็นเสื้อที่มองดูแล้วไม่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับการแต่งกายของผู้ชาย ซึ่งในแต่ละสังคมก็มีการแต่งกายของชายและหญิงแตกต่างกันไป แต่สังคมทุกสังคมสามารถแยกแยกได้ว่าอย่างไหนเป็นการแต่งกายของเพศชาย และอย่างไหนเป็นการแต่งกายของเพศหญิง การแต่งกายเลียนแบบของกันและกันเป็นที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาดในหลักการอิสลาม ดังปรากฏคำสั่งที่ชัดเจนในหะดีษที่ว่า “ท่านอบูฮุรอยเราะห์รายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สาปแช่งผู้ชาย ที่แต่งกายเช่นการแต่งกายของผู้หญิง และสาปแช่งผู้หญิงที่แต่งกายเฉกเช่นการแต่งกายของผู้ชาย” (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

4. เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องไม่อยู่ในลักษณะที่ฟิตคับ รัดรูป และเล็ก

 มุสลิมะห์จะต้องแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายที่ไม่รัดรูปหรือฟิตและคับ แต่จะต้องสวมใส่ชุดที่หลวมและปกปิดสรีระต่างๆของร่างกายได้อย่างมิดชิด ดังนั้นการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ในลักษณะที่ยังเปิดเผยสรีนะบางส่วนของร่างกาย จึงถือว่าเป็นการแต่งกายที่มิได้อยู่บนบรรทัดฐานแห่งบทบัญญัติที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะปกปิดมิดชิดแต่ทรวดทรงบางส่วนของร่างกายยังถูกเปิดก็ยังถือว่า ไม่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม

                ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เคยให้เสื้อคลุมกิบตียะห์ (เป็นชุดของชาวอียิปต์) ซึ่งมีลักษณะผ้าที่อ่อนนุ่ม แก่ท่านอุซามะห์ อิบนิ ซัยดิน หลังจากนั้นท่านอุซามะห์ก็ได้นำไปให้ภรรยาของท่านสวมใส่ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้กล่าวกำชับแก่ท่านอุซามะห์ว่า “จงกำชับนางให้ใส่เสื้อข้างในไว้ชั้นหนึ่งก่อน (แล้วค่อยสวมเสื้อคลุมกิบตียะห์) เพราะแท้จริงฉันเกรงว่า การสวมกิบตียะห์อย่างเดียว จะทำให้เปิดเผยทรวดทรงจากร่างกายของนาง” (บันทึกโดย อะหมัด)

 

 5. เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องไม่มีสีสันที่ฉูดฉาดที่แลดูเป็นจุดเด่น หรือเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ที่พบเห็น

                การแต่งกายของมุสลิมะห์นั้น นอกจากจะต้องมิดชิดและไม่รัดรูปแล้ว จะต้องไม่มีสีสันฉูดฉาดที่สวมใส่แล้วแลดูเป็นจุดเด่น หรือสะดุดตาผู้พบเห็น ลักษณะเช่นนี้เป็นการดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น ซึ่งจะกลายเป็นชนวนผลักดันไปสู่ การเรียกร้องความสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในหลักการของอิสลามในอัลกุรอ่าน อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาละทรงตรัสว่า ความว่า “จงกล่าวเถิดมุฮัมหมัด แก่บรรดาสตรีที่ศรัทธาทั้งหลาย ให้พวกนางลดสายตาของพวกนางให้ต่ำลงและให้พวกนางปกป้องรักษาของพึงสงวนของพวกนาง และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับ (ความสวยงาม) ของพวกนาง เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ตามปกติ (คือใบหน้า และฝ่ามือ)”   (ซูเราะห์อันนูร อายะห์ที่ 31)

 

6.เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องไม่ใส่เครื่องหอมทุกชนิด

 เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์นั้น จะต้องปราศจากการอบ พรม หรือพ่นเครื่องหอมทุกชนิด ในประเทศแถบอาหรับ มักนิยมเอาเสื้อผ้าไปอบด้วยควันของไม้กฤษณา (ไม้หอม) เสื้อผ้าจึงมีกลิ่นหอมหวนมากในขณะที่สวมใส่ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อนุมัติสำหรับเพศชาย แต่เป็นสิ่งที่ต้องห้ามสำหรับเพศหญิง ดังนั้น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเพศหญิงจะต้องปราศจากเครื่องหอมทุกชนิด รวมทั้งเนื้อตัวของนางก็จะต้องไม่พรมน้ำหอมออกนอกบ้านอย่างเด็ดขาด ในหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ความว่า “ท่านอบูมูซา อัลอัชอารีย์ รายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า สตรีท่านใดก็ตามที่พรมน้ำหอมและ (ออกไป) เดินผ่านกลุ่มของผู้คน เพื่อให้พวกเขาได้กลิ่นหอมจากตัวนาง (การกระทำเช่นนี้ถือว่า) นางคือโสเภณี”

 

7. เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต้องไม่เป็นเครื่องแต่งกายที่เลียนแบบเครื่องแต่งกายของศาสนาอื่น

                เครื่องแต่งกายบางชนิด เป็นชุดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ประจำศาสนา หรือประจำกลุ่มชนบางลัทธิ หรือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติหนึ่ง ฯลฯ เป็นสิ่งที่ไม่อนุญาตที่จะให้เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ ได้มาจากการเลียนแบบเครื่องแต่งกายดังกล่าว อาทิ เครื่องแต่งกายของชนชาติยิว ซึ่งเป็นชุดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นยิว หรือเครื่องแต่งกายของพวกมิชชันนารีที่อยู่ในศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาของผู้นับถือศาสนานั้นๆ หรือเป็นเครื่องแต่งกายของผู้ที่อยู่ในลัทธิต่างๆของชาวจีน เป็นต้น

                การสวมใส่เครื่องแต่งกาย ด้วยชุดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของศาสนาอื่น ถือเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในหลักการของอิสลาม ตามตัวบทหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า “ท่านอับดุลลอฮ์ อิบนิ อุมัร รายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ผู้ใดที่เลียนแบบกลุ่มชนหนึ่งกลุ่มชนใด เขาคือบุคคลจากหนึ่งจากกลุ่มชนนั้น” (บันทึกโดย อัฏฏอบรอนี)

 

 8. เครื่องแต่งกายของมุสลิมะห์ จะต่องเป็นเครื่องแต่งกายที่ไม่อยู่ในลักษณะโอ้อวด

                เป็นเรื่องยากที่จะระบุว่า เครื่องแต่งกายประเภทไหนคือเครื่องแต่องกายที่อยู่ในลักษณะที่โอ้อวด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตใจของผู้สวมใส่ด้วย เพราะบางครั้งเครื่องแต่งกายที่มองดูแล้วเรียบง่าย มิดชิด และไม่รัดรูป แต่ผู้สวมใส่มีเจตนาที่โอ้อวด วาตนเองแต่งกายเรียบร้อยและมิดชิด ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด ซึ่งความผิดตรงน้าจากจิตใจของผู้สวมใส่ จะอย่างไรก็ตามเงื่อนไขแห่งการแต่งกายของมุสลิมะห์ในข้อนี้ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับจิตใจโดยตรง จึงเป็นสิ่งที่มุสลิมะห์จะต้องระมัดระวังให้มากๆ

                สิ่งที่อยากจะทำความเข้าใจ ในเงื่อนไขแห่งการแต่งกายของมุสลิมะห์ในข้อนี้ก็คือ ให้มุสลิมะห์พิจารณาเครื่องแต่งกายให้รอบคอบ ไม่ตบแต่งเสื้อผ้าอาภรณ์จนแลดูสวยสะดุดตา เหมือนแฟชั่นหิญาบในยุคปัจจุบันหรือประดับประดาเสื้อหรือกระโปรงด้วยลูกไม้และลวดลายที่แพรวพราว ซึ่งเวลาสวมใส่แล้วแลดูเป็นชุดที่อยู่ในขอบข่ายของการโอ้อวด ถึงแม้ว่าจิตใจจะไม่คิดโอ้อวดก็ตาม เรื่องนี้ต้องรอบคอบและพิจารณาให้ลึกซึ้ง จะยึดถือว่า เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเจตนาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะทุกคนที่แต่งกายสวยสดงดงามเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น ก็อ้างวาไม่ได้เจตนาโอ้อวดด้วยกันทั้งสิ้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เตือนผู้ศรัทธาทั้งหลายในเรื่องของการโอ้อวดว่า ความว่า “ผู้ใดที่มีความโอ้อวดอยู่ในจิตใจ แม้เพียงเท่าเมล็ดผักกาด (หรือเล็กกว่านั้น) อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะให้ใบหน้าของเขา คว่ำลงสู่ไฟนรก (ในวันกิยามัต)” 

(บันทึกโดย อะหมัด)

 

 เงื่อนไขแห่งการแต่งกายของมุสลิมะห์ทั้งแปดประการนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องได้รับการเอาใจใส่และพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อที่จะทำให้มุสลิมะห์สามารถครองตนให้อยู่ในกรอบของความถูกต้องทางด้านการแต่งกายให้มากที่สุด เพราะเท่าที่สังเกตุการแต่งกายของมุสลิมะห์ในสังคมปัจจุบันตามงานต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นงานมัสยิด โรงเรียน หรือสถาบันศาสานาก็ตาม แต่งกายกันในลักษณะที่หลุดออกไปจากบทบัญญัติที่ถูกต้อง โดยอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามแต่ แต่ที่เห็นๆวิกฤตแห่งหิญาบกำลังดำเนินสู่การเปลี่ยนแปลงที่แย่ลงทุกขณะ และกำลังน้อมรับกระแสแฟชั่น เข้ามาสอดแทรกอารมณ์แห่งพระเจ้าทีละน้อยๆ จนทำให้มองเห็นมุสลิมะห์บางกลุ่มคลุม “หิญาบกำมะลอ” กันอย่างเอิกเกริก

ข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

โรฮิงญา

ความเจ็บปวดและความทุกข์สาหัส ที่เราเพื่อนร่วมโลกมองข้ามและละเลย

View All
คุณคิดอย่างไรกับเครื่องหมายฮาลาลในผลิตภัณพ์อาหาร
สินค้าที่มุสลิมบริโภคได้
8 คน
สินค้าส่งออกไปสู่แถบอาหรับ
0 คน
สินค้าที่ได้รับการตรวจสอบตามหลักการศาสนาอนุมัติ
13 คน
สินค้าที่ต้องมีเพื่อให้เป็นสากล
2 คน
สินค้าบังคับให้มีเครื่องหมายฮาลาล
0 คน
ยังมีข้อข้องใจกับเครื่องหมายฮาลาล
0 คน
ไม่สนใจว่าจะมีหรือไม่มี
2 คน
สินค้าที่มุสลิมผลิต
3 คน

  โหวต 28 คน