• pimahn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 15661
  • จำนวนผู้โหวต : 1227
  • ส่ง msg :
pimahn
ชีวิต คือ การเรียนรู้และใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน ด้วยการเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ด้วยสติด้วยปัญญา บางส่วนของชีวิตเรากำหนดได้ แต่บางส่วนนั้นเราต้องเผชิญแม้ว่าเราอาจไม่ชอบ หรือไม่ต้องการ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pimahn
วันอังคาร ที่ 8 มกราคม 2551
"เขา" คือ ผู้เขียนบทชีวิตให้เรา
Posted by pimahn , ผู้อ่าน : 483 , 18:24:57 น.   | หมวดหมู่ : ข้อคิดเรื่องชีวิตและความรัก  
พิมพ์หน้านี้


ชีวิต คือ นวนิยาย

ถ้าจะเปรียบชีวิตเรา เป็นเหมือนนวนิยายเรื่องหนึ่ง  ที่เราเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยเร่ิมเริื่่องจากตอนที่เราเกิด  และจบเรื่องตอนที่เราตาย
 

รูปร่างหน้าตา  ผิวพรรณของเรา  เสียงของเรา  ระดับสติปัญญาของเรา   สถานที่เกิด เวลาเกิด  พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด  พี่น้องร่วมท้องเดียวกัน   เพื่อนฝูงและทุกคนที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วย   เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันในชีวิต   สิ่งเหล่านี้   "เขา"  กำหนดไว้ให้เราแล้ว  ซึ่งในส่วนนี้  เรากำหนดเองไม่ได้  เราเลือกเองไม่ได้

แม้เราอยากกำหนดให้เราเกิดมาสวย  เกิดมาหล่อ มีเสน่ห์  รูปร่างทรวดทรงสง่างาม  มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด   เกิดท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี   ฯลฯ  แต่เราก็ไม่สามารถกำหนดสิ่งเหล่านี้ให้ตัวเราเองได้   "เขา"  เป็นผู้กำหนดไว้ให้เราตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตเราแล้ว

นวนิยายชีวิตของเรานี้   เราไม่ได้เป็นผู้เขียนบทเองอย่างแน่นอนในตอนแรกๆ

เมื่่อตอนที่เราเกิด  เป็นจุดเริ่มต้นของนวนิยายเรื่องนี้   ซึ่งได้ถูกเขียนขึ้นมาทีละตอน  เป็นช่วงๆ   ไม่ได้เขียนไว้จนจบทั้งเล่มตั้งแต่แรก    นวนิยายชีวิต   จะถูกเขียนขึ้นมาทีละตอน  และปล่อยให้เรื่องราวดำเนินต่อไปเรื่อยๆ  โดยที่เรามีทางเลือกเสมอ   ว่าจะให้ "เขา"  เขียนตอนต่อไปให้เราเป็นอย่างไร   นับตั้งแต่วันที่เราจำความได้  และคิดได้  เราจะมีส่วนร่วมกับ "เขา"  ในการเขียนนวนิยายตอนต่อไปให้กับชีวิตเรา


"เขา" คือ ผู้เขียนบทนวนิยายชีวิตให้เรา นั่่นคือ   "เขา" ลิขิตชีวิตให้เรา

"เขา"  เพียงคนเดียวเท่านั้น  ที่เป็นผู้เขียนบทชีวิตให้เรา   เพียงแต่ เรา  มีส่วนร่วมอยู่บ้าง ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์  คงประมาณได้สัก 5%  ที่เรามีส่วนร่วมในการลิขิตชีวิตของเรา  ในส่วน 5% นี้  คือ  การตัดสินใจทำอะไร ของเรา นั่นเอง

"เขา"  มีข้อเสนอ มีทางเลือกมาให้เรา   การที่เราตัดสินใจเลือก   ทำให้ "เขา"  นำข้อมูลจากการตัดสินใจของเรานี้  ไปเขียนบทชีวิตให้เราต่อ    ว่าเราต้องไปเจอะเจอกับเหตุการณ์อะไรในชีวิตอีก  จะโชคดีหรือโชคร้าย  จะสุข  หรือจะทุกข์   "เขา"  จะเขียนให้เราไปเรื่อยๆจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเรา


อยากมีส่วนร่วมในการลิขิตชีวิตไหม

เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ  ยังจำความไม่ได้  ยังคิดไม่เป็น   "เขา"  จะเป็นคนลิขิตชีวิตให้ล้วนๆในตอนนั้น  ต่อมา เมื่อเริ่มคิดเป็นแล้ว  "เขา"  จะให้โอกาสเรามีส่วนร่วมในการลิขิตชีวิต   แต่ไม่ทั้งหมด  เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น    จนกว่าเราอาจจะเป็นอัลไซเมอร์  หรือ เสียสติ  หรือ หลง  เราก็จะสูญเสียการมีส่วนร่วมในการลิขิตชีวิต  "เขา" จะทำหน้าที่เขียนบทชีวิตเราไปเพียงลำพัง   โดยที่เราจะไม่มีส่วนร่วมอีกจนถึงวันตาย

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา   เราย่อมมีทางเลือกเสมอ    ถ้าเรามีโอกาสโกง  เราจะโกงไหม   ถ้าเรามีโอกาสเจ้าชู้  เราจะเจ้าชู้ไหม   ถ้าเรามีโอกาสจะช่วยเหลือผู้อื่น  เราจะช่วยเหลือไหม  ฯลฯ   สิ่งเหล่านี้  ได้ถูกบันทึกไว้ในจิตไร้สำนึกของเราเสมอ   แล้ว "เขา"  ก็เอาข้อมูลเหล่านี้  ไปเขียนบทชีวิตให้เรา  กำหนดความเป็นไปของเรา ในช่วงเวลาต่อไป

"เขา"  ผู้เขียนบท  ผู้กำหนดชีวิต  เป็นผู้ฉลาดปราชญ์เปรื่องเป็นเลิศ   เป็นผู้ทรงความยุติธรรมเป็นที่สุด  "เขา"  บอกว่า ทุกคนย่อมได้รับในสิ่งที่ตนสมควรได้รับเสมอ   ไม่มีใครเลยที่จะได้รับความไม่ยุติธรรมจาก "เขา"      เพราะเราทุกคนต่างก็มีโอกาส  จะให้ "เขา" เขียนบทชีวิตดีๆให้เราได้   ด้วยการเลือกทำในสิ่งที่จะให้ผลดีแก่เรา

สิ่งที่จะให้ผลดี  ทำให้ "เขา"  เขียนบทชีวิตให้เราเจอแต่สิ่งดีๆ  คือ   เราควรมีเมตตา   ปรารถนาจะให้ผู้อื่นมีความสุข  ถ้าเรามีใจเมตตา   "เขา"  ก็จะกำหนดให้เราเกิดมาและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนรักใคร่ใยดี  สมหวังในความรัก

เราควรมีใจเอื้อเฟื้อ  แบ่งปัน  สิ่งที่เรามี  แบ่งให้คนที่ขาดแคลนบ้าง   ถ้าเราเป็นคนใจดี  รู้จักแบ่งปันส่วนของเราให้ผู้อื่น  "เขา"  ก็จะกำหนดให้เราเกิดมาเป็นคนมีโชคดีอยู่เสมอ   หาเงินได้ง่าย  มีทรัพย์สินเพิ่มพูน

ถ้าเราชอบแนะนำ ให้ความรู้แก่ผู้อื่น  "เขา"  ก็จะกำหนดให้เราเกิดมาเป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

ถ้าเรามักประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี  "เขา"  ก็จะกำหนดให้เราเกิดมารูปงาม   

สิ่่งที่จะให้ผลร้ายแก่ชีวิตของเรา   ที่ "เขา"  จะเขียนบทชีวิตให้เราเจอแต่อุปสรรค   โชคร้าย   อกหัก รักคุด  ล้มเหลว   ทุกข์ใจ   เดือดร้อน ถูกทำร้าย ฯลฯ

ถ้าเรามีอคติกับผู้อื่น  ชอบยุยงส่งเสริมให้เกิดการแตกความสามัคคี  ชอบใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น  ชอบประจานให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย  หรือถูกประนาม  ฯลฯ   "เขา"  ที่นั่งบันทึกข้อมูลเหล่านี้อยู่ในจิตไร้สำนึกของเรา  ก็จะเขียนบทชีวิตให้เราถูกใส่ร้าย   อกหัก ผิดหวัง  อับโชค

ถ้าเราเป็นคนก้าวร้าว  ทารุณ โหดร้าย ชอบทำร้ายร่างกายหรือจิตใจผู้อื่น "เขา"  ก็จะเขียนบทให้เราเป็นคนขี้โรค  หรือมีอุบัติเหตุ  หรือพิการ   หรืออายุสั้น

ถ้าเราเป็นคนโลภ  หรือ  โกง  "เขา"  ก็จะเขียนบทชีวิตให้เราเป็นคนอัตคัดขัดสน  ทำมาหากินไม่ขึ้น  ชีวิตมีอุปสรรคทางการเงินเสมอ

ถ้าเราเป็นคนอิจฉาริษยา  ไม่ชอบเห็นใครได้ดีมีความสุข  "เขา"  ก็จะเขียนบทชีวิตให้เราเกิดมาต่ำต้อยน้อยหน้า   ไม่มีวาสนา

เหล่านี้้ เป็นต้น


ทำไม  คนบางคน  ทำชั่ว แต่ยังได้ดี

เราไม่รู้ว่า ในอดีตชาติก่อนที่เขาจะมาเกิดในชาตินี้ เขาทำความดีอะไรมาบ้าง กับใครบ้าง  ดังนั้น ความสัมพันธ์ที่มีมาแต่เดิม ทำให้เขาได้มาเกิดเป็นพ่อลูกกัน หรือเป็นเพื่อนรักกัน  หรือมีความสัมพันธ์กัน ได้มีส่วนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน   เมื่อเพื่อนได้ดี  เพื่อนย่อมดึงเขาให้ดีตามไปด้วย  

หรือเขาอาจได้ดีด้วยตนเอง  เพราะเขาเคยสะสมความดีในเรื่องนั้นๆมาแต่อดึตชาติแล้ว

แต่สิ่งไม่ดีที่เขาทำในชีวิตนี้  เราอาจยังไม่ได้เห็น  เพราะกุศลในอดีตชาตินั้นใหญ่มาก   ยังใช้บุญกุศลของเดิมไม่หมด   ทำให้  "เขา"  ต้องเลื่อนการเขียนบทรับทุกข์น้ันออกไปอีก   เพราะบทบาทเดิมที่ดี ยังส่งผลอยู่

การเลื่่อนเวลาการชดใช้กรรมออกไป  จะทำให้เกิดดอกเบี้ย   ยิ่่งเนินนานไป   กรรมที่จะตามสนองยิ่งมีปริมาณมากขึ้นตามเวลาที่ยาวนานออกไปด้วย

มีเรื่องเล่ากันเปรียบเทียบเล่นๆ   แต่ได้สาระ ว่า    ณ ยมโลก  นายดำได้ถูกตัดสินให้ไปเกิดเป็นไก่  ออกไข่ให้นายขาวเอาไปกิน  และเอาเนื้อไปทำอาหาร  เนื่องจากนายดำเคยเป็นหนี้นายขาวอยู่ 100 บาท แล้วตายไปก่อน ยังไม่ทันได้ใช้หนี้    จึงต้องไปเกิดเป็นไก่ 10 ชาติ เพื่อออกไข่ใช้หนี้ให้แก่นายขาว

นายแดงได้ถูกตัดสินให้ไปเกิดเป็นควาย  ไถนา รับใช้นายเขียว โดยไม่ได้รับค่าจ้าง  และเอาเนื้อไปเป็นอาหาร เนื่องจากนายแดงเคยเป็นหนี้นายเขียวอยู่ 1000 บาท แล้วตายไปก่อน ยังไม่ทันได้ใช้หนี้  จึงต้องไปเกิดเป็นควาย 10  ชาติ ทำงานใช้หนี้ให้นายเขียว

นายโหน่งได้ถูกตัดสินให้ไปเกิดเป็นพ่อของนายหนุ่ย  เนื่องจากนายโหน่งเคยเป็นหนี้นายหนุ่ยอยู่ 10000 บาท แล้วตายไปก่อน ยังไม่ทันได้ใช้หนี้  ต้องไปเกิดเป็นพ่อที่ทำงานหนัก  อาบเหงือต่างน้ำ  หาเงินมาได้เท่าไร  นายหนุ่ยก็ล้างผลาญ   มีแต่เรื่องเสียเงินเสียทอง  หมดไปกับลูกล้างลูกผลาญคนนี้  เพราะมีหนี้เวรกันมา

ถึงตอนนี้แล้ว  คงรู้แล้วสิครับ ว่า "เขา"  คนนั้น  คนที่เขียนบทชีวิตให้เราคือใคร    บางคนอาจจะเรียกว่า "พระเจ้า"  ผู้มีพระเนตรทิพย์  เป็นผู้กำหนดชีวิตเราให้เป็นไปต่างๆนานา    บางคนอาจเรียกว่า "กรรม"  เป็นผู้ลิขิตชีวิตเรา   บางคนอาจเรียกว่า "พรหม"  ลิขิต   บางคนอาจเรียกว่า  "โชคชะตา"  บางคนอาจเรียกว่า "ฟ้าดิน" กำหนด  บางคนอาจเรียกว่า "สวรรค์"  มีตา   หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่   แต่สิ่งนั้น  คือ  "เขา"  ผู้ที่เก็บบันทึกข้อมูลของการกระทำของเราอยู่ตลอดเวลานั้น  มีอยู่จริง   และ  มีอำนาจจริง   อำนาจ ที่ไม่มีใครต้านทานได้เลยแม้แต่คนเดียว   และ  "เขา"  ให้ความยุติธรรมแก่เราทุกคน     โดยที่เราเอง มีโอกาส  ร่วม เขียนบท กำหนดชีวิตเราเองได้ด้วย  จากการเลือกทำอะไร  หรือเลือกที่จะไม่ทำอะไร   ซึ่งจะเป็นผลต่อชีวิตเราทั้งนั้น

ยินดีต้อนรับทุกความคิดเห็นนะครับ

-------------------------------------------------------------



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 51
apooh วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
What is hide in  life reveal by Death (หนังสักเรื่องที่กำลังจาเข้าฉาย)

ใช่ กรรมเป็นผลของการกระทำและ การกระทำไปกำหนดกรรมป่าวคะ ??
ความคิดเห็นที่ 50
pimahn วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 12.55 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

แม่หมี

คงจะจริงนะครับ พระเจ้ากำหนดชีวิตให้เรา
โดยดูเงื่อนไขจากการกระทำของเรา ถ้าเราเลือกทำดี พระเจ้าก็ให้รางวัลชีวิต
ถ้าเราเลือกทำไม่ดี พระเจ้าก็คงลงโทษให้ชีวิตเป็นไปต่างๆนานา
ความคิดเห็นที่ 49
แม่หมี วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

พระเจ้าเป็นคนกำหนด แต่ให้ทางเลือกแก่เรา ในหนทางที่เราจะเลือกว่าเราจะเดินทางใด และเมื่อเราเลือกเดินทางนั้นก็จะส่งผลนั้นกลับมา ซึ่งนั่นก็คือการกระทำนี่เอง
ความคิดเห็นที่ 48
pimahn วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 17.33 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณพระจันทร์ sasithorn

ผู้ลิขิตชีวิตเราตอนเกิด ก็คือกรรม
ต่อมาเมื่อเรามีความคิดความอ่านแล้ว เราร่วมลิขิตชีวิตเรา
ด้วยการกระทำของเราเอง ด้วยการตัดสินใจของเราเอง
เหตุ และ ปัจจัยแวดล้อม กรรม เป็นผู้ลิขิตไว้ให้เสมอ
ความคิดเห็นที่ 47
พระจันทร์ วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

คำตอบของพระจันทร์อยู่ในหัวข้อคำถาที่แล้วค่ะ
สำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติม...
คำตอบขึ้นกับกาลเวลา....
ณ ยามต้นของชีวิต
ณ ยามกลางของชีวิต
ณ ยามบั้นปลายของชีวิต
ผู้มีอำนาจผู้ลิขิต...แตกต่าง...
...ตามเหตุ... ปัจจัย...เงื่อนไข...

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 46
pimahn วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 01.00 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

น้องแอนน์ astranger
เรากำหนดชีวิตเราได้ส่วนหนึ่ง เฉพาะในส่วนที่เรามีทางเลือก
และอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของเรา
ส่วนอื่นๆที่อยู่นอกเหนืออำนาจการตัดสินใจของเรานั้น
เราคงกำหนดเองไม่ได้หรอกครับ

คุณ TheQueenofNostalgia - saisoi
พระเจ้าสร้างโลกอย่างมีเหตุผลที่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีความสัมพันธ์กันหมด
ความคิดเห็นที่ 45
@stranger วันที่ : 13/01/2008 เวลา : 15.57 น.
http://www.oknation.net/blog/astranger

ยังมีความเชื่อว่า เราเป็นผู้กำหนดชีวิตเราอยู่ค่ะ แต่การที่เราเกิดมา รูปร่าง หน้าตา ครอบครัวต่างกัน น่าจะมีจากการกระทำของเราจากอดีตก่อนๆ

แต่อ่านแล้วนึกถึงเพลงของเจิน เจินค่ะ 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะชนะ
ความคิดเห็นที่ 44
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/01/2008 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
…it bugs me when people try to analyze jazz as an intellectual theorem. It’s not. It’s feeling.~ Bill Evans

พระเจ้าไม่ได้สร้างโลกด้วยการทอยลูกเต๋า
รวมทั้งความเป็นไปของมนุษย์ด้วยใช่มั้ยคะ
Everything happens for a reason.
ความคิดเห็นที่ 43
pimahn วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 06.03 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณปลิวลม pliewlom

เหรอครับ
Beowulf คือผู้ลิขิตชีวิตของคุณปลิวลมหรือครับ
แล้วหน้าตาคุณปลิวลมเหมือน Beowulf ด้วยไหมครับ

รู้น่า ว่าล้อเล่น
ก็ล้อกลับซิ !
ความคิดเห็นที่ 42
ปลิวลม วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 02.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom


เขาคือผู้กำหนดชีวิต
ความคิดเห็นที่ 41
pimahn วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 01.09 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

น้องหนอนน้อย stayingalive
สรุปไปแล้วครับผม
การกระทำของเรา มีผลต่อชีวิตและโชควาสนาของเรา
การกระทำทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ต่างมีผลต่อชีวิตเรา
คำว่า การกระทำ ก็คือกรรม
การกระทำในอดีต ก็คือ กรรมเก่า
การกระทำดี ก็คือ กรรมดี ย่อมส่งผลดี
การกระทำไม่ดี ก็คือ กรรมไม่ดี ย่อมส่งผลไม่ดี
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ในความเชื่อทางคริสตศาสนา อาจเรียกว่าพระเจ้า
พระเจ้าลิขิตชีวิตเรา แต่น่าแปลกใจไหม
ทำไมพระเจ้าไม่ให้ทุกคนโชคดีเหมือนกันหมด
ก็เพราะแต่ละคน ทำดีมาไม่เท่ากันไง
ใครทำดีมากกว่า ก็ได้รับสิ่งดีๆในชีวิตมากกว่า
ใครทำไม่ดี ก็ได้รับความเดือดร้อนลำบาก เพราะพระเจ้าลงโทษ

คุณ thesaint
ความตายในทัศนะของผม มีสองประเด็นครับ
ประเด็นที่หนึ่ง คือ ความตายของเรา
ประเด็นที่สอง คือ ความตายของคนที่เรารัก
อยากอ่านประเด็นไหนครับ

คุณ patijjachon
ใช่ครับ เขา คือ ธรรมชาติ
กฏของธรรมชาติ เป็นกฏที่ศักดิ์สิทธิ์ และแน่นอนเสมอ
ถูกต้องครับ ชีวิตเราเผชิญอยู่สองส่วน
คือส่วนที่อยู่ในอำนาจการควบคุมของเราได้
และส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุมของเรา
เห็นด้วยครับ

ดร. สิระ ToeflThailand
คงเป็นไปได้แต่เฉพาะมีสำเร็จญาณ มีอภิญญาแล้วเท่านั้น
ที่จะรู้ตอนจบของชีวิตล่่วงหน้า
และผู้ที่ปฏิบัติธรรมได้ถึงระดับนั้น ท่านก็ทำใจได้แล้วครับ
ยอมรับชะตากรรมโดยสดุดี ไม่ดิ้นรนหลีกหนีหรอกครับ
แม้แต่พระโมคคัลลานะ ที่มีฤทธิ์เหาะได้ ยังไม่หนีกรรมเลยครับ

คุณ พิมพ์ระพัฒน์ wacharee
ครับผม ชีวิต เปรียบไป คล้ายนิยาย ที่มีเราเป็นตัวเอกของเรื่อง
ความคิดเห็นที่ 40
stayingalive วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 00.23 น.
http://www.oknation.net/blog/stayingalive

สรุปได้ยังคะว่า " เขา " น่ะคือใคร
ความคิดเห็นที่ 39
thesaint วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----การใส่สายยางในจมูกดูเลวร้าย .....แต่การดึงออกมันทำให้ผมแทบบ้า ----

----ผมเข้าไปยังเอ็นทรี้ที่คุณพูดถึงแล้วครับ และเรียนรู้ที่จะยอมรับกับความตาย คราวนี้ผมจะมารอคุณถ่ายทอดแล้วล่ะครับ ว่าความตายในทัฒนะคุณ มันจะโรแมนติค หรือแฝงปรัชญาไว้ได้แค่ไหน ... เสร็จแล้วรบกวน มาตามผมด้วยนะครับ จะรีบมาทันทีครับ ----
ความคิดเห็นที่ 38
patijjachon วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 23.03 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เขาคือกฎแห่งธรรมชาติ
... ผมชอบใช้ชีวิตง่าย ๆ อย่างนี้ครับ

ไม่ว่าผมจะทำ หรือแก้ปัญหาใด ๆ ในโลก ... ผมเห็นว่ามีอยู่แค่ ๒ ส่วนเท่านั้นจริง ๆ คือ

ส่วนที่ผมทำได้เอง และส่วนที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

ส่วนที่ผมทำได้เอง ผมตั้งใจทำให้ดีที่สุด (รวมถึงส่วนที่อาจไปเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกด้วย)

ส่วนที่เหลือซึ่งผมควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือธรรมชาติใด ๆ (อาจหมายถึง เขา ในที่นี้ก็ได้) ผมไม่ไปทุกข์ใจกับมัน เพราะทำอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

เท่านี้ ชีวิตที่เหลือ ก็ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน
ความคิดเห็นที่ 37
ToeflThailand วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 20.16 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

ความคิดเห็นที่ 3
pimahn วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
ip : 217.249.225.86
ขอให้คนที่อยากไปศึกษาต่อ และมีคุณสมบัติครบถ้วน
ได้มาอ่านบล๊อกนี้นะครับ
=================

ขอบคุณครับ

แล้วท่าเราสามารถเห็นตอนจบของชีวิตก่อนเหมือนวิธีดำเนินเรื่อง
ในภาพยนต์สมัยใหม่หลายเรื่อง

แล้วเรายังให้ฟ้ากำหนดหรือเราจะเป็นผู้ดิ้นรน หรือเซ็งไปเลย
กับชีวิตก็ไม่รู้นะครับ

ขอบคุณที่มาเยือนอีกครั้งครับ :)

==========================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL , ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com
ความคิดเห็นที่ 36
พิมพ์ระพัฒน์ วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/wacharee

ชีวิต คือ นวนิยาย
ถ้าจะเปรียบชีวิตเรา เป็นเหมือนนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยเริ่มเรื่องจากตอนที่เราเกิด และจบเรื่องตอนที่เราตาย
ความคิดเห็นที่ 35
pimahn วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 19.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ thesaint
ครับผม
ก้มหน้ารับกรรมที่ทำก่อนนั้น
มิเคยนึกหวั่นต่อกรรมที่ตามสนอง
เพราะกรรม ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม
ทุกคนย่อมได้รับ สิ่งที่ตนสมควรได้รับเสมอ
กรรมนั้นมีอำนาจ เกินกว่าจะต้านทานแรงกรรมวิบากได้
ถ้าคุณ thesaint อยากให้ผมเขียนเล่าเรื่องความตาย
ผมจะเขียนให้ บอกมาละกัน ดูซิว่า ความตายนั้นหอมหวานขนาดไหน
อย่างที่คุณต้องการอ่านหรือเปล่า ผมจะเขียนให้นะ
เคยอ่านเรื่อง "กลัวอะไรกับความตาย" แล้วหรือยังครับ
http://www.oknation.net/blog/chedtha2/2007/11/20/entry-1

คุณ เป๊บซี่ Pepsi8
ถ้าชิวิต คือ นิยาย แล้วอะไร คือ นิทาน
ล้อเล่น แต่จะตอบจริงนะครับ
ที่เปรียบว่า ชีวิต คือ นิยาย ก็เพราะ นิยายมีคนแต่ง
กำหนดตัวละครในเรื่อง การดำเนินเรื่อง ความเป็นไปของตัวละครแต่ละตัว
และจุดจบของตัวละครเอกของเรื่อง
ผมก็มานึกถึงความเป็นไปของชีวิตเรา แต่ละวันที่ผ่านไป
ต้องเจอะ ต้องเจออะไรบ้าง ที่เราต้องรับมือ ต้องเผชิญ
ผมก็มาคิดว่า ใครหนอ เขียนบทชีวิตให้เรา
ก็เลยเปรียบกับ นิยายน่ะครับ ขึ้นอยู่กับคนแต่ง ว่าเขาจะให้ตัวเอกของเรื่อง
ทำอะไรบ้าง มีเส้นทางชีวิตอย่างไรบ้าง
ส่วนนิทาน มักเป็นเรื่องสอนใจ ไม่ใช่การสะท้อนเรื่องราวชีวิตของคนใดคนหนึ่ง
นิทานเป็นเรื่องสมมุติที่ไม่เหมือนชีวิตจริง
ก็รู้ครับ ว่าล้อเล่น

คุณ Pimshanok - SoulmateAndDestiny
ดีใจที่ได้ข้อคิดอะไรเยอะแยะ
คนเขียนก็ได้คิดเองด้วยครับ

ดร. สิระ ToeflThailand
จริงครับอาจารย์ ทั้งตัวเราเอง และฟ้าลิขิต ต่างก็มีส่วนกำหนดชะตาชีวิตเรา
ในส่วนที่เรามีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตนเอง เราลิขิตเอง
แต่ส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจการตัดสินใจของเรา ฟ้าลิขิตให้ครับ

คุณ สุดเขตเวชกุล soodkhet
ผมก็ไปทางเดียวกับท่านอยู่แล้วครับ สนใจธรรมะเหมือนกัน
ก็เลยมีความคิดเห็นคล้ายๆกัน

คุณ trimoorati
ชอบที่สุดเลย เม้นต์นี้ "เราเป็นผู้ทำ กรรมเป็นผู้ลิขิต"
ขอให้มีความสุขทุกวันเช่นกันครับ

คุณวัชรากร watcharakorn
ครับผม ยืนยันความคิดตัวเองได้ครับ รับฟังเสมอ
แต่.. ความจริงก็คือความจริงครับ สัจธรรมคือสัจธรรม ความจริงที่เลี่ยงไม่ได้
หนุ่มร่างเตี้ย 155 ซม. อยากเป็นหนุ่มร่างสูงสง่า 180 ซม. ทำได้ไหมครับ
ผมเห็นผู้ชายหลายคนที่อยากสูง ต่อให้ผ่าตัดต่อกระดูกได้ คงได้ไม่เกิน 10 ซม.
เราตัดสินใจทุกอย่างเองได้จริงๆหรือ
ถ้าเรารักใครสักคน อยากแต่งงานกับเขา แต่เขาไม่เอาเรา
เราคงไม่ได้แต่งงานกับเขาหรอก นี่ไง ส่วนที่เราตัดสินใจเองไม่ได้

คุณผาดำ comsonkla
ไม่เข้าใจความคิดเห็นคุณครับ
อะไรเกิดครับ ชีวิตเกิดหรือครับ
ดัดจริต แปลว่าอะไรครับ คำนี้ผมไม่ค่อยได้ใช้
แปลว่า เสแสร้งแกล้งทำหรือเปล่า ไม่ทำตรงไปตรงมาหรือเปล่า
แล้วผลทำให้เกิด... เกิดชีวิต เกิดกรรม หรือเกิดอะไร งง....

คุณ ก้อนหินรำพัน LOSTGEO
คิดเหมือนกันครับ
คนเราทำอย่างไร ย่อมได้ผลเช่นนั้นครับ จริงแท้แน่นอน

คุณ ญิบพันจันทร์ yipphanchan
ยินดีเสมอครับ

คุณ น้ำอมฤต suthathip
คิดเหมือนคุณนะครับ
ทั้งเรา และ โชคชะตา ช่วยกันกำหนด
แต่ส่วนใหญ่ก็คือตัวเราเองกำหนด ผ่านการกระทำของเราเอง
ที่เรียกว่า กรรม ทั้งกรรมดี กรรมชั่ว
ทั้งที่่ทำแล้ว ที่กำลังทำอยู่ และที่จะทำต่อไป
ทั้งที่ตั้งใจ และ ที่ไม่ตั้งใจ เป็นกรรมของเราหมดเลย

น้องพร SingMueSai
ใช่เลย การกระทำของเราทุกอย่าง เป็นตัวชี้โชคชะตาวาสนาของเราเอง
ที่เรียกว่า กรรมลิขิต
ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว แน่นอนเสมอ
และชะตากรรมย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ใช่เลยครับ
ถ้าเราหมั่นทำดี ชะตาชีวิตจะเปลี่ยนแปลง
การมีทัศนคติที่ดี การมีใจสงบร่มเย็น กรรมเก่าจะไม่ทำร้ายเราได้

คุณ กระเจี๊ยบ JinjokJiap
แม่นแล้ว คุณกระเจี๊ยบ เที่ยงแท้แน่นอน
คนเรามีกรรมเป็นแดนเกิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ุ
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
มีกรรมเป็นผู้ให้ผล
มีกรรมเป็นผู้ติดตาม
คนเราทำกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลกรรมเสมอ
ประดุจดังล้อเกวียนที่หมุนตามรอยเท้าโค

คุณ คนช่างเล่า nukpan
ผมก็เชื่อครับท่านพี่
กรรมลิขิตจริงๆ ผลจากการกระทำของเรา ในทุกภพทุกชาติ

คุณ ญาธร yathorn
ประเพณี วัฒนธรรม คำสั่งสอน วิถีชีวิต ค่านิยมในสังคม ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงทางเลือก ที่เราตัดสินใจเองได้
ว่าจะเชื่อ หรือจะปฏิบัติตามหรือไม่
ตัวตนของเรา กำหนดชีวิตเราได้ ด้วยการกระทำของเราเองครับผม
และการกระทำ ก็คือ กรรม
ที่ทำไปแล้ว คือ กรรมเก่า
ซึ่งยังส่งผลต่อชีวิตเราเสมอ
ความคิดเห็นที่ 34
thesaint วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----การใส่สายยางในจมูกดูเลวร้าย .....แต่การดึงออกมันทำให้ผมแทบบ้า ----

---อ่านจากสิ่งที่คุณถ่ายทอดครับ ผมนึกถึงเพลงนี้ครับ " กรรม" ก้มหน้ารับกรรมที่ทำก่อนนั้น มิเคยนึกหวั่น ต่อกรรมที่ตามสนอง ของ " ร๊อคเคสต้า " น่ะครับ.... ผมนึกภาพไม่ออกนะครับ ว่าถ้าเล่าเรื่องถึงความตาย คุณจะถ่ายทอดออกมาได้หอมหวานขนาดไหน ----
ความคิดเห็นที่ 33
เป๊ปซี่ วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ถ้า "ชีวิต" คือ...นวนิยาย...

แล้วอะไรคือ "นิทาน" ล่ะครับ.....

ล้อเล่นนะครับ......
ความคิดเห็นที่ 32
Pimshanok วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 16.02 น.
http://www.oknation.net/blog/SoulmateAndDestiny
"I believe in and have faith in Destiny"

อ่านแล้วได้ข้อคิดอะไรอีกเยอะเลยค่ะ

แวะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมเยียน

Au
ความคิดเห็นที่ 31
ToeflThailand วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 12.11 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

ความคิดเห็นที่ 2
pimahn วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 00.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
ตอนนี้ยังไม่เห็นใครมีคุณสมบัติเลย
http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/01/08/entry-1
คิดว่า เราคิดคล้ายๆกันนะครับ
=======

คุณ Pimahn,
555 เรื่องทุนหรือเรื่องความรักครับ
สำหรับเรื่องฟ้าลิขิตหรือเราเป็นผู้ำกำหนดนั้นเป็นเรื่องที่
ได้มีการ debate กันนับครั้งไม่ถ้วนแล้วและมักจะไม่
ได้คำตอบที่ absolute

ส่วนตัวของผมคิดว่าทั้ง 2 ส่วนเป็นองค์ประกอบซึ่งกันและ
กันนะครับ ฟ้าลิขิตเป็นส่วนที่เราทำอะไรเพิ่มเติมไ่ม่ได้
ส่วนที่เรากำหนดเราสามารถทำได้มาก

ด้วย logic นี้ผมจึงว่าเราควรจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับ
ส่วนที่เราสามารถกำหนดได้ จริงไหมครับคุณ Pimahn

แล้วคุยกันใหม่ครับ :)

==========================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL , ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com
ความคิดเห็นที่ 30
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 11.18 น.
http://www.oknation.net/blog/soodkhet

เห็นด้วยที่ได้ตอบคุณมนต์อักษรา
ในข้อ 6
ความคิดเห็นที่ 29
trmoorati วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/trimoorati
ทุกเวลาและนาทีชีวิตต้องดำเนินต่อไป   ชีวิตที่หยุดนิ่งคือความตาย แต่ชีวิตที่ทำงานและเข้าใจชีวิตคือความสงบ   http://www.oknation.net/blog/real-ohm  http://www.oknation.net/blog/trimoorati  http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind


เราเป็นผู้ทำ กรรมเป็นผู้ลิขิต

ขอให้มีความสุขทุกวันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 28
วัชรากร วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

ดิฉันยังยืนยันนะคะว่าเราคือคนเขียนบทชีวิตเราเอง
เพียงแต่ว่าจะเลือกหรือไม่ก็สุดแต่ใจเรานะคะ
ไม่ว่าจะรูปร่างผิวพรรณ ที่คุณว่าหรือแม้แต่เพศ
เรายังกำหนดได้ด้วยตัวเองเลย ... ลองดูอย่างคนที่เขาไม่พอใจในเพศตัวเองฏ้เธอหรือเขาก็ผ่าตัดแปลงเพศ
แล้วรูปร่างหน้าตาจะเหลือหรือ..จริงมั้ย
เพียงแต่เราเลือกที่จะคงอยู่ตามความเป็นจริงของเราที่มีมาอย่างนั้นเอง
ส่วนเรื่องความดีความชั่วก็อยู่ที่การกระทำของเราอีกนั่นแหละ
เพราะกรรมมันคือการกระทำ
ผลของกรรมก็คือผลของการกระทำนั่นเอง
เพราะฉะนั้นดิฉันถึงยังยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมอยู่ที่การตัดสินใจของเราเองค่ะ
ความคิดเห็นที่ 27
ผาดำ วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 09.38 น.
http://www.oknation.net/blog/comsongkla

เกิดเพราะความดัจจริตของมนุษย์แท้ๆ
ความคิดเห็นที่ 26
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 09.22 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO

"กรรม" เกิดจากการกระทำของแต่ละคนใช่ใหมครับ...

โดยส่วนตัวผมไม่มีทัศนคติที่ชัดเจนอยู่เรื่องนี้นัก

อาจเพราะยังไม่เคยพบเจอภาพจริงที่สะท้อน "กฏแห่งกรรม"

แต่ถึงอย่างไรผมก็เชื่อว่าคนเราทำอย่างไร...ก็จะได้รับผลแบบนั้นแน่นอน...ไม่ช้าก็เร็ว

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 25
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 08.59 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ขอขอบคุณแทนคุณสมบุญด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 24
น้ำอมฤต วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 07.36 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

มาอ่านแล้วนะคะ น่าสนใจดี

อย่างไรแล้วก็ยังยืนยันคำตอบเดิมคือ ทั้งชะตา และตัวเราช่วยกันกำหนด แต่ส่วนใหญ่ก็คือตัวเราเองต่างหากที่เป็นตัวกำหนดที่สำคัญที่สุด

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 07.19 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
....อัพเดทจบแล้วค่ะ สุดยอดแห่งความประทับใจ รวมน้ำใจปลูกป่าชายเลน......

พรเห็นด้วยค่ะ การกระทำของเราเป็นตัวกำหนดตัวเรา
เพราะการกระทำทุกอย่างคือกรรมนั่นเอง
ทั้งกรรมดีกรรมชั่ว ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว

คนเราอยู่เหนือดวง เหนือชะตาชีวิตได้
ก็เพราะการกระทำของเราอีกนั่นเอง
คือชาติที่แล้วเราอาจทำกรรมไม่ดีไว้เยอะ
แต่ยังมีกรรมดีอยู่ จึงได้เกิดมาเป็นมนุษย์
แต่อาจเกิดมาลำบาก ยากจน
้เราสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของเอง
ให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้
ด้วยการสร้างแต่กรรมดี

สรุปจะดีจะชั่ว
อยู่ที่การกระทำของเราเป็นคนกำหนดนั่นเองค่ะ



ความคิดเห็นที่ 22
กระเจี๊ยบ วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 06.15 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

คนเรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นผู้ติดตาม

มาอ่านเรื่องราวของ "ชีวิต" ก่อนที่จะเข้านอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
คนช่างเล่า วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 05.21 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


ขอบคุณที่แวะไปเยื่อน ครับทุกๆคนมีกรรม เวรกรรมลิขิตจริง เรื่องนี้ผมเชื่อ และเชื่อมากเลย จึงทำบุญครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ญาธร วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 04.26 น.
http://www.oknation.net/blog/yathorn

ถึงบางคราวอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะเข้ามากำหนดชีวิตของเราบ้าง อาจจะเป็นกรอบ ครรลอง ประเพณี วัฒนธรรม ต่างๆ หรือแม้กระทั่งคำสั่งสอน

แต่ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งนะครับว่า สิ่งที่กำหนดชีวิตได้ นั่นคือตัวตนของเรานั่นแหละ.. ของจริงล่ะ

ขอบคุณครับที่ไปเยือนยามดึก หรือยามเช้าก็ไม่แน่ใจ

ความคิดเห็นที่ 19
pimahn วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 03.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ มนต์อักษรา monauksara

ผมมีคำถามเพิ่มเติมนะครับ ช่วยให้ความกระจ่างด้วยครับ

1. ถ้า ความรู้สึก คือ ผู้กำหนดชีวิต และเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของคน ตามที่คุณบอก
และที่คุณยกตัวอย่างมาว่า ความรู้สึกรักทำให้เกิดความอยากแต่งงาน
กรรมจึงเกิดจากความรู้สึก ไม่ใช่จากความคิด
แล้วถ้าคนที่รู้สึกรักและอยากแต่งงานกับเขา แต่เขาไม่แต่งงานด้วย
ความรู้สึกนี้ยังกำหนดชีวิตให้คนๆนั้นได้อยู่อีกไหม
ชีวิตของเขาเป็นไปตามความรู้สึกรักต่อไปได้ไหม

2. คำว่าความรู้สึก คุณหมายถึง จิต หรือเปล่า
หรือหมายถึงความรู้สึกที่เราเข้าใจกันโดยทั่วไป เช่น
รู้สึกหนาว รู้สึกร้อน รู้สึกหิว รู้สึกอิ่ม
หรือคุณหมายถึงอารมณ์ เช่น อารมณ์รัก อารมณ์ใคร่ อารมณ์โกรธ
อารมณ์สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ดี อารมณ์ร้าย อารมณ์ร้อน อารมณ์เย็น
คำว่าความรู้สึกของคุณ หมายถึงอะไรครับ

3. ความรู้สึกนั้น มีเกิดดับได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา
คนที่มีสติ จะระงับอารมณ์และความรู้สึกได้เสมอ ไม่วู่วาม
เมื่อเกิดอารมณ์ไม่พอใจหรือโกรธ การแสดงออกของเขาคือ ลุกขึ้นเดินจากไป
ไม่ได้ก่อกรรมทำเข็ญอะไรแม้ในยามที่มีอารมณ์โกรธ ไม่ด่าใครเลย
เพราะมีสติควบคุมดี อย่างนี้ เกิดกรรมอะไรด้วยหรือ

4. ถ้าคำว่า เราคือผู้ลิขิต ย่อมหมายความว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตเรา
เรากำหนดได้เองโดยลำพังทั้งหมด เป็นได้ดังใจเราปรารถนาทั้งหมดสิครับ
ถ้าพลังกรรมเก่าคอยบังคับฉุดดึงให้เรามีวิถีชีวิตไปตามที่เจ้ากรรมนายเวรต้องการ
ตรงนี้ จะขัดแย้งกับคำว่า เราคือผู้ลิขิตนะครับ
ถ้าพลังกรรมเก่ามีผลต่อชีวิตเรา กรรมก็เป็นผู้ลิขิต ใช่ไหมครับ
เราคงร่วมลิขิตชีวิตเราได้เพียงส่วนเดียวเท่านั้น แต่ไม่ทั้งหมด ใช่ไหมครับ

5. ถ้าเจ้ากรรมนายเวรสนองเราโดยใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือ แล้วกับคนที่มีสติ
เขามีการแสดงออกแตกต่างจากคนที่ขาดสติ เช่น คนที่โกรธและขาดสติ
อาจทำร้ายคู่กรณีจนถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนอีกคนหนึ่ง ก็โกรธเหมือนกัน แต่
มีพฤติกรรมไม่ก้าวร้าว ไม่ทำร้ายใคร ใช้วิธีเดินหนีไปเสีย ตัดความสัมพันธ์
เจ้ากรรมนายเวรจะสนองคนๆนี้ได้อย่างไรโดยผ่านความรู้สึกโกรธ
หรือ การลงมือกระทำต่างหาก ที่ก่อเวร ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

6. ในความคิดของผม ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลของกันและกัน
ถ้าเราไม่ได้เจตนาฆ่าคน แต่บังเอิญคนๆนั้นอยู่ๆก็วิ่งตัดหน้ารถ เหตุสุดวิสัย
รถเราเบรคไม่ทัน ก็ชนเขาตาย เรายังต้องรับผิดชอบอยู่ดี แม้ไม่ได้ตั้งใจฆ่าก็ตาม
อย่างนี้ ถือว่าเป็นกรรมหรือไม่ ที่เราต้องเสียเงินค่าทำศพ ค่าปรับ และ ติดคุกด้วย
ที่คุณบอกว่า ถ้ากระทำไปโดยไม่ตั้งใจ ก็ไม่ใช่กรรม
กรรม ในความหมายของคุณ คืออะไรครับ
กรรม ในความหมายของผม คือ การกระทำทุกอย่าง ทั้งดีและไม่ดี
ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ขึ้นชื่อว่าการกระทำแล้ว ก็เป็น กรรม ทั้งหมด

7. ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว ถูกต้องแล้วครับ
นี่คือ สัจธรรม ไม่ใช่การยึดมั่น ถือมั่นครับ
การยึดมั่น ถือมั่น เป็นเรื่องของการครอบครอง ว่าตัวเรา ของเขา
คำว่า ทางสายกลาง คือ ความพอดี
ไม่เกี่ยวกับ การยึดมั่น ถือมั่นครับ
ทางสายกลาง คือ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ทำแต่พอดี
เช่น คนขยัน ทำงานหนัก อดหลับอดนอน เป็นการทำลายสุขภาพตัวเอง
อย่างนี้เรียกว่า ทำมากไป ไม่พอดี ไม่ยึดทางสายกลาง
คำว่า ทางสายกลาง ไม่เกี่ยวกับเรื่องความดี ความชั่ว
เพราะ ความชั่ว ไม่มีทางสายกลางนะครับ ชั่วแต่พอดี ไม่มีนะครับ
ชั่วนิดหน่อย ก็ถือว่าชั่วแล้ว


คุณ Kati1789

สวัสดีครับ
ผมก็เชื่อเรื่องกรรมครับ
กรรม คือ การกระทำของเราทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี
ทั้งที่ทำแล้วในอดีต และที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน
และที่จะทำต่อไปในอนาคต ล้วนเป็นกรรมทั้งสิ้นครับ
ส่งผลต่อชีวิตเราเสมอ


คุณ เจ้านกน้อย Le-Petit-Prince

ครับ ขอให้ลิขิตชีวิตตัวเองได้ดังใจปรารถนานะครับ
เรามีทางเลือกเสมอ เรามีส่วนที่ตัดสินใจได้ด้วยตนเองเสมอ
เรากำหนดชะตาชีวิตเราได้ ด้วยการกระทำของเราเอง
และในการกระทำของเรานี้แหละ ที่เรียกว่า กรรม


คุณ Francesca

But it is in the night here. So I have to say "Good evening".


คุณ AnnieLove

เราเข้าใจตรงกันนะครับ
การกระทำของเราเอง ทำให้เราได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเสมอ
ใช่ครับ ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้นครับ
แวะไปกินไข่ต้มแล้วครับ จากบ่อน้ำร้อน ขอบคุณครับ
แล้วจะแวะไปอีกเรื่อยๆนะครับ