• pimahn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 14059
  • จำนวนผู้โหวต : 1170
  • ส่ง msg :
pimahn
ชีวิต คือ การเรียนรู้และใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน ด้วยการเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ด้วยสติด้วยปัญญา บางส่วนของชีวิตเรากำหนดได้ แต่บางส่วนนั้นเราต้องเผชิญแม้ว่าเราอาจไม่ชอบ หรือไม่ต้องการ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pimahn
วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน 2551
ธรรมะกับชีวิตประจำวัน - เรื่อง มาเป็นพรหมกันเถอะนะ
Posted by pimahn , ผู้อ่าน : 304 , 21:05:04 น.   | หมวดหมู่ : ธรรมะกับชีวิตประจำวัน  
พิมพ์หน้านี้


ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

เรื่อง

มาเป็นพรหมกันเถอะนะ



ใครๆก็มักพูดกันว่า  พระพรหมเป็นผู้สร้างโลก  "พรหมลิขิต"  บันดาลชีวิตให้เป็นไป  ถ้าใครอยากได้อะไร ต้องไปขอพรกับพระพรหมเสมอ  เพื่อจะให้ได้สมหวังดังใจปรารถนา  แล้วถ้าเรามาเป็นพรหมเสียเองเลย  จะดีไหมหนอ   เราจะได้สร้างโลกของเราเอง ลิขิตชีวิตของเราเองได้ด้วย  และอวยพรให้ใครๆสมปรารถนาได้ด้วย

การที่เราจะเป็นพรหมได้นั้น  เราต้องมีธรรมอย่างพรหม  ด้วยการมี พรหมวิหาร 4  ซึ่งเป็นธรรมประจำใจที่ทำให้เป็นพรหมหรือให้เสมอด้วยพรหม      ซึ่งหลักธรรมในการประพฤติตนให้เป็นพรหมมีดังนี้คือ:


พรหมวิหาร 4 (holy abidings; sublime states of mind)
ธรรมที่ต้องมีไว้เป็นหลักในใจและกำกับความประพฤติ เพื่อดำเนินชีวิตหมดจดงดงาม และปฏิบัติตนต่อมนุษย์สัตว์ทั้งหลายโดยชอบ  เป็นธรรมประจำใจที่ทำให้เป็นพรหมหรือให้เสมอด้วยพรหม

       พรหมวิหารธรรมทั้ง 4 นี้ เริ่มต้นจาก กัตตุกัมยตาฉันทะ คือ ความต้องการที่จะทำให้คนและสัตว์ทั้งหลายดีงามสมบูรณ์ปราศจากโทษข้อบกพร่อง เช่น อยากให้เขาประสบประโยชน์สุข พ้นจากทุกข์เป็นต้น  

       มีการข่มระงับกิเลส เช่น กามารมณ์   ความพยาบาท  ความหดหู่เศร้าซึม  ความฟุ้งซ่านวิตกกังวล และ ความระแวงสงสัย

       และสุดท้าย คือ มีสมาธิถึงขั้นอัปปนา คือ ภาวะจิตที่มั่นคง ราบรื่น สงบที่สุด 


 
พรหมวิหาร 4 ได้แก่:

       1. เมตตา (loving-kindness; friendliness; goodwill)
ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตแผ่ไมตรี คิดทำประโยชน์แก่มนุษย์และสัตว์ทั่วหน้า

ลักษณะของเมตตา คือ เป็นไปโดยอาการช่วยเหลือเกื้อกูลแก่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย  จิตที่คิดช่วยเหลือเกื้อกูลนั้นเป็นจิตที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา

หน้าทีของเมตตาคือ น้อมนำประโยชน์ไปให้เขา  ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขา

ผลของเมตตา คือ  กำจัดความริษยาอาฆาตเคืองแค้นให้หมดไป  เมื่อเรามีจิตเมตตาแล้ว เราจะมีไม่ผูกพยาบาทเคืองแค้นใครเลย

เหตุแห่งเมตตา คือ เห็นภาวะที่น่าเจริญใจของคนและสัตว์ทั้งหลาย  เห็นว่าเขาน่ารัก ก็มีใจเมตตา

ผลที่ดีของเมตตา  คือ มีใจสงบ  หายโกรธแค้น ไม่ขุ่นเคืองใจ
ผลที่ไม่ดีของเมตตา  ถ้าใช้เมตตาไม่ถูกทาง คือ  ทำให้เกิดเสน่หา เอ็นดูรักใคร่  ความใจดีมีเมตตาบางทีก็ทำให้เกิดเป็นความเสน่หา  กลายเป็นความพิศวาสขึ้นมาได้

สิ่งที่ทำลายเมตตา  คือ  ราคะ  ความกำหนัดในกามารมณ์  ความอยากได้อยากดี อยากมีอำนาจวาสนา  และความพยาบาท ความโกรธ ความไม่พอใจ  
ยกตัวอย่างเช่น  พ่อเลี้ยงอาจมีเมตตาต่อลูกเลี้ยง  ตั้งใจส่งเสียให้ได้เล่าเรียนสูงๆ เพื่อจะได้มีงานดีๆทำ  แต่พอลูกเลี้ยงเติบโตเป็นสาว พ่อเลี้ยงเกิดมีใจเสน่หารักใคร่ในตัวลูกเลี้ยง   ความเมตตาก็ถูกความเสน่หาทำลายไป  กลายเป็นความกำหนัดความใคร่แทน  เมื่อลูกเลี้ยงเริ่มมีคนรักในวัยเดียวกัน พ่อเลี้ยงก็เกิดความรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ  ซึ่งความรู้สึกโกรธนี้ ก็ทำลายเมตตาจิตที่พ่อเลี้ยงเคยมีให้แก่ลูกเลี้ยง  เป็นต้น


       2. กรุณา (compassion)
ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจจะปลดเปลื้องบำบัดความทุกข์ยากเดือดร้อนของปวงสัตว์
เมื่อคนอื่นประสบทุกข์ ต้องการทำทุกข์ของผู้อื่นให้หมดไป หรือแผ่ใจไปรับรู้ต่อคนสัตว์ทั้งหลายที่ประสบทุกข์

ลักษณะของกรุณา เป็นอาการที่ใฝ่ใจจะปลดเปลื้องความทุกข์แก่คนและสัตว์ทั้งหลาย  
หน้าที่ของกรุณา คือ ไม่นิ่งดูดาย   ทนอยู่ไม่ได้ต่อทุกข์ของคนและสัตว์ทั้งหลาย
ผลของกรุณา คือ  ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้าย ไม่มุ่งทำลาย
เหตุของกรุณา คือ  เห็นภาวะไร้ที่พึ่ง  เห็นสภาพน่าอนาถของคนและสัตว์ทั้งหลายที่ถูกทุกข์ครอบงำ จึงเกิดความสงสาร

ผลที่ดีของกรุณา คือ ความสงบ  ไม่คิดเบียดเบียน  ไม่คิดมุ่งทำลาย
ผลที่ไม่ดีของกรุณา  ถ้าใช้กรุณาไม่ถูกทาง คือ  ทำให้ใจสงสารแล้วเกิดความโศกเศร้า

สิ่งที่ทำลายกรุณา คือ ความเศร้าโศกเสียใจเพราะความสงสาร  และความคิดเบียดเบียนทำลาย
ยกตัวอย่างเช่น  เราเลี้ยงหมาไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาหมาของเราอาจโดนรถยนต์ชนให้ได้รับบาดเจ็บ  เราก็เกิดความสงสาร  อยากให้หมาพ้นทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บนั้น  เราอาจพาหมาไปให้สัตวแพทย์รักษาพยาบาล   แต่ด้วยความรักความสงสารที่มีมากเกินไป ทำให้เราโศกเศร้าเสียใจ   ความโศกเศร้าเสียใจนี้  ทำลายความกรุณาไปแล้ว เพราะจิตที่โศกเศร้านั้น  เป็นจิตที่ไม่สงบ   และเราอาจคิดโกรธแค้น คนขับรถยนต์ที่ชนหมาของเรา  ความโกรธแค้นนี้ ก็ทำลายความกรุณาที่มีอยู่ในใจของเราไปด้วยเช่นกัน


      
 3. มุทิตา (sympathetic joy; altruistic joy)
ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใส กอปรด้วยอาการแช่มชื่นเบิกบานอยู่เสมอ ต่อคนและสัตว์ทั้งหลายผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข

ลักษณะของมุทิตา คือ พลอยยินดี  ดีใจด้วย
หน้าที่ของมุทิตา คือ ไม่อิจฉาริษยา  
ผลของมุทิตา คือ ขจัดความอิจฉาริษยา  
เหตุแห่งมุทิตา คือ  เห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ ก็พลอยยินดีไปกับเขาด้วย

ผลที่ดีของมุทิตา คือ  มีใจสงบ ไม่มีความอิจฉาริษยา
ผลที่ไม่ดีของมุทิตา ถ้าใช้มุทิตาไม่ถูกทาง คือ เกิดความระเริง

สิ่งที่ทำลายมุทิตา คือ โสมนัส ดีใจว่าตนจะพลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย และ  ความอิจฉาริษยาที่ไม่ยินดีในความสุขความสำเร็จของผู้อื่น
ยกตัวอย่างเช่น  ลูกสาวของเราอาจได้เป็นดาราดัง  ทำให้เราดีอกดีใจไปกับลูกสาวด้วย  และอาจคิดไปว่า เราได้เป็นแม่ของดาราดังไปแล้ว  ลูกอาจมีรายได้ดี คงแบ่งเงินให้แม่จับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น  ความคิดระเริงไปเช่นนี้ ทำลายมุทิตาที่เคยพลอยยินดีกับความสุขความสำเร็จของลูกไป


      
 4. อุเบกขา (equanimity; neutrality; poise)
ความวางใจเป็นกลาง อันจะให้ดำรงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา คือมีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรมดุจตราชั่ง ไม่เอนเอียงด้วยรักและชัง พิจารณาเห็นกรรมที่สัตว์ทั้งหลายกระทำแล้ว อันควรได้รับผลดีหรือชั่ว สมควรแก่เหตุอันตนประกอบ พร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม รวมทั้งรู้จักวางเฉยสงบใจมองดู ในเมื่อไม่มีกิจที่ควรทำ เพราะเขารับผิดชอบตนได้ดีแล้ว เขาสมควรรับผิดชอบตนเอง หรือเขาควรได้รับผลอันสมกับความรับผิดชอบของตน

ลักษณะของอุเบกขาคือ เป็นไปโดยอาการเป็นกลางต่อคนและสัตว์ทั้งหลายอย่างมีใจสงบไม่เอนเอียง
หน้าที่ของอุเบกขา คือ มองเห็นความเสมอภาคกันในคนและสัตว์ทั้งหลาย
ผลของอุเบกขา คือ ระงับความขัดเคืองเสียใจ  และระงับความดีใจ ไม่คล้อยตาม
เหตุแห่งอุเบกขา คือ มองเห็นภาวะที่ทุกคนเป็นเจ้าของกรรมของตน ซึ่งแต่ละคนย่อมเป็นไปตามกรรม

ผลที่ดีของอุเบกขา คือ  มีใจสงบ ไม่มีความยินดียินร้าย
ผลที่ไม่ดีของอุเบกขา ถ้าใช้อุเบกขาไม่ถูกทาง คือ เกิดความเฉยเมย ไม่รับรู้ ไม่แยแส ไม่ใยดี

สิ่งที่ทำลายอุเบกขา คือ  ความเฉยชา ไม่รับรู้   ราคะ ความใคร่  ความขัดเคือง 
ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนของเราคนหนึ่งสอบได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  เราเองก็รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนเรียนดีมาแต่ไหนแต่ไร  เขาสมควรที่จะสอบชิงทุนการศึกษาได้  แทนที่เราจะร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อน เรากลับทำไม่รู้ไม่ชี้  อย่างนี้ไม่ใช่อุเบกขา  แต่เป็นความไม่แยแส  เฉยชา ไม่สนใจใยดี  ต่อมาเพื่อนไปเรียนต่างประเทศ  จบการศึกษาและกลับมาเมืองไทยแล้ว เพื่อนล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล  เราได้ข่าวก็ไม่ได้ไปเยี่ยมสอบถามอาการ  อย่างนี้ไม่ใช่อุเบกขา  แต่เป็นความเฉยชา ใจจืด แล้งน้ำใจ เป็นต้น


บุคคลที่ประพฤติตนอยู่ในพรหมวิหาร ย่อมช่วยเหลือมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายด้วยเมตตากรุณา และย่อมรักษาธรรมไว้ได้ด้วยอุเบกขา ดังนั้น แม้จะมีกรุณาที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ แต่ก็ต้องมีอุเบกขาด้วยที่จะมิให้เสียธรรม


       
พรหมวิหารมีในผู้ใด ย่อมทำให้ผู้นั้นประพฤติปฏิบัติเกื้อกูลแก่ผู้อื่น ด้วยสังคหวัตถุ 4 คือ 

1. มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ แบ่งปัน ช่วยเหลือกันด้วยสิ่งของและให้ความรู้ให้คำแนะนำสั่งสอน
2. พูดจารักษาน้ำใจ พูดจาไพเราะน่าฟัง  สุภาพอ่อนหวาน   พูดให้เกิดไมตรี มีความรักใคร่นับถือ
3. ประพฤติตนเป็นประโยชน์  ขวนขวายช่วยเหลือกิจการ สาธารณประโยชน์ และส่งเสริมจริยธรรม
4. ทำตนเสมอต้น เสมอปลาย  และ ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเสมอภาคกัน วางตัวให้เหมาะแก่ฐานะ ภาวะ บุคคล เหตุการณ์และสิ่งแวดล้อม


บิดามารดานั้น คือ พรหมของบุตร   พ่อแม่ทุกคนจำเป็นต้องมีพรหมวิหาร 4  ยกตัวอย่างเช่น  พ่อแม่มีลูกสาวสวยอยู่คนหนึ่ง พ่อแม่ก็รักและเมตตาลูกสาว ส่งเสริมให้ลูกสาวเรียนหนังสือดี เพื่อจะได้งานดีๆทำ พึ่งตนเองได้  นี่คือความเมตตาของพ่อแม่  ต่อมาลูกสาวเรียนจบมีงานทำและแต่งงาน ภายหลังมีความขัดแย้งกับสามี ลูกสาวก็มีความทุกข์  มาร้องไห้ปรับทุกข์กับพ่อแม่  พ่อแม่ก็กรุณาสงสารอยากให้ลูกสาวพ้นทุกข์  ได้แต่รับฟังปัญหา และคิดช่วยเหลือลูกสาวเท่าที่จะทำได้  ต่อมาลูกสาวหย่ากับสามีคนแรก  และได้พบรักใหม่  แต่งงานกับมหาเศรษฐีคนดัง  พ่อแม่ก็พลอยยินดีไปกับลูกสาวด้วย จิตที่ยินดีนี้ เป็นมุทิตา   ต่อมาลูกสาวก็ตั้งครรภ์  กำลังจะให้กำเนิดหลานชาย  แต่เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยทำให้แท้งบุตร  ลูกสาวคนนี้ก็มีลูกไม่ได้อีก  พ่อแม่รับทราบ ด้วยความเห็นใจ  แต่ไม่เศร้าโศกเสียใจ  เพราะเข้าใจในสัจธรรม  รับรู้เรื่องราวได้อย่างมีใจสงบ  อย่างนี้เรียกว่าเป็นอุเบกขาและปลอบใจลูกสาวว่า  ไม่มีหลานก็ไม่เป็นไร โชคดีแล้วที่ลูกสาวไม่เป็นอะไร ยังดีที่สุขภาพของลูกสาวยังแข็งแรงดีอยู่  แม้จะเป็นเรื่องร้ายแรง แต่พ่อแม่ก็ไม่ควรเศร้าโศกเสียใจ  รู้จักทำใจให้สงบได้  โดยไม่ทุกข์ร้อน  แต่ไม่ได้นิ่งดูดาย หรือ เฉยเมยกับข่าวร้าย


ขอให้ผู้อ่านทุกท่านเจริญในธรรม   มีใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งเป็นธรรมสำหรับบุคคลผู้มีคุณอันยิ่งใหญ่ เสมอได้ด้วยพรหม  


---------------------------------------------------



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 58
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 16.59 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

อย่างงี้ต้องอ่านหลายๆเที่ยวนะคะ อ่านแล้ว ดีค่ะ

ตอกย้ำกันทำความดีค่ะ...เสมอๆๆๆ...
ความคิดเห็นที่ 57
pimahn วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 00.51 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ พลาญชัย chulaluck

ขอบคุณครับ
ขอให้คุณมีความสุข และ มีใจสงบ เช่นกันครับ
ความคิดเห็นที่ 56
พลาญชัย วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/chulaluck

ขอให้มีความสุขนะคะ..
ความคิดเห็นที่ 55
pimahn วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 06.28 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ santasom

อนุโมทนาครับ
ความคิดเห็นที่ 54
santasom วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/santasom


สาธุธรรมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 53
pimahn วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 05.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ ขิงชมพู khingchomphuu
ขอให้นอนหลับสบายนะครับ

คุณ nananan-waranee
ครับ ผมก็ท่องได้ตั้งแต่เด็กๆเหมือนกัน
เพิ่งมาปฏิบัติได้ตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

คุณ อุต-ศิลป์02-industrialart02
ยังดีครับ ที่รู้ว่าทำยาก
แต่ก็ทำได้นะครับ ฝึกปฏิบัติบ่อยๆ ก็จะทำได้เอง
พยายามปล่อยวางครับ ทำใจเป็นกลาง

คุณ พระจันทร์ sasithorn
ดีใจจัง ที่เดินตามเส้นทางธรรม
อนุโมทนาครับ

คุณ ธมลวรรณ tamonwan
สวัสดีครับ
หายไปเสียนานเลย
ดีใจที่คุณอ๊อดกลับมานะครับ

คุณ ภัทรนภา patnapa
รับทราบครับ

คุณ คนทำงาน - kunlek
ดีครับ ซึมซาบ จำขึ้นใจ และปฏิบัติได้ด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 52
pimahn วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 05.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ ดินเดินทาง din-travel

น้องดิน...หมั่นไส้ใครเอ่ย
สาเหตุจากอะไรทำให้หมั่นไส้เขาล่ะครับ
ใครเขาทำอะไรให้น้องดิน หมั่นไส้ได้เนี่ย

ใช่ครับ คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าๆกัน
8 ชั่วโมง ใช้ไปในการทำงาน
4 ชั่วโมงอยู่กับครอบครัว และทำธุระส่วนตัว
6 ชั่วโมงหมดไปกับการนอนหลับพักผ่อน
6 ชั่วโมง ทำงานอดิเรก ทำบล๊อก อ่านหนังสือ ฟังเพลง ฯลฯ
ก็แทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วละ

ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีนะครับ
ขอส่งกลับไปให้น้องดินเช่นกันครับ
ความคิดเห็นที่ 51
pimahn วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 05.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ Cat-catadler

สวัสดีครับ คุณ แมวอินทรี

เข้าใจนะ......
ดีใจครับ ที่ได้รู้จักแม่บ้านไทยในเยอรมนีอีกคนหนึ่ง
ลูกผมพูดไทยได้ครับ

คุณ แมวเป็นนางเอกสิครับ
ก็นางเอกในชีวิตจริง ของสามี (พระเอก) ไงล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 50
..ขิงชมพู.. วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu


เข้ามาอ่านธรรมะก่อนเข้านอนค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 49
nananan วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 21.11 น.
http://www.oknation.net/blog/waranee
http://www.oknation.net/blog/garaboon

ท่องได้ตั้งแต่เด็ก..
แต่ไม่ได้ใส่ใจความหมายเท่าไร..
ทั้งที่เป็นข้อคิดที่ดีมากๆๆเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 48
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 10.15 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

อุเบกขา
ข้อนี้ทำยากจังค่ะ กิเลสยังหนานัก
ความคิดเห็นที่ 47
พระจันทร์ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

เดินตามเส้นทางธรรมถึงบทความนี้แล้ว...

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 46
ธมลวรรณ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

คุณพิมาน อ๊อดขอแวะมาขอบคุณและสวัสดีก่อนค่ะ
และเรื่องดีๆ จะขอย้อนอ่านด้วยแน่นอนค่ะ
ช่วงนี้ขอเดินทางขอบคุณเพื่อนๆ ก่อนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 45
ภัทรนภา วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/patnapa
+++ภัทรนภา+++ท้องฟ้ายังคงงดงามเสมอ+++ http://www.oknation.net/blog/lovepat

แวะมาทักทาย..เดี๋ยวกลับมาอ่านคะ
ความคิดเห็นที่ 44
คนทำงาน วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 11.10 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด


แวะมารับพรหมวิหาร 4 อีกรอบ

จะได้ซึมซาบไงคะ
ความคิดเห็นที่ 43
ดินเดินทาง วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 06.43 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel


สวัสดีค่ะ..

น้องดิน...มารับธรรมะ รอบ 2 ค่ะ
รอบแรกไม่อ่านมั่งแต่..หมั่นใสคนอยู่อะ..
ขอขอบคุณในสิ่งดีดีที่มีให้เสมอ...

ดูแลสุขภาพให้เหมือนที่ดูแลครอบครัวด้วยนะค่ะ
เวลามีให้ 24 ชม เท่าๆๆกัน...เพียงแต่
แต่ละคนใช้เวลา..ไปในด้านใดมากกว่ากันค่ะ..

ด้วยความปราถนาดี
ดินเดินทาง
02/05/2551
ความคิดเห็นที่ 42
Cat@ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 04.32 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler

หวัดดีค่ะ

ไม่ใช่คนดี ..
ไม่ใช่คนเก่ง

เป็นแม่บ้าน ที่ขี้บ่น คนหนึ่ง..

แต่ก้อ สอนลูก ให้ มีศีลธรรม ..
ศีลห้า..ในแดน ฝาหรั่ง..
ลูกพูดไทยไม่ได้...แต่สวดมนตร์ได้..

อาจไม่ใช่นางเอก ..
แต่ก้อไม่ใช่ นางมาร ..
ความคิดเห็นที่ 41
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ เป๊บซี่ Pepsi8

โอ้....ไข่แดงรูปสวยจริงๆครับ
ขอบคุณครับ คุณเป๊บซี่ สำหรับ ไข่แดงรูปหัวใจ
ขอบคุณที่อ่านธรรมะบ้านพิิมานแล้วเข้าใจนะครับ
ดีใจจริงๆเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 40
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ ซันตะวันยิ้ม suntawanyim

แวะไปอ่านบทความของคุณซันฯ......

สะใจกับบทความนี้เสียจริงๆเลยครับ
เขียนได้ถึงอารมณ์จริงๆ
แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่หวั่นต่อการวิจารณ์ใดๆ

นายจ้างต้องการแรงงานราคาถูก และไม่ต้องจัดสวัสดิการดีๆให้คนงาน
ก็มักจ้างแรงงานผิดกฏหมาย พม่า เขมร ลาว
ซึ่งเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ
หากแต่นายจ้างลืมไปว่า.....มนุษยธรรม คืออะไร
เขาเหล่านั้น ต่างก็มีชีวิต มีหัวใจ มีความรู้สึก ร้อน หนาว หิว อิ่ม ได้เหมือนๆเรา
ใยปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ราวกับเขาเหล่านั้นเป็นเพียงหุ่นยนต์ทำงาน

ปัญหาหลายๆอย่างในประเทศไทย ติดอยู่ที่คนกลุ่มเดียว
ซึ่งอันที่จริงแล้ว พวกเขาสามารถแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศชาติได้
ด้วยการสร้างระบบที่ดี ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่ลูกหลานไทย
แต่คนกลุ่มที่มีอำนาจและอิทธิพลในการบริหารประเทศ
กลับไม่เห็นแก่ส่วนรวม กลับเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง
ปัญหาต่างๆจึงไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
ยังคงมีการเล่นพรรคเล่นพวก กอบโกย รักษาผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองกันต่อไป

เฮ้อ.....ผมไม่อยากติดตามข่าวใดๆเกี่ยวกับประเทศไทยเล้ย
อ่านข่าวแล้วมีแต่ทำให้เศร้าใจ เสียใจ และ สะเทือนใจ
เราไม่มีอำนาจพอที่จะไปช่วยแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไรได้
ได้แต่สวดมนต์ภาวนา.......หวังว่า....สักวันหนึ่ง......
คงจะได้เห็นอะไรๆดีขึ้น
ความคิดเห็นที่ 39
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ Lyrics - lunla

แวะไปอ่านบทความที่สารวัตรเอ๋ (พี่หลวงทัวร์) มาแล้วครับ

อย่างน้อยที่สุด สารวัตรเอ๋ก็สนุกกับการทำงาน
ซึ่งการได้สนุกกับการทำงานนี้ เป็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าเงินเดือนที่ได้รับเสียอีก
การได้ทำงานที่เรารัก เราชอบ ทำให้เราสนุกกับงาน ไม่น่าเบื่อ

ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวถ่ายทอดให้ได้รับรู้ประสบการณ์ของสารวัตรเอ๋
เป็นเรื่องน่าสนใจมากครับ
ได้เห็นโลกในส่วนที่คุณเห็นและสัมผัส
ด้วยความทึ่งในตัวคุณ และด้วยความเห็นใจครับ

Tour of Duty ทำให้ได้เปิดหูเปิดตา ได้รู้ได้เห็นเรื่องราวจากหลายๆแห่ง
แม้งานนั้น อาจมีอันตรายอยู่บ้าง
ขอส่งใจ เป็นกำลังใจ ขอให้สารวัตรเอ๋ปฏิบัติหน้าที่ ลุล่วงไปได้ด้วยดีในแต่ละวัน
ด้วยความปลอดภัย และ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

ขอบคุณสำหรับคำอวยพร
ขอให้พรนั้นจงย้อนกลับไปเป็นพรแด่คุณ เช่นกัน

อืม....อ่านมาถึงตรงนี้
คงเป็นธรรมดานะ ที่คนเราต่างจิตต่างใจ
ย่อมมีคนบางคนหมั่นไส้เอาบ้าง อย่าไปใส่ใจเลยครับ
เราก็เป็นเรานะครับ ไม่ว่าใครจะพูดว่าเราอย่างไร แต่เราก็ยังเป็นเราคนเดิม
ความคิดเห็นที่ 38
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.28 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ คนทำงาน kunlek
สวัสดีครับคุณเล็ก
แวะไปอ่านข้อคิด 36 ข้อนั้นแล้วครับ

คุณ หนุ่มแปลกหน้า untameheart
ยินดีมากครับ ที่คุณเห็นประโยชน์จากบทความนี้

คุณ อะหนึ่ง mindhand
สาธุ อนุโมทนา ที่มาอ่านธรรมะยามดึก
นอนหลับสบายเลยสิครับ
ขอบคุณครับ

แม่หมี mamaomme
ดีใจนะ ที่รู้ว่า แม่หมี คือ พรหมของบุตร

คุณ ท่าชนะ Karida
ขอให้ทำได้นะครับ เพราะถ้าทำได้ เราเองก็จะมีความสุขกว่าใครๆ

คุณ คนทำงาน kunlek
ดีใจจัง งานยุ่งๆ แวะมาพักที่นี่ อ่านธรรมะ
อนุโมทนาครับ

น้องจอย น้ำอมฤต suthathip
ขอบคุณครับ
ผมปฏิบัติธรรมทุกวันครับ และทำได้หลายๆเรื่องเลยครับ
เพราะ ทำแล้ว เราเองต่างหาก ที่มีความสุขสงบ

น้องอัม อึ่งอ่าง kunyarat
ยิ้มตอบ

คุณ วิตามินบี babymind
แวะไปดู สุดยอดยนตรกรรมตลาดสดมาแล้วครับ

คุณ walkaway - ake yanee
แวะไปดู วง รถด่วนมาแล้วครับ
ขอให้ซีดี ขายดีนะครับ

คุณ chettapat
ยินดีครับ

คุณ ลีโอนิกด์ - artpom
จริงครับ คุณป้อม
ถ้านักการเมืองไทยมีธรรมะประจำใจ บ้านเมืองเราคงไปดีกว่านี้เยอะ

คุณ รัตติกาลแห่งราตรี happylateekan
รับทราบครับผม
ผมดีใจนะ ที่ทำให้ใครๆ หัวเราะได้

คุณ ซันตะวันยิ้ม suntawanyim
ขอบคุณครับ ที่คุณซันฯชอบธรรมะที่ผมเขียน

คุณ เมฆหมอก tuangka
ดีใจครับ ที่คุณเมฆหมอกแวะมาอ่านธรรมะ แล้วได้ความสบายใจ
ยินดีมากจริงๆครับ

คุณ komyos - youngmomy
ยินดีครับ

คุณ คนทำงาน kunlek
ดีใจจัง ที่คุณเล็กแวะมาอ่านธรรมะ

น้องดินเดินทาง din-travel
กำลังคิดอยู่นะเนี่ย ว่าจะลบเม้นต์นี้ซะดีไหมเอ่ย
ใจคอ จะไม่คิดถึงกันเลยหรือไง อย่ามาไล่นะ เดี๋ยวพี่จะไปจริงๆนะ

น้องก้อนหินยิ้ม konhinsmile
ขอบคุณครับ น้องก้อนหินยิ้ม
กำลังทบทวนอยู่ครับ เป็นคนใจอ่อน ก็เป็นแบบนี้แหละ
เดี๋ยวจะโพสต์ธรรมะให้น้องก้อนหินอีกเรื่องหนึ่งครับ
หมู่นี้ไม่ค่อยมีเวลาเลย
ความคิดเห็นที่ 37
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.26 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)


คุณ chai14 - kittichaiblog

ขอบคุณครับคุณชัย

http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog/2008/05/01/entry-1
โครงการผ่าตัดฟรี ให้รอยยิ้มเด็กไทย
ขออนุโมทนาครับ
ความคิดเห็นที่ 36
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ Mothemon
อ่านได้ใจความดีมากครับ
ด้านที่ไม่ดีของเมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขา นี่ก็สำคัญครับ
คนเรามักนำไปใช้ผิดๆ โดยเฉพาะ กรุณา ที่สงสารแล้วเกิดโศกเศร้าสะเทือนใจ
และ อุเบกขา ที่ทำใจเป็นกลาง จนกลายเป็นเฉยชา ไม่รู้ไม่ชี้กับความเดือดร้อนของคนอื่น

คุณ พลาญชัย chulaluck
สาธุ อนุโมทนาครับ
ความคิดเห็นที่ 35
pimahn วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 02.23 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ paedophile - paedophiel
จริงทีเดียว
คนเรานอนได้เตียงเดียวในหนึ่งคืน
คนเรากินได้สามมื้อในหนึ่งวัน
คนเราสวมเสื้อผ้าได้ชุดเดียวต่อครั้ง
จะโลภโมโทสันไปทำไมกัน เนอะ เนอะ
ความสุข อยู่ที่ใจสงบ พึงพอใจในสิ่งที่เราเป็น พึงพอใจในสิ่งที่เรามี
และทำแต่ความดี ก็จะมีความสุขทั้งชีวิตนี้ และ ชีวิตหน้าครับ

คุณ ต.เต้ย SurMonChemin
ดีใจจัง ที่คุณ เต้ย ลิขิตชีวิตตัวเองด้วย
แม้แต่ความรัก เราก็ลิขิตเองได้นะครับ
ถ้าเราเอง รู้จักรักตัวเองให้เป็น และรักคนอื่นให้เป็น
เราก็มีความรักแล้ว

คุณ ปรีเปรม preprem
ครับ พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมะที่เหมาะแก่สังคมทุกระดับเลย

คุณ Cat - catadler
สาธุ ขออนุโมทนาเช่นกันครับ ที่มาอ่านธรรมะ

คุณ สุวิริโย -19
สาธุ ที่แวะมาอ่านธรรมะนะครับ
ดีใจเสมอครับ ที่ท่านแวะมา

คุณ veerin
ใช่เลย พรหมวิหาร 4 ทำได้ไม่ยากเลยครับ

คุณ chaiyassu - bunruang
เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
พรหมรูปไหน ที่มีหน้าไม่ครบ และ ขาดหน้าไหนไปครับท่าน

คุณ officemom
สาธุ ครับ

คุณ ธัชชะ tajji
ยินดีเสมอครับ
ความคิดเห็นที่ 34
เป๊ปซี่ วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 20.57 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


รู้สึกช่วงนี้เราจะเขียนเรื่องธรรมะด้วยกันอยู่นะครับ....

คุณพิมานอธิบายได้ดีจริงครับ.....
ความคิดเห็นที่ 33
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 14.08 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

สวัสดีครับ วันนี้ลางาน 1 วัน ไม่ได้หยุดวันแรงงานกับเขา
ไปส่งลูกชายสมัครทหารเกณฑ์เข้าค่ายวันนี้ ตื่นเต้นเหมือนลูกได้นายร้อยเลยครับ หวังว่านับแต่นี้จะมีแต่เรื่องดีดี เหมือนข้อเขียนข้างต้นครับ

แวะมาโวทให้ครับ วันก่อนเน็ทไม่ค่อยรื่น
ความคิดเห็นที่ 32
Lyrics วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

มาอ่านพรหมวิหาร 4 คะ

ว่างๆแวะเข้ามาอ่านนะคะ

http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/04/30/entry-1
ความคิดเห็นที่ 31
คนทำงาน วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 09.46 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

สวัสดีวันแรงงานค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 01.33 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

ขอบคุณครับ แฮะๆๆ มีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์มากมายเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 29
อะหนึ่ง วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 00.35 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

สดับธรรม...ยามดึก
อย่างมีพรหม
ความคิดเห็นที่ 28
แม่หมี วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 18.54 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

ตอนนี้ถ้าทุกคน