• pimahn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 14059
  • จำนวนผู้โหวต : 1170
  • ส่ง msg :
pimahn
ชีวิต คือ การเรียนรู้และใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน ด้วยการเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ด้วยสติด้วยปัญญา บางส่วนของชีวิตเรากำหนดได้ แต่บางส่วนนั้นเราต้องเผชิญแม้ว่าเราอาจไม่ชอบ หรือไม่ต้องการ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pimahn
วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2551
ธรรมะกับชีวิตประจำวัน - เรื่อง วิธีทำจิตใจให้หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหว
Posted by pimahn , ผู้อ่าน : 418 , 15:52:51 น.   | หมวดหมู่ : ธรรมะกับชีวิตประจำวัน  
พิมพ์หน้านี้



ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

เรื่อง

วิธีทำจิตใจให้หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหว



อันที่จริง ว่าจะเลิกเขียนแล้วครับ เรื่อง ธรรมะกับชีวิตประจำวัน  เพราะได้เขียนไปจนครบ 7 เรื่องตามที่ได้รับปากไว้กับน้อง ก้อนหินยิ้ม

แต่เหตุที่ต้องมาเขียนอีกเพราะเห็นว่าใครบางคนช่างหวั่นไหวไปกับคำพูดของคนอื่น  หวั่นไหวไปกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น  ไม่ค่อยมีความเป็นตัวของตัวเองเท่าไรนักเลย  เรารับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้เสมอ  แต่เราก็ควรจะใช้วิจารณญาณของตนเองเท่านั้น ในการพิจารณาตัดสินใจว่าจะทำอะไร อย่างไร ควรจะเชื่อ  หรือ คล้อยตามความคิดเห็นหรือคำวิจารณ์ของคนอื่นหรือไม่ เพราะเหตุใด ถ้าความคิดเห็นนั้นสมเหตุสมผล  และเราได้ตรวจสอบแล้วว่าน่าเชื่อถือ  เราควรก็จะเชื่อ  แต่ถ้าความคิดเห็นนั้นไม่มีมูลความจริงหรือเต็มไปด้วยอคติ เราก็ไม่ควรจะสะดุ้งสะเทือน หรือ สะทกสะท้านไปกับคำวิจารณ์เหล่านั้นเลย

ยังมีคนจำนวนมาก  ที่มีความวิตกกังวล  กลัวว่าคนอื่นจะนินทาว่าร้ายตนเอง  กลัวว่าจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน  หรือคิดน้อยใจไปต่างๆนานากับการกระทำของคนอื่น ฯลฯ แล้วก็ทำให้จิตตก หม่นหมอง  ใจไม่สงบ  ไม่มีความสุข

ถ้าได้ทำความเข้าใจกับความเป็นไปตามธรรมดาของโลกแล้ว บุคคลจะไม่หวั่นไหวกับเหตุการณ์ใดๆที่อาจเกิดขึ้นแก่ตนเลย  ซึ่งความเป็นไปตามธรรมดานี้ เรียกว่า โลกธรรม


โลกธรรม 8 (worldly conditions; worldly vicissitudes)
คือ ความเป็นไปตามธรรมดาของโลก ได้แก่

       1. ลาภ (gain)
ได้ลาภ, มีลาภ  หมายถึงการได้มา การมี หรือได้ครอบครองเป็นเจ้าของสิ่่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง  ช้าง ม้า วัว ควาย สัตว์เลี้ยง  คนรัก ลูก ฯลฯ

    
   2. อลาภ (loss)
เสื่อมลาภ, สูญเสีย  หมายถึงการสูญเสียสิ่งที่เคยมีอยู่  ไม่ว่าจะเป็นเสียทรัพย์ เสียของรัก ของชอบใจ ฯลฯ

     
  3. ยส (fame; rank; dignity)
ได้ยศ, มียศ  หมายถึง การได้รับยศฐาบรรดาศักดิ์  การได้รับตำแหน่ง  การมีชื่อเสียงโด่งดัง  การเป็นที่นิยมแพร่หลาย การได้รับเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญ ฯลฯ

   
    4. อยส (obscurity)
เสื่อมยศ  หมายถึง การถูกถอดออกจากตำแหน่ง การถูกถอดออกจากยศฐาบรรดาศักดิ์   การไม่ได้เป็นคนสำคัญอีกต่อไป   การไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกว้างขวางอีกต่อไป ฯลฯ

     
  5. นินทา (blame)
ติเตียน การนินทา คือ การสนทนาหรือเล่าเรื่่องในรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลโดยไม่ยืนยันว่าเป็นความจริง  คนเราทุกคนนั้น หนีไม่พ้นการถูกตำหนิ ตีเตียน นินทาไปได้เลย  คนที่ไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก

       
6. ปสํสา (praise)
สรรเสริญ หมายถึง คำยกย่อง ชื่นชม  คำสรรเสริญเยินยอ

    
   7. สุข (happiness)
ความสุข ความพึงพอใจ  สมหวังในสิ่่งที่ปรารถนา

      
 8. ทุกข์ (pain)
ความทุกข์ หมายถึง ความเจ็บปวดทางกายที่เกิดจากโรคภัยหรือบาดเจ็บ  ความเจ็บปวดทางจิตใจที่สูญเสียของรักของชอบใจ ความไม่พอใจ  ความขุ่นข้องหมองใจต่างๆ ฯลฯ


โลกธรรม 8 นี้ แบ่งออกเป็น 2  ประเภท คือ 
ข้อ 1, 3, 6, 7 เป็น อิฏฐารมณ์ คือ ส่วนที่น่าปรารถนา
ข้อ 2, 4, 5, 8 เป็น อนิฏฐารมณ์ คือ ส่วนที่ไม่น่าปรารถนา

โลกธรรมทั้งที่น่าปรารถนา และ  ที่ไม่น่าปรารถนาเหล่านี้ ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งแก่ปุถุชนผู้ไม่ได้เรียนรู้ และแก่อริยสาวกผู้ได้เรียนรู้ 

จะต่างกันก็ตรงที่ ผู้ที่ไม่ได้เรียนรู้น้ัน ย่อมไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ ความเป็นไปตามธรรมดาของโลก   มักจะปล่อยใจให้เพลิดเพลิน ลุ่มหลง  ยินดียินร้าย  ปล่อยให้ความเป็นไปตามธรรมดาของโลกนั้นเข้าครอบงำย่ำยีจิตใจ  ให้เกิดดีใจเสียใจเรื่อยไป ไม่พ้นจากทุกข์ 

ส่วนผู้ที่ได้เรียนรู้ จะมีความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมดาของโลกนี้  พิจารณาเห็นตามเป็นจริงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแก่ตน ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ไม่หลงใหลมัวเมาเคลิ้มไปตามอิฏฐารมณ์ ไม่ขุ่นมัวหม่นหมอง คลุ้มคลั่งไปในเพราะอนิฏฐารมณ์ มีสติดำรงอยู่ เป็นผู้ปราศจากทุกข์ 

การไม่หวั่นไหวไปกับโลกธรรม 8 นี้ ถือเป็นธรรมที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญ ข้อที่ 35 จากมงคล 38 ประการ

35.  ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ 
       ถูกโลกธรรม จิตไม่หวั่นไหว



ในการที่เราจะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง  หนักแน่น  ไม่หวั่นไหวไปกับคำวิจารณ์ของใครๆนั้น และไม่หวั่นไหวไปกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นแก่เรา  เป็นเพราะเรามีความเข้าใจในโลกธรรม 8  และถ้าเราเข้าใจเรื่องของกรรม และ ที่มาของกรรมด้วย จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเรามากยิ่งขึ้น  เพราะเราสามารถรู้ดีรู้ชั่วได้ด้วยตัวของเราเอง  ถ้าเรารู้ว่า เราเป็นคนดี  มีใจเป็นกุศลแล้ว เราคงไม่หวั่นไหว ไม่หวาดวิตกต่อคำวิจารณ์ของใครๆ


กรรม 2 (action; deed)
คือ การกระทำ, การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายหรือ ทางวาจา หรือทางใจ  ล้วนแต่เป็นกรรมทั้งสิ้น   แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

       
1. อกุศลกรรม (unwholesome action; evil deed; bad deed)
กรรมที่เป็นอกุศล, กรรมชั่ว, การกระทำที่ไม่ดี การกระทำที่ไม่ฉลาด การกระทำที่ไม่เกิดจากปัญญา   การกระทำท่ีเกิดจากความประมาท หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เสื่อมเสียคุณภาพชีวิต ได้แก่ การกระทำที่เกิดจากความโลภ  ความโกรธ หรือ  ความหลง (ความโง่)

    
   2. กุศลกรรม (wholesome action; good deed)
กรรมที่เป็นกุศล, กรรมดี, การกระทำที่ดี  การกระทำที่ฉลาด การกระทำที่เกิดจากปัญญา ส่งเสริมคุณภาพของชีวิตจิตใจ   ได้แก่  การกระทำที่เกิดจากความไม่โลภ ความไม่โกรธ  หรือ ความไม่หลง (ความไม่โง่)


เมื่อเราได้พิจารณาการกระทำของเราทุกอย่างแล้ว  ว่าเราทำแต่กุศลกรรม เราย่อมรู้ดี รู้ชั่วด้วยตนเองแล้ว  จิตใจของเราจะหนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหว  ไม่วิตกกังวลว่าคนอื่นจะมองว่าเราเป็นคนอย่างไร  ใครจะมองว่าเราเป็นคนอย่างไรก็ช่างเขาเถิด  เรามีสติรู้ตัวว่าเราทำแต่กุศลกรรมก็พอแล้ว

นอกจากนี้  เราต้องรู้ด้วยว่า  รากเหง้าหรือต้นตอของกุศลกรรม  และ อกุศลกรรมนั้นมีมาจากอะไรบ้าง  ด้วยการทำความเข้าใจกับกุศลมูล และ อกุศลมูล


กุศลมูล 3 (roots of good actions)
รากเหง้าของกุศล, ต้นตอของความดี  ได้แก่

     
  1. อโลภะ (non-greed; generosity)
ความไม่โลภ, ความคิดเผื่อแผ่, ความมีใจกว้าง,  ชอบเสียสละ ให้ทาน

       
2. อโทสะ (non-hatred; love)
ความไม่คิดประทุษร้าย, เมตตา,  ความปรารถนาดี

     
  3. อโมหะ (non-delusion; wisdom)
ความไม่หลง, ความฉลาด,  ความมีปัญญา

หากบุคคลใดได้หมั่นพิจารณาการกระทำของตนอยู่เนืองๆ  และเฝ้าดูจิตใจตนเองให้มีแต่กุศลมูล  นอกจากจะเป็นผู้ที่มีสติปัญญา จิตใจสะอาดผ่องแผ้วแล้ว  ยังเป็นผู้ที่หนักแน่นและมั่นใจในตนเองอีกด้วย จะไม่หวั่นวิตกต่อคำวิจารณ์ของผู้อื่น


กุศลมูล 3 (roots of bad actions)
รากเหง้าของอกุศล, ต้นตอของความชั่ว  ได้แก่

   
    1. โลภะ (greed)
ความอยากได้ทั้งหลายทั้งปวง   อยากได้ชื่อเสียงเกียรติยศ  อยากได้ทรัพย์สินเงินทอง   อยากมีอำนาจวาสนาบารมี   อยากมีบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง ฯลฯ

     
  2. โทสะ (hatred)
ความคิดประทุษร้าย   ไม่ปรารถนาดีต่อผู้อื่น   ความโกรธ  ความเกลียดชัง ความขุ่นข้องหมองใจต่างๆ ฯลฯ

       
3. โมหะ (delusion)
ความหลง   ความเชื่ออย่างงมงาย  ไม่สมเหตุสมผล  ความเชื่ออย่างผิดๆ  ไม่ใช้ปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง ความลุ่มหลงมัวเมา  

เราควรเฝ้าดูจิตใจของเรา  อย่าให้เกิดอกุศลมูลขึ้นในจิตใจของเรา  ไม่ว่าเราจะทำอะไรลงไป  ต้องพิจารณาอยู่เสมอว่า เราไม่ได้กระทำไปเพราะความอยากได้อยากมี   หรือ กระทำไปเพราะมีเจตนาทำร้ายผู้อื่น  หรือ  กระทำไปเพราะความโง่เขลาเบาปัญญา  เพราะความลุ่มหลงงมงาย   ฯลฯ   เราควรเตือนสติตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา  อย่าให้จิตใจของเรา มีอกุศลมูลเข้าครอบงำจิตใจได้   เพื่อความสุข ความสงบ ในชีวิตของเราเอง


ขอให้ผู้อ่านทุกท่าน  จงเป็นผู้ที่รู้จักตนเอง  เข้าใจตนเอง  เตือนสติตนเองได้   เข้าใจความเป็นไปตามธรรมดาของโลก  ยึดมั่นแต่ในการทำความดี   และไม่หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ของผู้อื่น

--------------------------------------------------------


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 74
dolijung วันที่ : 25/05/2008 เวลา : 23.02 น.
http://www.oknation.net/blog/dolijung

เรียนรู้ เข้าใจ ไม่หวั่นไหว ขอบคุณสำหรับบทความธรรมะดีๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 73
คนทำงาน วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 09.28 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

สวัสดีค่ะคุณพิมาน

แวะมาอ่านเพิ่มพูนความรู้ค่ะ อ่านหลายๆรอบจะได้จำได้นานๆค่ะ


ขอให้มีความสุขค่ะ วันนี้คุณยิ้มหรือยังคะ


ความคิดเห็นที่ 72
Mothemon วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 08.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Mothemon

แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังมีคนนินทา นับประสาอะไรกับปุถุชนอย่างเรา จริงไม๊คะ

ชีวิตนึงคนเรามีทุกข์มีสุขปนเปสลับกันไป แต่ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน สิ่งที่เราเคยทุกข์ซักพักมันก็จะผ่านพ้นไป สิ่งที่เราเคยสุขก็เหมือนกัน ดังนั้นอย่าไปยึดติดอะไรดีกว่า ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ เพราะชีวิตคนเรามันสั้นจริงๆ

ขอบคุณมากๆสำหรับธรรมทาน โหวตให้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 71
พระจันทร์ วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

ในวันที่น่าหวั่นไหว
กับการเปลี่ยนที่ทำงานใหม่
ยอมรับและเข้าใจในโลกธรรม
ไม่ช้า ไม่นาน พระจันทร์จะปรับตัวได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ทางธรรม
เป็นทางสายเดียวที่พระจันทร์
มั่นใจ จะเป็นที่พึ่งทางใจ
สำหรับชีวิตพระจันทร์ได้ทุกเมื่อ

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 70
คนทำงาน วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

หวัดดีค่ะ ขอให้มีความสุขในวันศุกร์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 69
AJ.p วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

สวัสดีและ...ตั้งสติเสมอๆครับ
ความคิดเห็นที่ 68
@stranger วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 21.11 น.
http://www.oknation.net/blog/astranger

เข้ามาอ่านอีกครั้งในวันที่รู้สึกแย่ รู้ทุกอย่าง แต่ทำไม่ได้ซักอย่าง ตัดอกุศลมูลไม่ได้เลย
ความคิดเห็นที่ 67
Cat@ วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler

แวะมาโหวตให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 66
กระเช้าสีดา วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/thanapa

สวัสดีค่ะ
พยายามแต่ได้ไม่นาน จิตตกบ่อย
ไม่กลัวว่าใครจะนินทาว่าร้ายหรอกเพราะตรงนี้เข้าใจและทำใจปล่อยวางได้
แต่มักน้อยใจ เสียใจ กับการที่เราทำอะไรให้กับคนใกล้ชิดที่สุด
แต่เหมือนเขาไม่เห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้นดีเลย
แล้วก็เก็บเอามาคิดวนเวียน น้อยใจเสียใจซ้ำซาก
ความคิดเห็นที่ 65
แต๋งแต๋ง วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 06.22 น.
http://www.oknation.net/blog/usah
ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดทวารแห่งกิเลสทั้งปวง

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 64
พราวนภา วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 03.31 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
อ่านแล้ว รู้สึกดีขึ้นมาคะ
ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถฝึก ขัดเกลา ขจัดสิ่งใดได้..
ขอบพระคุณคุณพิมาน ที่นำบทความดีดีมาให้อ่านค่ะ..

..
ความคิดเห็นที่ 63
rakmananya วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

ธรรมสวัสดี
มาเติมข้อมูลแก่ดวงใจครับ
ความคิดเห็นที่ 62
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


แวะมา อีกครั้งเจ้าค่ะ ....

ชวนพี่ไปเที่ยว Museum of Siam พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ นะคะ

http://www.oknation.net/blog/uranus/2008/05/14/entry-1
ความคิดเห็นที่ 61
ต.เต้ย วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/SurMonChemin

อ่านเรื่องของพี่จะรู้สึกดีทุกครั้ง

เหมือนได้กำลังใจ...ประมาณนั้น

ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 60
Kibangkok วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 10.30 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

ได้รู้จักคำศัพท์เกี่ยวธรรมมะขึ้นเยอะจากเรือ่งนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 59
komyos วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีเจ้า..

ข้าเจ้าไปโตยอ่าน จ่อทิพย์และธนันท์ กว่าจะครบต๋อน..

ต๋าลายแล้วเจ้า..อิอิ
ความคิดเห็นที่ 58
Invisible-Ink วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

Update Blog ได้แล้วคับ


http://www.oknation.net/blog/victor/2008/05/13/entry-1
ความคิดเห็นที่ 57
komyos วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..


สวัสดีเจ้า..

ไปใส่บาตรมาเมื่อตะเจ๊าเจ้า..

แวะเอาบุญมาฝากอ้ายเจ้า
ความคิดเห็นที่ 56
Cat@ วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 03.55 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


ดอกมาฝาก
ถ่ายเอง ด้วย นะค่ะ

แถม ขอก้อปไปฝากเพือน
ความคิดเห็นที่ 55
Lyrics วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 01.44 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เข้ามาอ่านธรรมะอีกรอบคะ

ว่างๆแวะเข้ามาอ่านนะคะ

TOUR OF DUTY ตอน งานกาชาด จว.นราธิวาส สนุกสุดเสียว

http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/05/13/entry-1
ความคิดเห็นที่ 54
nilsamai วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 22.20 น.
http://www.oknation.net/blog/nilsamai


ความคิดเห็นที่ 53
คนทำงาน วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 22.01 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

ต๊ะเอ๋ค่ะ.....
ความคิดเห็นที่ 52
ภัทรนภา วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/patnapa
+++ภัทรนภา+++ท้องฟ้ายังคงงดงามเสมอ+++ http://www.oknation.net/blog/lovepat

มาช้าไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็มานะคะ ขอบคุณที่อุส่าห์ไปตามคะ
ความคิดเห็นที่ 51
santasom วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 17.00 น.
http://www.oknation.net/blog/santasom

เป็นธรรมดาที่คนเรามักไม่ชอบมองด้านลบของตัวเองแต่ก็อีกเช่นกันในทางตรงข้าม คนมักมองด้านลบของผู้อื่น หากคนเรามองด้านลบของตัวเองบ้างมองด้านบวกของคนอื่นบ้าง สังคมจะกลมเกลียวได้
หากไม่มีอนิฏฐารมณ์ จะรู้ซึ้งถึง อิฏฐารมณ์ ได้อย่างไร@^_^@
ความคิดเห็นที่ 50
อิมกุดั่น วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.55 น.
http://www.oknation.net/blog/im
ผูกมิตรด้วยอักษร

แวะมาอ่านงานดีๆ ค่ะ พอมีเวลาเล็กน้อยก็อดเข้ามาไม่ได้.....ติดบล็อก...
ความคิดเห็นที่ 49
นานาจิตตัง วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.30 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

ถ้าคนในสังคมเรา สามารถรู้ดี รู้ชั่วได้ด้วยตนเองก็น่าจะดี
ความคิดเห็นที่ 48
ลีโอนิกด์ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/artpom

แวะมารับธรรมมะ..ตามคำเชิญชวน

ชีวิตบางครั้งก็หวั่นไหวไปตามสถานการณ์และอารมณ์...
เมื่อเวลาผ่านไป ก็คงเข้าใจได้ดี อีกทั้งหากยึดธรรมมะประจำวันตามนี้เชื่อว่า ทุกคนมีสติ มีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหว พร้อมรับสถานการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมาเข้าในชีวิต

... จิตใจกำลังมั่นคงขึ้นแล้ว...



ความคิดเห็นที่ 47
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 12.02 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

ไม่ค่อยได้เข้ามาเลยครับ พอเข้ามาก็มาเจอกับธรรม ที่ดีและมีประโยชน์กับการนำไปใช้กับชีวิตประจำวันได้ดีครับเพราะทุกวันนี้ น้อยมากครับกลับการที่คนเราจะนำเอาธรรมไปใช้ให้เกิดประโยชนืในชีวิตประจำวันครับ หลายคนรุ้และเข้าใจแต่ก้ใช้รรมนั้นไม่เป็นครับ ต้องเป็นคนที่รุ้ท่องแท้ถึงจะเข้าใจในหลักของธรรมนั้นๆได้ครับ บางคนรุ้แต่ก็ยังหลงเลยหรือแกล้งไม่รุ้ซะอย่างนั้นละครับ นี่ละครับจืตใจของมนุษย์ไม่มีใครนั้นที่จะยั่งรู้ได้นอกจากตัวของตัวเองครับ...

หวัดดีครับคุณพิมานสบายดีนะครับ ยังไม่ได้มาอ่านนิยายของคุณต่อเลย แต่ก้ต้องมาอ่านต่อแน่ๆครับถ้าคุณไม่เอาออกไปซะก่อนนะ

คิดถึงเสมอครับ...

(ปล.นิยายผมตอนที่16 ขออนุญาติใช้ชื่อคุณพิมานเล่นด้วยนะครับ แต่เล่นอยู่ในอดีตนะครับ ขอบคุณมากครับ ผมไปก่อนนะครับ)

จากรัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ
ความคิดเห็นที่ 46
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile


ความคิดเห็นที่ 45
Invisible-Ink วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

โมทนา สาธุ คับ
ความคิดเห็นที่ 44
เป๊ปซี่ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 11.34 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ต้องฝึกเท่านั้นแหละครับจึงจะสำเร็จ........
ความคิดเห็นที่ 43
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 11.04 น.
http://www.oknation.net/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม....และหันกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี..ที่ประเสริฐ. โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไปโลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือ "จิต"

การที่จะปุ๊บปั๊บจะทำใจให้เป็นคนหนักแน่นไม่หวั่นไหว
คงจะยาก เพราะเราไม่เคยฝึกใจมาก่อน
คงจะต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ
ความคิดเห็นที่ 42
พลาญชัย วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 09.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chulaluck

สวัสดีคะคุณพิมาน...วันนี้วันพระ เป็นวันที่ดิฉันคิดว่าเป็นวันแรงวันหนึ่ง..ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แต่ก็ได้รับผลกระทบจากที่คนอื่นไม่ได้ควบคุม..จึงคิดว่าต่อแต่นี้ไปเราก็ควรจะสงบกาย สงบใจหลีกเลี่ยงบุคคลบางจำพวกที่เราไม่ควรจะเข้าไปข้องเกี่ยว..ขออาศัยห้องนี้เป็นที่สงบจิตใจดีกว่า..