• pimahn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 14742
  • จำนวนผู้โหวต : 1201
  • ส่ง msg :
pimahn
ชีวิต คือ การเรียนรู้และใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน ด้วยการเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ด้วยสติด้วยปัญญา บางส่วนของชีวิตเรากำหนดได้ แต่บางส่วนนั้นเราต้องเผชิญแม้ว่าเราอาจไม่ชอบ หรือไม่ต้องการ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pimahn
วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
ธรรมะกับชีวิตประจำวัน - เรื่อง คนเราทุกคนย่อมได้รับในสิ่งที่ตนสมควรได้รับเสมอ
Posted by pimahn , ผู้อ่าน : 321 , 14:16:04 น.   | หมวดหมู่ : ธรรมะกับชีวิตประจำวัน  
พิมพ์หน้านี้



ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

เรื่อง

คนเราทุกคนย่อมได้รับในสิ่งที่ตนสมควรได้รับเสมอ




มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาบนโลกนี้  ต่างก็มีกรรมเก่าที่ติดมาจากภพชาติก่อนๆ  ในชีวิตที่มาเกิดใหม่นี้  เป็นโอกาสและทางเลือก ที่เราจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร   จะปล่อยไปตามเวรตามกรรมหรือจะเกิดมาเพื่อสร้างสมบารมี  สร้างสมบุญกุศล อันนี้ก็สุดแล้วแต่เราจะเลือกเอาเอง

แต่....จำไว้เสมอว่า  ทุกสิ่งที่เราคิด ทุกสิ่งที่เราพูด หรือ ทุกสิ่งที่เรากระทำไปนั้น  นั่น คือ กรรม 

กรรม (Karma = the sum of a person's actions in this and previous states of existence, viewed as deciding their fate in future existences.)  มีผลส่งให้เกิด บาป บุญ คุณ โทษ แก่ชีวิตของเราเสมอ  กรรมนั้นเป็นพลังที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตของคนทุกคนให้แตกต่างกันไปตามกรรมที่แต่ละคนได้กระทำมา และส่งผลระยะยาว แม้เราตายไปแล้ว ก็ยังไม่อาจพ้นกรรมได้  กรรมก็ยังคงให้ผลต่อเนื่อง ติดตามเราไปอีกหลายภพหลายชาติ

แต่กรรมนั้น  ไม่ใช่โชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้  ขึ้นอยู่กับเราเองว่าตั้งใจจะให้โชคชะตา เปลี่ยนแปลงหรือไม่ และเราเองเป็นผู้ตัดสินใจกำหนดปลดปล่อยตัวเราให้พ้นกรรมนั้น

เราทุกคน ไม่มีใครเลยที่เป็นเหยื่อชะตากรรม   ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตเรานั้น อยู่ในกำมือเรา คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง โดยผ่านการกระทำที่เราต้องรับผิดชอบทั้งหมดด้วยตัวของเราเอง  เหมือนการขว้างบูมเมอแรง   สิ่งที่เรากระทำไปนั้น ย่อมย้อนกลับมาหาเราเสมอ

เมื่อเรารู้และเข้าใจเรื่องของกรรม ก็จะช่วยให้เราเข้าใจอดีต   คิดคำนึงถึงปัจจุบันอย่างมีสติ  และ กำหนดความเป็นไปในอนาตต 

จงปฏิบัติต่อผู้อื่น  เหมือนอย่างที่เราอยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา (Treat people the way you want to be treated.) (Behandle andere so, wie du selbst behandelt werden möchtest.)

อย่าแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร   สิ่งใดที่ไม่ใช่ของของเรา เราก็ไม่ควรแย่งเอามาเป็นของเรา  ไม่ว่าจะเป็นคนรัก  คู่ครอง  งาน   เงิน หรือ อะไรก็ตาม (Don't take things that don't belong to you i.e., spouss, jobs, money.)

อย่าทำร้ายผู้ใด  พึงระลึกไว้เสมอว่า  จิตวิญญาณของเรานั้นจะเก็บบันทึกการกระทำของเราทุกอย่างเอาไว้  ซึ่งเราไม่มีวันจะหนีพ้นกรรมไปได้เลย (Never seek vengeance. Remember that your soul records every action and you can't get away with anything.)

กรรม  เป็น กฏสากลของเหตุ และ ผล (Karma is the universal law of cause and effect.)  
ไม่ว่าบุคคลนั้นๆจะรู้หรือไม่รู้กฏแห่งกรรมก็ตาม  แต่ เขาก็ต้องได้รับผลแห่งกรรมด้วยกันทั้งนั้น

บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น (You reap what you sow.)  
คนเราทุกคน ย่อมได้รับสิ่งที่ตนสมควรได้รับเสมอ (You get what you earn.)   
เมื่อเราให้ความรักไป  เราก็จะได้รับความรัก (If you give love, you get love.)  
ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว (Revenge returns itself upon the avenger.)  
ทุกสิงทุกอย่างที่เรากระทำไป จะย้อนกลับมาหาเราเสมอ (What goes around comes around.)

การทำดี   คือ  การสร้างกรรมดี (Good action equals good karma.)
การทำชั่ว คือ  การสร้างกรรมชั่ว (Bad action equals bad karma.)

คนเราทุกคน ย่อมได้รับในสิ่งที่ตนกระทำไว้เสมอ  ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง การกระทำแต่ละอย่าง  ย่อมก่อให้เกิด ผลที่ตามมาเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสมควรได้รับทั้งสิ้น (Each individual is solely responsible for his or her own behavior, and every deed will produce a reaction equal to it in every way.)

กรรมนั้นมีความยุติธรรมเสมอ   ไม่มีรางวัล  ไม่มีการลงโทษ  ไม่มีความลำเอียงต่อผู้ใดทั้งสิ้น
ทุกสิงทีเราได้รับนั้น เราต้องสมควรได้รับเสมอ    กรรมไม่ได้ให้อภิสิทธิ์แก่ใครเลย (Karma is justice. It does not reward or punish.)

กรรมนั้นไม่ได้กำหนดชะตาชีวิตให้ใคร   แต่....เราเองต่างหากที่เป็นผู้สร้างเหตุ  เป็นผู้กระทำกรรม แล้วกรรมนั้นก็ส่งผลที่สมควรให้กับการกระทำของเราอย่างเหมาะสม (Karma doesn't predestine anyone or anything. We create our own causes and karma adjusts the effects with perfect harmony.)

กรรมนั้นไม่ใช่สิ่งที่รอคอยอยู่กับที่  แต่เป็นสิ่งที่เคลื่อนไหว รุกไปข้างหน้า เราสามารถตัดสินใจได้ทันทีที่จะกำหนดอนาคตของเรา และปรับเปลี่ยนในส่วนที่ทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุข (Karma is not passive, it is active. We can, in an instant, make decisions that shape our future and transform the parts of our lives that are causing us unhappiness.)

เราไม่จำเป็นต้องคอยให้กรรมดีส่งผลให้เรา  แต่...เราสามารถทำกรรมดีได้เสียแต่วันนี้เลย  ทุกขณะนั้นคือโอกาสที่เราสามารถกำหนดชีวิตเราได้ให้เป็นไปอย่างสมดุลย์ (We don't have to wait for good karma, we can make it now. Every moment is an opportunity to shape our lives into ones with greater karmic balance.)

ด้วยกฏแห่งกรรม จะทำให้เราเข้าใจชะตาชีวิตของเราซึ่งเป็นไปตามกฏแห่งธรรมชาติ  ทำให้เราเข้าใจถึงการมาเกิดใหม่  กรรมเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถอธิบายเรื่องการเกิดใหม่  และความเป็นไปของชีวิตได้อย่างสมเหตุสมผล   สำหรับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตเรานั้น  ไม่มีใครเลยที่ตกเป็นเหยื่อชะตากรรม  เราต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์ซึ่งเราเองเป็นคนก้าวเข้าไปเอง  ไม่ใช่เพราะโชค ไม่ใช่เพราะเคราะห์ร้าย  ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ แต่เป็นเพราะเราทุกคนได้กระทำกรรมไว้และสมควรได้รับในสิ่งที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตของเราด้วยกันทั้งนั้น 

เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะรู้เกี่ยวกับกรรมของเรา   เพราะ...ไม่ว่าจะเป็นความเศร้าโศก  ความเจ็บปวดสูญเสีย ความสุข  หรือ ความพึงพอใจ  ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราสามารถค้นหาสาเหตุได้จากการกระทำของเราในปัจจุบัน และ ในอดีตชาติได้ (It is important to know about our personal karma because there is no sorrow or pain, joy or delight that can't be traced to our actions in this or a former life.)

ชีวิตที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น  เป็นผลเนื่องมาจากการกระทำ   ความคิด  และความปรารถนาของเราในอดีต   และการกระทำในปัจจุบันของเรานี้ ก็เป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตของเรา (We are what we are because of our past deeds, thoughts, and desires. We are building our future through our present behavior.)

เรามีอำนาจ ที่จะกำหนดอนาคตของเราให้เป็นไปในทิศทางที่เราต้องการ  ด้วยการกำหนดการกระทำของเรา  ถ้าเราทำดี  สิ่งดีๆย่อมเกิดขึ้นแก่เราเสมอ  ถ้าเราทำไม่ดีกับผู้อ่่ืนไว้  สิ่งที่ไม่ดีนั้น ย่อมย้อนกลับมาเกิดขึ้นแก่เราเช่นกัน  ไม่ช้าก็เร็ว

ปัญหาหลายอย่างในชีวิตนั้น คนเราสามารถหลีกเลี่่ยงได้  ด้วยการไม่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น  ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราทำไป ย่อมเป็นสิ่งที่เราจะได้รับกลับมา  เมื่อเรารู้จักการจัดการกับชีวิต  ทำแต่กรรมดี มีความรัก  รักษาสุขภาพ  เราก็จะมีความสุข  มีความสมหวัง มีความมั่นคง มีโชคลาภ   ตรงกันข้าม ถ้าเราทำกรรมไม่ดี  ชีวิตก็เราก็จะมีแต่ความทุกข์ยาก  อุปสรรค ความผิดหวัง  เคราะห์ร้าย

วิธีหนึ่งที่จะเปลี่ยนกรรมได้  คือ   หาเวลาในแต่ละวัน ทำใจให้สงบ คิดทบทวนดูว่าสิ่งใดที่เราได้กระทำไปแล้วนั้น เป็นสาเหตุให้เกิดผลที่ไม่ดีต่อชีวิตเรา (One way to change our personal karma is to start spending some time each day examining our behavior in an effort to determine what in our life is causing us to have a bad reaction as opposed to a good one.)

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่เราสามารถหยุดสร้างกรรมไม่ดีได้ ด้วยการทำความดีลบล้างความไม่ดีนั้นเสีย

สร้างกรรมดีไว้ ก็เป็นการสร้างอนาคตที่ดี  ดูแลสุขภาพกายให้ดี รักษาสุขภาพจิตให้ดี  ให้มีความสุขสงบ    ก็จะเกิดความสมดุลย์ในชีวิต  มีความสุข สงบ และ พึงพอใจแก่ชีวิต


กรรม คือ อะไร

กรรม 2 (action; deed)
คือ การกระทำ, การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายหรือ ทางวาจา หรือทางใจ  ล้วนแต่เป็นกรรมทั้งสิ้น   แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

       
1. อกุศลกรรม (unwholesome action; evil deed; bad deed)
กรรมที่เป็นอกุศล, กรรมชั่ว, การกระทำที่ไม่ดี การกระทำที่ไม่ฉลาด การกระทำที่ไม่เกิดจากปัญญา   การกระทำท่ีเกิดจากความประมาท หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เสื่อมเสียคุณภาพชีวิต ได้แก่ การกระทำที่เกิดจากความโลภ  ความโกรธ หรือ  ความหลง (ความโง่)

    
   2. กุศลกรรม (wholesome action; good deed)
กรรมที่เป็นกุศล, กรรมดี, การกระทำที่ดี  การกระทำที่ฉลาด การกระทำที่เกิดจากปัญญา ส่งเสริมคุณภาพของชีวิตจิตใจ   ได้แก่  การกระทำที่เกิดจากความไม่โลภ ความไม่โกรธ  หรือ ความไม่หลง (ความไม่โง่)

เมื่อเราได้พิจารณาการกระทำของเราทุกอย่างแล้ว  ว่าเราทำแต่กุศลกรรม เราย่อมมั่นใจได้ว่า  สิ่งที่จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตของเรานั้น ย่อมเป็นส่ิ่งที่ดีเสมอ  เราจะไม่มีความวิตกกังวล   ไม่มีความหวาดกลัวว่า ชีวิตจะต้องเจอปัญหาและอุปสรรคใดๆ  ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแก่ชีวิตเรา  เราจะไม่ละทิ้งการทำความดี  เราจะไม่ขโมยของใคร  แม้เราจะไม่มีเงิน   เราจะไม่แย่งคู่ครองของใคร  แม้ว่าเขาหรือเธอจะสวยมีเสน่ห์น่ารักน่าใคร่สักแค่ไหนก็ตาม ฯลฯ  เราจะมีสติและทำแต่กุศลกรรมเสมอ

นอกจากนี้  เราต้องรู้ด้วยว่า  รากเหง้าหรือต้นตอของกุศลกรรม  และ อกุศลกรรมนั้นมีมาจากอะไรบ้าง  ด้วยการทำความเข้าใจกับกุศลมูล และ อกุศลมูล

กุศลมูล 3 (roots of good actions)
รากเหง้าของกุศล, ต้นตอของความดี  ได้แก่

     
  1. อโลภะ (non-greed; generosity)
ความไม่โลภ, ความคิดเผื่อแผ่, ความมีใจกว้าง,  ชอบเสียสละ ให้ทาน

       
2. อโทสะ (non-hatred; love)
ความไม่คิดประทุษร้าย, เมตตา,  ความปรารถนาดี

     
  3. อโมหะ (non-delusion; wisdom)
ความไม่หลง, ความฉลาด,  ความมีปัญญา

หากบุคคลใดได้หมั่นพิจารณาการกระทำของตนอยู่เนืองๆ  และเฝ้าดูจิตใจตนเองให้มีแต่กุศลมูล นอกจากจะเป็นผู้ที่มีสติปัญญา จิตใจสะอาดผ่องแผ้วแล้ว  ยังจะดำรงชีวิตด้วยความมั่นคง  ไม่หวาดกลัว  ไม่วิตกกังวล ว่าชีวิตอาจจะต้องเจอปัญหาและอุปสรรคมากมาย  หรือมีเคราะห์กรรมใดๆ


กุศลมูล 3 (roots of bad actions)
รากเหง้าของอกุศล, ต้นตอของความชั่ว  ได้แก่

   
    1. โลภะ (greed)
ความอยากได้ทั้งหลายทั้งปวง   อยากได้ชื่อเสียงเกียรติยศ  อยากได้ทรัพย์สินเงินทอง   อยากมีอำนาจวาสนาบารมี   อยากมีบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง ฯลฯ

     
  2. โทสะ (hatred)
ความคิดประทุษร้าย   ไม่ปรารถนาดีต่อผู้อื่น   ความโกรธ  ความเกลียดชัง ความขุ่นข้องหมองใจต่างๆ ฯลฯ

       
3. โมหะ (delusion)
ความหลง   ความเชื่ออย่างงมงาย  ไม่สมเหตุสมผล  ความเชื่ออย่างผิดๆ  ไม่ใช้ปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง ความลุ่มหลงมัวเมา  

เราควรเฝ้าดูจิตใจของเรา  อย่าให้เกิดอกุศลมูลขึ้นในจิตใจของเรา  ไม่ว่าเราจะทำอะไรลงไป  ต้องพิจารณาอยู่เสมอว่า เราไม่ได้กระทำไปเพราะความอยากได้อยากมี   หรือ กระทำไปเพราะมีเจตนาทำร้ายผู้อื่น  หรือ  กระทำไปเพราะความโง่เขลาเบาปัญญา  เพราะความลุ่มหลงงมงาย   ฯลฯ   เราควรเตือนสติตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา  อย่าให้จิตใจของเรา มีอกุศลมูลเข้าครอบงำจิตใจได้   เพื่อความสุข ความสงบ ในชีวิตของเราเอง


(ขอให้ผู้อ่านทุกท่าน  จงเป็นผู้มีสติ  รู้เท่าทันกิเลสของตนเอง  ไม่ลุแก่โทสะ  ไม่เห็นแก่ได้  ไม่เห็นแก่ตัว   ไม่อิจฉาริษยาใคร  และทำความดี ทุกครั้งที่มีโอกาสทำดี    ขอให้มีความสุข ความเจริญ และมีความพึงพอใจในชีวิตกันถ้วนหน้านะครับ)


---------------------------------------------------





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 61
Sainam วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 22.32 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

สำหรับหัวข้ออื่น ๆ ไม่ใช่น้ำไม่เชื่อนะคะ น้ำเชื่อในทุก ๆ ข้อที่กล่าวมา......

เป็นแนวทางที่เราปฏิบัติได้ หรือ คิดได้ จะก่อให้เกิดความสุขได้มากเลยค่ะ......
ความคิดเห็นที่ 60
Sainam วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 22.27 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตเรานั้น อยู่ในกำมือเรา คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง โดยผ่านการกระทำที่เราต้องรับผิดชอบทั้งหมดด้วยตัวของเราเอง เหมือนการขว้างบูมเมอแรง สิ่งที่เรากระทำไปนั้น ย่อมย้อนกลับมาหาเราเสมอ

ใช่ค่ะ น้ำเชื่อว่าจริง........


อย่าทำร้ายผู้ใด พึงระลึกไว้เสมอว่า จิตวิญญาณของเรานั้นจะเก็บบันทึกการกระทำของเราทุกอย่างเอาไว้ ซึ่งเราไม่มีวันจะหนีพ้นกรรมไปได้เลย

นี่อีกจุดหนึ่งที่น้ำเชื่อค่ะ.....
ความคิดเห็นที่ 59
Chonpadae วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 16.34 น.
http://www.oknation.net/blog/oche

ขอบคุณครับ
ไม่ทราบจะรับกวนหรือเปล่า ผมอยากได้ความกระจ่างในเรื่อง เช่น เรื่องลมหายใจ ครับ ว่าเราจะกำหนด หรือการระลึกรู้ลมหายใจ
ความคิดเห็นที่ 58
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 22.51 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

รากเหง้าของอกุศล, ต้นตอของความชั่ว ได้แก่
1. โลภะ
2. โทสะ
3. โมหะ

คงเป็นเพราะสามข้อนี้หล่ะค่ะที่ทำให้คนเรามี "อกุศลกรรม" มากกว่า "กุศลกรรม"
ความคิดเห็นที่ 57
santasom วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 16.55 น.
http://www.oknation.net/blog/santasom

สวัสดีค่ะ
กรรมที่เราทำเราย่อมได้ผลของกรรมนั้นเสมอ
ส้มเชื่อในเรื่องกรรมที่เรากระทำ การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วและเรื่องของภพภูมิเสมอ แต่เชื่อแบบมีสติไม่ได้เชื่อแบบขลาดกลัว

ขออนุโมทนาสาธุบุญที่พี่ได้สร้างผลบุญอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคปัจจัย การให้สิ่งดีๆแก่บุคคลทั่วไป ได้อ่านสิ่งที่ดี มีประโยชน์ ให้พี่นี้มีแต่ความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างใหญ่หลวงค่ะ
@^_^@
ความคิดเห็นที่ 56
ธมลวรรณ วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

อ๊อดเชื่อในเรื่องกรรม ควบคู่กับเรื่องภพภูมิ
เพราะเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอดรับกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ และโลกตะวันตกก็กลับมายอมรับมากขึ้นมาก
ว่ากรรมคือผลจากการกระทำ
ดังนั้นแม้แต่ที่เราพูดถึงว่าชาตินี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ชาติที่แล้วคงทำสิ่งใดมา แท้ก็คือเราพูดถึงผลการกระทำนั้นเอง เพียงแต่ เรื่อง timing ที่กินเวลาการกระทำกับผลของการกระทำที่กินเวลานานหรือได้รับผลช้าขนาดข้ามภพนั่นเอง

หมายเหตุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล
ความคิดเห็นที่ 55
มาลีรัตน์ วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 08.27 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ทุกสิ่งเกิดจากกรรม ทำให้ดีที่สุด ทำอย่างมีสติ ทำด้วยความรับผิดชอบ และเตรียมจิตใจรับผลการกระทำนั้นๆ ขอบคุณนะคะ ที่กระตุ้นเตือนกันและกัน
ความคิดเห็นที่ 54
Invisible-Ink วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 10.37 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

เอาบุญมาฝาก จากหลวงพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง


update >>>>
http://www.oknation.net/blog/victor/2008/05/20/entry-1/
ความคิดเห็นที่ 53
น้ำอมฤต วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 10.24 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

สวัสดีค่ะพี่

มาอ่านสิ่งดีๆ ในวันทำงานวันแรกของสัปดาห์นี้ อันที่จริงก็มาทีทำงานเพื่อมารอนโนบายใหม่ที่กำลังจะออกมา มากกว่ามาทำงาน เพราะงานทุกอย่างมันหยุดหมดแล้วค่ะ

...

การที่ได้หยุดสี่วันเต็มๆ ได้พิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มันก็คงเป็นกรรมที่พวกเราร่วมกันทำมาแต่ชาติปางก่อนกระมัง จึงได้ตกที่นั่งเดียวกันในขณะนี้

คงต้องกำหนดอนาคตของเราเองแล้วล่ะค่ะว่า ควรจะเดินไปในทิศทางไหน

ขอบคุณสิ่งดีๆ ที่ได้รับในวันนี้ค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 52
pimahn วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ เป๊บซี่ Pepsi8

ดีใจมากครับ ที่คุณเป๊บซี่อ่านแล้วเข้าใจในสิ่งที่ผมเขียน
ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 51
pimahn วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)


คุณ chai14 - kittichaiblog

http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog

1. ถ้าไม่ใช่เพราะกรรมเก่า แล้วอะไรล่ะครับที่ทำให้คนเราเกิดมาแตกต่างกัน
บุคคลทำกรรมดีกรรมชั่วมาแตกต่างกัน กรรมนั้นย่อมจำแนกบุคคลให้ต่างกันไปด้วย

2. ผล ทั้งหลาย ย่อมมีมาแต่ เหตุ เสมอครับ
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ คือ สัจจธรรม คือ ความจริงของชีวิต
ธรรมะ เป็นเรื่องของเหตุและผลครับ
ทำไม ยีนส์ของคนบางคนต้องผิดปกติด้วย อะไรผลักดันให้เป็นไปเช่นนั้น
ทำไม เด็กบางคนต้องคลอดได้ช้า ทำให้สมองขาดอ๊อกซิเจน แล้วปัญญาอ่อน
กรรมเก่า เป็นแรงผลักดัน ให้เป็นไป
ไม่ว่าจะด้วยความประมาทหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม

แม้เทคโนโลยีทันสมัยมากๆแล้ว ก็ยังมีคนพิการ เกิดทุกวัน
ถ้าไม่ใช่เพราะกรรม แล้วจะเป็นเพราะอะไร ทำไมต้องมาเกิดกับคนๆนี้ด้วย

3. ถ้าคนเราเข้าใจ ในสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
คนเราควรยอมรับโดยสดุดี ไม่ควรขัดขืน เพราะเราขัดขืนไป ก็แก้ไขอะไรไม่ได้
ถ้าเราหว่านข้าว เราได้ข้าวแน่ๆ เราคงไม่ได้ข้าวโพดนะครับ
ถ้าเราปลูกมะม่วง เราก็คงได้มะม่วง คงไม่ได้มะละกอนะครับ

บุคคล หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้นจริงๆครับ
แต่....ทุกคนที่มาเกิด ได้ถูกลบความจำหมดแล้ว
คนเราก็จำไม่ได้ว่า เราได้เคยเบียดเบียนผู้อื่นมาอย่างไร
พอถึงคราวที่เราต้องชดใช้บ้าง.....
เราก็ควรยอมรับการชดใช้นั้นอย่างหน้าชื่นตาบาน จะได้เป็นอโหสิกรรมกันไป

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา เราก็ควรใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่นี้
มุ่งหน้าทำแต่ความดีต่อไป....
ไม่ใช่เอาแต่โทษกรรมเก่า....แล้วไม่พยายามทำอะไรให้ดีขึ้น
การโทษกรรมเก่า..ไม่มีประโยชน์หรอกครับ
การยอมรับในสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้...อย่างมีใจสงบ
และมุ่งหน้าทำความดีต่อไปต่างหาก
จึงจะเสริมสร้างสิ่งดีๆให้แก่ชะตาชีวิตตนเอง
ความคิดเห็นที่ 50
pimahn วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2 (นวนิยายที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิต สอดแทรกข้อคิด เรื่องชีวิตและความรัก เพื่อความเพลิดเพลินและประเทืองปัญญา)

คุณ Cat - catadler

ครับ ขอให้มีใจสุขสงบเสมอนะครับ


คุณ theeratatt - thebier

ยินดีครับ


คุณ ภูผาน้ำฝน augustrain

จริงครับ ถ้าไม่มีธรรมะของพระพุทธองค์ ผมก็คงหลงทางเช่นกัน


คุณ คนทำงาน kunlek

"ธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" ครับ
"ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข" เสมอครับ

ขอบคุณมากนะครับ สำหรับคำอวยพรวันวิสาขบูชา

จริงครับ
"สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย"


คุณ rakmananya

สาธุ อนุโมทนาครับท่าน


คุณ ดินเดินทาง din-travel

"ธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" ครับ
"ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข" เสมอครับ

ขอบคุณมากนะครับ สำหรับคำอวยพรวันวิสาขบูชา


คุณ ซันตะวันยิ้ม suntawanyim

จริงครับ ทุกอย่างอยู่ที่เรากำหนดด้วยการกระทำของเราเอง
แต่กรรมเก่า เราต้องชดใช้ครับ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
คนเราต้องหมั่นทำความดี จึงจะได้รับสิ่งดีๆครับ


คุณ ดินเดินทาง din-travel

สวัสดีครับ น้องดิน

ขอให้มีสติ และ ทำแต่ในสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้องเสมอนะครับ


คุณ ญิบพันจันทร์ yipphanchan

ยินดีครับ


คุณ พระจันทร์ sasithorn

สาธุ ขอให้มั่นอยู่ในสิ่งทีดีงาม สิ่งที่ถูกต้อง ตลอดไปนะครับ
ขอให้มีสติ รู้เท่าทันกิเลสในใจเรา และควบคุมตนเองได้เสมอ


คุณ pierra

จริงครับ
ผล ทั้งหลาย ย่อมมีมาแต่เหตครับ
ผลที่ดี ย่อมมาจากเหตุที่ดี


คุณ ณดาพิมพ์ nadapim

ไม่ใช่ยอมจำนน แต่เป็นการยอมรับในสิ่งที่เราไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้
หากสิ่งใด เราสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ เราต้องทำครับ


คุณ ดาวจรัสแสง uratchada

ขอบคุณที่แนะนำหนังสือนะครับ


คุณ พวงชมพู pong-1

ยินดีครับ


คุณ ญิ๋งณัฐ uranus

จริงครับ
คนเราควรเฝ้าดูจิตตนเอง รู้เท่าทันกิเลสตนเอง
และควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้
มีความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี ในสิ่งที่ตนเองเป็น
ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข สงบครับ


คุณ ท่าชนะ Karida

วันนี้ วันพระครับ


คุณ veerin

ใช่แล้ว
คนเราทำอะไรไว้ ย่อมได้สิ่งที่ทำไว้เสมอ
ปลูกข้าว ย่อมได้ข้าว คงไม่ได้ข้าวโพดแน่นอนครับ

ขอให้คุณวีริญจ์มีความสุขมากๆในชีวิตประจำวันเช่นกันนะครับ


คุณ walkaway - ake yanee

ใช่ครับ
คนเราพึงสร้างแต่กรรมดี ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร
หากแต่ต้องมีใจเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
คนทำดี ย่อมได้รับสิ่งดีๆเสมอครับ


คุณ คนทำงาน kunlek

สวัสดีครับ คุณเล็ก
ขอบคุณครับ ที่แวะมาทักทาย
ขอให้คุณเล็ก มีโชคดีเสมอนะครับ
ความคิดเห็นที่ 49
เป๊ปซี่ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

อธิบายเสียยาวลึกซึ้งเชียวครับ....ขอบคุณมากครับ...คุณ Pimahn มีความรู้เรื่องพุทธศาสนาที่ดีมากเลยครับ....
ความคิดเห็นที่ 48
chai14 วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 14.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog

เคยเจอคนบางคนเกิดมา พิการเลย
ในสมัยก่อน วืทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้า
คนบางคนชอบโทษว่า กรรมเก่า ที่ทำให้เป็นผลในชาตินี้
บางทีแล้ว การคิดแบบนี้ อาจจะทำให้สบายใจ
เพราะ ไม่ต้องไปควานหาเหตุแล้ว
แต่ในความเป็นจริง ทุกอย่างมีที่มา เช่น ยีนส์ผิดปกติ ขาดอ็อกซิเจน ฯลฯ
แล้วความคิด แบบการโทษกรรมเก่า เคยทำให้ผม และเพื่อนบางคนสงสัย และเคยตำหนิตัวเอง มาแล้วครับ
อาจจะไม่ตรงนัก แต่ขอบ่นนิด นะครับ พี่
ความคิดเห็นที่ 47
Cat@ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 14.40 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler

แวะมา นะค่ะ
ใกล้เวลา ไปสวดมนตร์แล้ว
สิบโมง คือเวลาสวดมนตร์
อาจเลือนนิดหน่อย
แต่จะ อยู่ช่วง เวลานี้
ไปนั่ง สวดมนตร์สงบจิตใจ
พยายาม ขัดจิต ให้สงบ ..
เพือเตรียมพร้อม กับภาระกิจ ประจำวัน ..

ไหนจะวัยทองคำ ที่ไม่อาจวิ่งหนี
สู้กับวัยรุ่น ลูกเราเอง
จะมีสิ่งใด ดีเท่า การนั่งสมาธิ เพือ ทำใหจิต ..
อยู่ความสงบ ..แต่ไม่หยุดนิ่ง..
ความคิดเห็นที่ 46
theeratatt วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/thebier

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 45
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 12.06 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.


“ ..หนทางยังมีอยู่
ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย
ลงมือเสียแต่วันนี้
ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา
จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป
เพราะถึงเวลานั้น
พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง
ไปอีกนานแสนนาน..”
(คัดลอกจาก www.wimutti.net/pramote/)
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ธรรมะสวัสดีค่ะ
ด้วยความซาบซึ้งในความเมตตา
และพระคุณของพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์
ความคิดเห็นที่ 44
คนทำงาน วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 09.55 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

วันนีวันวิสาขบูชา ขอให้บุญรักษาค่ะ

Two folks look out through the same bars; One sees mud, the other sees stars.
ความคิดเห็นที่ 43
rakmananya วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 08.15 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

ธรรมสวัสดี
มาอ่านอีกรอบ ในวันวิสาขบูชา...
ความคิดเห็นที่ 42
ดินเดินทาง วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 08.11 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel

วันวิสาขบูชา
.................
สวัสดีค่ะ..คุณ pimahn
บุญรักษานะค่ะ..


ความคิดเห็นที่ 41
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

กรรมเป็นเครื่องกำหนดจริง ๆ
เราคงกำหนดหลายสิ่งหลายอย่าง
ให้กับชีวิตได้ แต่กรรมเก่าคงต้องชดใช้
อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ปรารถนาจะทำความดี เท่าที่จะทำได้ให้มากที่สุด
เพื่อเป็นการละเว้น และหนีห่างจาก กรรม ที่จะเกิดขึ้นใหม่
ความคิดเห็นที่ 40
ดินเดินทาง วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 21.44 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel


สวัสดีค่ะ ดินพึ่งกลับมาจากสุพรรณบุรีค่ะ
ก็มีเรื่องเครียดๆๆ..ปัญหาคนอื่นเขา
แต่เรานะทุกเหมือนเคย..เป็นเรื่องปกติ..
ดินนะเคยเดินหลงทางผิด.และอาจเป็นคนเลวเลยก็ว่าได้.
กว่าจะหาทางเดินกลับบ้านถูกก้เสียเวลาเสียโอกาส
เสียความรู้สึกเสียเพื่อนที่ดีฯลฯ..ถึงตอนนี้ดินก็ไม่ใช้คนดี
หรอกนะค่ะ..แต่ตั้งใจว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะทำในสื่งที่ถูกต้องและดีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
ดิน....เชื่อเรืองกรรม....มาก.

ขอบคุณในส่งดีดีที่นำมาให้เสมอค่ะ
ดินเดินทาง
18/05/2551 21.44 น
ความคิดเห็นที่ 39
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 21.38 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 38
พระจันทร์ วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 21.34 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

เพราะเชื่อมั่นในเรื่องของกรรมค่ะ
...ทุกวันนี้...จึงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง....
....พยายามมีสติให้มากที่สุด....
...พยายาม ...พยายาม...
เพราะไม่อยากสร้างกรรมไม่ดีเพิ่ม
ขอบคุณ สำหรับบทธรรมมะที่นำมาให้อ่านวันนี้
+1

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 37
pierra วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 19.51 น.
http://www.oknation.net/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...    ธรรมทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง

ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ
ผลแห่งธรรมนั้นย่อมเกิดตามสมควรแก่เหตุ
ความคิดเห็นที่ 36
ณดาพิมพ์ วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/nadapim


สวัสดีค่ะ
เราต้องมีสติและไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 35
ดา