• pimahn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-24
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 4902
  • จำนวนผู้โหวต : 658
  • ส่ง msg :
more
pimahn2
เรื่องราวจากประสบการณ์ชีวิต การเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ ทั้งที่ชอบและไม่ชอบ ทั้งท่ีต้องการและไม่ต้องการ แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับชีวิตด้วยสติปัญญา และดำเนินชีวิตไปตามแนวทางที่เราเลือกเอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pimahn2
วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2551
ถนนสายนี้ไม่มีเธอ ตอนที่ 10
Posted by pimahn , ผู้อ่าน : 280 , 14:11:27 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องสั้นและนวนิยาย  
พิมพ์หน้านี้


ถนนสายนี้ไม่มีเธอ


ตอนที่ 10


"ปัญหา คือ สิ่งท้าทายความสามารถ  แต่อย่าท้ากันบ่อยนัก



(ต่อจาก ตอนที่ 9 http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/05/12/entry-1)



ธนันท์เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ตรวจเอกสารที่ลูกน้องส่งมาให้เซ็นอนุมัติ ทั้งงานของฝ่ายวางแผนวัตถุดิบ  ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายนำเข้าสินค้า ฝ่ายส่งออก  ฝ่ายคลังสินค้า  อีกทั้งยังต้องอ่านรายงานประจำวันต่างๆเพื่อติดตามงานและควบคุมดูแลงานให้เป็นไปอย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพ   โต้ตอบจดหมายลูกค้าต่างประเทศ   ปริมาณงานแต่ละวันก็มีมากมาย  จนธนันท์แทบไม่มีเวลาพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเลย  นอกจากกับลูกน้องที่มาขอคำปรึกษาเท่านั้น


เมื่อแก้ปัญหาเรื่องการประสานงานกันและส่งข้อมูลให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้แล้ว  การทำงานก็เป็นระบบมีระเบียบแบบแผนมากขึ้น   เพราะมีการเขียนขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงาน  ทำให้ลูกน้องแต่ละคน รู้และเข้าใจในงานของตนอย่างละเอียดละออ    รู้ว่าเมื่อทำงานมาถึงตรงนี้ แล้วต้องทำอะไรต่ออีกบ้าง  การทำบันทึกข้อมูลการนำเข้าสินค้า  และติดตามงานจนถึงวัตถุดิบได้ส่งไปผลิตและส่งออก    ทำให้ปัญหาเรื่องโควต้าการนำเข้าสินค้าแบบยกเว้นภาษีของบีโอไอ หมดไปด้วย   ปัญหาเรื่องการนำเข้าแบบขอคืนภาษีอากรก็หมดไปอีกเช่นกัน


ระหว่างที่นั่งตรวจงานเอกสารบนโต๊ะอยู่นั้น   พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นชบา ฝ่ายจัดซื้อ คนช่างพูด  กำลังนั่งบ่นกระปอดกระแปด หน้าเง้าหน้างอ  ก็แปลกใจนิดๆว่าเกิดอะไรขึ้น   สักประเดี๋ยวก็เห็น สุนีย์ฝ่ายส่งออกเดินออกมาจากห้องของสันติ  ให้นึกแปลกใจว่า ทำไมสันติ ต้องเรียกลูกน้องของตนเองไปคุยด้วย  มีปัญหาอะไรสันติก็น่าจะมาคุยให้ตนเองได้รับรู้ก่อน 


วรรณา ฝ่ายวางแผน เพิ่งกลับจากตรวจเช็คสต๊อคสินค้า  เดินแวะมาคุยกับธนันท์ที่โต๊ะทำงานของเขา


"พี่ธนันท์   เมื่อกี๊วรรณลงไปเช็คสต๊อค  พวกคนงานแวะมาเบิกของที่สโตร์ แล้วคุยกันว่าจะพร้อมใจกันลาออกจากบริษัทละพี่"


เห็นวรรณเล่ากระซิบกระซาบหน้าตาตื่นๆ  ทำให้เกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที


"มีเรื่องอะไรที่คนงานไม่พอใจหรือครับ  พวกคนงานต้องการต่อรองอะไร"


"โอ๊ย  หลายเรื่องค่ะพี่    นี่พี่ไม่รู้อะไรจริงๆเหรอ    คุณสันติน่ะ  สมภารอยากกินไก่วัด  คนงานสาวๆคนไหนหน้าตาดีหน่อย แกจะเรียกคุย   ชอบหว่าน  พาสาวๆไปเลี้ยงข้าวตอนเย็นๆ  เด็กมันก็คิดว่าเจ้านายใจดี   เป็นกันเองกับลูกน้อง  เด็กมันก็ไปด้วย   ก็เลยถือโอกาสคุยเรื่องปัญหาในสายการผลิต   คิดว่าคุณสันติแกคงสนใจอยากรู้มั้ง   ที่ไหนได้  แกไม่ได้สนใจเรื่องงานหรอกพี่  แกสนใจตัวน้องๆต่างหากล่ะ"


วรรณาเล่าไป เลิกคิ้วทำตาโตไปด้วย ธนันท์ก็ซักถามต่อ


"อันนี้มันเรื่องส่วนตัวนะ  ไม่น่าจะเป็นเหตุผลให้คนงานพร้อมใจกันจะขอลาออก  ผมว่าน่าจะมีเหตุผลอื่นๆด้วย"


"เงินเดือนไม่พอใช้นี่แหละเรื่องใหญ่  ก็ขอขึ้นค่าแรงกัน  อยากทำล่วงเวลากัน  ปีที่แล้วก็ไม่มีเงินโบนัสนะพี่ มีแต่เงินแต๊ะเอียคนละนิดๆหน่อยๆตอนตรุษจีน"  วรรณาเล่าต่อ


"อืม....นี่มันปัญหาของฝ่ายบุคคลเขานะ   เราคงไม่เกี่ยวหรอก   แล้ววรรณมาเล่าให้ผมฟังทำไม  ผมคงช่วยอะไรไม่ได้นะ  เพราะไม่ใช่หน้าที่และความรับผิดชอบของผม" ธนันท์ตอบ


"พี่ธนันท์ก็เป็นซะอย่างนี้  เอาแต่งาน   งาน  งาน   คนเขาลืออะไรกัน  วรรณก็อยากให้พี่รู้ไว้   วรรณก็รู้อยู่ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของคุณศิริเขา   เดี๋ยวฝ่ายบุคคลเขาก็คงจัดการได้"  วรรณาค้อนให้


"ครับ  ครับ  ขอบคุณมากนะวรรณ  ที่อุตส่าห์มาบอก  แล้วงานของวรรณตอนนี้  เข้าที่เข้าทางหรือยัง  สบายขึ้นไหม  มีปัญหาอะไรไหม" ธนันท์เปลี่ยนเรื่องคุย


"งานสบายขึ้นเยอะเลยพี่   ตั้งแต่ที่พี่ช่วยออกแบบตารางให้วรรณใส่ตัวเลขแต่ละช่อง  แล้วใส่สูตรไว้ในตารางด้วย ทำให้การคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ต้องสั่งซื้อในแต่ละวันง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ   แค่เอาตัวเลขการใช้วัตถุดิบจากที่เบิกออกจากสโตร์แต่ละวันมาคีย์ข้อมูลลงไปในตาราง    แล้วก็คีย์ยอดใบสั่งซื้อจากลูกค้า  วรรณก็วางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วค่ะ" วรรณาตอบ


"ครับ  งานของวรรณ เป็นงานที่ค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน  ผมก็เลยเป็นห่วงมากกว่าคนอื่นๆ  แต่วรรณเก่งนะ    ทำงานไม่มีผิดพลาดเลย  เรียนรู้อะไรๆได้เร็วมากด้วย   อย่างสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อมา  วรรณก็ต้องเอาไปกระจายออกมาว่าสินค้าตัวนั้น ใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง   ก่อนจะเอาตัวเลขไปใส่ในตารางคำนวณ   ถ้าคนไม่เก่ง ทำงานไม่ละเอียด   คงปวดหัวนะ ทำงานวางแผนนี่"   ธนันท์ออกปากชมลูกน้องอย่างจริงใจ


วรรณาได้ฟังหัวหน้ากล่าวชม ก็ปลื้ม  นั่งยิ้มอยู่สักพัก ก็ขอตัวไปทำงานต่อ


สองวันต่อมา สันติก็เรียกธนันท์เข้าไปคุย


"ธนันท์  พี่อยากให้ธนันท์ช่วยหน่อย    นี่คนงานจะนัดกันหยุดงาน แล้วก็จะยื่นใบลาออกกันสิ้นเดือนนี้"


"ปัญหานี้ เป็นเรื่องของคุณศิริ  ผู้จัดการฝ่ายบุคคลนะครับ    พี่สันติน่าจะให้ฝ่ายบุคคลจัดการ   ไม่ใช่หน้าที่และความรับผิดชอบของผมเลย"   ธนันท์เกรงว่า ถ้าเขาไปจัดการกับปัญหานี้ จะเป็นการก้าวก่ายงานของฝ่ายบุคคล


"แล้วพี่สันติไปรู้มาจากใคร  ว่าคนงานจะนัดกันหยุดงาน และยื่นใบลาออก"  ธนันท์ซักถามต่อ


"พี่มีเด็กของพี่อยู่ในสายการผลิต  เด็กมันแอบมาบอก  พวกคนงานนัดกันจริงๆนะ   แล้วเราคงมีปัญหากับลูกค้าแน่ๆ  ส่งของไม่ทันกำหนดอีก"  สันติตอบอย่างวิตกกังวล


"แล้วพี่รู้ไหม ว่าคนงานต้องการต่อรองเอาอะไรจากบริษัท"  ธนันท์ซักถามต่อ


"โอ๊ย....จะเรื่องอะไรซะอีก  ก็ไอ้เรื่องเดิมๆนั่นแหละ  ขอขึ้นค่าแรง ขอขึ้นเงินเดือน อยากทำงานล่วงเวลาเยอะๆ  นี่เราก็จ่ายค่าแรงคนงานดีอยู่แล้วนะ   แล้วบริษัทก็ขาดทุนมาตลอดห้าปี  พี่จะเอาเงินที่ไหนไปขึ้นค่าแรงคนงาน     นี่...ธนันท์    ลูกน้องของคุณน่ะ  ก็เอากับเขาด้วยนะ    จะว่าไม่เกี่ยวกับธนันท์ได้ไง  ถ้าลูกน้องในแผนกไม่เหลือใครเลย  ธนันท์ทำงานคนเดียวไหวเหรอ"  สันติตอบ


ถ้าลูกน้องของธนันท์ยื่นใบลาออกกันหมด  ก็เป็นปัญหาใหญ่มาก    กว่าจะฝึกงานกันมาได้ ธนันท์ก็ทุ่มเทเวลาไปมากมาย  อดหลับอดนอนมาเกือบปีแล้ว   ทั้งสอนงาน   ดูแลกันอย่างใกล้ชิด  จนลูกน้องแต่ละคนทำงานดีและเก่งขึ้นมาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  วรรณา ฝ่ายวางแผนวัตถุดิบ  ที่เขาปั้นมากับมือ   ร่วมกันทำงานจนเกือบเที่ยงคืนทุกวัน   เพื่อสอนงานเธอทั้งในด้านการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ   การอ่านค่าตัวเลขจากตาราง  วิธีการป้อนข้อมูลใส่ตาราง  และวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ


สันติสังเกตเห็นธนันท์มีสีหน้าท่าทางกังวลใจไม่น้อย


"งั้นพี่ฝากธนันท์  ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยนะ  ศิริ  ธีระ  กับนฤมล  เขาจัดการไปแล้ว  แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล   ขอพี่ดูฝีมือธนันท์บ้าง  ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ไหม"


วันรุ่งขี้น ก็เกิดความวุ่นวายจนได้  ช่วงบ่าย  คนงานส่วนหนึ่งขึ้นมาออกันอยู่เต็มบริเวณด้านหน้าสำนักงานฝ่ายบุคคล  บรรดาลูกน้องของธนันท์ก็เอากับเขาด้วย  ต่างก็ไปขอใบลาออกพร้อมกันจากฝ่ายบุคคล


ศิริมีสีหน้าเครียด   เดินเข้าไปในห้องของสันติ  ปล่อยให้คนงานยืนรออยู่ก่อน


"พี่สันติ  เอาไงดี  จะให้ผมทำไง  พวกคนงานมาขอใบลาออกไปเขียนแล้ว   ผม  คุณธีระ ผู้จัดการฝ่ายผลิต  กับคุณนฤมลก็พูดแล้ว  แต่คนงานไม่ฟัง   นี่รวมทั้งลูกน้องของธนันท์ทั้งหมดด้วย   หรือพี่สันติจะพูดเอง  ไปรับปากคนงานว่าจะขึ้นค่าแรง   ขึ้นเงินเดือนให้  บางทีอาจจะหยุดพวกเขาได้นะครับพี่"


"ศิริ   พี่เห็นว่ามีลูกน้องของธนันท์ร่วมอยู่ด้วย  ปัญหานี้ปล่อยให้ธนันท์จัดการดีกว่านะ"  สันติเป็นคนฉลาด  รู้วิธีโยนปัญหาไปให้คนอื่น  ตัวเองจะได้ปลอดภัย    หากเกิดความผิดพลาดขึ้น  ก็เป็นความผิดของธนันท์ที่แก้ปัญหาไม่ได้  สันติไม่ผิดอะไรเลย


หลังจากได้รับมอบหมายจากสันติ กรรมการผู้จัดการแล้ว ธนันท์มีสีหน้าเคร่งเครียด  ในมือนั้นหอบเอาใบลาออกเกือบห้าสิบใบเอาเข้าห้องประชุมไปด้วย  บรรดาคนงานส่วนหนึ่งและพนักงานในฝ่ายปฏิบัติการ  รวมห้าสิบคนที่มายื่นต่อรองขอขึ้นเงินเดือนกับบริษัท ต่างก็เข้าห้องประชุมกัน




ทุกคนนั่งเงียบอยู่ในห้องประชุม  ธนันท์นั่งอยู่ด้านหน้าสุดของห้อง  ให้นึกโกรธลูกน้องตัวเอง ที่กระทำการร่วมกับคนงานโดยพละการแบบนี้     ฝ่ายบรรดาลูกน้องของธนันท์  เห็นสีหน้าของลูกพี่ไม่ยิ้มเลย   ดูท่าทางไม่ใจดีเหมือนเคย      นึกไปถึงที่หัวหน้าเคยสอนงาน  เอาใจใส่การทำงานของลูกน้องเป็นอย่างดี  ก็อดนึกเห็นใจหัวหน้าไม่ได้   แต่ก็อยากจะดูปฏิกิริยาของธนันท์ว่า  จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร   หัวหน้าจะอยู่ข้างไหน  จะเห็นใจคนงาน และต่อรองกับสันติ ให้ขึ้นเงินเดือนคนงานหรือไม่   


ธนันท์กวาดสายตามองหน้าลูกน้องตัวเองทีละคน  ริมฝีปากนั้นหุบสนิท  ไม่ได้พูดอะไรเลย    บรรยากาศในห้องประชุมมีแต่ความเงียบ    เขากวาดสายตาสบตาบรรดาคนงานที่นั่งอยู่ช่วงท้ายของห้องแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า


"สวัสดีครับ ทุกๆคน   ผมเข้าใจปัญหาของพวกเรานะ  ที่ต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้น   ถ้าบริษัทสามารถปรับเงินเดือนเพิ่มให้ทุกคนได้  บริษัทก็คงจะทำไปแล้ว   แต่พวกเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า  บริษัทของเราได้ดำเนินกิจการขาดทุนติดต่อกันมาเป็นเวลาห้าปีแล้ว     บริษัทจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเงินเดือนเพ่ิมให้พวกเราได้.....


จริงอยู่   ตอนนี้สถานะการเงินของบริษัทเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว     เรามีรายจ่ายน้อยลง    มีรายได้เพิ่มขึ้น  แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป   ตามลำดับขั้นตอน   อยู่ๆจะมาใช้วิธีกดดัน   บีบให้บริษัทจ่ายเงินเดือนเพ่ิมให้โดยกระทันหันนั้น  ผิดขั้นตอนไป....




อีกไม่ถึงสามเดือน  ก็จะมีการประเมินผลงานปลายปี  และจ่ายเงินโบนัสแล้ว   ทำไมพวกเราไม่รอดูว่า   ปีนี้บริษัทจะปรับเงินเดือนให้เท่าไร และจะจ่ายเงินโบนัสให้เท่าไร   ปีนี้จะเป็นปีแรก ที่เรามีกำไร  ถ้าถึงเวลานั้นแล้ว   ได้รับเงินโบนัสแล้ว พวกเรายังไม่พอใจ    ค่อยคิดลาออกตอนนั้นก็ได้....


พวกเราที่มาทำงานร่วมกันในบริษัทเดียวกัน    ก็เหมือนช่วยกันปลูกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง   แบ่งหน้าที่รดน้ำ  พรวนดิน  ใส่ปุ่๋ย  ตัดหญ้า    ฆ่าแมลง  ฯลฯ    ตอนนี้ต้นไม้ต้นนี้ กำลังออกดอกแล้ว   เราจะไปเด็ดดอกมากินก็ยังไม่ได้   พวกเราต้องรอให้ต้นไม้มีผลเสียก่อน   ค่อยเก็บเกี่ยวผลนั้น แบ่งปันกันไปตามส่วน    ผมขอให้พวกเรารออีกสักนิด   รอโบนัสปลายปี  แล้วค่อยพิจารณาอีกที ว่าพวกเราอยากจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อไป  หรือจะลาออก.....


ผมขอถามนิดหนึ่ง...มีใครที่ได้งานใหม่แล้วบ้าง"


ธนันท์กวาดสายตามองหน้าพนักงานทุกคน     ต่างล้วนแต่ส่ายหน้ากัน


"นี่ก็แสดงว่า  ทำตามอารมณ์    หลงเชื่อคนยุแหย่ให้สมคบคิดกันต่อรองกับบริษัทด้วยวิธีนี้   แล้วนี่...ถ้าลาออกไปจริงๆ   จะเอาเงินที่ไหนไว้กินไว้ใช้  ถ้ายังหางานใหม่ทำไม่ได้    ครอบครัวก็จะเดือดร้อนเสียเปล่าๆ....


ถ้าพวกเรามีงานใหม่ที่ดีกว่ารองรับอยู่แล้ว   ผมจะไม่เสียใจเลย  กับการที่พวกเราลาออก   จะยินดีด้วย  ถ้าพวกเราได้งานใหม่ที่มีสวัสดิการดีกว่า   เงินเดือนสูงกว่าที่ได้จากที่นี่......




แต่....ตอนนี้ผมเสียใจจริงๆ   ที่พวกเราทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบ    ทำแล้วนำแต่ความเดือดร้อนมาสู่ตัวเองและครอบครัว      ผมขอให้พวกเราทุกคน   คิดดูให้ดีอีกครั้งนะครับ   ว่าจะรอตัดสินใจใหม่ตอนรับโบนัสแล้ว    และ  มีงานใหม่รองรับแล้ว    หรือต้องการเซ็นใบลาออกกันวันนี้เลย....


ซึ่งผมก็พร้อมแล้ว   นี่ใบลาออกอยู่บนโต๊ะ   ถ้าใครต้องการลาออกวันนี้   ผมจะแจกให้เซ็นเดี๋ยวนี้เลย   แล้วพรุ่งนี้ผมจะประกาศรับพนักงานใหม่    ยังมีคนอีกจำนวนมาก  ที่ยังต้องการหางานทำ "


สีหน้าของธนันท์เริ่มดีขึ้น  หลังจากที่ได้พูดอะไรออกไปแล้ว    หน้าตาก็กลับดูอ่อนโยนใจดีเหมือนเดิม


บรรดาพนักงานทั้งหมด  ก็คิดตามในสิ่งที่ธนันท์ได้พูดออกมา   ก็เห็นดีเห็นงามด้วย  และสำนึกได้ว่า พวกตนนั้นกระทำการวู่วามไป     อาจนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวได้   ถ้ารออีกเพียงสามเดือน ก็จะได้รับเงินก้อนเป็นเงินโบนัสปลายปี   น่าจะมีผลดีมากกว่าการลาออกในวันนี้


ข่าวการลาออกพร้อมกันของพนักงานก็เงียบหายไป  คงเหลือแต่ความรู้สึกหมั่นไส้ ของศิริ  ผู้จัดการฝ่ายบุคคล   ธีระ    ผู้จัดการฝ่ายผลิต และ   นฤมล   ผู้จัดการฝ่ายบัญชีการเงิน     ที่เห็นธนันท์สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้บริษัทได้     สันติ  กรรมการผู้จัดการเอง ก็ทึ่งในความสามารถ   ไหวพริบ ปฏิภาณของธนันท์อยู่ไม่น้อย   แต่ก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้


ปัญหาเก่าหมดไป  ปัญหาใหม่ก็มาอีก   ธนันท์เคยคิดว่า  การที่ได้ทุ่มเททำงานในปีแรกนั้น  จะทำให้เขาทำงานสบายขึ้นในปีต่อมา   แต่การก็ไม่ได้เป็นไปเช่นที่เขาคิด    เขายังคงต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำต่อไป     เนื่องจากในเวลากลางวัน  ต้องใช้เวลาส่วนมากไปกับการประชุม   กว่าจะได้มีเวลาตรวจงาน  เซ็นงาน  อ่านรายงาน   ก็เป็นเวลาเลิกงานแล้วทุกที  เขาต้องนั่งเซ็นและตรวจงานจนค่ำ    อยากหาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงาน   ก็ยังทำไม่ได้


--------------------------------------


(ต่อ ตอนที่  11   http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/05/15/entry-1)


I have a dream. - Richard Clayderman

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32
pimahn วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 11.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ ก้อนหินสีน้ำเงิน - marinestone

ครับ ไหวพริบ และ ปฏิภาณ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารที่ดี
ความคิดเห็นที่ 31
ก้อนหินสีน้ำเงิน วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 23.48 น.
http://www.oknation.net/blog/marinestone

ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาก้อเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งของผู้บริหารที่มีคุรภาพค่ะ

ปล.เรียนรู้หลักการบริหารไปพร้อมกันกับการอ่านเลยนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 30
pimahn วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 16.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ แม่มด deardog

จริงครับ บางครั้ง เบื่อมากๆเลย ท่ีต้องนั่งอยู่ในห้องประชุม
ทนฟังคนบางคนถกเถียงกัน หาข้อสรุปไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 29
แม่มด วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

เนื่องจากในเวลากลางวัน ต้องใช้เวลาส่วนมากไปกับการประชุม กว่าจะได้มีเวลาตรวจงาน เซ็นงาน อ่านรายงาน ก็เป็นเวลาเลิกงานแล้วทุกที เขาต้องนั่งเซ็นและตรวจงานจนค่ำ อยากหาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงาน ก็ยังทำไม่ได้

....
ระบบการประชุมพร่ำเพรื่อนี่ล่ะค่ะเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงของการทำงานเลย...
เค้าเข้าใจตัวเองนะธน้นท์สุดหล่อ...
ความคิดเห็นที่ 28
pimahn วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 02.12 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ anytime

ใช่ครับ ธนันท์คงต้องหาเวลาพักผ่อน และ ออกกำลังกายด้วย
ปกติ เขาชอบไปฟิตเนสเป็นประจำครับ และชอบไปเดินเล่นชายหาด
ความคิดเห็นที่ 27
anytime วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 10.27 น.
http://www.oknation.net/blog/anytime

ธนันท์ ต้องหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้างนะจ๊ะ แม้จะยังไฟแรงอยู่ ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย
ความคิดเห็นที่ 26
pimahn วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ สายน้ำ

ธนันท์เป็นคนจริงจังกับการทำงาน ถ้าเห็นว่างานมีปัญหาตรงไหน
เขาก็จะพยายามแก้ไขและหาทางป้องกัน

แต่เนื่องจากปัญหานั้น มีมาก่อนที่ธนันท์จะเข้ามาทำงานในบริษัทนี้
เขาจึงต้องทุ่มเทเวลา ในการค้นหาสาเหตุของปัญหา
และสร้างระบบขึ้นมาเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก

เมื่องานเข้าที่เข้าทางดีแล้ว เขาก็ไม่ต้องการทำงานหนัก
เพราะเป็นคนถือคติ Work smart ดีกว่า Work hard ครับ
ความคิดเห็นที่ 25
Sainam วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 09.01 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

จะว่าไป น้ำก็ไม่โหมงานหนักเท่าเขานะคะ...เจอกันตอน 11 ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
pimahn วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 02.36 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ moonlight - sangjan

ขอบคุณมากครับ สำหรับความคิดเห็นที่สมเหตุสมผล
จริงครับ การปกครองลูกน้อง ไม่ควรทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด
เพราะทำให้เสียการปกครอง

คนส่วนใหญ่ มักเป็นแบบ พวกลากมากไป ไม่ได้คิดอย่างมีเหตุผลด้วยตนเอง
บางครั้งการเอาอย่างกัน หรือ ทำตามกันตามแรงยุ
ก็นำความเสียหายมาสู่ตนเอง
ความคิดเห็นที่ 23
moonlight วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 05.42 น.
http://www.oknation.net/blog/sangjan
แสงจันทร์

หัวหน้างานที่ชอบทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด
มักจะทำให้เสียระบบการควบคุมงาน
การรวมกลุ่มกันประท้วงหรือต่อต้าน
สมควรทำ ในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ในเรื่องค่าแรงงาน
แต่โดยส่วนมากแล้ว เท่าที่ประสบมา
เขามักจะทำเพราะพวกมากลากไปเสียมากกว่า
การชี้แจงและไต่ถามปัญหาของคนงาน
และการต่อรองคนงาน ของคุณธนันท์
นับเป็นการจัดการที่มีไหวพริบดีมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
pimahn วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 01.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

น้อง ก้อนหินรูปหมู piglet22

ครับ ธนันท์เก่ง


คุณ หนุ่มแปลกหน้า untameheart

ในชีวิตจริง คนที่แก้ปัญหาแบบนี้ได้ ก็มีเยอะนะครับ


คุณ YaiNid

ปัญหาที่ตามมาจากปัญหานี้ ไม่มีแล้วครับ
มีแต่ปัญหาอื่นๆ ปัญหาใหม่ๆ ซึ่งไม่ได้มีต่อเนื่องจากปัญหานี้ครับ


คุณ ซันตะวันยิ้ม suntawanyim

คนงานในโรงงานส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 20 ทั้งนั้นเลยครับ
เพราะเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนเล็กๆ ไม่ต้องใช้แรงงานผู้ชายมาก
ทั้งกรรมการผู้จัดการ ทั้งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ผู้จัดการฝ่ายผลิต และ ผู้จัดการฝ่ายบัญชี
ต่างก็ปัดความรับผิดชอบ โยนให้ธนันท์รับไป ถ้าธนันท์แก้ปัญหาไม่ได้ ก็จะถูกตำหนิ

เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผูกขึ้นมาหรอกครับ
แต่ได้นำเอาเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นมาแล้ว มาเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์ครับ


คุณ buppha - supermom

ขอบคุณมากครับ ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ ความคิดเห็นกัน
ครับ กรรมการผู้จัดการแบบสันติ จะทำให้กิจการล้มละลายได้ครับ


คุณ ท่าชนะ Karida

จริงครับ คนเรามักเหลิงในอำนาจ
มักใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด เพียงต้องการลาภสักการะ
ไม่ได้ต้องการทำงานในหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด
คนส่วนมาก เห็นแก่ตัว เล็งเห็นแต่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง

ผลทั้งหลาย ย่อมมีมาแต่เหตุเสมอครับ


น้องพร SingMueSai

ดีใจมากครับ ที่น้องพร เห็นคุณค่าจากการอ่านนะครับ
จับประเด็นได้ดีทีเดียว เข้าใจในสิ่งที่นิยายนำเสนอเป็นอย่างดีครับ


คุณ komyos - youngmomy

สวัสดีครับ


คุณ ร้ายเดียงสา moonoi123

ครับ ธนันท์อยากได้รับจากคนอื่นอย่างไร
เขาก็ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างนั้นครับ
เป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆเลย


คุณหมอแต๋งแต่๋ง usah

ใช่ครับ การที่กรรมการผู้จัดการชมธนันท์ให้ผู้จัดการคนอื่นฟัง
จะทำให้เกิดการหมั่นไส้ และ อิจฉาริษยาได้

จริงครับ ผู้บริหารระดับสูง ถ้าด้อยในความสามารถแล้ว ย่อมไม่อยากให้ลูกน้องเกินหน้า
ถ้าปฏิบัติไม่ยุติธรรมกับลูกน้อง ก็ผูกใจลูกน้องไว้ไม่ได้ พากันลาออกไปอยู่ที่อีืน


คุณ ดินเดินทาง din-travel

จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใคร เขาอยากเห็น เราเด่นเกิน
ปัญหานี้ มีแต่ในประเทศไทยหรือเปล่าครับ
ในต่างประเทศ เขาจะชื่นชมคนเก่ง คนเด่น คนดีครับ
ความคิดเห็นที่ 21
pimahn วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 01.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

คุณ walkaway - ake yanee

ธนันท์เป็นคนทำงานทุ่มเท มุ่งมั่นแต่จะแก้ปัญหา และพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้น
ทำงานเหมือนกับว่า ตนเองเป็นเจ้าของกิจการซะเอง


คุณ ลีโอนิกด์ artpom

ดูกันต่อไปครับ ว่าธนันท์ จะทำงานอยู่กับบริษัทนี้ ได้นานแค่ไหน


น้องแอน astranger

ใช่ครับ นี่แหละสังคมไทย
ที่เยอรมนี ชอบคนเก่ง คนเด่น คนดีครับ


น้องอัม อึ่งอ่าง kunyarat

ใช่ครับ ก็เกือบจะล้มละลายแล้ว เพราะขาดทุนติดต่อกันหลายปี


คุณ komyos - youngmomy

สวัสดีครับ คุณน้อย (คมยส)


น้องจอย น้ำอมฤต suthathip

ดีใจที่น้องจอยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะ


คุณ อธิฏฐาน sandstone

ไม่มีใครเสียผลประโยชน์หรอกครับ
มีแต่คนที่ต้องการผลประโยชน์ที่มากกว่าที่เคยได้


คุณ feng shui - buzz

สวัสดีครับ
ใช่ครับ ในที่สุดก็แก้ปัญหาได้อีกปัญหาหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 20
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 15.34 น.
http://www.oknation.net/blog/piglet22

ธนันท์เก่งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 01.38 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

แฮะๆๆ ขอโทษนะครับที่เพิ่งจะมา
ช่วงนี้นัดอ.ที่ปรึกษาอ่ะครับก็เลยต้องเตรียมตัวนิดนึง แฮะๆๆ
อ่านแล้วครับ ชอบนะครับ
ในชีวิตจริง จะมีใครแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้บ้างหนอ แฮะๆๆ
นายธนันท์เก่งอีกแล้ว ฮิๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 18
Yai_Nid วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 21.28 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

การที่ธนันท์ยอมเข้าไปพัวพันในหน้าที่การงานของคนอื่น
แม้ว่าจะแก้ปัญหาครั้งนี้ผ่านไปได้...แต่นี่น่าจะเป็นเหตุก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาในอนาคต..
ระบบใดหากไม่อยู่ในระเบียบ..ก็เป็น..เละ..ทุกที
ความคิดเห็นที่ 17
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

น่าแปลกนะครับกรรมการผู้จัดการ ไม่ยอมตัดสินใจในการเจรจากับใช้ผู้จัดการฝ่ายอื่นๆ ไปก้าวก่ายงานฝ่ายบุคคล นี่ถ้าไม่ใช่ธนันท์ ที่มีคนงานส่วนใหญ่รักและนับถือในฝีมือและเป็นโชคดีที่คนงานใช้วิธีกดดันโดยยื่นใบลาออก
ถ้าคนงานเลือกหยุดงานประท้วง พอกรึ่มได้ที่คนงานก็คงอารมณ์คุโชน ไม่นั่งฟังเงียบ ๆ อย่างนี้ ยิ่งเมืองไทยการประท้วงต้องมีผู้นำปลุกระดมตีกลองร้องเพลงกันครื้นเครงตลอด ที่สุดก็มีคนกลุ่มหนึ่งเมาจนทำเรื่องรุนแรงขึ้น

ขอชมเชยการผูกเรื่องทางวิชาการให้น่าอ่านอย่างตื่นเต้นได้
มอบให้ 1 โวท ครับ
อาจมีคนสงสัยว่าทำไมผมชอบโวทให้ จขบ นี้ ผมไม่ได้ดูที่คนเขียนครับผมดูว่าเรื่องที่เขียนผมรู้สึกชื่นชมเรื่องใดผมก็จะโวทให้เป็นกำลังใจครับ
ความคิดเห็นที่ 16
buppha วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 11.38 น.
http://www.oknation.net/blog/supermom

มาตามคำชวนค่ะ ... ขอบคุณคะ..

ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกสมัย...
โชคดีค่ะ ที่ที่ทำงานไม่เคยเจอกับปัญหา พนักงานประท้วงหรือ เพื่อขอค่าแรงเพิ่ม... เพราะมีสหภาพแรงงานให้กับพนักงาน คณะดังกล่าวก็เป็นตัวแทนให้พนักงานเกี่ยวกับเรื่องนี้.... พบกันคนละครึ่งทางค่ะ ...
ถ้าปีไหนขาดทุน หรือ สภาพการเงินไม่คล่องตัว.... ก็ให้พนักงานเลือกเอาว่าจะขึ้นค่าแรง หรือ รับโบนัส โดยไม่ขึ้นค่าแรงในปีต่อถัดไป ....
อย่างน้อยก็รักษาน้ำใจพนักงานที่ทำงานกันมาเป็นเวลานาน
การที่พนักงานลาออกบ่อยๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อบริษัทนะคะ ถึงจะเป็นพนักงานในโรงงาน หรือ ฝ่ายผลิตก็ตาม เพราะทำให้