พิมพ์หน้านี้
|
ถนนสายนี้ไม่มีเธอ ตอนที่ 11 "เก่าไป ใหม่มา" (ต่อจาก ตอนที่ 10 http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/05/14/entry-1) วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีงานมากมายต้องทำให้เสร็จลุล่วงไป ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีที่ผ่านมา มีผลกำไรมากพอที่จะจ่ายเงินโบนัสให้พนักงานทุกคนได้ถึง 2 เท่าของเงินเดือน หลังจากรับเงินโบนัสแล้วพนักงานบางคนที่ไม่พอใจอัตราเงินเดือนก็เริ่มมองหางานใหม่ เมื่อได้งานใหม่แล้วก็ยื่นใบลาออก สันติโมโหฉุนเฉียวกับเรื่องการลาออกของโสภา และตามมาด้วยการลาออกของวรรณา วรรณารู้สึกผิดที่เธอลาออกกระทันหัน ทำให้ธนันท์แทบจะหาพนักงานมาทำงานแทนเกือบไม่ทัน เธอเดินคอตกมาหาธนันท์ แล้วยกมือไหว้ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย "พี่คะ วรรณขอโทษ วรรณเป็นต้นเหตุให้พี่ธนันท์ถูกคุณสันติ และ ใครๆตำหนิเอา เรื่องที่ลูกน้องลาออกพร้อมกันหลายคน พวกเขาไม่เข้าใจหรอกว่าพวกเราอยากลาออกตั้งแต่ก่อนที่พี่จะมาทำงานที่นี่แล้ว แต่พวกเรายังหาที่ไปไม่ได้ เพราะพวกเราไปสัมภาษณ์งานที่ไหน เราก็ไม่ผ่าน.... การที่พี่มาทำงานที่นี่ ได้สอนงานพวกเรา ทำให้พวกเราปีกกล้าขาแข็ง ทำงานเก่งขึ้น ไปสมัครงานที่ไหน เขาก็อยากรับเราเข้าทำงานหลังจากสัมภาษณ์แล้ว เขาก็รู้ว่าเราทำงานเป็น วรรณขอบคุณพี่มากค่ะ ที่ได้สอนให้วรรณคิด เป็นตัวอย่างที่ดี และให้คำแนะนำในการทำงานเสมอ พี่คะ วรรณเสียใจ..." ธนันท์เข้าใจลูกน้อง ใครๆก็อยากได้เงินเดือนเป็นสองเท่าจากที่เคยได้ ใครๆก็อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จึงตอบไปว่า "วรรณ ผมไม่เสียใจเลยนะ ขอแสดงความยินดีด้วยต่างหากล่ะ ที่วรรณได้มีความก้าวหน้า ได้เงินเดือนสูงขึ้นเป็นสองเท่า ตำแหน่งงานก็สูงขึ้น ผมภูมิใจในตัววรรณมากกว่านะ ขอให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป" วรรณารู้สึกสำนึกคุณและตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งที่ธนันท์ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยว่าต้องลำบากฝึกพนักงานใหม่อีก มิหนำซ้ำยังเขียนหนังสือรับรองการทำงานให้วรรณาอย่างดี เธอกล่าวขอบคุณเขา "ใบผ่านงานที่พี่เขียนให้ เป็นใบเบิกทางที่ดีมาก เจ้านายใหม่อ่านแล้วพอใจมากค่ะ พี่ชมวรรณไว้มาก ทั้งเรื่องของความสามารถ ความขยันขันแข็ง เอาใจใส่ในการทำงาน และเรื่องของมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เจ้านายใหม่มองภาพพจน์ของวรรณในทางที่ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่...หนูจะไม่มีวันลืมพี่เลยค่ะ" วรรณามองหน้าลูกพี่ให้เต็มตา ราวกับว่าจะขอจดจำใบหน้านี้ไปตลอดชีวิต เธอคงคิดถึงเขามากเมื่อเธอจากไปแล้ว ธนันท์เป็นคนเดียวที่สอนเทคนิคการทำงานอย่างมีประสิทธภาพให้เธอ สอนวิธีคิดหาหนทางแก้ไขปัญหา ไม่เคยหวงความรู้เลย เสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น สันติเรียกธนันท์เข้าไปพบ "ขอให้โชคดีนะวรรณ มีอะไรก็โทรมาคุยกันได้เสมอนะ พี่สันติมีเรื่องจะคุยกับผมแล้ว เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะ" ธนันท์กล่าวอวยพรวรรณา และเดินเข้าไปพบสันติในห้อง "ทำไมคุณปล่อยให้ลูกน้องลาออกพร้อมกันถึงสองคน ทำไมไม่หน่วงเหนี่ยวเอาไว้ก่อน หว่านล้อมลูกน้องให้อยู่ทำงานกับเราต่อสิ ตำแหน่งสำคัญทั้งสองคน จะหาใครมาทำแทนได้" สันติเกรี้ยวกราดเอากับธนันท์ด้วยความโมโหโสภากับวรรณาที่ลาออกไปอย่างกระทันหัน "ผมรับผิดชอบเองครับ พี่สันติอย่าห่วงเลย ถ้างานเสียหาย ก็เป็นความรับผิดชอบของผมเอง ผมคิดว่า ผมจัดการได้ ผมจะฝึกพนักงานใหม่เอง" ธนันท์ตอบอย่างใจเย็น เขาไม่อยากหน่วงเหนี่ยวลูกน้อง ที่จะไปก้าวหน้าในที่ทำงานใหม่ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าเดิม และตำแหน่งงานที่สูงกว่าเดิม "ลูกน้องอึดอัดใจในการทำงานร่วมกับธนันท์ใช่ไหม เขาถึงได้พากันลาออก คุณปกครองลูกน้องไม่ดี เขาถึงไม่อยากทำงานกับคุณ" สันติยังคงเกรี้ยวกราดกับธนันท์ต่อ ธนันท์ไม่อยากทนฟังข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และเขาก็ไม่อยากให้เหตุผลที่แท้จริงว่าลูกน้องไปได้เงินเดือนเป็นสองเท่า และตำแหน่งงานที่สูงกว่าเดิม การที่ลูกน้องได้ดีมีความก้าวหน้า ทำไมจะไม่ยินดีด้วยเล่า ธนันท์ไม่อยากพูดออกมา ด้วยเกรงว่า จะเป็นการทำร้ายจิตใจสันติ "พี่ครับ ถ้าพี่เรียกผมมาคุยเรื่องนี้ ผมขอตัวไปทำงานต่อดีกว่าครับ" แล้วธนันท์ก็เดินออกจากห้องสันติไป การลาออกของโสภาและวรรณา เป็นผลให้ฝ่ายบุคคลต้องประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ถึง 3 ตำแหน่ง คือ ซุปเปอร์ไวเซอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวางแผนวัตถุดิบ และเจ้าหน้าที่ติดต่องานศุลกากรและบีโอไอ ศิรินัดให้ธนันท์สัมภาษณ์ชาญชัยในวันนี้ ชาญชัยนั่งรออยู่ที่ห้องประชุมเล็ก รอสัมภาษณ์ เมื่อเห็นธนันท์เดินเข้ามาก็ยกมือไหว้ ชาญชัยไม่มั่นใจในตัวเองเลย มือไม้สั่นไปหมด จะพูดจาอะไรก็ปากคอสั่น ด้วยกลัวว่าจะไม่ได้รับการคัดเลือก เหมือนดังเช่น หลายสิบบริษัทที่เขาไปสัมภาษณ์มาแล้ว ชาญชัยเป็นคนหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวคล้ำอย่างคนไทยแท้ ดูลักษณะเป็นคนซื่อตรง สุภาพ แต่ยังดูไม่คล่องแคล่วเรื่องการทำงานนัก "พี่ครับ พี่ช่วยผมสักครั้งเถอะนะครับ ผมไปสัมภาษณ์งานมาสิบกว่าแห่งแล้ว ไม่มีบริษัทไหนต้องการรับผมเข้าทำงานเลย แม้ผมจะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่ผมก็พร้อมที่จะเรียนรู้งาน ผมสอนไม่ยากหรอกครับพี่ พี่ให้โอกาสผมเถอะนะครับ ผมอยากได้งานทำ" ชาญชัยเห็นหน้าธนันท์เป็นคนอ่อนโยนใจดี เขาคิดว่า ธนันท์คงเห็นใจเขา ธนันท์อ่านข้อมูลเกี่ยวกับชาญชัยดูแล้ว จึงตอบไปว่า "ก็จบครุศาสตร์มา น่าจะไปสมัครงานสอนหนังสือนะ คุณไม่ได้จบบริหารธุรกิจ แล้วเอาวุฒิปริญญาโทมาสมัครงานตำแหน่งซุปเปอร์ไวเซอร์ วุฒินี้สูงเกินไปสำหรับตำแหน่งนี้" "พี่ครับ ผมไม่ชอบงานสอนหนังสือ ผมอยากทำงานบริษัท พี่ให้โอกาสผมนะครับ ผมสัญญากับพี่เลยว่า ผมจะตั้งใจทำงาน เรียนรู้งานจากพี่ พี่จะดุด่าผมยังไงก็ได้ ขอให้รับผมไว้ทำงานด้วยคนนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ทำงานให้นานๆ ไม่ใช่ว่าเรียนรู้งาน พอเป็นงานแล้วก็ลาออกไปหางานใหม่ที่ตำแหน่งสูงกว่า......" ชาญชัยพอจะอ่านสีหน้าของธนันท์ออก ว่าคงจะเป็นคนใจอ่อน ชอบช่วยเหลือคน "พอแล้ว ไม่ต้องสัญญาอะไรทั้งนั้น ถ้าผมตัดสินใจจะให้โอกาสคุณมาฝึกงานที่นี่ เรียนรู้งานที่นี่ เมื่อคุณเก่งแล้ว คุณมีโอกาสได้งานใหม่ที่เงินเดือนสูงกว่า ตำแหน่งใหญ่กว่า ผมก็จะไม่เสียใจหรอกนะ เพราะใครๆก็หวังความก้าวหน้าด้วยกันทั้งนั้น" ธนันท์ได้สัมภาษณ์ชาญชัยอยู่นานเกือบชั่วโมง เพื่อหยั่งรู้ทัศนคติ และอัธยาศัยของชาญชัย แล้วเขาก็คิดว่า ตำแหน่งซุปเปอร์ไวเซอร์นั้น เหมาะสมกับชาญชัย มากกว่าผู้สมัครรายอื่นๆ จึงไปบอกให้สันติรับทราบถึงการตัดสินใจของเขา "พี่ไม่เห็นด้วย คนจบครุศาสตร์ ไม่เหมาะจะให้มาทำงานบริษัท เขาน่าจะไปเป็นครูนะ" สันติคัดค้านเสียงดัง "ดูหน่วยก้านแล้ว ชาญชัยเป็นคนเอาการเอางานดี แม้จะไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน แต่ก็หัวไว เรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว" ธนันท์พยายามให้เหตุผลกับสันติ "พี่ไม่เห็นด้วยนะธนันท์ รอหน่อยได้ไหม สัมภาษณ์คนอื่นๆต่อไปแล้วค่อยตัดสินใจ พี่รู้สึกว่า เด็กคนนี้คงอยากจะมาเรียนรู้งาน พอเก่งแล้วก็คงไป แล้วเราก็ลำบากต้องฝึกงานเด็กใหม่ไปเรื่อยๆ" สันติยืนกรานว่าไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าชาญชัยคงทำงานอยู่ไม่นาน "เขามาเป็นลูกน้องพี่สันติ หรือลูกน้องผมครับ ใครเป็นคนฝึกงานให้เขาครับ พี่ หรือ ผม แล้วถ้าเขาออก ใครเดือดร้อน ต้องฝึกงานให้คนใหม่ครับ พี่หรือผม ใครต้องทำงานร่วมกับเขาครับ พี่หรือผม....." ธนันท์ไม่ลดราวาศอก ยังคงยืนยันจะเอาชาญชัยให้ได้ สันติตาวาวด้วยความโมโห ธนันท์ช่างดื้อจริงๆ ห้ามไม่ฟังกันเลย "ถ้าเด็กคนนี้ทำงานได้ไม่นานแล้วลาออกนะ ธนันท์ต้องรับผิดชอบ" สันติพูดแล้วก็โบกไม้โบกมือ เป็นเชิงไล่ธนันท์ออกจากห้องไปด้วยความรำคาญ ฝ่ายธนันท์ก็เดินอมยิ้มด้วยความพอใจ ออกจากห้องสันติไป หลังจากชาญชัย ซุปเปอร์ไวเซอร์ กรองทอง ฝ่ายติดต่องานศุลกากรและบีโอไอ รัชนี ฝ่ายวางแผน ได้เข้ามาทำงานแล้ว ก็มีงานที่ท้าทายความสามารถมาให้ทำอยู่เสมอๆ วันนี้ก็อีกเช่นกัน กำหนดส่งสินค้าในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่คำนวณจากกำลังการผลิตแล้ว คงต้องยืดเวลาส่งสินค้าออกไปเป็นสี่สัปดาห์ข้างหน้าอย่างแน่นอน จะทำให้ส่งสินค้าล่าช้าไปกว่าที่กำหนดถึงสองสัปดาห์ ชาญชัยคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี พยายามเจรจากับธีระ ผู้จัดการฝ่ายผลิตแล้ว ก็ยังคงยืนยันว่า กำหนดส่งสินค้าที่เร็วที่สุด คือในอีกสี่สัปดาห์ข้างหน้า ชาญชัยจะทำอย่างไรดี.... เขาอยากแสดงฝีมือก่อน โดยไม่ต้องนำเรื่องไปปรึกษากับธนันท์ นอกเสียจากว่า จะแก้ปัญหาด้วยตนเองไม่ได้แล้ว จึงจะไปขอคำปรึกษาจากลูกพี่ของเขา.....แต่จนป่านนี้ ก็ยังมองไม่เห็นหนทาง ถ้าเก็บเรื่องนี้ไว้ ไม่รายงานให้ลูกพี่ทราบ แล้วมีความเสียหายเกิดขึ้น ธนันท์คงไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว... ----------------------------------------- (ต่อตอนที่ 12 http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/05/18/entry-2) |