พิมพ์หน้านี้
|
ถนนสายนี้ไม่มีเธอ ตอนที่ 12 "ข่าวดี" (ต่อจาก ตอนที่ 11 http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/05/15/entry-1) นับตั้งแต่ที่ธนันท์ลาออกจากงานที่บริษัทเก่าไปได้ปีกว่าแล้ว ช่อทิพย์มีลูกค้า ชื่อ สุรชัย มาหลงรัก เพราะความที่ช่อทิพย์เป็นคนสวยสะดุดตา ทำให้สุรชัยถูกตาต้องใจ หมั่นแวะเวียนมาหาอยู่บ่อยๆ ทั้งสองสนิทสนมกันจนสุรชัยขอเธอแต่งงาน ยังความปลื้มปิติยินดีมาสู่บิดามารดาของช่อทิพย์เป็นอย่างมาก ที่จะได้ลูกเขยเป็นเศรษฐี งานหมั้นได้ผ่านพ้นไปได้สองสัปดาห์แล้ว กำหนดวันแต่งงานวันที่ 1 กรกฎาคม ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ใจหนึ่งนั้นช่อทิพย์ก็ดีใจ อยากอวดธนันท์ว่าเธอมีเศรษฐีมาหลงรักและขอแต่งงาน แต่อีกใจหนึ่งนั้นก็เสียใจ ที่ตนเองจะมีพันธะเสียแล้ว แม้ไม่ได้รักสุรชัยมากนัก แต่ฐานะของเขาก็จะทำให้เธอสุขสบายไปตลอดชีวิต การได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ด้วยเงินสินสอดนับล้านบาท ก็น่าภูมิใจไม่น้อยเลย เป็นเกียรติและเป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูล ห้าโมงเย็นแล้ว ใครๆก็ทยอยกันกลับบ้าน ช่อทิพย์เดินเข้ามาหายุพินที่ห้องทำงาน ด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย จนยุพินอดทักไม่ได้ "ทิพย์ เธอเป็นอะไรของเธอนะ ดูทำหน้าเข้าสิ ยังกับคนใกล้ตายอย่างนั้นแหละ วันนี้มีเรื่องอะไรอีก นั่งก่อนสิ" อีกเพียงสองสัปดาห์เธอก็จะเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ใจหนึ่งก็อดคิดถึงธนันท์ไม่ได้ จึงอยากให้ยุพินช่วยติดต่อธนันท์ให้ "พินจ๋า แม่เพื่อนรัก ช่วยทิพย์อีกสักครั้งได้ไหม" "จะให้ฉันช่วยอะไรเธอ เธอกำลังจะมีความสุขอยู่แล้ว จะได้เป็นเจ้าสาวของคุณสุรชัย เธอน่าจะดีใจนะ หมั้นกันแล้วด้วย สินสอดก็ตั้งเยอะตั้งแยะ ใครๆเขาก็อิจฉาเธอกันทั้งนั้น ยังจะมาทำหน้าเศร้าอยู่อีก" ยุพินถอนหายใจ อยู่ๆ เธอก็คิดถึงธนันท์ขึ้นมา อยากเห็นหน้าเขาเป็นที่สุด ช่อทิพย์อยากให้ธนันท์มาร่วมงานแต่งงานของเธอด้วย "พิน อย่าว่าทิพย์นะ ทิพย์ยังคิดถึงธนันท์อยู่เลย อยากเห็นหน้าเขา พินว่าทิพย์ควรจะเชิญเขามางานแต่งงานของทิพย์ไหม" "แหม...เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นจะต้องทำหน้าเศร้าขนาดนี้เลย อยากเชิญก็เชิญสิ แต่เขาจะมาหรือเปล่าไม่รู้นะ" ยุพินค่อยคลายกังวล ทีแรกนึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรเสียอีก "พิน เสาร์นี้ทิพย์ขอนะ อยากไปเดินเล่นชายหาดบางแสนใกล้ๆเนี่ย พินนัดให้ธนันท์มากับพินด้วยนะ เราไปทานอาหารกลางวันกันที่ชายหาดบางแสน แล้วบ่ายๆค่อยกลับ คงไม่น่าเกลียดนะ ก็พินอยู่ด้วยนี่" ช่อทิพย์ขอร้องยุพิน เห็นยุพินพยักหน้ารับ ช่อทิพย์ค่อยมีหน้าตาแจ่มใสขึ้น เย็นวันศุกร์วันนี้เป็นครั้งแรกที่ธนันท์กลับบ้านตรงเวลา เขารู้สึกเหนื่อยกับงานและอยากพักผ่อนหลังจากสอนงานให้พนักงานใหม่ทั้งสามคนมาได้สามเดือนแล้ว เอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานของแต่ละแผนก ธนันท์ก็ได้ทำบันทึกไว้อย่างละเอียด พนักงานใหม่เข้ามาอ่าน ก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า งานแต่ละอย่างในแต่ละแผนกนั้น เริ่มต้นจากอะไร และต้องทำอะไรต่อ ต้องติดต่อประสานงานกับใครบ้าง อย่างไร เพราะอะไร เพื่ออะไร เพียงสิ่งเดียวที่ธนันท์ไม่สามารถสอนลูกน้องได้ นั่นคือ ไหวพริบ ปฏิภาณ และ การตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลูกน้องต้องเรียนรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์ในการทำงาน และ มีความกล้าในการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ หาสาเหตุและหนทางแก้ไขปัญหา ก็จะทำให้ได้เรียนรู้จากปัญหามากขึ้น และมีประสบการณ์มากขึ้นด้วย ค่ำวันนี้ ธนันท์ออกมายืนดูดาวอยู่ที่ระเบียงของคอนโดมิเนียมของเขา วูบหนึ่งของความรู้สึก เขาคิดถึงช่อทิพย์ นึกเสียใจที่ตนเองก็หุนหันพลันแล่น เพราะไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้ เร่งรัดการแต่งงาน ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ เขาอยากศึกษานิสัยใจคอของช่อทิพย์จนกว่าจะแน่ใจว่า ถ้าแต่งงานกันไปแล้ว จะไม่มีการหย่าร้างเกิดขึ้น ป่านนี้ ช่อทิพย์จะเป็นอย่างไรบ้างนะ เธอจะหายเศร้าหรือยัง เกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง ในยามที่ธนันท์ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน เขาก็คิดถึงช่อทิพย์.... เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ธนันท์เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เพื่อรับโทรศํพท์ เขานอนคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟา "ธนันท์ นี่เราเองนะ ว่างไหม" เสียงนี้คุ้นหู จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากยุพิน "โอ้โห...ยุพิน นึกยังไงถึงได้โทรมาวันนี้ นี่...ตั้งปีกว่าแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันเลยนะ เป็นไงบ้าง สบายดีหรือเปล่าครับ" ธนันท์ตื่นเต้นดีใจที่ได้ยินเสียงยุพินอีกครั้งหนึง "สบายดี แล้วธนันท์ล่ะ เป็นไง งานใหม่ สนุกไหม งานเข้าที่เข้าทางแล้วสิ โห...เรานะ มีเรื่องอยากจะเล่าให้ธนันท์ฟังเยอะแยะเลย ว่างไหม เสาร์นี้" ยุพินเองก็ดีใจที่น้ำเสียงของธนันท์เหมือนคนอารมณ์ดี และเป็นมิตรกับเธอมาก "พรุ่งนี้เหรอ ว่างสิ มีอะไรเหรอ" ธนันท์เองก็อยากถามข่าวคราวของช่อทิพย์จากยุพิน เขาจึงตกลงไปตามนัด หลังจากโทรศัพท์นัดหมายกันแล้ว เช้าวันเสาร์ธนันท์ก็ขับรถมาจอดหน้าบ้านของยุพิน พลันสายตาเหลือบไปเห็นช่อทิพย์ยืนรอรถอยู่กับยุพินด้วย สองสาวเปิดประตูรถและเข้ามานั่งในรถของเขาที่เบาะหลังทั้งสองคน ธนันท์คาดไม่ถึงว่าจะเจอช่อทิพย์ด้วย เขารู้สึกต่ืนเต้นที่ได้เห็นช่อทิพย์อีกครั้ง แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมช่อทิพย์จึงมาพบเขาในวันนี้ น่าจะมีข่าวอะไรสักอย่างที่เธออยากจะบอกเขา ธนันท์งุนงงไปสักครู่ แล้วก็ได้สติ กล่าวทักทายสองสาว "สวัสดีครับ ยุพิน สวัสดีครับ ทิพย์ ไม่ได้เจอกันมาตั้งปีกว่า สบายดีนะครับ พินนึกยังไงถึงโทรศัพท์ไปชวนผมมาทานข้าวกลางวันด้วยกัน เดาว่า มีข่าวดีจะบอก ใช่ไหมล่ะ" "ก็ด้วยแหละ.... น่าจะเป็นข่าวดีนะ จริงไหมทิพย์" ยุพินหันไปพยักหน้ากับช่อทิพย์ ".........." ช่อทิพย์ก้มหน้าเงียบ ไม่พูดไม่จา แม้ว่าจะดีใจที่ได้เห็นหน้าธนันท์อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังอดน้อยใจไม่ได้ เธอจึงยังงอนอยู่ "อ้อ...ผมเดาไม่ผิดเลย เดาว่าจะมีงานมงคลเร็วๆนี้สิ ขอแสดงความยินดีจากใจจริงนะครับทิพย์" ธนันท์คาดเดาแล้วว่า ต้องมีข่าวคืบหน้าอะไรสักอย่าง จึงได้เชิญเขามาทานข้าวกลางวันด้วยกัน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าแล้ว ช่อทิพย์คงไม่กล้าโทรเอง ก็เลยขอให้ยุพินโทรนัดให้ คงกลัวว่าเขาจะไม่พูดกับเธอ หรือปฏิเสธเอาง่ายๆ แต่ดูสีหน้าของช่อทิพย์แล้ว ไม่น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับเธอเลย ดูเธอไม่ได้สดใสร่าเริง หรือว่าเธอไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น ธนันท์ได้แต่แอบคิดอยู่ในใจ และให้นึกเป็นห่วงช่อทิพย์ เมื่อมาถึงภัตตาคารชายทะเล ช่อทิพย์และยุพินนั่งอยู่ตรงข้ามกับธนันท์ ธนันท์ยิ้มให้สองสาว "เชิญสั่งอาหารตามใจชอบเลยนะครับ ผมดีใจนะ ที่ได้เจอพินกับทิพย์อีกครั้ง วันนี้ขออนุญาตเป็นเจ้าภาพละกัน" ธนันท์กล่าวเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าในขณะท่ีพูด "ขอบคุณค่ะ" ยุพินตอบ เห็นหน้าธนันท์วันนี้ เขาดูสดใสร่าเริง รอยยิ้มยังคงเหมือนรอยยิ้มของเด็กๆ ยิ้มทั้งปาก ยิ้มทั้งตา หน้าตาเหมือนคนไม่เคยมีความทุกข์มาก่อนเลย ยุพินหันไปดูหน้าช่อทิพย์ เฮ้อ....เอาอีกแล้ว ยุพินต้องแอบถอนหายใจลึกๆ โธ่....ป่านนี้ยังตัดใจไม่ได้อีกหรือ แล้วให้เรานัดมาทำไม พอมาเจอหน้ากัน แทนที่จะดีใจ กลับมานั่งหน้าเศร้าแบบนี้ ยุพินเริ่มหนักใจกับช่อทิพย์ซะแล้ว "ทิพย์จ๋า...ทิพย์มีข่าวดีจะบอก ก็บอกเสียสิจ๊ะ โอกาสอย่างนี้ไม่มีบ่อยๆนะ โห...กว่าฉันจะนัดกับธนันท์ได้ โทรตามกันตั้งหลายรอบนะ ไม่ใช่เรื่่องง่ายๆเลย" ยุพินพยายามพูดให้ช่อทิพย์ฉุกคิดบ้าง ช่อทิพย์มองหน้าธนันท์ให้เต็มตา ไม่ได้เห็นหน้าธนันท์มาปีกว่า เขายังดูดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดูสดใสร่าเริงกว่าเดิมด้วยซ้ำไป แม้ในเวลาที่เขาไม่ยิ้ม แต่ก็ดูเหมือนยิ้ม เป็นยิ้มที่ออกมาจากภายในจิตใจของคนที่มีความสุข ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนกังวลใจ ธนันท์อมยิ้มนิดๆเมื่อสบตากับช่อทิพย์ ด้วยหวังว่า เธอจะรับความรู้สึกปิติยินดีจากเขาได้ อยากได้ข่าวว่าช่อทิพย์แต่งงาน และวันนี้ เขาคาดว่าจะได้ยินประโยคนั้นจากปากของเธอ "ผมรอฟังข่าวดีอยู่นะทิพย์ ใครหนอ คือ ชายหนุ่มผู้โชคดีคนนั้น ได้แต่งงานกับเจ้าสาวที่สวยราวกับเทพธิดา" ธนันท์พยายามหาคำพูดมาชวนช่อทิพย์คุย แทนที่จะดีใจ ช่อทิพย์กลับน้ำตาซึม รู้สึกปวดร้าวอยู่ข้างใน และยังแค้นใจธนันท์อยู่บ้าง ที่ทิ้งเธอไป ธนันท์หน้าสลดลงไปทันทีที่เห็นช่อทิพย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นี่เขาพูดอะไรผิดไปอีกหรือ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ช่อทิพย์เป็นต้องเศร้าเพราะเขาเสมอ อาหารทะเลหลากชนิด หลายเมนู ถูกจัดวางเรียงไว้เต็มโต๊ะ ในเวลานี้ ไม่มีใครอยากอาหารเลยสักคน บรรยากาศการพบกัน ดูซึมเซาไปซะแล้ว "คงหิวกันแล้วสิครับ เชิญทานอาหารกันก่อน ทิพย์โมโหหิวหรือเปล่า เลยพาลโกรธผมอีกแล้ว" ธนันท์พยายามจะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นหยอกล้อ เขาพูดเอง ขำเอง อมยิ้มเอง "งั้นผมเริ่มก่อนเลยนะ อืม...ปลานึ่งมะนาวนี่ อร่อย ยำทะเลนี่ก็อร่อยนะ ลองทานสิ" ธนันท์พูดอยู่คนเดียว ยุพินเริ่มรู้สึกอึดอัดใจกับท่าทีของช่อทิพย์ เธออุตส่าห์ชวนธนันท์มาให้แล้ว ช่อทิพย์ก็ทำลายบรรยากาศดีๆไปเสียนี่ "งั้น ฉันบอกแทนทิพย์ละกันนะ ถ้าทิพย์ลืมเอาปากมา ฉันขอพูดเองละกัน.... ธนันท์ วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันแต่งงานของทิพย์กับคุณสุรชัย ช่อทิพย์อยากจะเชิญธนันท์ไปร่วมเป็นเกียรติในงานแต่งงานด้วย..... เขาสองคนหมั้นกันเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง และอีกสองอาทิตย์ก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว ธนันท์คงไปร่วมงานได้นะ" ยุพินบอก คนรักเก่ากำลังจะแต่งงาน ธนันท์รู้สึกดีใจกับช่อทิพย์ด้วย ในที่สุด เธอก็ได้พบรักแท้ คนที่เห็นคุณค่าของเธอ ธนันท์จึงพูดออกมาจากใจว่า "ผมดีใจด้วยจริงๆนะทิพย์ ในที่สุด คุณก็ได้พบกับคนที่ ใช่ ของคุณแล้ว ขอให้รักกัน และมีความสุขร่วมกันตลอดไปนะครับ" ธนันท์มองหน้าช่อทิพย์และกล่าวแสดงความยินดีออกมาจากน้ำใสใจจริง แม้ในส่วนลึก เขาพอจะรับรู้ได้ว่า ช่อทิพย์คงไม่ได้รักสุรชัยมากนัก นี่แหละช่อทิพย์ แม้แต่การตัดสินใจแต่งงาน ก็ยังลังเล ไม่แน่ใจ เหตุผลที่เธอแต่งงาน คงไม่ใช่เพราะความรัก แต่คงเป็นเพราะเพื่อหน้าตามากกว่า การได้แต่งงานกับเศรษฐี ย่อมเป็นที่เชิดหน้าชูตา รัก หรือ ไม่รัก ไม่สำคัญ แต่โอกาสในการที่จะได้สุขสบายนั้น สำคัญกว่าความรัก "ขอบคุณค่ะ" ช่อทิพย์พยายามฝืนยิ้มแล้ว แต่เธอยิ้มไม่ออกจริงๆ เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำลายบรรยากาศ แต่เห็นหน้าธนันท์แล้ว ยังนึกเสียดาย และอยากได้เขากลับมาเป็นคู่รักของเธออีก เธอยังจำได้ว่าช่วงที่ยังรักกันใหม่ๆนั้น ธนันท์อ่อนโยนกับเธอเพียงไร มีระยะหลังๆมา ที่ธนันท์ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอหลังจากที่เธอรบเร้าเรื่องการแต่งงาน ความทรงจำทั้งในด้านที่สวยงาม และ ในด้านที่เจ็บช้ำ ช่อทิพย์ก็จำได้ทั้งสองอย่าง แม้จะเจ็บที่เขาตีตัวออกห่าง แต่เธอก็ยังรักเขาอยู่ ยุพินโอบกอดช่อทิพย์ไว้เป็นการปลอบใจ เหมือนกับจะรู้ใจเพื่อนสาว "เอ้า....อ้าปาก ถ้าทิพย์ไม่กิน ฉันจะป้อนเธอเอง เอ้า เอากุ้งนี่ไปกิน ฉันได้ยินเสียงท้องเธอร้องจ๊อก จ๊อกแล้วนะ" ยุพินพยายามเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการตักอาหารป้อนช่อทิพย์ "ทิพย์ คุณไม่ได้รักเจ้าบ่าวของคุณหรอกหรือ ดูท่าทางคุณไม่ดีใจเลยนะ ที่กำลังจะแต่งงาน" ธนันท์เห็นอาการช่อทิพย์แล้ว อดที่จะพูดออกไปตรงๆไม่ได้ แล้วประโยคนี้ ก็แทงใจดำช่อทิพย์อย่างแรงเลย "ก็ทิพย์ยังรักคุณอยู่นี่คะ" ช่อทิพย์พูดด้วยความน้อยใจระคนเศร้าใจ ธนันท์อึ้งไปกับคำพูดประโยคนี้ของช่อทิพย์ เขารู้สึกผิดมากๆที่วู่วามและไม่ได้ถนอมน้ำใจช่อทิพย์ตอนที่เขาลาออกจากงาน เพราะความอึดอัดใจ แต่..เพราะช่อทิพย์ไม่เข้าใจเขาต่างหาก นี่ถ้าเธอไม่กดดันเขา เขาก็คงไม่ถอยห่างเธอไป ธนันท์ไม่ชอบให้ใครมาบีบบังคับ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง "รักคนที่เขารักเราดีกว่า ผมเป็นได้แค่เพื่อน" ธนันท์ตอบด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย และขมวดคิ้ว ยุพินเลิกคิ้ว เหยียดมุมปาก ถอนหายใจ แล้วหันไปกอดช่อทิพย์เป็นการปลอบใจ ใจหนึ่งก็นึกตำหนิช่อทิพย์ ไม่น่าทำให้บรรยากาศเสียแบบนี้เลย อีกใจหนึ่งก็สงสารทั้งธนันท์และช่อทิพย์ เพราะยุพินเข้าใจทั้งสองฝ่าย และเธอก็อยู่ตรงกลาง ระหว่างเพื่อนสองคน "ถ้าคุณไม่รักเขา แล้วตกลงแต่งงานกับเขาทำไม" ธนันท์ถามซื่อๆ "ก็เขารักทิพย์ เขาอยากแต่งงานกับทิพย์" ช่อทิพย์ตอบ "แล้วคุณคิดว่า ต่อไปจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขหรือเปล่า ถ้าฝ่ายใดฝายหนึ่งไม่มีความสุข จะทำให้ทั้งสองฝ่าย ไม่มีความสุขนะ และจะมีปัญหาชีวิตตามมาอีกมากมาย" ธนันท์เริ่มพูดให้ช่อทิพย์ฉุกคิด ช่อทิพย์คิดตามในสิ่งที่ธนันท์พูด แต่ว่า..เธอนึกถึงพ่อแม่ของเธอ ท่านคงผิดหวังและเสียใจมากถ้าต้องคืนสินสอดจำนวนมหาศาลให้แก่สุรชัย หากเธอล้มเลิกการแต่งงานพ่อแม่ของเธอคงเสียหน้ามากๆ ที่ได้ป่าวประกาศไปแล้ว ว่าลูกสาวจะแต่งงานกับเศรษฐีซึ่งเป็นความภาคภูมิใจยิ่งนัก ของคนที่มีลูกสาวสวย รักหรือไม่รัก คงไม่สำคัญแล้ว ยังไงๆช่อทิพย์ก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับสุรชัย "ธนันท์จะไปร่วมงานแต่งงานของเราไหมคะ" ช่อทิพย์ถามอย่างมีความหวัง ได้พูดคุยแล้ว ช่อทิพย์ค่อยรู้สึกดีขึ้น เธอไม่ดูเศร้าสร้อยอีกแล้ว "ใจจริงแล้ว ผมอยากไปแสดงความยินดี และนำของขวัญวันแต่งงานไปให้ด้วยนะ" ธนันท์ตอบช่อทิพย์และหันไปมองหน้ายุพิน "ยุพินคิดว่ายังไง ผมคิดว่า ของขวัญวันแต่งงานของช่อทิพย์ เราเข้าหุ้นกันซื้อดีกว่านะ ไม่อยากให้เป็นของขวัญจากผมคนเดียว แต่เป็นของขวัญจากยุพินด้วย" ธนันท์หันไปขอความเห็นจากยุพิน "ก็ดีนะธนันท์ เอาเป็นว่า เราเข้าหุ้นกันซื้อของขวัญหนึ่งชิ้นให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของช่อทิพย์" ยุพินพยักหน้าเห็นด้วย "แต่ผมคงไม่ไปงานแต่งงานหรอกนะ เพราะคิดว่า ไม่สมควร ถ้าคุณสุรชัยเห็นหน้าผม เขาอาจไม่พอใจก็ได้ ยิ่งถ้ารู้ว่าเคยเป็นคนรักเก่าของเจ้าสาวด้วยแล้ว ผมเกรงว่า ช่อทิพย์อาจมีปัญหาได้" ธนันท์ช่างคิดละเอียดถี่ถ้วนจริงๆ เป็นสิ่งที่ยุพินคาดไม่ถึงเลย ยุพินกับช่อทิพย์อึ้งไป สะดุดใจกับคำพูดของธนันท์ จริงสินะ ยุพินลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย สุรชัยคงต้องรู้ได้แน่ๆ ทันทีที่เขาเห็นธนันท์ เขาต้องรู้ว่า นี่คืออดีตคนรักของเจ้าสาวของเขา เพราะสายตาของช่อทิพย์ที่มองธนันท์อยู่นั้น คงจะบอกอะไรได้หลายๆอย่าง หลังจากที่ทั้งสามคนได้ถามทุกข์สุขของกันและกันตามสมควรแล้ว ธนันท์ก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาที่จะพาสองสาวกลับบ้าน "ผมว่า วันนี้เรากลับบ้านกันก่อนเถอะ บ่ายสองโมงแล้ว กว่าจะส่งยุพินกับทิพย์ถึงบ้าน ก็คงเกือบสี่โมงเย็นแล้ว สามีของยุพินคงรอแล้วละ" ธนันท์บอกกับสองสาว เมื่อธนันท์ขับรถมาถึงบ้านของยุพิน ทั้งสองสาวก้าวลงจากรถ ยุพินมองหน้าช่อทิพย์เห็นท่าทางยังอิดๆออดๆอยู่ เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าช่อทิพย์ต้องการให้ธนันท์ขับรถไปส่งเธอที่บ้าน จึงเดินไปเปิดประตูรถด้านหน้าให้ และพูดกับธนันท์ว่า "ฝากส่งช่อทิพย์ที่บ้านเธอให้หน่อยสิธนันท์ ขอบใจมากนะ" แล้วยุพินก็หันหลังเดินตรงไปเข้าบ้านของเธอ ธนันท์หันหน้าไปมองช่อทิพย์ที่นั่งอยู่ข้างๆคนขับ เธอหันมาสบตาเขา ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรเลยตลอดทางที่ขับรถมา จนกระทั่งมาถึงที่ลานจอดรถบริเวณอพาร์ตเม้นต์ของช่อทิพย์ แล้วเธอก็ใจหาย ที่จะต้องจากกันอีกแล้ว เพียงได้เห็นหน้ากันแค่ไม่กี่ชั่วโมง ช่อทิพย์รู้สึกไม่อยากจะจากธนันท์ไปเลย เธอมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะถามเขา ราวกับรู้ใจ ธนันท์เปิดประตูรถออกไปก่อน แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้ช่อทิพย์ก้าวออกมาจากรถ "ขอบคุณค่ะ" ในใจนั้นอยากจะโผเข้าไปกอดธนันท์เสียให้หายคิดถึง แต่ก็ทำไม่ได้ ช่อทิพย์ได้แต่ยืนมองหน้าเขาด้วยความอาลัยอาวรณ์ "ขอให้ทิพย์โชคดี มีความสุขกับคุณสุรชัยมากๆนะครับ ขอให้รักกันตลอดไป เรายังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ" ธนันท์ไม่อยากจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ ด้วยเกรงว่าถ่านไฟเก่าจะคุขึ้นมาอีก ไม่อยากให้ช่อทิพย์ยังคงมีใจกับเขา เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับสุรชัยแล้ว "ธนันท์ ขึ้นบ้านก่อนนะคะ ดื่มน้ำก่อน..." ช่อทิพย์กล้าๆกลัวๆที่จะพูดประโยคนี้ออกไป กลัวเขาจะปฏิเสธ แต่เธอก็อยากจะตามใจตัวเอง คำถามมากมายที่อยากจะพรั่งพรูออกมาถามธนันท์ก็ยังค้างคาอยู่ในใจ ส่วนธนันท์เอง ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธ เกรงว่าจะเป็นการไม่สมควร แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวช่อทิพย์จะเสียใจ เขาจึงเดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย หลังจากไขกุญแจห้องเข้าไปแล้ว ธนันท์ก็ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาในห้อง ช่อทิพย์เปิดตู้เย็น หาน้ำเย็นมาให้เขาดื่ม แล้วเธอก็นั่งลงข้างๆเขา ความรู้สึกของธนันท์วันนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อนที่เขามีความรู้สึกอึดอัด วันนี้ แววตาของธนันท์มองช่อทิพย์อย่างอ่อนโยน และเห็นอกเห็นใจ เขาไม่ได้รู้สึกอีดอัดอะไรอีกแล้ว จากกันไปตั้งปีกว่า ช่อทิพย์ก็ยังลืมธนันท์ไม่ได้ ยังคิดถึงอ้อมกอดของเขา คิดถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เคยมีต่อกัน อยากจะให้อะไรๆกลับไปเหมือนเดิม แต่ก็สายเสียแล้ว "ธนันท์คะ ทิพย์มีคำถามมากมายที่อยากถามธนันท์" เธอถามเขาซื่อๆตรงๆ "ทิพย์อยากรู้อะไร ถามมาสิ ยกเว้นเรื่องเดียวที่ห้ามถาม..." ธนันท์ตอบ "ธนันท์ยังรักทิพย์อยู่บ้างไหมคะ เคยคิดถึงทิพย์บ้างไหมคะ" ช่อทิพย์อยากรู้จริงๆนี่นา "คำถามนี้แหละ คือที่ผมบอกว่า ยกเว้นเรื่องเดียวที่ห้ามถาม...เพราะผมจะไม่ตอบคำถามนี้หรอกนะ" ธนันท์ตอบ ถ้าเขาตอบว่ายังรักอยู่ เคยคิดถึงอยู่ ช่อทิพย์ก็จะยิ่งสองจิตสองใจ เรื่องการแต่งงานกับสุรชัย สู้ตัดไฟเสียแต่ต้นลมจะดีกว่า เธอจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง "ธนันท์มีแฟนใหม่หรือยังคะ" ช่อทิพย์ยังคงอยากรู้เรื่องส่วนตัวของธนันท์ "ผมทำงานหนักมากนะ กลับบ้านเกือบเที่ยงคืนบ่อยๆ หลังเที่ยงคืนก็มีบ้าง ไม่มีเวลาให้กับเรื่องความรักหรอกครับทิพย์ ผมสนุกกับงานมากจนไม่ได้คิดเรื่องผู้หญิงเลย" ธนันท์ตอบตามตรง ธนันท์รู้สึกได้ว่า ช่อทิพย์ยังคงมีใจให้เขาอยู่ เขาเองก็ยังรักเธออยู่บ้าง แม้จะไม่มากมายก็ตามที และเขาเองก็ยังไม่มีใครในใจ เกรงว่าการอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนแบบนี้ อาจหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ จึงขอตัวลากลับ "ทิพย์ ขอให้เห็นผมเป็นเพื่อนนะ ลืมอดีตของเราเสียเถอะ เพราะว่าทิพย์ก็มีคู่หมั้นแล้ว อีกสองอาทิตย์ก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะเป็นภรรยาที่ดีของคุณสุรชัย ผมขอตัวกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่ ถ้ามีอะไรจะให้ผมช่วย โทรหาผมได้เสมอ" ร่ำลาเสร็จ ธนันท์ก็เดินออกจากห้องไป ช่อทิพย์เดินไปที่หน้าต่าง เพื่อมองดูธนันท์ที่ลานจอดรถ จนกระทั่งรถคันนั้นค่อยๆเคลื่อนออกไปจนพ้นจากสายตาเธอ ธนันท์กลับมาถึงที่พักด้วยอารมณ์ที่อ่อนไหว ภาพใบหน้าและแววตาของช่อทิพย์ยังจำได้ติดตา สงสารเธอจับใจ แต่คงเป็นเพราะไม่ใช่เนื้อคู่กัน เหตุการณ์วันนั้นจึงทำให้เขารู้สึกกดดัน และอยากหนีไปให้พ้นๆ วันนี้เขาอยากจะปลอบใจช่อทิพย์ อยากคว้าตัวเธอเข้ามากอดและบอกกับเธอว่า ขอโทษ แต่ก็ทำไม่ได้ และไม่ควรทำ ช่อทิพย์กำลังจะแต่งงาน ธนันท์ควรจะยินดีกับความสุขของช่อทิพย์ด้วย ได้หยุดพักผ่อนเสาร์อาทิตย์ เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้านี้ก็เป็นวันจันทร์อีกแล้ว เขาต้องไปทำงาน ยังไม่รู้เลยว่า เมื่อเขาไปถึงที่ทำงานแล้วยังจะมีปัญหาอะไรรอคอยเขาอยู่หรือเปล่า แล้วก็จริงดังคาด มีปัญหาใหม่รออยู่จริงๆด้วย --------------------------------------- (ต่อตอนที่ 13 http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/05/20/entry-1) |