พิมพ์หน้านี้
|
ฉันนั่งอยู่หน้าคอมนานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ข้างนอกลมพัดแรงจนทำให้ม่านหน้าต่างประตูปลิวสะบัดจนน่ากลัว ฉันลุกขึ้นเดินไปปิดประตูเพราะเชื่อว่าอีกไม่นานฝนก็คงตก หากเดินมายังไม่ทันถึงประตูด้วยซ้ำสายฝนก็เทกระหน่ำลงมา ฉันรีบดึงประตูปิดเพื่อป้องกันสายฝนที่จะสาดเข้ามาถึงห้องนอน ฉันไม่ได้รังเกียจสายฝนหรอกนะ กลับจะชอบความเย็นฉ่ำของสายฝนซะอีกด้วยซ้ำ ฉันยืนมองดูสายฝนผ่านหลังประตูกระจกห้อง ฟังเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องจนน่ากลัว ภาพความทรงจำในบางช่วงชีวิตผุดขึ้นมาให้ได้ระลึกถึง ทุกครั้งที่ฝนตกและให้เผอิญเป็นวันที่แม่ไม่อยู่บ้าน ฉันจะมีความสุขกับการได้ออกมาเริงร่ากับสายฝน ร่ม เสื้อฝนไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับฉันนัก เสื้อยืดกางเกงขาสั้นและเพื่อนรู้ใจหนึ่งคนต่างหาก ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฉันในเวลาที่ฝนตกเช่นนี้ เราสองคนจะเริ่มต้นออกเดินบ่อย ๆ ในตอนที่ฝนตก ไม่เคยเข้าใจเหมือนกันทำไมต้องทำเช่นนี้ แต่ทุกครั้งที่เราเดินฝ่าสายฝน พูดคุยกันด้วยเรื่องจิปาถะ ผสมด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะตลอดเวลาที่เดินกันไป มันทำให้ฉันรู้สึกดีที่สุด ความฉ่ำเย็นของสายฝนลบความขุ่นข้องหมองใจให้ฉันได้เสมอ ไม่ว่าฉันจะเคยรู้สึกไม่ดีกับใคร หากแต่ในวันที่ฝนตก ฉันจะมีโอกาสได้ตะโกนก้องแข่งกับเสียงฟ้าและฝน ปลดปล่อยความรู้สึกไม่ดีทั้งหมดที่มีออกมา และเพื่อนก็มักจะลงท้ายประโยคของฉันเสมอว่า ลืมมันไปซะ แล้วเราก็ประสานเสียงหัวเราะที่มีแต่ความสุขไปด้วยกันเสมอ ฉันเชื่อว่ามีหลายคนที่ใช้โอกาสในเวลาที่ฝนตก ปลดปล่อยความรู้สึกของตนเองเหมือนอย่างฉัน สายฝนผสมเสียงหัวเราะ สายฝนผสมน้ำตา สายฝนที่มาพร้อมกับความฉ่ำเย็นและความเหงา สายฝนที่เป็นเพื่อนกับฉันได้ทุกคราวเสมอมา เสียงฟ้าคำรามกึกก้องอีกครั้ง เสียงสายฝนที่คงยังตกระทบหลังคาอย่างไม่ขาดสาย ณ เวลานี้ฉันไม่ได้ออกไปย่ำสายฝนเหมือนแต่ก่อน หากแต่ได้แต่ยืนมองและฟังเสียง ไม่มีโอกาสตะโกนแข่งกับฝนและฟ้า ระบายความรู้สึกอึดอัดในใจได้อีก ฉันทำได้แค่เพียงกระซิบบอกกับตัวเองว่า ปล่อยมันซะ ลืมมันไปเถอะนะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
|