|

แหล่งท่องเที่ยว ของโพนสะหวัน ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ก็คือ ทุ่งไหหิน (Plain of Jars) ทุ่งไหหิน คือพื้นที่ ที่มี "ไหหินโบราณ" ขนาดตั้งแต่สูงท่วมหัวคนลงมา ตั้งวางอยู่นับร้อย ๆ ลูก ดูน่าฉงน แกมมหัศจรรย์ คล้าย ๆ สโตน เฮนจ์ ของประเทศอังกฤษ อยู่เหมือนกัน ว่า เขา(คนโบราณ)เอาไหเหล่านี้ มาตั้งไว้กลางทุ่งโล่งทำไม ตั้งมากมายก่ายกอง และต้องนำมาจากที่อื่น ซึ่งน่าจะไกลพอสมควร เพราะบริเวณที่ตั้ง "ทุ่ง" ไม่มีภูเขาหิน หรือ หินก้อนโต ๆ พอจะสกัดเอามาทำไหได้เลย
ตามตำนานปรัมปราของคนลาว เขาว่าไหเหล่านี้คือ "ไหใส่เหล้า" ของท้าวฮุ่งท้าวเจือง บรรพกษัตริย์ผู้ก่อตั้งประเทศลาว คนลาวทั่วไปก็ยังเชื่ออย่างนี้อยู่
แต่ทฤษฎีของฝรั่งนักโบราณคดี บอกว่า ไหหินเหล่านี้ สร้างมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่า น่าจะใช้ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อ เป็นต้นว่า ใส่ศพคนตาย หรือ ใส่กระดูก หรือไม่ก็ เป็นการบูชาเทพเจ้า หรือ สิ่งที่เคารพยำเกรง
จะว่าไปแล้ว คนลาวเจ้าของทุ่งไหหินแท้ ๆ ดูจะไม่สนใจ ให้ความสำคัญ หรืออนุรักษ์รักษา มรดกทางประวัติศาสตร์ของตนสักเท่าไหร่ คงเพราะเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก หลายชั่วอายุคนแล้วก็ได้ ว่ากันว่า จริง ๆ แล้ว "ไหหิน" ไม่ได้มีแต่ขนาดใหญ่โตมโหฬาร ขนาดเท่าหม้อ เท่าไห จริง ๆ ก็มี แต่โดนชาวบ้าน ขุด หยิบ หิ้วกลับไปบ้าน เอาไว้ดูเล่น แล้วก็ทิ้งขว้าง สูญหาย ไปซะเยอะ เหลือแต่ขนาดที่ "ยกไม่ไหว" ทิ้งไว้คาทุ่ง ในปัจจุบัน น่าเสียดาย เหมือนกัน
ในยุคสงครามเวียดนาม ที่ขบวนการกู้ชาติฝ่ายซ้ายของลาว ต่อสู้กับจักรวรรดิอเมริกาและพันธมิตร (พี่ไทยเราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) เพื่อปลดปล่อยลาวไปสู่สังคมนิยม โดยมีเวียดนามและรัสเซียหนุนหลัง กองกำลังกู้ชาติ ได้ซ่องสุมรวมพลใหญ่กันอยู่ที่ทุ่งไหหินนี่เอง ทุ่งไหหิน จึงเป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือด รุนแรงที่สุด ในลาว ฉะนั้น ถ้าท่านไปเยือนโพนสะหวัน ชมทุ่งไหหิน ก็อย่าแปลกใจ ที่ตามโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ ร้านอาหาร หรือแม้แต่บ้านเรือนคนทั่วไป จะเต็มไปด้วย "อนุสรณ์สงคราม" จำพวกลูกปืน ลูกระเบิด อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ประดับประดา/หรือวางกองระเกะระกะ อยู่เต็มไปหมด ดูรูปเกสต์เฮ้าส์ที่ผมพักนี่ก็ได้ครับ จะเห็น "อนุสรณ์สงคราม" เป็นองค์ประกอบอยู่เกือบทุกตารางพื้นที่ เสาป้ายเกสต์เฮ้าส์ ดูดีๆเอาปลอกกระสุนปืนใหญ่มาทำ

กระถางดอกไม้ ก็ลูกกระสุนปืนใหญ่ 
ตามทางเดิน หน้าเคาน์เตอร์ แม้แต่ระเบียง อาวุธยุทโธปกรณ์ กองระเกะระกะ 

ทหารปลดแอก ทหารรัฐบาลลาว รวมทั้ง "ทหารรับจ้าง" จากประเทศไทย ที่รับเงินจากอเมริกามาสู้กับพี่น้องร่วมถิ่นสุวรรณภูมิ ได้สังเวยชีวิต เป็นผีเฝ้าทุ่งไหหิน นับพัน นับหมื่นคน ส่วนทหารอเมริกัน ผู้กระพือไฟสงคราม ไม่ได้ล้มตายไปกับเขาด้วยหรอก เพราะไม่ได้ส่งทหารราบเข้ามาทางภาคพื้นดินเหมือนในเวียดนาม เนื่องจากสงครามในลาวของอเมริกา เป็นสงครามที่ไม่ได้ประกาศ ไม่ได้บันทึกไว้ (ดูหนัง Air America แล้วจะเข้าใจ) อเมริกาใช้วิธี นำเครื่องบิน B 52 มาทิ้งระเบิดปูพรม ไปทั่วทุ่งไหหิน ซึ่งนอกจากจะทำให้ ทหารปลดแอก ล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังทำให้ "ไห" จำนวนมาก พังพินาศเสียหาย เพราะแรงระเบิด ทุ่งไหหิน ในปัจจุบัน จึงกลายเป็น "ทุ่งระเบิด" ที่มีหลุมระเบิดขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมด รวมทั้ง ลูกระเบิด ที่ยังมีอันตราย ฝังอยู่ใต้ดิน อีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบัน ก็ยังมีการสำรวจ เก็บกู้ระเบิด อยู่ตลอด โดยหน่วยงาน MAG ซึ่งเป็นเอ็นจีโอสากล ร่วมมือกับรัฐบาลลาว
จากข้อมูลที่ได้มา การเก็บกู้ระเบิดในทุ่งไหหิน ดำเนินการสำเร็จไปแล้วเพียง 25 % เท่านั้น ส่วนที่ปลอดภัยไร้ระเบิด ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม
ด้วยเหตุนี้ การเข้าชมทุ่งไหหิน รัฐบาลลาวจึงไม่อนุญาตให้เดินทางมาเข้าชมกันเอง เพราะอาจเดินไปเหยียบระเบิดเอาได้
การเข้าชมทุ่งไหหิน จะทำได้ผ่านทัวร์ที่รัฐบาลลาวอนุญาตเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ธุรกิจทัวร์ "ผูกขาด" อันนี้ ค่อนข้างจะมีราคาแพง อัตราค่าทัวร์ทุ่งไหหิน ราคา 15 ดอลลาร์ต่อคน แต่นี่หมายถึง สามารถจัดกรุ๊ปทัวร์ได้ไม่น้อยกว่า 10 คนนะครับ ถ้าต้องการเหมาทัวร์ไปเอง ในหมู่คณะเดียวกัน ไม่กี่คน ราคาจะแพงกว่านี้อีก
ทัวร์ทุ่งไหหิน จะมีไกด์ชาวลาวนำเที่ยว ซึ่งไกด์ส่วนใหญ่ก็คือ เอ็นจีโอของ MAG นี่แหละ โดยจะพาไปชม 3 ที่ หรือ ที่เรียกกันว่า Site 1 - 2 - 3 ไซต์ 1 อยู่ห่างจาก โพนสะหวัน ประมาณ 10 กิโลเมตร ไซต์สุดท้าย จะไกลออกไปราว 40 กม.
ชมภาพ "ไหหิน" กันให้จุใจเลยนะครับ ผมนำภาพรวม ๆ มาจากทั้ง 3 ไซต์ นะแหละ ซึ่งก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่า ภาพไหน เป็นของไซต์ไหน เพราะมันก็มีแต่ "ทุ่ง" และ "ไห" แบบเดียวกันหมด

ป้ายบอกรายละเอียด ของทุ่งไหหิน ไซต์ 1 แกะออกมาเป็นภาษาไทยได้ดังนี้ "ท่ง(ทุ่ง)ไหหิน 1มีเนื้อที่ทั้งหมด 25 เฮคเตอร์, มีไหหินทั้งหมด 334 หน่วย(ใบ) ในนั้นหน่วยที่ใหญ่กว่าหมู่(กว่าเพื่อน) มีเส้นผ่าศูนย์กลางแทก(วัด)ได้ 2.5 เมตร และหน่วยที่สูงกว่าหมู่ สูง 2.57 เมตร" 






ฟังเพลง "ก่อนจาก" ของ ก.วิเสส คลอ ได้บรรยากาศ "สู่สมรภูมิ" ได้เหมือนกันนะครับ
|