|
ในวาระครบรอบ 3 ปี ของเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มจังหวัดชายฝั่งอันดามันไทย รวมทั้งอีกหลายประเทศ ในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย สร้างความสูญเสียอย่างเหลือคณานับ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200,000 คน ผมขอร่วมรำลึกเหตุการณ์วิปโยคโลกแห่งศตวรรษนี้ ด้วยการนำ "เรื่องสั้น" ที่เคยเขียนอ้างอิงถึงเหตุการณ์นี้ มาลงให้อ่านกัน เรื่องสั้นเรื่องนี้มีชื่อว่า "สึนามิพรากเธอไปจากฉัน" เป็นเรื่องสั้นที่อยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้น "คำให้การของทายาทซูเปอร์แมน" พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2548 โดย แพรวสำนักพิมพ์ จำได้ว่า ผมเขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปไม่นาน น่าจะสักประมาณไม่เกิน 1 เดือนภายหลัง โดยเขียนเพื่อนำมาลงในหนังสือรวมเรื่องสั้นโดยเฉพาะ ไม่ได้ส่งไปลงในนิตยสารใด และเป็นเรื่องสั้นเรื่องท้ายสุด ที่ผม "เขียน" เป็นเรื่องเป็นราว ในระยะ 3 -4 ปีที่ผ่านมานี้ หลังจากเรื่องสั้นเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เขียน "เรื่องแต่ง" เป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย นอกจาก เขียนคอลัมน์ต่าง ๆ หรือไม่ก็ ความเรียงสั้น ๆ และบทกวี การนำมาลงเผยแพร่อีกครั้ง ในบล็อก ถือเป็นการทำให้เรื่องสั้นเรื่องนี้ สมบูรณ์ในแง่ "การนำเสนอ" ยิ่งขึ้น เพราะระยะหลัง ๆ ผมมักจะเขียนเรื่องสั้นแนว Postmodern ที่ต้องอาศัยรูปแบบกราฟิกหรือรูปแบบตัวอักษร ที่ผิดแผกไปจากการใช้ตัวหนังสือเพื่อ "อ่าน" แบบปกติทั่วไป ทว่า นิตยสารหรือสำนักพิมพ์ มักจะไม่สามารถทำตาม "รูปแบบ" ที่ผมต้องการได้ อย่างเรื่องสั้นเรื่องนี้ ในหนังสือรวมเรื่องสั้น "คำให้การของทายาทซูเปอร์แมน" ก็ไม่ออกมาตามที่ใจผมต้องการ การนำมาลงใหม่ในบล็อกของตัวเอง ผมจึงจัดการ สร้างรูปแบบ ให้ออกมาตามที่ต้องการได้เต็มร้อย ก่อนจะอ่านเรื่องสั้น "สึนามิพรากเธอไปจากฉัน" ต้องทำความเข้าใจร่วมกันอีกครั้งก่อนนะครับ ว่านี่คือ "เรื่องสั้น" ที่เป็น "เรื่องแต่ง" โดยนำเหตุการณ์จริงมาเป็นองค์ประกอบในเรื่องเท่านั้น หาใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ประการใด |
สึนามิพรากเธอไปจากฉัน ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ ฉบับเช้าวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547 
ดาราหนุ่ม วิภู พายุพยับ รอดตายจากคลื่นสึนามิที่พัดถล่มบริเวณเขาหลัก แต่ภรรยาสาวใหญ่ไฮโซวัย 45 ปี นางรัชนีธร ตั้งวงศ์กิตติไพศาลเกรียงไกร ถูกคลื่นยักษ์ซัดหายไปต่อหน้าต่อตา ขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ คนดังที่ตกเป็นเหยื่อคลื่นยักษ์หฤโหดคู่นี้ เคยเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 3 เดือนก่อน เมื่อจูงมือกันเข้าประตูวิวาห์แบบสายฟ้าแลบ โดยดาราหนุ่มวัย 25 ปีรายนี้ มีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการเปลี่ยนคู่ควงและทะเลาะวิวาทในสถานบันเทิงบ่อยครั้ง จนได้สมญานามว่า แบดบอยแห่งวงการบันเทิง ส่วนเจ้าสาวเป็นม่ายไฮโซที่รับมรดกธุรกิจหลายพันล้านจากสามีเก่าที่เสียชีวิต มีอายุมากกว่าเจ้าบ่าวถึง 20 ปี ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเส้นทางรักของทั้งคู่จะมาบรรจบพบกัน จนประกาศแต่งงานมีพิธีวิวาห์ใหญ่โต และการเดินทางมาพักผ่อนที่เขาหลักในช่วงคริสต์มาสนี้ ก็เป็นการมาฮันนีมูนของทั้งคู่นั่นเอง นายวิภูได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ความหวังที่ภรรยาจะรอดชีวิตนั้นเลือนรางเต็มที ตนเองได้ทำใจไว้แล้ว สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ของรายการโทรทัศน์แนวเจาะประเด็นข่าวรายการหนึ่ง ออกอากาศคืนวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547
ผู้ดำเนินรายการ : เหตุการณ์คลื่นสึนามิพัดถล่มฝั่งทะเลอันดามันเมื่อเช้าวานนี้ คุณวิภู พายุพยับ ดาราหนุ่มก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้เผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงในครั้งนี้ โดยคุณวิภูได้เดินทางไปพักผ่อนที่เขาหลัก จังหวัดพังงา กับภรรยาสาวซึ่งเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน คุณรัชนีธร ตั้งวงศ์กิตติไพศาลเกรียงไกร นักธุรกิจหญิงชื่อดัง ตัวคุณวิภูรอดชีวิต แต่คุณรัชนีธรได้ถูกคลื่นซัดหายไป ถึงเวลานี้ก็ยังค้นหาตัวไม่พบ เราจะมาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันอย่างละเอียด โดยคุณวิภูซึ่งขณะนี้ยังอยู่ที่จังหวัดพังงาอยู่ในสายกับเราแล้ว สวัสดีครับคุณวิภู วิภู : ครับ สวัสดีครับ ผู้ดำเนินรายการ : ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อยครับ ตอนที่คลื่นซัดเข้ามา คุณวิภูกับรัชนีธรอยู่ตรงจุดไหนครับ วิภู : ก็อยู่ที่ชายหาดหน้าโรงแรมที่เราพักนั่นแหละครับ ผมนั่งอยู่ริมหาด คุณรัชนีธรลงไปเล่นน้ำ ผู้ดำเนินรายการ : อยู่ไกลกันมากไหม วิภู : ก็...ซักประมาณ เกือบ ๆ ร้อยเมตรได้มังครับ เพราะผมนั่งหลบแดดอยู่ใต้ร่มไม้หน้าโรงแรม ไม่ได้ลงไปเล่นน้ำกับเขาด้วย ตอนแรกเขาก็ชวนผมลงไปเล่นน้ำด้วยกัน แต่เมื่อคืนฉลองคริสต์มาสดึกไปหน่อย ผมยังรู้สึกเพลีย ๆ ก็เลยปฏิเสธ ขอนอนพักอยู่ที่เก้าอี้ผ้าใบ ให้เขาลงไปเล่นคนเดียว ผู้ดำเนินรายการ : แสดงว่าเพราะคุณวิภูอยู่ไม่ไกลจากตัวโรงแรมนัก ก็เลยหนีขึ้นโรงแรมทัน ขณะที่คุณรัชนีธรโชคร้ายเล่นน้ำอยู่ในทะเล เลยหนีไม่ทัน ถูกคลื่นซัดหายไป วิภู : ไม่ใช่ครับ พอคลื่นซัดเข้ามา ผมก็วิ่งลงไปหาเขาทันที ผู้ดำเนินรายการ : วิ่งลงไปที่ชายหาดนั่นหรือครับ วิภู : ใช่ครับ วิ่งสวนคลื่นลงไปเลย วิ่งแบบที่ว่าไม่คิดถึงชีวิตตัวเองเลยล่ะครับ ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องลงไปช่วยเขาให้ได้ คลื่นมันโถมขึ้นมาสูงท่วมหัว ไม่รู้ผมวิ่งฝ่าไปได้ยังไง ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ผู้ดำเนินรายการ : ครับ แล้วยังไงต่อ วิภู : ผมก็ลุยฝ่าคลื่นเข้าไปถึงตัวเขา ตอนนั้นเขาถูกคลื่นกระแทกล้มลงไปแล้ว ผมฉุดแขนดึงเขาให้ลุกขึ้นมาแล้วพาวิ่ง ทีนี้คลื่นมันแรงมาก กระแทกเราล้มแล้วล้มอีก เขาหลุดจากผมไปตั้งหลายครั้ง ผมก็ตามไปรั้งตัวเขาคืนมาได้ทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายที่คลื่นโถมเข้ามาแรงมาก ผมกับเขากระเด็นไปคนละทาง ผมถูกคลื่นซัดมาทางหน้าโรงแรม ตรงบันไดทางขึ้นพอดี ก็เลยตะเกียกตะกายหนีขึ้นบันไดมาได้ ส่วนเขาไหลไปกับคลื่นอีกทางหนึ่ง ผมยังจำภาพสุดท้ายติดตา มือเขาชูไหว ๆ ขึ้นเหนือน้ำ แล้วก็จมหายไปกับสายน้ำ ผู้ดำเนินรายการ : นับว่าคุณวิภูโชคดีมากนะครับที่ถูกคลื่นพัดมาตรงทางขึ้นโรงแรมพอดี วิภู : แต่เป็นโชคดีที่ผมไม่ต้องการเลย ผมน่าจะตายไปกับเขามากกว่า ผู้ดำเนินรายการ : ทำใจดี ๆ ไว้ครับ คิดในทางที่ดีไว้ก่อนว่าคุณรัชนีธรอาจจะไม่เป็นอะไร เหมือนกับหลาย ๆ คนที่วันนี้หน่วยกู้ภัยก็ไปค้นพบและช่วยเหลือมาได้ วิภู : ครับ ผมก็หวังไว้อย่างนั้น แต่ดูแล้วความหวังคงริบหรี่ เพราะตลอดทั้งวันนี่ผมก็ออกค้นหา ทั้งตามชายหาด ทั้งไปโรงพยาบาล ไม่มีวี่แววเลย ตอนนี้ก็ภาวนาไว้อย่างเดียวละครับ ยังไงก็ขอให้พบตัว ไม่ว่าจะพบในสภาพไหนก็ตาม ผู้ดำเนินรายการ : ครับ ทางรายการขอเอาใจช่วย เป็นกำลังใจให้คุณวิภูนะครับ วิภู : ขอบคุณครับ ผู้ดำเนินรายการ : แล้วตัวคุณวิภูเองบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหมครับ วิภู : ก็...ไม่เป็นอะไรมากครับ แค่หัวแตกนิดหน่อย สงสัยจะไปชนอะไรตอนที่ไหลมาตามน้ำ ผู้ดำเนินรายการ : ขอย้อนเหตุการณ์กลับไปนิดนึงนะครับ ตอนก่อนจะเกิดคลื่นยักษ์ มันมีสัญญาณบอกเหตุหรือมีอะไรผิดปกติให้เฉลียวใจบ้างหรือเปล่า วิภู : อืมม์...ไม่มีนะครับ อยู่ ๆ มันก็จู่โจมขึ้นมาเลย ตอนที่คลื่นซัดเข้าฝั่งเสียงมันดังมาก ดังโครมสนั่น เหมือนเสียงระเบิด หรือเสียงอะไรสักอย่างที่ดังมาก ๆ ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน จำได้ว่าพอได้ยินเสียงผมตกใจลุกขึ้น เห็นคลื่นสูงสัก อืมม์..สักประมาณ...บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าสูงกี่เมตร รู้แต่ว่าสูงมาก ผู้ดำเนินรายการ : ครับ ไม่เป็นไรครับ เป็นคลื่นลูกสูงผิดปกติ คลื่นลูกแรกนี่ก็สูงเลยใช่ไหมครับ วิภู : ใช่ครับ ผู้ดำเนินรายการ : เมื่อวานนี้ ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณติ๊ก กลิ่นสี คุณติ๊กบอกว่าคลื่นลูกแรกไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ เป็นเหมือนน้ำเอ่อล้นขึ้นมา แล้วค่อยถล่มหนักในคลื่นลูกหลัง ๆ นะครับ วิภู : โอ...พี่ติ๊กก็เจอเหมือนกันเหรอครับ ผู้ดำเนินรายการ : ใช่ครับ คุณติ๊กกับคณะไปเที่ยวที่เกาะพีพี แล้วก็โดนคลื่นยักษ์เล่นงานเหมือนกัน คุณวิภูไม่ทราบข่าวนี้เหรอครับ วิภู : ไม่รู้เรื่องเลยครับ ตลอดสองวันมานี้ผมใจจดใจจ่อแต่ตามหาคุณรัชนีธรอย่างเดียว ไม่ได้ติดตามข่าวอื่นเลย แล้วยังไงครับ พี่ติ๊กเป็นอะไรมากไหม ผู้ดำเนินรายการ : คุณติ๊กปลอดภัยดีครับ ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก แค่มีแผลถลอกกับรอยฟกช้ำตามร่างกายนิดหน่อย เดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว วิภู : ขอแสดงความยินดีกับพี่ติ๊กผ่านทางรายการด้วยนะครับ ผมกับพี่ติ๊กสนิทกันมาก ก่อนจะมาพังงายังเจอกันเลย ผมถามเขาว่าช่วงคริสต์มาสไม่ไปเที่ยวไหนเหรอ เขายังบอกว่าคงไม่ได้ไป ติดอัดรายการ ไม่นึกว่าจะต้องมาเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ผู้ดำเนินรายการ : คุณติ๊กอาจจะดูรายการอยู่ก็ได้นะครับ คุณติ๊กครับ คุณวิภูฝากแสดงความยินดีที่คุณติ๊กปลอดภัย ถ้าคุณติ๊กดูอยู่ คงกำลังภาวนาให้ภรรยาคุณวิภูปลอดภัยเช่นกัน กลับมาเรื่องที่คุณติ๊กเล่าต่อนะครับ เมื่อวานผมถามคุณติ๊กว่าก่อนจะเกิดคลื่นยักษ์ มีสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้าหรือเปล่า คุณติ๊กบอกว่าเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงไปอย่างรวดเร็ว จนคนที่ริมฝั่งแห่ไปดูเต็มไปหมด พอน้ำลดลงสักพัก ก็เอ่อทะลักกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ค่อย ๆ กลายเป็นลูกคลื่นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ต้องวิ่งหนีกันอลหม่าน แสดงว่าลักษณะการเกิดของคลื่นที่เกาะพีพีกับที่เขาหลักแตกต่างกันนะครับ ที่เขาหลักนี่คุณวิภูเห็นคลื่นลูกแรกซัดเข้ามาก็สูงลิ่วเลยใช่ไหมครับ วิภู : เอ...ตรงนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะก็นอนเคลิ้ม ๆ ไม่ได้สนใจอะไรด้วย อาจจะเป็นอย่างที่พี่ติ๊กว่าก็ได้นะครับ คือคลื่นลูกที่ผมเห็นอาจเป็นคลื่นลูกที่ก่อตัวสูงขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ลูกแรก ผู้ดำเนินรายการ : ตกลงคุณวิภูไม่ยืนยันใช่ไหมครับว่าที่เขาหลักไม่ได้เป็นน้ำเอ่อท้นขึ้นมาก่อน วิภู : ก็ยืนยันตามที่เห็นครั้งแรกนั่นแหละครับ แต่คงจะยืนยันไม่ได้ว่าเป็นอย่างนั้นแต่แรกเลยหรือเปล่า ลองสอบถามคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ดูดีกว่านะครับ ว่าแตกต่างไปจากที่ผมเห็นหรือเปล่า เพราะก็อย่างที่บอก ผมนอนเพลีย ๆ เคลิ้ม ๆ อยู่ใต้ต้นไม้ อาจจะหลับไปโดยไม่รู้ตัวแล้วก็ได้ ผู้ดำเนินรายการ : ปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็วตามที่คุณติ๊กบอก คุณวิภูก็คงไม่เห็น วิภู : ไม่เห็นหรอกครับ จะเห็นได้ยังไง ผมอยู่ไกลออกอย่างนั้น แล้วอีกอย่างนะครับ ตอนนี้จิตใจผมสับสนวุ่นวายมาก สมองมันมึนตื้อไปหมด อาจจะลำดับเหตุการณ์ผิด ๆ ถูก ๆ บอกอะไรได้ไม่ถูกต้องนัก ตรงนี้ต้องขอความเห็นใจผมด้วย ภรรยาหายไปทั้งคน สภาพจิตใจคนเป็นสามีคงไม่เป็นปกตินักหรอกครับ ผู้ดำเนินรายการ : ครับ เข้าใจครับ งั้นคงต้องรบกวนสอบถามแค่นี้ก่อนนะครับ วิภู : ครับ ขอบคุณครับ
เนื้อความในนิยายประโลมโลกย์เรื่องหนึ่งซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นละครหลังข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก ฉากในตอนนี้ ออกอากาศคืนวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ช่วงเวลาที่โทรทัศน์ช่องอื่นกำลังรายงานข่าวภัยพิบัติของชาติอย่างเข้มข้น
วิภูเปิดประตูเข้ามาก็เห็นรัชนีธรนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง บนโต๊ะมีขวดบรั่นดีที่พร่องไปเกือบครึ่ง สายตาของรัชนีธรมองมาทางเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วก็ยกแก้วบรั่นดีสาดลงลำคอ วิภูรีบเอ่ยทัก ส่งยิ้มให้แต่ออกจะเจื่อน ๆ ตื่นเร็วจังนะที่รัก ฉันยังไม่ได้นอน เสียงตอบนั้นแห้งแต่กร้าว นั่งรออยู่ทั้งคืน หายหัวไปไหนมา อ้าว...ก็บอกแล้วว่าไปสังสรรค์วันคริสต์มาสกับเพื่อน ๆ ก็ผมชวนแล้วแต่คุณไม่ไปเอง... รอยยิ้มจางหาย เปลี่ยนเป็นมุ่นหัวคิ้ว ก่อนจะถามต่อ เอ๊ะ ท่าทางคุณจะโกรธผมใช่ไหมนี่ ไม่เอาน่า ก็บอกแล้วไงว่าไปดื่มกับเพื่อน ๆ มา เผอิญมันติดลม เลยกลับเลตไปหน่อย มามะ...ไปนอนกันเถอะ ผมง่วงเต็มทน พูดแล้วก็ทำท่าจะขยับเดินเข้าไปยังส่วนห้องนอนที่มีผนังกั้น แต่รัชนีธรร้องห้ามเอาไว้เสียงเฉียบขาด เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไปไหน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน วิภูถอนหายใจ ส่ายหน้า แล้วก็เดินเข้ามาหา แต่ไม่นั่ง มีอะไรต้องคุยอีกละจ๊ะ ก็บอกว่าไปดื่มมา นี่ผมง่วงจะแย่แล้ว ไว้ค่อยคุยกันตอนตื่นได้ไหม ถ้าไม่คุยกันตอนนี้ แกอาจจะไม่มีโอกาสได้ตื่นมาคุยกับฉันอีกก็ได้ นั่งลง! รัชนีธรตวาด ชี้ไปที่เก้าอี้ วิภูส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนจะทำตามคำสั่งแต่โดยดี เมื่อคืนแกไปแดกกับใครมา ก้นยังไม่ทันจะแตะเก้าอี้ เสียงแหวก็ดังขึ้นอีก นี่คุณ พูดจาให้มันเพราะ ๆ หน่อยได้ไหม อะไรกัน มาถึงก็เอะอะโวยวาย ตอบมาก่อน ไปกินกับใคร ก็เพื่อน ๆ ในวงการที่เขามาเที่ยวที่นี่ ไอ้ตั้ม ไอ้วิทย์ พี่ดิเรก พี่ซู แล้วก็...โอ๊ย อีกหลายคนนับไม่หวาดไม่ไหว ก็พวกที่คุณรู้จักทั้งนั้น เขายังถามเลยว่าทำไมคุณไม่ออกมาเที่ยวด้วย ผมบอกว่าคุณเหนื่อย อยากพักผ่อน... แล้วอีนังวราลีก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วยใช่ไหม ใช่ แล้วทำไม... วิภูตอบ ก่อนจะชะงักคำ พยักหน้าช้า ๆ เหมือนว่าเข้าใจอะไรบางอย่าง อ้อ...นี่คุณโมโหผมเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม เข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้วล่ะ ผมกับเขาไม่มีอะไรกันแล้ว เมื่อคืนก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย รู้สึกว่าเขาจะมากับเพื่อนชายเขาด้วยนะ โกหก! สัญชาติคางคกอย่างมึงยางหัวไม่ตกก็โกหกไปหน้าด้าน ๆ นึกว่าฉันโง่รึไง เฮ้ย มาด่ากันยังงี้ได้ไง คราวนี้วิภูเป็นฝ่ายขึ้นเสียงบ้าง หึงไม่รู้เหนือรู้ใต้อย่างนี้ก็แย่สิ คิดเองเออเองแล้วก็โมโหเอง คนอื่นซวย รัชนีธรหัวเราะหึ รินบรั่นดีลงเกือบจะปริ่มแก้ว แล้วยกขึ้นดื่มด้วยมือที่สั่นระริก ใช่สิ ฉันคิดเองเออเองเดาไปเองทั้งนั้น ก็เลยเดาได้ว่าแกนั่งอยู่ที่โต๊ะจนถึงเที่ยงคืน แล้วก็ลุกออกไปพร้อมกับนังวราลี หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปบนโรงแรมชั้นที่ 3 ห้อง 312 แล้วออกจากห้องนั้นมาตอนเก้าโมงกว่า อย่างนั้นใช่ไหม วิภูนิ่งขึงไปทันทีที่ได้ยินคำกล่าวนี้ ก่อนจะค่อย ๆ เหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง หัวเราะประชด นี่คุณให้คนคอยตามผมทุกฝีก้าวเลยใช่ไหม ทำไมไม่ให้มันตามเข้าไปดูในห้องเลยล่ะว่าทำอะไรกันบ้าง คว้าแก้วเหล้าที่หล่อนถืออยู่มาดื่มจิบหนึ่งก่อนจะพูดต่อ โอเค ผมกับวราลีแอบไปมีอะไรกันเมื่อคืนนี้ แต่เราไม่ได้มีความผูกพันกันมากกว่านั้น ก็แค่...อะไรล่ะ ฟีสิคอล รีแล็กเซชั่น การผ่อนคลายทางร่างกาย คนหนุ่มอย่างผมพลังงานมันมาก ให้ได้ใช้ออกไปมั่งสิ มันเป็นสันดานของแกต่างหาก สันดานที่แก้ไม่หาย สันดานหมาตัวผู้ที่เอาไม่เลือก รัชนีธรแผดเสียงใส่ เออ ก็ใช่สิวะ หมาตัวผู้ที่ยังหนุ่มแน่น แล้วคุณล่ะ หมาตัวเมียที่แก่จนหนังเหี่ยวเคี้ยวไม่ลงรึเปล่า วิภูโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน ความจริงคุณไม่น่าเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องนี้เลย ไหน ๆ ก็รู้ว่าสันดานผมมันเป็นยังงี้ เพราะยังไงไอ้หมาตัวนี้ก็กลับมาตายรังอยู่ดี เสียงพูดอ่อนลงในประโยคสุดท้าย เพราะรังนี้มันขุนข้าวขุนน้ำ เลี้ยงดูให้ทรัพย์สมบัติเงินทองอย่างดีน่ะซี้ แกถึงไม่หนีไปไหน เอาเถอะ ๆ จะด่าว่ายังไงผมก็ยอม แต่พอแค่นี้ก่อนนะ ผมจะไปนอน เอาเป็นว่าเรื่องเมื่อคืนนี้ผมขอโทษก็แล้วกัน โอเคนะ พูดพลางเอื้อมมือไปลูบไหล่เบา ๆ แต่รัชนีธรสะบัดออก บอกเสียงกระชาก ขอโทษ...ได้เลย ขอโทษก็จะให้โทษ ยกเหล้าที่เหลือในแก้วขึ้นดื่มจนเกลี้ยง ก่อนจะหล่นคำออกมา ฉันเบื่อพฤติกรรมของเธอเต็มทีแล้ว นายวิภู กลับไปกรุงเทพฯเราหย่ากันเลย เลิกรากันไปให้มันจบ ๆ แต่ผมไม่อยากจบ ผมยังรักคุณอยู่นะ รัชนีธร น้ำเสียงของวิภูเว้าวอนผิดจากเดิม พอเถอะ เลิกแสดงละครได้แล้ว เสียงที่ตอบกลับมานั้นชืดชาอย่างเห็นได้ชัด ฉันเบื่อที่ต้องทนกับเรื่องพรรค์นี้และอีกหลาย ๆ เรื่องของเธอที่ฉันรับไม่ได้ สู้จบไปเสียแต่ตอนนี้ดีกว่า ยังไงเธอก็ไม่มีอะไรเสีย ฉันต่างหากที่ทั้งเสียหน้าเสียชื่อเสียง แต่ฉันก็จะยอม นะ...อย่าฝืนความรู้สึกตัวเองเลย เราหย่ากันดีกว่า คุณคิดดีแล้วหรือ วิภูถามกลับมาเบา ๆ ใช่ ฉันตัดสินใจแล้ว ไม่เปลี่ยนใจ เพราะฉะนั้นอย่าพยายามโน้มน้าวหว่านล้อมอะไรเลย ไม่เกิดประโยชน์หรอก วิภูนิ่งไป รัชนีธรก็นั่งนิ่ง ดันขวดเหล้าที่เหลือติดก้นขวดไปอีกทางหนึ่ง ยกศอกขึ้นมาเท้าคาง ก็ได้ หลังนิ่งไปพักใหญ่ ๆ วิภูจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่จริงจัง ผมยอมตามที่คุณต้องการ กลับไปเราไปจดทะเบียนหย่า แบ่งทรัพย์สินกันคนละครึ่งตามกฎหมาย โอเค้ ไอ้วิภู! รัชนีธรที่นั่งเท้าคางสีหน้านิ่งอยู่ดี ๆ สะดุ้งพรวดขึ้นทันที แผดเสียงลั่น แกกล้าพูดอย่างนี้เชียวหรือ ที่ผ่านมาแกผลาญสมบัติฉันไปไม่รู้เท่าไหร่ ยังมีหน้ามาบอกว่าจะขอแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่ง แดงเดียวฉันก็ไม่ให้ ไม่ให้กูก็ไม่หย่า วิภูตะโกนกลับมาทันที ก็ให้มันรู้ไปว่าจะหย่าไม่ได้ นี่พูดกันดี ๆ แล้วนะ ถ้าแกไม่ยอม ฉันก็จะบังคับฟ้องหย่า แล้วอย่าหาว่าฉันใจร้ายนะ ที่บางทีสังคมอาจจะได้รับรู้ว่าไอ้ดารารูปหล่อขวัญใจประชาชนคนนี้ มันเป็นไอ้ขี้ยา มันติดยางอมแงม ทั้งยาบ้า ยาอี โคเคน แล้วฉันจะคอยดูว่าแกจะได้รับการต้อนรับจากประชาชนอีกต่อไปไหม เอาซี้ อยากโพนทะนายังไงก็เชิญ กูจะบอกเหมือนกันละว่า อีไฮโซแร้งทึ้งที่ริอยากเมียผัวหนุ่มรายนี้ มันทำศัลยกรรมปะผุทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่เยี่ยมที่สุดคือส่วนสำคัญที่มันไปทำรีแพร์มา ปรากฏว่าทำมาแล้วเน่าเฟะต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก ป่านนี้ยังใช้งานไม่ได้ เอาไหมล่ะ แลกกัน ไอ้เลว! รัชนีธรกรีดร้องลั่น คว้าขวดเหล้าที่วางอยู่ตบผลัวะเข้าเต็มขมับวิภูเสียงดังโพละ ขวดแตกกระจาย เลือดไหลออกมาเต็มซีกหน้าด้านขวา มึง...มึงทำกูหัวแตก วิภูเอามือลูบดูเลือด แล้วชี้หน้า อย่าอยู่เลยมึง อีแก่ แล้วก็โจนเข้าไปบีบคอด้วยแรงโกรธ จับกระชากเขย่าไปมา รัชนีธรดิ้นรนกระเสือกกระสน พยายามจะแกะมือคู่นั้นออก แต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะถูกดันเข้าไปติดผนัง ศีรษะด้านหลังโขกกับผนังปูนทีเดียวก็แน่นิ่งไปทันที ดี สม อยากซ่านัก วิภูปล่อยร่างนั้นให้รูดลงตามผนังไปนอนกอง เขาก้มลงไปจับร่างพลิกดู ยังนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เอะใจลองเอานิ้วแตะที่รูจมูก ถึงกับอุทานลั่น อ้าว เฮ้ย ทำไมใจเสาะยังงี้วะ
...........................................
วิภูพลิกข้อมือดูนาฬิกาสลับกับมองร่างที่นอนนิ่ง นี่จะทำอย่างไรดี เขาตกเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายโดยไม่รู้ตัว ความกลัวบวกความสับสนถาโถมเข้ามาจนคิดอะไรไม่ออก...หนี-ไม่หนี-กลบเกลื่อน-บิดเบือน-ยอมจำนน-สารภาพ-ทำลายหลักฐาน...ความคิดแต่ละอย่างพุ่งพรวด ๆ ขึ้นมาท่วมสมองราวกับน้ำทะลักเขื่อน เขาจะทำอย่างไรดี ถึงจะนำพาชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้ เวลาผ่านไปเหมือนนานนับกัปกัลป์ ทั้งที่เมื่อเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง ก็รู้ว่าเพิ่งผ่านไปไม่กี่นาที นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 09.54 น.
เสียงดังกึกก้องอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนกระเทือนเลื่อนลั่นอยู่ด้านล่าง ตามด้วยเสียงเอะอะ หวีดร้อง และเสียงโครมครามเปรี้ยงปร้างเหมือนกับข้าวของนานาชนิดปลิวกระแทกตัวอาคาร วิภูผวาไปที่หน้าต่างห้อง โผล่หน้าออกไปดู ตกใจแทบช็อกกับภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต สายน้ำเชี่ยวราวกับแก่งนรกไหลท่วมท้นไปทั่วทุกบริเวณ มองไปทางไหนเห็นแต่น้ำสีขุ่นข้นทะลักถั่งโถม โต๊ะ เก้าอี้ แผ่นไม้ หลังคา เศษสวะสิ่งของ และผู้คนที่ชูมือไหว ๆ พลิกคว่ำพลิกหงายลอยละลิ่วไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก รวดเร็วราวนรกบัญชา วิภูถอยกลับออกจากหน้าต่าง ตรงไปยังร่างของคนที่ได้ชื่อว่าภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลากเธอออกมา...
บทความจากนิตยสารวิเคราะห์ข่าวรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง ตีพิมพ์ภายหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิถล่มอันดามันผ่านไป 1 สัปดาห์ เช้าวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เวลา 07.58 น. เกิดแผ่นดินไหวทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 3.4 องศาเหนือ ลองติจูด 95.7 องศาตะวันออก วัดความสั่นสะเทือนได้ 8.9 ริกเตอร์ และถูกปรับให้เป็น 9 ริกเตอร์ในภายหลัง ผลกระทบของการเกิดแผ่นดินไหว นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราแล้ว ยังก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำสึนามิ (Tsunami) แผ่กระจายเป็นวงกว้างไปทั้งมหาสมุทรอินเดีย สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับพื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศมาเลเซีย ไทย พม่า บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ แม้กระทั่งประเทศชายฝั่งทะเลของทวีปแอฟริกาตะวันออกซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลคนละฟากมหาสมุทร ก็ยังโดนคลื่นยักษ์สึนามิซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 500-800 กม./ชม.มีขนาดความสูงของคลื่นเมื่อเข้ากระทบฝั่งตั้งแต่ 3-10 เมตร พัดถล่ม คร่าชีวิตผู้คน ทำลายทรัพย์สินเสียหายอย่างเหลือคณานับ
สถิติความสูญเสียจากภัยธรรมชาติที่มีการบันทึกไว้ 
จากสถิติ จะเห็นได้ว่าแม้การเกิดแผ่นดินไหวตามด้วยคลื่นสึนามิในครั้งนี้ จะไม่ได้มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุด แต่ก็เป็นมหันตภัยจากธรรมชาติครั้งที่สร้างความเสียหายกินบริเวณกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีผู้คนจากหลายประเทศหลากหลายเผ่าพันธุ์ต้องสังเวยชีวิตไปกว่า 232,000 คน นับเป็นโศกนาฏกรรมอันเกิดจากการกระทำของธรรมชาติที่ชาวโลกต้องจดจำไปอีกนาน ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว/คลื่นสึนามิ แยกตามประเทศ 
ตัวเลขความสูญเสียเฉพาะประเทศไทย 
ข้อมูลตรวจสอบถึงวันที่ 24 มีนาคม 2548 จาก www.tsunami-thailand.org ผู้เสียชีวิตและสูญหายในประเทศไทยจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนช่วงปลายปีที่ทะเลฝั่งอันดามัน และยังมีศพอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นใคร ซึ่งนับเป็นเรื่องเลวร้ายมากของญาติพี่น้องคนอยู่ข้างหลัง เพราะพวกเขาต่างก็หวังว่า จะได้พบร่างอันไร้วิญญาณของคนที่ตนรัก คนที่เคยมีชีวิต มีที่มาที่ไป ซึ่งไม่สมควรจะตายหรือสูญหายไปแบบไร้ร่องรอยไร้ตัวตนดังเช่นมดปลวกที่ถูกน้ำราดหายวับ และความตายอันมากมายก่ายกองเช่นนี้ ก็คงไม่มีใครไปจำแนกแยกแยะถึงขนาดว่า มีความตายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคลื่นยักษ์สึนามิรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า
กระทู้แสดงความคิดเห็นในเวบบอร์ดอินเทอร์เน็ตเวบไซต์หนึ่ง คืนวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2550 (กระทู้นี้ถูกลบออกจากเวบบอร์ดในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีการโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม)





|