|

ห่างหายไม่ได้เขียนบล็อกถึงเรื่องกีฬา โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ "หงส์แดง" ทีมโปรด ไปนานเน จะเพราะสถานการณ์บ้านเมืองมันเร่าร้อน ไม่มีอารมณ์ หรือเพราะความขี้เกียจ ก็ไม่รู้แน่ วันนี้ ขอเขียนถึงสักหน่อย ไม่เขียนไม่ได้ ยิ่งเห็นลิเวอร์พูล "โกงความตาย" จากจะแพ้กลับมาชนะ ไม่รู้กี่นัดต่อกี่นัดแล้ว ในฤดูกาลนี้ ยิ่งต้องเขียนถึง คือ เมื่อก่อน (อาจจะหลายสิบปีก่อน) ไม่เป็นอย่างนี้นะครับ เป็นที่รู้กันดีว่า ลิเวอร์พูลในยุครุ่งเรืองนั้น เป็นทีมเจ้าสำอางค์ สไตล์พระเอกผู้ดีเก่า คือ ถ้าเป็นฝ่ายทำ ก็จะทำได้ทำดี ยิงสลุตเขาไม่ยั้ง เล่นดี-สวย ยังกะเทวดาเหาะลงมาจากวิมาน แต่ถ้าเป็นฝ่ายถูกกดดัน โดนยิงนำไปก่อน หรือโดนการเบรกตัดเกมแบบเข้าปะทะรุนแรง ก็มักจะถอดใจไปดื้อ ๆ ฮึดไม่ขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ระหว่างทีมคุณชายผู้ดีเก่า อย่างลิเวอร์พูล กับ ทีมโจร (ฮา) ที่ใจสู้บู๊ปล้นจนนาทีสุดท้าย อย่าง แมนยู มาแต่ไหนแต่ไร แต่พอมาถึงยุค ราฟาเอล เบนิเตซ เห็นได้ว่า หลายต่อหลายครั้งแล้ว ที่ลิเวอร์พูลตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดนยิงนำไปก่อน ก็ยังมีฮึดกลับมาเอาชนะได้ เกมที่แสดงเครื่องหมายการค้านี้ โดดเด่นชัดเจน เป็นที่เล่าขานไปอีกนาน ก็คงหนีไม่พ้น นัดชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์ ที่โดนเอซีมิลาน ยิงนำ 3-0 แล้วกลับมาตีเสมอได้ 3-3 อย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะยิงจุดโทษเอาชนะไปนั่นแหละครับ แล้วยิ่ง ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เกิดเรื่องไม่น่าเชื่อกับทีมลิเวอร์พูล คือ ถ้าทีมไหนแข่งกับลิเวอร์พูล แล้วยิงขึ้นนำไปก่อน สุดท้ายแพ้หมดทุกทีมครับ ตอนนี้ แข่งไป 8 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 6 เสมอ 2 ใน 6 นัดที่ชนะนั้น มีถึง 4 เกมที่โดนยิงไปก่อน แล้วแซงกลับมาเอาชนะได้ (แบบกองเชียร์จะเป็นลม) ลองไล่กันดูก็ได้ - เล่นในบ้านเจอ มิดเดิลสโบรช์ ฮอสซัม มิโด ยิงให้โบโร่ออกนำไปก่อน ในนาทีที่ 70 แต่เจมี คาราเกอร์ ก็มาซัดลูกแฉลบกองหลังให้ลิเวอร์พูลตีเสมอ นาทีที่ 85 (มีเสียงแซวกันว่า ทีมไหนโดน "คาร่า" ยิง นี่ถือว่าซวยสุด ๆ เพราะร้อยวันพันปี แกไม่เคยยิงใครหรอก ดีที่ต่อมา FA ปรับเครดิตการทำประตู ให้เป็นการทำเข้าประตูตัวเอง แต่ผมดูยังไง ลูกนี้ก็น่าจะให้เครดิตคาราเกอร์ เพราะซัดเต็มเท้าเข้าตรงกรอบ ถึงไม่แฉลบก็น่าจะเข้า ไม่ใช่ลูกแฉลบเปลี่ยนทางชัดเจน) แล้วเจอรราร์ดมายิงปิดท้าย พลิกเอาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ ในช่วงทดเวลา ที่ทดเกินไปแล้วด้วย ซึ่งมิดเดิลสโบรช์ ถึงจะประท้วงก็ดูไม่สมเหตุสมผลนัก เนื่องจากช่วงไม่กี่วินาทีก่อนหมดเวลาทด ตัวเองดันหัวหมอ ไปเปลี่ยนตัวนักเตะ ผลาญเวลา เลยกลายเป็นหอกกลับมาทิ่มตัวเอง กรรมการเพิ่มเวลาที่ทดไว้เข้าไปอีก ซวยไปเลย) - เล่นในบ้านเจอ แมนยู คาร์ลอส เตเบส ยิงให้แมนยูนำไปแต่ไก่โห่ นาทีที่ 3 แต่พอนาทีที่ 26 เวส บราวน์ ก็ดันมาสงเคราะห์ทำเข้าประตูตัวเองให้เสียนี่ แล้วหลังจากนั้น ลิเวอร์พูลก็เป็นฝ่ายบุกถล่มอยู่ข้างเดียว แต่ทำไม่ได้สักที กระทั่ง นาทีที่ 77 ไรอัน บาเบล ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมา ค่อยทำประตูชัยให้หงส์แซงกลับมาชนะได้ - เล่นนอกบ้านเจอ แมนซิตี้ นี่ยิ่งร้ายเข้าไปใหญ่ เพราะโดนแมนซิตี้ ยิงนำไปถึง 2 - 0 ก่อนจะค่อย ๆ ยิงคืนมาทีละลูก จนเสมอกัน 2 - 2 แค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้ว ที่ไล่คืนมาเสมอ เอาแต้มกลับบ้านไปได้ แต่พอถึงเวลาทดเจ็บ ก็เอาอีกแล้วครับท่าน เดิร์ก เคาต์ ที่นัดนี้เล่นได้ห่วยสุด ๆ ยิงหลุดยิงพลาด ไม่รู้กี่ครั้ง กลับกลายเป็นฮีโร่มาแย่งซีนตอเรส ที่กดไปก่อนหน้านั้น 2 ลูก มายิงลูกที่ 3 ปิดท้าย ให้หงส์พลิกกลับมาชนะเรือใบได้อย่างเหลือเชื่อ 3 - 2 - เล่นในบ้านเจอวีแกน เช่นเคย โดนนำ 1 - 0 และ 2 - 1 ไปสองครั้งสองครา แต่ก็มายิงตีเสมอในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ก่อน "เทพครก" เดิร์ก เคาต์ จะมายิงปิดท้าย ในนาทีที่ 85 ให้หงส์แซงกลับมาชนะ 3 - 2 สกอร์เดียวกับที่ชนะแมนซิตี้นัดก่อน อย่างนี้จะเรียกว่ายังไงดี นึกถึงสุภาษิตไทย สำนวนนี้ขึ้นมาทันที สัญชาติคางคก ยางหัวไม่ตก ไม่รู้สึก 5 5 5 หงส์แดงของผม จะแปลงสัญชาติเป็นคางคกไปแล้วหรือนี่ ต้องยางหัวตก โดนเขายิงขึ้นนำไปซะก่อน ถึงจะรู้สึกตัว 
มาพูดถึง เกมนัดชนะ วีแกน 3 - 2 กันสักเล็กน้อย สามารถกล่าวได้เลยว่า เกมนี้ ลิเวอร์พูล "เล่นไม่ดี" สักเท่าไหร่ กองกลาง ที่ว่ากันว่า เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของลิเวอร์พูลชุดนี้ กลับเล่นไม่ได้ดี คุมเกมไม่ได้ ทั้งที่ก็เป็นชุดใหญ่ชุดเดิม น่าจะมีผลมาจาก เกมทีมชาติ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จุดเปลี่ยนสำคัญ น่าจะมาจาก วีแกนโดน "ใบแดง" ทำให้ตัวผู้เล่นน้อยกว่า ลิเวอร์พูลเลยเป็นฝ่ายกลับมาขึงเกมรุกอยู่ข้างเดียว แต่ก็เป็นการรุกแบบไม่ดุดันเท่าไหร่ ต่อบอลกันไปมา ติ๊ก ๆ ต๊อก ๆ ดูอึดอัดน่ารำคาญชอบกล เล่นเหมือนรู้อยู่แล้วว่า เดี๋ยวก็ต้องยิงได้ (ฮา) ก็เลยเอาแต่ต่อบอลกันไปมา รอเวลายิง ตามที่พระเจ้าจะประทานให้อยู่แล้ว (ฮา-ฮา) นักเตะที่เล่นโดดเด่น เกมนี้ เลือกมายกย่องสัก 3 คนก็แล้วกัน ก็ไม่ถือว่า โดดเด่นเป็นพิเศษมากนะครับ มีลูกผิดพลาดอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็ให้เครดิต ในฐานะที่มีส่วนสร้างความแตกต่างในรูปเกมและผลสกอร์ - คนแรก เดิร์ก เคาต์ คนนี้ต้องยกให้เป็น แมน ออฟ เดอะแมชท์ แหละ หลายคนบอกว่าเล่นได้ผิดฟอร์ม (ฮา) เพราะยิงได้ถึง 2 ลูก และแต่ละลูกค่อนข้างเฉียบขาด ปกติจะไม่ยิงเฉียบขาดขนาดนี้ (ฮา-ฮา) เกมนี้เคาต์ ไม่ค่อยมีความผิดพลาดให้เห็น ในเรื่องเสียบอล ทำบอลลั่นบ่อยนัก เพราะถูกโยกให้มาเป็นกองหน้าเต็มตัว จากที่เคยเล่นเป็นปีกขวา (ยาม้า) วิ่งขึ้นวิ่งลง ขยันที่สุดในโลก เกมนี้ก็เล่นกลางสนามเป็นหลัก ให้เจอร์เมน เพนแนนท์ มารับหน้าที่ปีกขวาแทน - คนต่อมา เจอร์เมน เพนแนนท์ ไม่ค่อยได้ลงตัวจริง เพราะขัดแย้งกับราฟา ในเรื่องราฟาจะขาย แต่เพนแนนท์ไม่ยอมให้ขาย อยากอยู่ต่อ ก็เลยถูกราฟาหาเรื่องบีบ โดยการปลดออกจากทีมชุดใหญ่ ไปเล่นในทีมสำรองไปเลย แต่ก็ต้องขอซูฮกหัวจิตหัวใจรักลิเวอร์พูลยิ่งชีพ ของปีกขวาหน้าลิงกังคนนี้ ไม่ปริปากบ่น โวยวาย ป่วนทีม เลยแม้แต่น้อย จนราฟาใจอ่อนไปเอง ดึงกลับมาเล่นเป็นตัวสำรองในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง และนัดนี้ได้ลงตัวจริงตั้งแต่แรก เป็นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกเลย โดยรวมแล้ว เพนแนนท์ เล่นปีกขวาดีกว่า เคาต์ แน่นอน เพราะเป็นปีกโดยธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือ เพนแนนท์ เป็นนักฟุตบอลที่เล่นผีเข้าผีออก มักจะเล่นดีเมื่อเจอทีมเล็ก เจอทีมใหญ่แรงกดดันเยอะทีไร เล่นออกทะเลทุกที และที่สำคัญ คือ ถึงจะทักษะดี เลี้ยงบอลหลบคู่แข่งเก่ง แต่เป็นที่รู้กันดีว่า เพนแนนท์ เปิดลูกหวังผลได้ "แย่มาก" น้อยครั้งที่จะได้ผล นัดนี้ก็มีลูกเปิดเสียเปล่าตามธรรมเนียมเช่นกัน แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าเล่นได้ดี ในเกมบุกกดดันทางริมเส้นฝั่งขวา และเปิดบอลลูกทีเด็ด ให้เคาต์ สลับขายิงสุดสวยลูกสุดท้ายได้ด้วย - อีกคน อัลเบิร์ต ริเอร่า คนนี้เล่นดีทุกนัดอยู่แล้ว เป็นนักเตะใหม่ที่ราฟาซื้อมาได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ เล่นบอลฉลาด ทักษะดี แต่ทีเด็ดทีขาดในการผ่านบอลหรือการยิง บางครั้งก็ยังดูหลวม ๆ นัดนี้ทำเกมทางริมเส้นด้านซ้ายได้แจ่ม และยิงได้ 1 ลูกด้วย มาดูทางคนที่เล่นได้ "ไม่ถูกใจ" บ้าง คัดมา 3 คนเหมือนกัน - คนแรกเลย ดอสเซนา ที่เล่นมาหลายนัด ยังมองไม่ออกว่า มีดีที่ตรงไหน ถึงกับติดทีมชาติอิตาลีเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้ทีม เพียงแต่ เล่นพอพื้น ๆ เปิดลูกทีไหน รับประกันได้ว่า ไม่มีลุ้น ทุกที - แดเนียล แอกเกอร์ อดีตเซนเตอร์ตัวจริง เมื่อฤดูกาลก่อน แต่เจ็บยาว กลับมาใหม่ ฟอร์มเดิมแทบไม่เหลือเลย กลายเป็นจุดอ่อนที่น่ากลัวในตำแหน่งตัวรับของลิเวอร์พูล เพราะเหมือนจะตัดสินผิดพลาด ลังเล ไปเกือบทุกครั้งที่ได้บอล หรือเวลาคู่ต่อสู้บุกเข้าใส่ นัดนี้ทำทีมเสียประตูไป 1 ลูก เพราะปล่อยให้เขาแย่งบอลจากเท้าไปดื้อ ๆ แต่ก็แก้ตัวด้วยการลากลุยจากข้างหลัง ไปถึงหน้าประตู ก่อนจะส่งสุดสวยให้เดิร์ก เคาต์ยิงลูกแรก แต่โดยภาพรวมแล้ว ถือว่าแอกเกอร์สอบไม่ผ่าน ในการยืนเซนเตอร์ ซึ่งความผิดพลาดของเซนเตอร์ สำคัญมาก ไม่เหมือนแบ๊คหรือกองกลางพลาด เซนเตอร์พลาด มักจะมีผลถึงเสียประตูสูง ไม่รู้นัดหน้าจะได้ลงอีกหรือเปล่า - ร็อบบี้ คีน ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก ต่อบอล เปิดบอลให้เพื่อนยิงได้ แต่ถ้าพูดว่า นี่คือศูนย์หน้าค่าตัว 23 ล้านปอนด์ และเป็นศูนย์หน้าตัวหัวใจทีม สมัยอยู่กับสเปอร์ ต้องบอกว่า ฟอร์มของคีน ตกลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะการทำประตู เพราะร็อบบี้ คีน ถือว่าเป็นศูนย์หน้าที่มีทักษะในกรอบเขตโทษสูง แต่พอมาอยู่ลิเวอร์พูล ดูศักยภาพตรงนั้น จะหายไปไม่น้อย .............................................. ก่อนจะจบเอนทรี ไม่พูดถึงคนนี้ไม่ได้เลย ซาบี้ อลอนโซ ที่กลายเป็นนักเตะมหัศจรรย์แห่งทีมลิเวอร์พูลไปแล้ว มหัศจรรย์ในแง่ไหน ก็กลายเป็นนักเตะที่เรียกใบแดงจากคู่ต่อสู้ ได้ถึง 4 ใบ น่ะซิ 5 5 5 จะมีใครทำได้อย่างนี้อีก วีดิช ของแมนยู, ทิม เคฮิล ของเอฟเวอร์ตัน, ซาบาเลตต้า ของแมนซิตี้ และล่าสุด บาเลนเซีย ของวีแกน ใบแดงแต่ละนัด มีผลให้ลิเวอร์พูลที่กำลังตกเป็นรองสกอร์ กลายมาเป็นได้เปรียบตัวผู้เล่น จนบดเอาชนะได้ หลายต่อหลายครั้งซะด้วย ว่ากันว่า ใบแดงที่เกิดจากคู่ต่อสู้ไปเสียบ อลอนโซ นั้น มาจากสองสาเหตุรวมกัน คือ มักจะเป็นลูกที่เพื่อนร่วมทีมส่งสั้น บวกกับอลอนโซ มักจะเคลื่อนตัวไปรับลูกช้า ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่จะเข้ามาแย่งบอล กลายเป็นถลำเข้ามาเสียบข้อเท้าไป แต่บางคนก็บอกว่า อลอนโซ อาจจะจงใจ แกล้งเข้าหาบอลช้าไปหนึ่งจังหวะ รอคู่ต่อสู้เข้ามาเสียบ อันหลังนี้ ไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีนักเตะคนไหน มาโซคิสม์ ถึงขั้น ยอมให้คนมาเสียบข้อเท้าแทบหัก เพื่อเรียกใบแดงแน่ ๆ
|