พิมพ์หน้านี้
|
ฉงนสงสัยว่าทำไมอัลบั้มชุดใหม่ของ portishead ต้องชื่อว่า third? อาจเป็นเรื่องง่ายที่จะบอกว่า "เพราะนี่เป็นผลงานชุดที่สาม" (ตามหลังอัลบั้มเป็นทางการชุดที่ 2 portishead,1997, ก็ประมาณ 10 ปี) ทว่าดิฉันขอแย้งในใจ..เพราะไม่ได้นับงานชิ้นนี้เป็นชุดที่สามเลย คงไม่อาจมองข้ามผลงานแสดงสดสุดหลอน roseland NYC live (1998) ไปได้ ตอนที่คุณป๋า kilroy แจ้งข่าวว่า "อัลบั้มชุดใหม่ของ portishead ออกแล้ว" ดิฉันตอบสนองด้วยความนิ่งเฉยเนื่องจากยามนั้นฟังไปเพียงครั้งเดียว เป็นการเปิดฉลองที่ทำงาน ..จบลงด้วยความภูมิใจเช่นเคยที่เพื่อนฝูง *ขอร้อง* (ทางอ้อม) อีกแล้วให้ปิดเสียเถอะว่า "โอ้โห วงนี้ ช่างบ้า หรือ "เพลงไรฟระ" ดิฉันก็เลยพกความภูมิใจอย่างโดดเดี่ยวของตัวเองกลับบ้าน แม้จะสุดเบื่อกับดีไซน์ปกอัลบั้มแบบ minimalist (แปลว่า "ขี้เกียจอย่างมีสไตล์") แถมหวงเนื้อเพลง ถึงอย่างไรเพลงแนวนี้ช่างถูกโฉลกยิ่งนักกับการ build อารมณ์ทำงาน ยิ่งดึก-ยิ่งหลอน-ยิ่งชอบ แต่ฟังครั้งที่สองไปได้สัก 6 เพลง กลับผลอยหลับไม่ทันรู้ตัว แถมไม่ฝันเป็นมิวสิควิดีโอสักนิด
เอาละ เริ่มต้นใหม่เป็นครั้งที่ 3 งวดนี้ *คัดลอก* ลง iTunes แล้วโยกย้ายเข้าเครื่องฟังส่วนบุคคล นั่งฟังนอนฟังหลับตาพริ้มอย่างตั้งใจ แล้วดิฉันก็ค้นพบความจริงว่าทำไมอัลบั้มนี้ถึงชื่อว่า third ก็เพราะต้องฟังรอบที่สาม ถึงจะเพราะ!! portishead ชุดนี้ยังคงรักษาความเป็น portishead ที่ไม่ใช่ดนตรีเสพง่าย แม้จะสลัดเสียงปึ๊ดปั๊ดขัดแผ่น ผสมผสานอารมณ์อะคูสติคและไซเบอร์พังค์ไว้โข อัดเสียงทดลองบวกรบกวนไว้เพียบ จงใจใส่ความสะดุดเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังดื้อ ๆ ที่เพลงส่วนใหญ่จบแบบห้วน ๆ โดย Geoff Barrow (คียบอร์ด/กลอง) บอกว่าจะไม่เป็นฮิปฮอปอีกต่อไป "หากหมายถึงHip-hop แบบสมัยใหม่ แต่จะมีสุ้มเสียงแบบยุคเก่าที่บ้ามาก ๆ ไม่มีทั้งทำนองและเต็มไปด้วยเสียงหนวกหู ...คนอื่นอาจสนใจเรื่องรายได้ แต่ผมไม่ ผมอยากทำอัลบั้มดีที่หนัก ๆ" - เพียงเท่านี้ก็อธิบายอะไรได้มากมาย (อ่านเรื่องเพิ่มเติมได้ที่ - http://www.pitchforkmedia.com/article/feature/49555-interview-portishead) ใครสนใจการวิจารณ์อัลบั้มชุดนี้นรูปแบบกราฟฟิค เชิญชม ผลงาน Earl Boykin ถ้าให้ดิฉันประเมินอัลบั้มชุดนี้ นับเป็นงานขายยาก เฉพาะกลุ่มคนฟังที่ชอบความคิดสร้างสรรค์(เรียกง่ายว่า "บ้า") ยากจะโด่งดังดูดดื่มความนิยมระดับ dummy (1994) อัลบั้มชุดแรก ที่ถือว่าฟังง่าย ฟังสบาย ฟังได้เรื่อย ๆ ฟังเพลินจนลืมไปว่ากำลังฟังอยู่ (แต่เพื่อนรักที่ชอบเพลงป๊อป ก็นอนไม่หลับอยู่ดี) ก็ใช่ว่าฟังยากไปหมด อย่าง the rip อาจเรียบง่ายแปลกไปจากความเป็น portishead (แต่ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับนักร้องนำเสียงโหยหวน หากคุณเคยได้ยินเพลงจากอัลบั้มเฉพาะกิจของเธอมาก่อน) หรือ deep water ก็ฟังสบาย ใครคิดว่าตัวเองเป็นโรคแพ้ความหนวกหู ก็เริ่มต้นจากเพลงนี้ก่อนได้ หากถามดิฉันว่าชอบเพลงไหนมากที่สุด ขณะนี้ที่ติดชาร์ทก็ *machine gun* และ *magic doors* ค่ะ ..ไซเบอร์พังค์เพ้อ ๆ แบบนี้เหมือนเสียงประกอบหนังแอ็คชั่นไซไฟยุค80s ส่วนอีกเพลงก็เจือสำเนียงตะวันออก เพลินดีชะมัด! อ่านเรื่องเก่า - *ศิลปินที่เพื่อน ๆ ขอร้อง - http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody/2007/04/14/entry-1
น่าอิจฉาจังกับ Limited Edition Box Set ที่ผสมทั้งความอมตะ (แผ่นไวนีลคู่ / Double Vinyl) และความใหม่ (USB ที่บรรจุเพลงทั้งหมด และข้อได้เปรียบคือคลิปหนัง 5 เรื่อง The Truly Spectacular Universal Conference Film,The Rip at Mr Wolfes, Ades House, Machine Gun และ We Carry On) |
| Led Zeppelin | ||
Led Zeppelin ช่วง 1969 -1971 |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |