• ตัวจุ้น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vichai@vipamusement.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-03
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 2297
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
ขอวิจารณ์การศึกษาไทยอย่างไม่เกรงใจใคร
การศึกษาของไทย กำลังทำลายเศรษฐกิจของชาติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/playland
วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2551
สถาบันการศึกษาของไทย....โปรดหยุดปล้นเงินประชาชน
Posted by ตัวจุ้น , ผู้อ่าน : 220 , 17:10:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


                ผมเป็นลูกชนชั้นกลางคนหนึ่ง ที่มีโอกาสเรียนจบมหาวิทยาลัยของรัฐเมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา  ถึงแม้ว่าฐานะผู้ปกครองจะไม่ค่อยดี  แต่ก็อาศัยความพยายามในการสอบจนสามารถเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้   วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ผมมีโอกาสทำงานดีๆ  สามารถผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก  จนสามารถหาเงินมาเรียนต่อจบจบในระดับปริญญาโทเองได้  แต่มาวันนี้  ผมรู้สึกหดหู่และเป็นห่วงอย่างมาก  กับแนวคิดในการจัดการการศึกษาของรัฐในปัจจุบัน

                เริ่มต้นจากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา  ผมมักได้ยินอยู่เสมอว่า  รัฐจะเอามหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการ  ถ้าแปลกันตรงๆ ก็หมายความว่า ต่อไปจะไม่มีมหาวิทยาลัยของรัฐอีกต่อไป  และมหาวิทยาลัยของเอกชนก็จะต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะหาเงิน  เพื่อให้เป็นธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองได้และมีกำไรด้วยอีกต่างหาก  แล้วอย่างนี้ค่าหน่วยกิตและค่าใช้จ่ายในการเรียนระดับอุดมศึกษามันก็จะต้องสูงขึ้นอย่างแน่นอน  ซึ่งผมก็เริ่มเห็นความจริงปรากฏขึ้นแล้ว  ที่มหาวิทยาลัยของรัฐอย่างเช่น มหาวิทยาลัยบูรพา  มีค่าหน่วยกิตถึงหน่วยกิตละสองร้อยกว่าบาท  กับสารพัดเงินที่เรียกเก็บเพิ่มนอกจากค่าหน่วยกิต  ตลอดจนค่าหอพักที่เก็บเทอมละหกพันกว่าบาท  มิหนำซ้ำยังต้องจ่ายล่วงหน้าอีก นี่ขนาดยังไม่ออกนอกระบบเต็มที่น่ะครับ

                เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  ผมก็เพิ่งทราบจากน้องสาวผมว่า  ลูกของเขา(หลานของผม) ที่กำลังสอบเข้าเรียนต่อมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง  ต้องพยายามไปกวดวิชาเพื่อให้สามารถเลือกสอบเข้าโรงเรียนทีดีให้ได้   และต้องพยายามสอบให้ได้ตั้งแต่รอบกิ๊บเต็ด (Gifted)   ผมฟังแล้วก็ประหลาดใจมาก  เพราะสมัยผมไม่เคยมีการสอบรอบกิ๊บเต็ด จึงสอบถามจนรู้ว่า  สมัยนี้โรงเรียนดังๆ ของรัฐส่วนใหญ่   จะมีการรับสมัครคัดเลือกเด็กที่เรียนเก่ง  ก่อนการสอบคัดเลือกรอบปกติ  นี่ก็คล้ายๆ กับการสอบเอเน็ต โอเน็ต  ที่ผมไม่เคยผ่านมาก่อนในชีวิต  เพระสมัยผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็มีแค่รอบเดียว  ได้เสียรู้กันทีเดียวไปเลย   นี่อะไรกันครับ  เด็กสมัยนี้มันแย่งกันสอบเข้าลำบากกว่าสมัยผมอีกหรือนี่  ต้องสอบแล้วสอบอีก  เอาเถอะ...ผมก็ยังคิดในแง่ดีว่า  โรงเรียนที่มีชื่อเสียงตลอดจนโรงเรียนสาธิตของแต่ละมหาวิทยาลัย  ก็อยากคัดเลือกเอาเด็กเรียนเก่งไปไว้   ถึงจะเห็นแก่ตัวไปบ้าง  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่ที่มันแปลกใจกับผมสุดๆ        ก็คือ  เด็กที่สอบเข้าได้ในรอบกิ๊บเต็ดนี้  ปรากฏว่าต้องเสียค่าเทอมแพงกว่าเด็กที่สอบเข้ารอบปกติ  โดยแต่ละโรงเรียนอ้างว่า  จะจ้างครูพิเศษมาสอนให้เด็ก   อ้าว...นี่กลายเป็นว่า  เด็กที่เรียนเก่งต้องเสียค่าเรียนแพงกว่าเด็กที่เรียนปกติไปแล้วหรือครับ  แทนที่เด็กที่เรียนเก่งจะได้ยกเว้นค่าเล่าเรียน  หรือได้สิทธิพิเศษ   นี่เท่ากับโรงรียนของรัฐเหล่านี้   ต้องการเอาทั้งสมองที่ดีเลิศของเด็ก  และเงินของผู้ปกครองเด็กเหล่านี้ด้วย  ทำไมกระทรวงศึกษาธิการถึงปล่อยให้มีแนวคิดอย่างนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย  มันทุเรศมากเลยครับ

                เมื่อการสอบเข้ามีหลายแบบหลายรอบ  เด็กนักเรียนก็ต้องเครียดหลายครั้งจนกว่าจะเข้าสถาบันที่ถูกใจได้  (ถูกใจเด็กหรือผู้ปกครอง  ใครทราบ)  จนถึงสอบเข้าได้แล้ว  ผมยิ่งตกใจมากขึ้นที่พบว่า  โรงเรียนที่มีชื่อเสียงอย่างมากแห่งหนึ่ง  คือโรงเรียนสตรีวิทยา  ยังมีการให้เด็กนักเรียนที่สอบเข้าได้  เข้าไปเรียนก่อนเปิดเทอมจริง  เพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กอีก  ทั้งที่เวลาปิดเทอมของเด็กหลังจากจนประถมศึกษาตอนต้น  และช่วงหลังจากการสอบแข่งขัน  ก็มีเหลืออยู่น้อยนิดแล้ว  เอาเป็นว่าถ้าเด็กที่สอบเข้าได้เป็นเด็กที่มีพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด  ก็ไม่ต้องกลับไปหาพ่อแม่กันเลย  หรือถ้าต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน  ก็คงไม่มีเวลาไปช่วยพ่อแม่ทำงานเลย   เพราะต้องเข้าเรียนในคอร์สพิเศษที่โรงเรียนสร้างเสริมให้นี้   และที่สำคัญกว่านั้น  ผู้ปกครองก็ต้องเสียเงินสำหรับคอร์สพิเศษนี้ด้วย  การกระทำเช่นนี้ของโรงเรียน  ผมไม่ทราบว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเห็นดีเห็นชอบด้วยหรือกระไร ?

            ด้านหลักสูตรการศึกษา  ก็มีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ฟังดูแล้วเผินๆ ดูน่าจะเป็นการดี  แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่า  ทำไมยิ่งพัฒนาหลักสูตร  ผลการทดสอบความสามารถทางวิชาการของเด็กนักเรียนไทย  เมื่อเทียบกับเด็กนักเรียนต่างชาติ  เด็กไทยจึงมีคะแนนอยู่ในระดับท้ายๆ  และลำดับยิ่งตกลงไปเรื่อยๆ   เมื่อตำรามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ  ทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถใช้ตำราที่เป็นของรุ่นพี่ได้อีกต่อไป  ยิ่งตำราประเภทให้เด็กเขียนคำตอบลงในหนังสือมีมากขึ้นเท่าไร  การใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อตำราของผู้ปกครองก็มีมากขึ้นตามไปด้วย  นี่เป็นการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเด็กนักเรียน  หรือเพื่อผู้ทำธุรกิจขายตำราเรียนกันแน่ครับ ?

            จวบจนถึงปัจจุบัน  โรงเรียนที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย   ต่างก็ยังเรียกเก็บเงินพิเศษจากผู้ปกครอง  โดยอ้างว่าเป็นเงินบริจาค  เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการศีกษาของโรงเรียน   คำกล่าวที่ว่าโรงเรียนไม่ได้บังคับนั้น  คงมีแต่คนปัญญาอ่อนเท่านั้นที่เชื่อ  เรื่องเงินแปะเจี๊ยะโรงเรียนนี้  ผมจำได้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก  และนับวันยิ่งมีมากขึ้นและยิ่งเสียเป็นจำนวนมากขึ้นอีก  ผมไม่เคยเห็นมีรัฐบาลไหนแก้ไขได้   สำหรับโรงเรียนที่ไม่กล้าเก็บแปะเจี๊ยะ   สมัยนี้เขาก็มีวิชาคอมพิวเตอร์  วิชาดนตรี  ชั่วโมงสอนเสริม  อะไรต่ออะไรเยอะ แยะไปหมด   ที่เด็กนักเรียนสมควรจะเรียน  และผู้ปกครองจำใจต้องจ่าย   สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว  และไม่น่าเชื่อว่ามันมีอยู่ในสถาบันการศึกษาของรัฐด้วย   ก็ในเมื่อมันดีและจำเป็น  ทำไมรัฐบาลไม่อุดหนุนและกำหนดให้อยู่ในหลักสูตรเรียนฟรีละครับ  นี่หรือครับคือนโยบายการศึกษาฟรีของไทย ?

            ผมขอวิงวอนให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบและควบคุมการศึกษาของไทย  ได้รีบโปรดพิจารณาสิ่งต่างๆ  เหล่านี้ด้วยครับ  ก่อนที่สิ่งที่ทำกันผิดๆ  จะกลายเป็นประเพณีเลวๆ  ฝังรากลึกในระบบการศึกษาของไทย

                                                                                                               

                                                                                                                วิชัย กอสงวนมิตร

                                                                                                                ๒๑  เมษายน  ๒๕๕๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
Mothemon วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 19.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Mothemon

เด็กสมัยนี้การแข่งขันสูงมากจริงๆค่ะ เห็นแล้วสงสารเลย เด็กๆตัวเล็กนิดเดียว เรียนโน่นเรียนนี่เยอะแยะไปหมด ส่วนนึงอาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมในเมืองที่แข่งขันกันสูงด้วย ชีวิตก็เร่งรีบไปหมด (บ่นๆๆ)... สุดท้ายไม่ได้ทำให้ EQ พัฒนาซักเท่าไหร่...รึเปล่า
ความคิดเห็นที่ 4
ปรีเปรม วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/preprem

ไม่ทันแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 3
สิงห์ดำ30 วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 17.31 น.
http://www.oknation.net/blog/arnon
สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม

การศึกษาไทยตกต่ำเมื่อย่ำรุ่ง
เคยเรืองรุ่งลดหายกลายเป็นผี
คอยดูดเลือดชาวพาราประชาชี
ไม่ค่อยมีคุณภาพแทบขาดใจ
ความคิดเห็นที่ 2
รู้นิดรู้หน่อย วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/dare

หนูคนนึง ที่หมดเงินกะการสมัครสอบตรง มากมาย(เเบบว่าเสี่ยงดวง เพราะเรียนแค่กลางๆ) แต่ที่สงสัยเสมอ ทำไม เค้าไม่นึกถึงเด็กที่ไม่มีบ้างหนอ เเบบนี้ ถึงมีช่องว่างในสังคม แต่นี่ก็แค่ความคิดของเด็กเเอดมิชั่น ปีนี้ คนนึงเท่านั้น
ความคิดเห็นที่ 1
น้ำทะเล วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/soda

ไม่เก็บแป๊ะเจี๊ยะ ...........
แต่ เปลี่ยนเป็นคำว่า ผู้มีอุปการะคุณ
ไม่เก็บค่าเทอม ............
แต่มีค่าระดมทุน , ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ , เข้าค่ายปรับพื้นฐาน ฯลฯ
เหอะ เหอะการศึกษาไทย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30