วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2550
หญิงโพกผ้า
Posted by
ปลิวลม
,
ผู้อ่าน : 263
, 15:19:03 น.
| หมวดหมู่ :
เรื่องสั้น
พิมพ์หน้านี้
|

เสียงหวูดรถไฟ ดังมาแต่ไกล...ปลุกมายาให้ตื่นจากการนอนหลับ เด็กสาวเหลือบมองนาฬิกาที่หัวนอน เกือบจะหกโมงเช้า เสียงเพื่อนข้างห้องลุกขึ้นทำกิจวัตร มายานอนอยู่ที่หอของโรงงานผลิตเครื่องจักรสานที่แม่พามาฝากฝึกง าน มายาฝึกงานที่นี้ได้ 3-4 เดือนแล้ว นับแต่มุรินขาขาด ชีวิตภายในครอบครัวของเธอ ก็เปลี่ยนไป แม่ต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อหาเงินมารักษาพี่ชายของเธอ มายาต้องออกจากโรงเรียน ทั้งที่เธอรักเรียนยิ่งกว่าสิ่งใด
"มายา เอ๊ย..อย่าเรียนเลยนะลูก ออกมาช่วยแม่หาเงินเถอะนะ ตอนนี้มุรินก็พิการ ต้องใช้เงินรักษาตัว ไว้พ่อกลับมาแล้วค่อยเรียนต่อนะลูก"แม่ยืนหันหลังให้มายาและกล่ าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
มายาไม่ร้องขอสิ่งใด เธอรู้ว่าตอนนี้ครอบครัวของเธอกำลังลำบาก นับแต่วันที่พ่อจากไป ที่พึงทางใจของแม่ก็คือมุริน เมื่อมุรินพิการเช่นนี้ กำลังใจที่มีอยู่น้อยนิด ก็แทบจะไม่มีเหลือ เธอเลยออกหาแหล่งฝึกอาชีพแล้วก็มาเจอ โรงงานหรือถ้าจะพูดให้ถูกน่าจะเรียกว่าศูนย์ฝึกอาชีพ ในพระราชินูปถัมภ์ และย้ายเข้ามาอยู่ที่นี้ หากฝีมือดี เธอก็อาจได้รับเลือกเข้าโครงการ เธอไม่สามารถจุนเจือแม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่เป็นภาระ รายได้ที่ทางศูนย์มอบให้ แม้จะไม่มากแต่เธอก็สามารถเลี้ยงปากท้องตนเองได้ นอกจากนี้ เธอมั่นใจว่า งานประดิษฐ์ของเธอ จะต้องมีคนชอบไม่ช้าก็เร็ว มายาเรียนปักคอร์สติส และเธอก็ทำได้ดีเช่นเดียวกับการสานหญ้าลิเพา ที่เอามาทำกระเป๋า และอื่นๆ
มายาลุกขึ้นเก็บที่นอน ตั้งแต่ออกจากบ้านมาสิ่งเดียวที่เธอยังทำอยู่เป็น ประจำคือการโพกผ้า ส่วนการละหมาด เธอทำเมื่อมีเวลาเท่านั้น บ่อยครั้งที่เธอนึกอยากกบฏต่อพระเจ้า ต่อศรัทธาในพระองค์ นับแต่วันที่พ่อต้องถูกทางการไล่ล่า มุรินต้องพิการ เพราะ โดนระเบิด มายาเริ่มไม่แน่ใจในศรัทธาที่มีต่อพระองค์.....
เธอทำความสะอาดร่างกาย แล้วแต่งกายด้วยชุดสีดำ เพื่อนห้องข้างๆชะโงกหน้าเข้ามาถามว่าเสร็จหรือยัง เธอพยักหน้ารับ วันนี้เธอได้รับการว่าจ้างให้ไปปิดถนน เขาจ่ายเงินให้ 500บาท เธอรับเงินมาเรียบร้อย เพื่อนคนที่อยู่ข้างห้องนี้แหละเป็นคนจัดการรับงานนี้มาแล้วก็ม าหาคนไปทำงาน มายาเป็นหนึ่งในนั้น เธอไปบอกคนคุมฝึกงานว่าแม่ไม่ใคร่สบายเธอจะกลับไปเยี่ยมแม่
------------------------------------------------------------ -------
มายาเดินมากับเพื่อนที่ทุกคนแต่งดำและคลุมหน้าเหมือนกันหมด ประมาณ 6-7 คนตอนที่เธอไปถึงที่ชุมนุม มีคนนั่งอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง เพื่อนหันมากระซิบให้แยกย้ายกันไปนั่ง ในที่ต่างๆกัน ภายในเต้นท์ที่จัดเตรียมไว้ มายามองไปข้างหน้า เห็นรั้วหลวดหนามกั้นอยู่ มีบังเกอร์ทหาร และถังน้ำมันตั้งเรียงราย มีทหาร ยืนประจำการอยู่ประมาณ 50 คน ทุกคนดูท่าทางเคร่งเครียดยกเว้นมายา เธออยากให้เขาปิดแบบนี้สัก 3-4 วัน คงได้เงินเพิ่มขึ้น หัวหน้าชุมนุมใช้โทรโข่งปลุกระดมให้คนที่มาชุมนุมเข้าใจว่า การมาชุมนุมครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ทางการปล่อยนักโทษที่ถูกจ ับกุมเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว เขาสั่งให้ตะโกนเรียกร้อง ให้ปล่อยตัว เป็นระยะระยะ งานแบบนี้ง่ายดีจัง มายานึกในใจ เธอรู้สึกสนุกไปกับการกู่ร้อง พื้นถนนเริ่มร้อนเพราะกระไอแดด ทหารสองสามนายข้ามรั้วหลวดหนามมาขอน้ำดื่ม มายานั่งอยู่ข้างๆเสบียงสัมภาระพอดี เลยจัดน้ำให้ อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ งานนี้สปอนเซอร์ต้องใหญ่แน่ๆ มีข้าวกล่องทั้งข้าวหมกไก่ ข้าวไข่พะโล้ ทหาร 2 คนที่มาดื่มน้ำ ถามยายแก่นั่งข้างๆ มายาว่า จะนั่งอยู่นานสักเท่าไหร่ ยายคนนั้นตอบติดตลกว่าสักเดือนเป็นไง มายาก็พลอยขำไปด้วย เออนะ ถ้าเดือนหนึ่งมีหวังได้รวยเละแน่งานนี้ ทหารสองนายนั้นกลับไปที่บังเกอร์แล้ว มีรถบรรทุกขน หญิงโพกผ้ามาอีกสองสามคันรถ นั่งเต็มถนน มายารู้สึกแปลกใจ คนในหมู่บ้านนี้ไม่น่ามีผู้หญิงมากมายและส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบยุ่ง เกี่ยวกับการเมือง
------------------------------------------------------------ -------
ตกเย็น ได้เวลากินข้าว ข้าวห่อถูกทยอยเอาออกมาแจกส่งต่อกันไปพร้อมน้ำดื่ม ดีเหมือนกัน กินข้าวเสร็จก็คงปล่อยกลับบ้าน ต่างคนต่างเอาผ้าโพกหน้าออก มายาถึงได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆเธอ
"โอ้โฮพี่.....หน้าสวยจริง ยังกะไม่เคยอกแดด" มายาอุทานแบบทึ่ง ผู้หญิงที่นั่งข้างเธอ หน้าขาวสวยผิวดีแบบพม่า เธอคิดในใจ ผิดกับเธอที่ออกคล้ำ คำถามไม่ได้รับคำตอบ เธอก้มหน้าก้มตากินข้าวแต่อดสงสัยไม่ได้ ยายจันฮาดีที่นั่งอยู่ข้างๆคงนึกสงสารแล้วก็ขำเธอ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
"นุ้ย ไม่เคยมาใช่มั้ย"แกพูดพร้อมเคี้ยวข้าว
"ไม่เคยจ๊ะ...เพิ่งครั้งแรก"มายาตอบ
"มิน่า..เลยไม่รู้..พวกนี้นะเป็นพม่าไม่ใช่คนไทย"แกกระซิบกระซา บ
"หา..จริงหรือ.."มายาอุทานพร้อมหันไปมองหญิงสาวข้างๆ ว่าแล้วเชียวไม่เหมือนคนแถวนี้สักนิดเดียว
"จริงแหละ จะหกหาไร"ยายจันฮาดีจ้องหน้า
"มิน่า..ไม่พูดไม่จา..เขาไปจ้างมาหรือ"มายาถามต่อ
"ฮะ..ฮ่า..ไม่รู้ใครจ่ายใครแหละ พวกนี้เขาจะส่งข้ามไปฝั่งมลายูโน้น ที่เรียกร้องให้ปล่อยคนนะเขาจัดฉาก จริงๆเขาจะพาคนหนีข้ามแดน"แกกระซิบกระซาบ
"อะไรนะ.."มายาตะโกนเสียงดัง ยายจันฮาดีต้องเอามือมาปิดปากมายาไว้
"โอ้ย..เหลือเชื่อ..แผน.ซ้อนแผนจริงๆหรือ"มายาอุทานแบบไม่เชื่อ สิ่งที่ได้ยิน แล้วอดคิดไม่ได้ว่านี้เธอกำลังถูกหลอกใช้ให้ร่วมขบวนการค้ามนุษ ย์ข้ามแดน จริงๆหรือ มายาไม่สบายใจนึกอยากกลับบ้านทันที
------------------------------------------------------------ -------
ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า นกกาเริ่มบินกลับรัง หญิงโผกผ้าหลายคนถูกพาขึ้นรถออกไปจากที่ประท้วงนาวิกโยธินสองคน เดินเข้ามาขอน้ำดื่ม มายาเป็นธุระจัดหาให้ เธอรู้สึกสงสารทหารสองคนนี้เหลือเกิน เขาช่างอดทนไม่หยาบคายกับพวกผู้ประท้วง มายายื่นข้าวให้สองกล่อง เขาหันมาขอบคุณ และคงสังเกตเห็นแววตาของมายาที่มีความกังวลและเศร้าสร้อย
"เอ๊ะ..กระดาษอะไรนี้" ทหารเปิดห่อข้าวแล้วเจอกระดาษข้างใน พอเปิดอ่านจึงเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เขารีบส่งกระดาษให้เจ้านาย การประสานงานเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ทหารถูกส่งมาอีกหลายร้อยนาย การสลายผู้ชุมนุม เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มายาและผู้ชุมนุมคนอื่นๆถูกคุมตัวไปที่โรงพัก นาวิกสองนายที่รับข้าวห่อพยายามมองหาใครบางคน แต่คงไม่ง่าย ที่สำคัญมายาพยายามหลบตา
------------------------------------------------------------ -------
เสียงจั๊กจั่นเรไรดังมาบอกเวลาแห่งรัตติกาล มายารีบเดินย่ำเท้าผ่านทางเดินแคบ ๆตรงไปที่บ้านของเธอ เธอมีความรู้สึกกลัวและอยากเจอหน้าแม่กับมุรินอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเธอไม่เสียใจในสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำลงไป เธอรับเงินมาเพื่อปิดถนน เรียกร้องความถูกต้องให้กับคนที่ถูกจับ การค้ามนุษย์ข้ามแดนไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเข้าร่วม มายาเกลียดการหลอกลวง โดยเฉพาะถูกหลอก เธอหงายหน้ามองฟ้า.... อัลเลาะห์.....ขอพระองค์ทรงพระเมตตา
|