• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 1158
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
PluralWorld
หลายคนเคยบอกผมว่า "มันก็แค่หนัง อย่าเว่อร์..." แต่หนังบางเรื่องไม่ใช่แค่หนัง แต่มันคือตัวอย่างในการใช้ชีวิต เพราะฉะนั้น กับหนังดีๆ ...เว่อร์ได้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pluralworld
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
Iron Man : หลายสิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเราจนมุม
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 152 , 20:56:15 น.  
พิมพ์หน้านี้


IRON MAN

Director : John Favreau

Actors : Robert Downey Jr., Terrence Howard, Gwyneth Paltrow, Jeff Bridges

 Iron Man เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่สร้างจากการ์ตูนของมาเวลล์ เรื่องราวของมหาเศรษฐีอัจฉริยะ โทนี่ สตาร์ค เจ้าของโรงงานผลิตอาวุธ สตาร์ค อินดัสทรีส์ ผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ไฮเทคที่เป็นที่ต้องการของกองทหารทั่วโลก รวมถึงพวกผู้ก่อการร้าย เปิดเรื่องขึ้นเมื่อโทนี่ถูกลักพาตัวโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายอัฟกานิสถานและถูกบังคับให้ผลิตอาวุธไฮเทคให้ ภายหลังจากที่โทนี่หนีรอดจากการถูกลักพาตัวกลับมาด้วยชุดเกราะที่เขาประดิษฐ์ขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจาก ยินเซ่น นักโทษชาวอัฟกัน เขาก็เกิดความสำนึกว่าอาวุธที่เขาสร้างนั้นก่อให้เกิดสงครามอย่างไร และเป็นอันตรายต่อคนอื่นแค่ไหน รวมถึงตัวเขาเองด้วย เขาตัดสินใจเลิกผลิตอาวุธทั้งหมด สร้างชุดเกราะที่ทำอะไรต่างๆ ได้สารพัด โดยมีเตาปฏิกรณ์อาร์คทรงกลมที่ฝังอยู่ที่หน้าอกเป็นเครื่องกำเนิดพลัง (ซึ่งในตอนแรกเขาต้องใส่มันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เศษกระสุนที่คงค้างอยู่ในทรวงอกวิ่งเข้าสู่หัวใจ) แล้วสาบานกับตัวเองว่าจะทำลายอาวุธที่เขาเคยสร้างและขายออกไปแล้วให้หมดด้วยตัวเขาเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม

ชอบครับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่อก็ไม่มีอะไรมาก ฉากต่อสู้ก็น้อยกว่าหนังฮีโร่เรื่องอื่นๆ กราฟฟิคก็เหมือนหนังอย่าง Tranformers แต่ผู้กำกับกลับทำออกมาได้น่าสนใจ สนุก ตลก ผมว่าเพราะได้นักแสดงที่เหมาะกับบทและดูจะสนุกกับการแสดงอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ Robert Downey Jr . ที่ความเป็นแบดบอยในชีวิตจริงช่วยทำให้เราสนุกไปกับเขาด้วยมากๆ แต่ที่ชอบมากเป็นพิเศษก็มี 2 ประเด็นครับ หนึ่ง คือในส่วนที่หนังเอาเตาปฏิกรณ์อาร์คที่ฝังกลางหน้าอกพระเอกมาเป็นสัญลักษณ์ในการเปลี่ยนผ่านของชีวิต นอกจากจะเท่ห์แล้ว มันยังส่งสารชัดเลยครับ ตอนก่อนที่โทนี่จะถูกลักพาตัวไปนั้น เขาเป็นคน (ไม่ใช่หุ่นยนต์) แต่ไร้ใจ ไม่สนใจใยดีใครทั้งนั้น แต่พอถูกลักพาตัวไป เขาต้องสร้างเกราะและหนีออกมาด้วยการใส่เกราะ (กลายเป็นหุ่นยนต์) แต่เขากลับกลายเป็นคนที่มีหัวใจขึ้นมา ด้วยการอุทิศตัวเองช่วยเหยื่อสงคราม แถมยังต้องใส่เครื่องดูแลหัวใจ ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าเขาเป็นคนมีหัวใจอีกด้วย (คราสสิคมากๆ) เหมือนจะบอกว่า การดูคนนั้น ไม่ได้ดูที่ภายนอกว่าดูดีมั้ย แต่ต้องดูว่ามีหัวใจมั้ยนั่นเอง 

สอง คือ การที่โทนี่ถูกลักพาตัวไปนั้น ปรกติถือเป็นเรื่องร้าย แต่เรื่องร้ายๆ นี้สามารถเปลี่ยนเขาได้ เปลี่ยนจากคนที่ไม่สนใจใยดีคนอื่นมาเป็นคนที่มากน้ำใจได้ขนาดนั้น ด้วยความเป็นหนัง เราอาจจะเรียกได้ว่านี่คือ “ความบังเอิญ” แต่ในชีวิตจริงของเราๆ ท่านๆ ล่ะ มีเรื่อง “บังเอิญ” อย่างนั้นบ้างไหม

 

ไม่เอาเรื่องเหลือเชื่อแบบในหนังนะครับ เอาแค่แบบธรรมดาๆ อย่างเช่น การเดินไปเจอเพื่อนเก่าในวันที่เราคิดถึงอดีตที่มีร่วมกับเขาพอดี การได้รู้จักกับคนที่เราเห็นปราดเดียวก็รู้ว่ามีเคมีบางอย่างตรงกัน การได้อ่านหนังสือเล่มโน่นเล่มนี้ที่สามารถตอบความคับข้องใจในช่วงนั้นได้อย่างหมดจด เพื่อนๆ หลายคนคงจะรู้ว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่อง “บังเอิญ” มันมีความหมายบางอย่างกับเรา และบางครั้งมันก็เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเรา แต่ความไม่บังเอิญก็มี 2 แบบที่แตกต่าง

“ความไม่บังเอิญ” ที่ผมเขียนข้างบนนั้นแสนโรแมนติก เป็นอะไรที่ลึกซึ้ง เต็มใจ และสร้างความสำนึกขอบคุณต่อฟ้าดินได้อย่างหมดใจ แต่หากว่า “ความไม่บังเอิญ” มาสู่เราในอีกรูปแบบนึงล่ะ?

หาก “ความไม่บังเอิญ” นำมาซึ่งความเจ็บปวด ไม่พอใจ เช่น อาการเจ็บป่วยหนักที่ไม่คาดคิด การพรากจากคนที่เรารัก อุบัติเหตุ ฯลฯ ความลึกซึ้งกินใจที่เคยรู้สึกก็อาจกลายเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวดให้มากขึ้น ความสำนึกขอบคุณก็อาจจะกลายเป็นความโกรธแค้นอย่างมหาศาลได้ ในห้วงเหตุแบบนี้ ผมจะเรียกว่า “การจนมุมของชีวิต” เพราะผมเชื่อว่าในช่วงชีวิตหนึ่งๆ คนเราจะใช้ชีวิตในขอบเขตความคิด ความเชื่อชุดหนึ่ง จนเมื่อถึงเวลาที่เราจะสละละ ต้องก้าวไปสู่ขอบเขตความคิดความเชื่อใหม่ของชีวิตเมื่อไหร่ จักรวาลจะบอกให้เรารู้โดยการผลักให้เราไปจนมุม ณ ขอบความคิด ความเชื่อเก่าของเรา อาจจะผลักแบบหนักๆ หรือเบาๆ เพื่อให้เราทลายเขตแดนออกไปสู่เขตแดนใหม่ๆ ต่อไปเอง หากเราไม่สามารถทลายกำแพงของเรานี้ออกไปได้ เราก็จะ “จนมุม” อยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ แต่หากเราชัดเจนในตัวมากพอ เราจะหาทางออกเจอ และทลายความคิด ความเชื่อ และรับ “ปัญญา” ชุดใหม่ติดมือมา ซึ่ง “ปัญญาญาณ” ชุดใหม่นี้จะทำให้เรามองโลกไม่เหมือนเดิมอีก เราก็จะมีชีวิตที่ใหม่สด ชัดเจนขึ้น และมีค่าขึ้นอย่างที่เราไม่คิดว่าจะมีได้เลยทีเดียว แต่เราจะทำอย่างไรที่จะคงความลึกซึ้งกินใจและสำนึกขอบคุณไว้ และทลายกำแพงออกมาได้ เหมือนที่โทนี่ สตาร์ค สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทลายขอบเขตในใจของเขาและค้นพบศักยภาพที่แท้ของตน นั่นคือศักยภาพในการช่วยเหลือผู้อื่น ที่มีประสิทธิภาพกว่า มีอำนาจมากกว่าการทำลายล้าง มันอาจจะไม่ง่ายเลยที่จะทลายออกไปได้ เพราะไม่ใช่เพียงผู้ก่อการร้ายในหนังเท่านั้นที่ต้อนเราเข้ามุม แต่เป็นทั้งจักรวาลเลยทีเดียว แต่หากเราทำได้ เราก็บอกกับตัวเองได้ว่าเราก็ “มีหัวใจ” ที่ใหญ่พอตัว

ก็คงเป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะเป็นคนหาคำตอบเองว่าจะทลายมันอย่างไร ไม่มีใครสามารถตอบแทนใครได้ สำหรับผมแล้ว หากผมเจอเหตุการณ์ “จนมุม” อย่างนั้นบ้าง ผมคงจะต้องลองใช้ “ศรัทธา (การมองโลกในแง่ดี)” ที่ผมมีนี้แหละครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
ฉันท์ชนก วันที่ : 25/05/2008 เวลา : 01.33 น.
http://www.oknation.net/blog/juab77
JuAb

ผมดูแล้วคับ ผมว่า ดีพอๆกับ สไปรเดอแมนเลยทีเดียว
ความคิดเห็นที่ 4
supameeh วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

ชอบครับ ชอบหนังเรื่องนี้
และชอบการเขียนเอนทรีนี้ของคุณด้วย

โหวตให้ครับ +1
ความคิดเห็นที่ 3
havana วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 06.50 น.
http://www.oknation.net/blog/delamancha

เขียนดี

ชอบ
ความคิดเห็นที่ 2
LampOfGod วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 23.25 น.
http://www.oknation.net/blog/LittleWing

น่าดูจัง
ความคิดเห็นที่ 1
นายโจอี้ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.29 น.
http://www.oknation.net/blog/mrjoey


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31