พิมพ์หน้านี้
|
ความกดอากาศสูงที่พาดผ่านบ้าน นอกจากจะทำให้อากาศเย็นลง ยังกดหมอกควันให้ลอยต่ำลงส่งผลให้น่านฟ้าเหนือบ้านฉันวันนี้เป็นสีอึมครึม ซึ่งฉันทำใจให้ชอบบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้สักทีเลยสิน่า!!! ในเมื่อไม่อาจเลือกให้ความขุ่นมัวของบรรยากาศจางหาย ฉันจึงเลือกหาวิธีไม่ให้ใจเศร้าหรือหดหู่ตามไป ช่วงเช้าที่ยังคิดหาวิธีไม่ได้ฉันจึงปล่อยใจให้จมอยู่กับเสียงเพลงจากเครื่องเล่น mp3 ตัวจิ๋ว ก่อนไปนั่งจิบกาแฟแก้วโปรดที่ร้านโปรด สลับกับการอ่านหนังสือพิมพ์-นิตยสาร และคุยกับพี่เจ้าของร้านเป็นระยะ ส่งผลให้ความเศร้า-เหงา-หดหู่มิอาจล่วงล้ำเข้ามาภายในจิตใจฉันได้ ...ย่าบอกผมว่า ความสุขก็คือ พระอาทิตย์ดวงหนึ่งที่สาดแสงอยู่ในหัวใจของเรา และพระอาทิตย์ที่ว่านี้เองที่ฉาบฉายแสงแห่งความสุขมาให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงละก็ พระอาทิตย์ในหัวใจผมคงจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูสดสวย...
คำโปรยจากปกในหนังสือต้นส้มแสนรัก ภาค ๑ ของ โจเซ่ วาสคอนเซลอส ที่แปลโดย สมบัติ เครือทอง ทำให้ฉันยิ้มออกมาพร้อมบางคำถามในใจ จริงหรือที่ว่าความสุขคือพระอาทิตย์ที่สาดแสงอยู่ในหัวใจ เพราะสำหรับฉันนอกจากประโยชน์สารพันของแสงในแง่วิทยาศาสตร์แล้ว อีกคุณสมบัติหนึ่งของแสงคือ ความหวัง เพราะงั้นเมื่อแสงสุดท้ายหายไปจากปลายฟ้า ฉันจึงมักเศร้าเสียใจ แต่แม่ฉันกลับปลอบว่า ลูกน่ะเสียใจแต่แม่น่ะเสียค่าไฟ (ฮา) ในแสงตะวันยามบ่าย ฉันหลบร้อนจากสายแดดที่เริ่มลามเลียระเบียงหน้าบ้านเดินลงสวนมาหาที่ผูกเปลนอนอ่านหนังสือ มันเป็นความตั้งใจตั้งแต่ตอนกินกาแฟแล้วที่ว่าบ่ายนี้ล่ะฉันจะจัดการ ต้นส้มแสนรัก ให้รู้ผลเสียที หลังการประลองอารมณ์ในครั้งก่อนฉันตีแต้มขึ้นมาเสมอได้ ๑ : ๑ แบบฉิวเฉียดที่จะเสียน้ำตา ว่ากันตามความเป็นจริง แพ้หรือชนะ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก เพราะสองอย่างนี้มันก็เหมือนโซ่เส้นเดียวกัน แต่น่าแปลกที่คนเรามักยอมให้ด้านแรกเพียงอย่างเดียว ดูเอาเถอะแม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เก่งกล้าสามารถเช่นนั้นยังไม่อาจรู้จักแพ้ ประสาอะไรกับฉันคนธรรมดาที่จะไม่อยากเอาชนะบ้างเล่า เซเซ่สร้างโลกสมมุติของตนขึ้นมาจากทุกสิ่งรอบตัว โลกสมมุติของเซเซ่ไม่เคยทำร้ายใครเพราะมันถูกเก็บอยู่ในหัวใจน้อยๆ ของเขาคนเดียว มีบ้างบางทีที่เซเซ่ยอมให้หลุยส์น้อยชายสุดที่รักเดินเข้ามาร่วมเล่นในโลกสมมุติด้วย แต่มันก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครที่ไหนกันเล่า!!! ลาล่าเองต่างหากที่ระแวงไปเองว่าเซเซ่จะก่อความเดือนร้อนให้ ความเจ็บปวดรวดร้าวมันระเบิดขึ้นตรงกลางทรวงอก ความเจ็บปวดที่ผมต้องอดทนกล้ำกลืนมันไว้ตลอดทั้งวัน...
เซเซ่ส่งเสียงสะอื้นมากับตัวหนังสือ ขณะที่ฉันเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียน้ำตาตั้งแต่ยกที่สาม ฉันปิดหนังสือทดเวลาเสียใจ ตั้งแต่ตัดกระเทียมเถาออก ดอกราชาวดีกรุ่นกลิ่นหอมอีกครั้ง กลิ่นที่ชวนให้คิดถึงความหลังวันที่ไปเดินตากแดดเปรี้ยงหาซื้อกลับมาปลูกที่บ้านสองต้น ที่บ้านหลังใหม่เซเซ่มีเพื่อนสนิทเป็นต้นส้มที่ชื่อว่า มิงกินโย แต่หากวันไหนเขาอยากแสดงความรักเขามักเรียกมันว่า ซูรูรูก้า กับคนอื่นเซเซ่เป็นเด็กจอมวายร้ายตัวแสบ แต่กับคนที่เขารักแล้วล่ะก็เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้ได้เพื่อคนที่เขารักเสมอ ฉันคิดว่าเซเซ่โชคดีเพราะในความผิดที่ก่อคนที่เขารักก็ยังคงรักและเอ็นดูเขาไม่เคยเปลี่ยน ในขณะที่บางคนผิดแล้วคือผิดเลยไม่สามารถให้อภัยกันได้ ในยกสองของครึ่งหลังฉันเกือบเสียน้ำตาให้กับความเจ็บปวดของเซเซ่ ที่ว่า ...ผมฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บแผล แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ได้รับในครั้งนี้ ผมเพิ่งจะค้นพบสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
ฉันพลาดจนได้ในยกที่สี่ เพียงแค่เริ่มต้นไปได้ไม่เท่าไหร่ ในนวนิยายชิทแตกของปราบดา หยุ่น มีประโยคหนึ่งบอกว่า ความผิดไม่ได้อยู่ที่ดวงดาว ตำแหน่งในการยืนต่างหากกำหนดทุกสิ่ง ฉันเห็นด้วยอย่างหมดใจ มันเป็นธรรมดาเราอยู่ใกล้ใครใจก็ต้องเอนเอียงเข้าข้างคนนั้นเป็นธรรมดา การทำลูกบอลแก้วของเซเซ่ไม่ได้ไปสร้างความเดือนร้อนให้จันทิรา การที่เขาจะลงไปกินข้าวช้าสักนิดหน่อย เรื่องแค่นี้ทำไมไมเธอต้องทำให้มันใหญ่โต ไม่ต้องมีใครบอกฉันก็รู้ ถ้าเพียงแต่...เพียงแต่เซเซ่เป็นน้องรักของจันทิราเขาจะไม่มีวันโดนทำร้ายอย่างนั้นเป็นอันขาด!!! บาดแผลของเซเซ่ยังไม่ทันหายดี เขาก็ก่อเรื่องขึ้นโดยไม่ตั้งใจอีกครั้ง ครั้งนี้เขาผิดอีกละหรือ กับเพียงเพราะเขาเห็นว่าพ่อดูซึมเศร้ากว่าปกติจึงคิดว่าการร้องเพลงคงช่วยคลายความหงอยเหงาได้ ทว่า...พ่อเข้าใจผิด และลงโทษเขาแบบไม่ทันยั้งคิด ทำผิดแล้วถูกลงโทษฉันว่ามันก็สมควร แต่ทำไมเราไม่ดูกันที่เจตนาก่อนล่ะ หากเจตนานั้นไม่ตั้งใจทำร้าย??? น้ำตาที่ไหลเป็นสายพร้อมเสียงสะอื้นเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี ฉันแพ้แล้ว...แพ้ให้กับหัวใจของเซเซ่อีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์นั้นเซเซ่ฆ่าพ่อให้ตายไปจากหัวใจของเขาด้วยการหยุดรักพ่อ ในขณะเดียวกันเขาก็ฆ่ามานูแอลด้วยวิธีกลับกันคือฆ่ามานูแอลจากความเกลียดชังที่เคยมีมาเกิดใหม่เป็นความรักในหัวใจเขา เรื่องเล่าหลังฉากนี้ฉันไม่อาจเล่าต่อได้ เพราะสะเทือนใจเกินกว่าจะเอ่ยถึง เหตุการณ์นี้ทำให้เซเซ่เกือบตาย แต่แล้วเขาก็ผ่านพ้นมาได้ ฉันนึกถึงคืนวันที่ผ่านมา แสงสุดท้ายทำให้ฉันฆ่าตัวตายทุกคืน บางคืนตายด้วยอารมณ์มึนเมา บางคืนชิงลงมือก่อนด้วยยานอนหลับ ขอเพียงให้ผ่านพ้นช่วงเวลาค่ำคืนไปได้อย่างไม่ทรมานนักเป็นพอ แล้วแสงเช้าก็จะเรียกฉันให้ออกมาดำเนินชีวิตเฉกเช่นเดิมเอง ฉันเลิกฆ่าตัวตายมาได้เกือบสองอาทิตย์แล้ว เพราะไม่อาจทนเห็นตัวเองต้องเจ็บปวดซ้ำซาก แต่หันมาใช้วิธีของเซเซ่แทน ฉันจะฆ่าเขาในหัวใจของฉัน ด้วยการหยุดรักเขา แล้ววันหนึ่งเขาก็จะตาย...
แล้วมันก็จะผ่านไปไม่ว่าดีหรือร้ายเช่นกัน เป็นคำพูดปลอบเจ้าหัวใจที่โดนตามใจจนเสียใจ!!! ก่อนจบต้นส้มแสนรักบอกฉันเป็นครั้งสุดท้ายว่า ...ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ผมจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว แม้ว่ามิงกินโยพยายามจะบอกลาผมด้วยดอกเล็กๆ ของมันนี้ เขากำลังไปจากโลกความฝันของผม เพื่อไปอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไปอยู่ในโลกแห่งความเจ็บปวดของผม... กาลครั้งหนึ่งขณะที่นอนอ่านหนังสืออยู่ในสวน ฉันนึกขึ้นมาได้ว่านานขนาดไหนแล้วที่ไม่ได้ลงสวนซะที
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||