พิมพ์หน้านี้
|
สายฝนต้นฤดูหนาวกำเนิดคลื่นความสั่นสะเทือนขนาดกลางวัดได้ ๔.๘ ริกเตอร์ ก่อให้หัวใจเกิดอาการสั่นไหวในระดับที่บุคคลภายนอกและเจ้าของหัวใจรับรู้ได้โดยชัดเจนท่ามกลางความนิ่งตะลึงกับปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สมาชิกสภากาแฟประสบในช่วงบ่ายนี้ บุรุษผู้หนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของร้านทำลายความเงียบผิดจังหวะด้วยคำพูดประโยคที่ว่า อากาศแบบนี้น่าสงสารคนอักหักเนอะคงจะอยู่ลำบาก ความรู้สึกบางอย่างทำให้ฉันหันไปมองคนพูดทันที บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึมครึมยิ่งกว่าอากาศบนท้องฟ้านัก และก่อนที่สายฝนจะก่อตัวเป็นพายุเสียงดนตรีจากกีต้าร์ก็ทำให้ทุกคนในร้านเข้าสู่สภาวะปกติด้วยเสียงเพลง ไม่ว่าเจอสิ่งใด เนิ่นนานไปก็แปรเปลี่ยนสักวัน เคยวิ่งตามความฝัน แต่บางครั้งก็ต้องหยุด แค่นั้น เมื่อก่อนเคยรักเคยผูกพัน แต่มาวันนี้เหมือนเป็นเพียง คนเคยได้รู้จักกัน เพลงโปรดที่ได้ฟังทุกครั้งยามแวะเวียนไปบาร์ลำพู และมอลลี่ทำให้คิดถึงถนนข้าวสารยิ่งนัก ถนนข้าวสารถนนสายสั้นๆ ที่บรรจุความทรงจำอันหลากหลายในความรักไว้ ในความมืดมิดยังมีดวงดาว และแดดยามเช้าพาให้เราก้าวไป ลำพังอากาศก็แย่อยู่แล้วอย่าสร้างความสั่นไหวให้หัวใจอีกได้ไหม บางเสียงในตัวเองรีบดึงหัวใจที่ล่องลอยอยู่กับความทรงจำบนถนนข้าวสารให้กลับมาพร้อมท่อนจบของเพลงผ่าน ฉันไม่แน่ใจนักระหว่างสายฝนที่โปรยปรายราวม่านบางใสจากท้องฟ้ากับน้ำที่เอ่อท้นนัยน์ตา อย่างไหนเป็นสาเหตุทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เหมือนภาพฝัน มือใหญ่ของชายหนุ่มตรงหน้าดึงมือเล็กๆ ของฉันไปกุมไว้พลางถาม ตัวเองโกรธไหมเวลาเค้าพูดถึงคนในอดีตให้ฟัง ฉันหัวเราะเบาๆ มองเขาด้วยดวงตาแสนรัก ไม่หรอก เขาถามต่อ แล้วหึงไหม ฉันเอามือข้างที่ว่างวางบนมือเขาที่กุมมือฉัน ไม่อีกเหมือนกัน อดีตมันคืออดีต มันไม่มีทางทำร้ายใครได้ เพราะมันเป็นเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว จริงอยู่ที่เราชอบตีโพยตีพายหวาดกลัวล่วงหน้าไปต่างๆ นานา เรากลัวเพราะเราไม่รู้ ไม่มีทางคาดเดาหรือรู้ได้เลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในวันข้างหน้าของเรา วันที่พี่ก้าวเท้าออกจากบ้านของเราไปธุระข้างนอก แม้กลัวแต่เราก็ไม่อาจกักขังพี่ให้อยู่กับเราตลอดไปได้ พี่เองก็ย่อมมีโลกของพี่โลกที่เราไม่อาจเดินเข้าไปก้าวก่าย แต่กับอดีตที่ผ่านมา พี่เชื่อเถอะว่าเราไม่มีทางไปหึงหวงให้เสียใจไปเองหรอก อดีตมันหล่อหลอมรวมพี่ให้เป็นคนที่เรารักในทุกวันนี้ เราจะรังเกียจอดีตของคนที่บอกเราว่า จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนลมหายใจสุดท้ายได้ยังไง ฉันมองลึกลงไปในดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้ฉัน นัยน์ตาคู่นั้นของเขาพร่างพร่าลงไปเรื่อยๆ ด้วยหยดน้ำตาที่รินไหลมาไม่ขาดสายของฉัน ขณะที่ภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นทุกขณะ เป็นอะไรไปครับ ชายหนุ่มตรงหน้าวางกีต้าร์ทันที ฉันส่ายหน้าปฎิเสธ เราเจ็บทุกครั้งที่เห็นปลายร้องไห้เงียบๆ อย่างนี้ เราไม่รู้ ไม่เคยรู้ว่าปลายเป็นอะไร จะมารู้ก็ต่อเมื่อปลายไประบายความอึดอัดใจลงในไดอารี่ออนไลน์ ทุกครั้งที่อ่านเราเจ็บยิ่งกว่าเดิม ทำไมล่ะ ทำไมผู้หญิงที่เรารักไม่เคยลืมอดีตได้สักที ก่อนที่เรื่องไม่เป็นเรื่องจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาในร้านกาแฟฉันจ่ายเงินค่ากาแฟ แล้วเดินลิ่วไปยังรถที่จอดไว้ตรงข้ามร้าน ทำไมต้องหนีเราด้วย เป็นอย่างนี้ทุกที เราพูดสะกิดอะไรเข้าหน่อยก็พาลโมโหแล้วเดินหนีซะทุกครั้งไป เขาเดินตามมาเปิดประตูรถให้ฉันที่ยืนตากละอองฝน กลับบ้านเลยมั้ยครับ เขาถามหลังจากนั่งเงียบมาได้พักหนึ่ง ฉันนิ่งเงียบไม่ตอบ เขาพูดต่อ ดื้อไม่เคยเปลี่ยนเลย ไม่ฉันไม่ได้ดื้อหากฉันเองก็ไม่มีคำตอบให้กับคำถามของเขาเช่นกัน อย่าทำอย่างนี้ได้มั้ย เราขับรถมาหลายร้อยโล เพื่อมาหาคนที่เรารัก แต่เรากลับถูกต้อนรับด้วยสีหน้าเฉยชาอย่างนี้น่ะหรือ เขาพูดทำลายความเงียบระหว่างเราขึ้นมาอีก เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เรามานี่ก็ว่าจะมารับปลายไปทำงานด้วยกัน วันพุธนี้เราจะไปถ่ายงานปอยฯ ที่แม่สะเรียง ของบริษัทไม่ใช่ของพี่แป๊กหรอก หนนี้มีแค่เรากับน้องผู้ช่วยไปกันสองคน อยากให้ปลายได้ไปพักผ่อนด้วยกัน เผื่อปลายจะได้งานกลับมาด้วย เลี้ยวรถไปจอดที่สวนหน้าศาลากลางเถอะ ฉันพูดขัดขึ้นโดยที่สายตายังคงทอดมองไปที่หน้าต่างด้านข้างที่ชุ่มฉ่ำด้วยละอองจากสายฝน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูข้อความเข้า ๒ พฤศจิกายน พิธีหลู่เตนหง ๓ พฤศจิกายน วันกอยจ้อด พิธีถวายไม้เกี๊ยะ พี่แป๊กบอกมาเหมือนกัน เมื่อวานตอนโทรมาคอนเฟิร์มจองตั๋วเครื่องบินให้เราปฎิเสธไปแล้ว เขาจอดรถไว้ใต้ร่มเงาต้นชมพูพันทิพย์ที่ไร้ดอกเปิดกระจก แล้วหันมาถาม ทำไมล่ะ เราไม่พร้อม งานเก่ามีเส้นตายก่อนเที่ยงคืนมะรืนนี้ เรายังไม่มีอารมณ์หยิบจับมันขึ้นมาทำสักทีเลย เขาส่งความห่วงใยมาให้กับมือที่ลูบผมฉันอย่างแผ่วเบา ฉันเบี่ยงหัวหลบแล้วขึ้นเสียงด้วยอารมณ์โกรธ เราบอกกี่ครั้งแล้วน้า น้าอย่ามารักมาชอบเราได้ไหม เราเบื่อเต็มทีแล้วกับเรื่องแบบนี้ เขาจับแขนขวาฉันไว้แน่นใช้น้ำเสียงที่ดังไม่แพ้กันตอบโต้ ทำไม เพราะมันใช่ไหม ปลายไม่เคยลืมมันได้เลยใช่ไหม เราเคยเตือนแล้วนะ ตั้งแต่วันแรกที่บอกเรา แล้วเคยเชื่อเราไหม ทิ้งเราไปหามัน วันนี้ปลายไม่มีใครไม่ใช่เรา ไม่ใช่เพื่อนๆ นี่หรอกเหรอที่ประคับประคองจนเริ่มยืนได้ แล้วทำไมจะยังไปรักมันอีก เจ็บ ฉันบอกน้ำเสียงราบเรียบพลางชายตามองแขนที่ถูกบีบไว้ เขาปล่อยมือเอ่ยปากขอโทษเบาๆ แล้วพูดต่อ ถ้าวันนั้น เราไปหาปลายตามที่นัดกันไว้ ปลายคงไม่ออกไปกินข้าวกับมันหรอกใช่ไหม ฉันมองเหม่อไปนอกหน้าต่างด้านข้างถอนหายใจก่อนตอบ ไม่เกี่ยวกันหรอกน้า เราไม่ได้ชอบเค้าเพราะประชดน้าที่ผิดนัด เราชอบเค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เค้าเข้ามาอยู่ในโฟกัสของกล้องในมือเราแล้ว ฉันยิ้มให้กับภาพฝันที่แจ่มชัดในความทรงจำ บ่ายที่แดดร่มลมเย็น ขณะที่นั่งคุยกับพี่อดีต บก. หนังสือเล่มโปรดและเพื่อนกองบก.สารคดี ฉันยกกล้องขึ้นถ่ายผ้าที่พริ้วปลิวไสวตามแรงลม จังหวะที่ลดระดับกล้องลงเรื่องๆ ชายหนุ่มร่างใหญ่ผมยาวก็ก้าวเข้ามาอยู่ในช่วงโฟกัส ฉันหมุนวงแหวนรอบนอกดึงเขาให้เข้าใกล้สายตามากขึ้นอีก ปรับวงแหวนตัวในอีกครั้งให้ภาพที่เลือนลางนั้นชัดเจนขึ้น แล้วหัวใจฉันก็กระตุกวูบ เขาเหมือน ช่างเหมือนเหลือเกินกับคนรักที่ตายไปของฉัน ฉันหันไปบอกพี่และเพื่อนว่าขอตัวไปเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศในงานก่อน แล้วตรงไปหาเขาที่ยืนอยู่หน้าร้านขายโปสการ์ดของเพื่อนฉัน ฉันมาช้าไปเพียงเสี้ยวนาที เขาเดินไปแล้ว ฉันมองตามแผ่นหลังของเขาที่หายไปในฝูงชน หนึ่งอาทิตย์ให้หลังเราเจอกันอีกครั้ง หากครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายเดินเข้ามาในชีวิตฉันเอง!!! สายฝนยังคงโปรยสายบางเบา ฉันยกแขนขึ้นกอดตัวเองเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ลำพังลมต้นฤดูหนาวก็บาดผิวเนื้อจะแย่มาเจอฝนอย่างนี้ด้วยอากาศเลยยิ่งเลวร้ายลงไปใหญ่ น้าช่วยใส่คอร์ดกีต้าร์ลงในเพลงที่เราเขียนขึ้นหน่อยได้ไหม เดี๋ยวเราร้องให้ฟัง เพลงอะไร เขาถามพลางเอื้อมไปหยิบกีต้าร์ที่เบาะหลัง ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย ถ้าไงใส่คอร์ดแล้วน้าตั้งชื่อเพลงให้ด้วยได้มั้ยล่ะ ฉันตอบก่อนจะเริ่มเปิดสมุดแล้วร้องเพลงที่เพิ่งเขียนขึ้นออกมาเป็นท่วงทำนอง อย่ารักได้ไหม ฉันไม่ต้องการทำเธอร้องไห้ อาจเจ็บเจียนตาย ถ้ายังคิดฝากรักให้ดูแล ก็ยังไม่พร้อม ไม่ใช่ว่าฉันไม่แล มันก็แล้วแต่ เธอมองเธอคิดเช่นไร อาจดูเป็นคนเฉยชา ก็เพราะฉันนั้นไม่มั่นใจ และบางครั้งเย็นชามากไป แค่อยากให้เธอไกลจากใจฉัน ฉันไม่ดีพอ อย่ารออย่าหวังให้มากมาย ไม่ใช่ใจร้าย แค่ไม่อยากทำลายชีวิตใคร เธอเหนื่อยใจพอหรือยัง ยิ่งใกล้ฉันยิ่งโดนทำร้ายใจ ควรเดินห่างไปให้ไกล ยิ่งไกลออกไปหัวใจเธอยิ่งดี เพลงของเราใช่ไหม เขาหัวเราะก่อนพูดต่อ เราไม่เข้าใจทำไมปลายไม่เลิกรักใครคนที่ไม่มีอีกแล้วสักที เหมือนกับที่เราไม่เข้าใจทำไมเราเลิกรักปลายไม่ได้สักที แม้จะโดนพูดตอกใส่หน้าบ่อยๆ ว่าอย่ามารักก็เถอะ เขาหัวเราะเหมือนคนอารมณ์ดี เช่นกันฉันเองก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่กดข่มความเจ็บปวดไว้ภายใน ก่อนบอกเขาว่า "อดีตมันทำร้ายใครไม่ได้หรอกน้า อย่าเอาตัวเองมาผูกติดกับเรา อดีตของเรามันเป็นของเรา แม้มันจะออกมาเพ่นพ่านในเวลาปัจจุบันบ้างบางที เราก็ไม่เคยเห็นมันทำร้ายใครกระทั่งเรา มีแต่คนเรานั่นล่ะไปทึกทักและดึงอดีตของคนอื่นเข้ามาทำร้ายความรู้สึกตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าคิดว่ารักเราในฐานะอะไรก็แล้วแต่ รักแล้วเจ็บ อย่ามารัก หากน้ารักเราแล้วมีความสุขกับความเป็นเราในวันนี้ เราดีใจที่มีใครรักเราอย่างนี้ " ฉันกลับมาถึงบ้านตอนบ่ายแก่ๆ แม่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มด้วยอาการไข้เล็กน้อยที่ตั่งหน้าโทรทัศน์ เอาน้ำร้อนกับยามาวางให้แม่แล้วฉันก็เดินลงไปเก็บดอกปีปที่ร่วงหล่นตามแรงลมหนาวและสายฝนที่ขาวเกลื่อนพื้น ฉันวางดอกปีปส่วนหนึ่งให้แม่ไว้ชื่นใจกับกลิ่นหอมที่โต๊ะ แล้วหอบส่วนที่เหลือไปไว้ในห้องนอน สายฝน ลมหนาว และมนตรากาสะลอง ทำให้ฉันเปิดสมุดขึ้นมาแล้วจดความคิดลงไป เพลงฝนต้นหนาว ๓๐ ตุลาคม ๕๐ ฉันทำร้าย เธอที่รัก ฉันทำลาย รักโดยไม่ตั้งใจ ต้นเหตุเป็นเพราะฉัน ที่ทำให้เธอสั่นไหว อีกสายลมที่กระทบใจ ยังให้รักนั้นคลอนแคลน น้ำตาที่ไหลเป็นสายทำให้ฉันไม่อาจเขียนเพลงต่อได้ เวทย์มนต์จากกลิ่นกาสะลองรุนแรงเกินต้านทานนัก มันเรียกฉันให้คิดถึงกาสะลองต้นที่จากมา ฉันยังคงเลือกให้ตัวเองคิดถึงเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีฉันในดวงตาอีกต่อไป!!!
|
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||