• ปลายมนัส
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-13
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 5883
  • จำนวนผู้โหวต : 175
  • ส่ง msg :
หญิงสาวผู้ติดอยู่ในโลกหนัง(สือ)
ดูหนังแล้วไม่คิด ไม่มีอะไรติดในหัว ไม่ดูอาจจะดีกว่า เดินทางเพื่อเพิ่มหลักไมล์ แต่หัวใจยังคับแคบเหมือนเดิม บางทีการนอนอ่านหนังสือที่บ้านอาจจะมีความหมายมากกว่า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/plymanas
วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2550
**รักแรกไม่รู้ลืม-กาดจันทร์มนต์เสน่ห์บ้านกุ๋นลม**
Posted by ปลายมนัส , ผู้อ่าน : 375 , 21:27:37 น.   | หมวดหมู่ : ปลายฟ้าอยู่ใต้ฝ่าเท้า  
พิมพ์หน้านี้


                       

                        ฉันยืนมองลานดินกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นสนามบินรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และสนามบินพานิชย์ที่เชื่อมต่อชุมชนเล็กๆ แห่งนี้กับโลกภายนอก หลังสงครามโลกครั้งที่สองปิดฉาก สนามบินยกเลิกกิจการเช่นกัน ด้วยเส้นทางการคมนาคมทางบกได้เป็นฝ่ายเปิดประตูเมืองขุนยวมให้ติดต่อชุมชนอื่นได้สะดวกขึ้น

                        ประวัติศาสตร์หนุ่มคนรักของฉันกระซิบแผ่วเบาที่ริมหูให้ฟังว่า “แต่เดิมที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชาวกระเหรี่ยงและละว้าอาศัยอยู่ ต่อมาชาวไทยใหญ่ หรือ ชาวไต อพยพข้ามมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำสาละวิน ‘ชานกะเล’ บุตรของพะกะหม่องที่บ้านโป่ง อำเภอเมือง ชักชวนชาวบ้านที่อยู่กระจัดกระจายมารวมกันเป็นหมู่บ้าน ตั้งชื่อว่า ‘บ้านขุนยม’ ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็นขุนยวมตามชื่อสายน้ำที่ไหลผ่าน เมืองเล็กๆ แห่งนี้อยู่ในความปกครองของเจ้าเมืองเชียงใหม่ ชานกะเลจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองคนแรกชื่อว่า ‘พญาสิงหนาทราชา’ ในปี ๒๔๕๓ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอและเปลี่ยนชื่อจาก ชื่อ ‘เมืองขุนยวม’ เป็น ‘อำเภอขุนยวม’ โดยมี ‘ขุนเดชประชารักษ์’เป็นนายอำเภอคนแรก” 

 ‘บ้านกุ๋นลม’ เป็นอีกชื่อหนึ่งของเมืองนี้สมัยที่ยังเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ เหตุเพราะที่นี่มีอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดตลอดเวลา คุณตกหลุมรักชื่อบ้านกุ๋นลม ชื่อแบบบ้านบ้านของเมืองที่วันนี้เต็มไปด้วยสีเหลืองสดใสของดอกบัวตองเหมือนฉันหรือเปล่าคะ

ปี ค.ศ. ๑๙๓๐ ‘โม’ เด็กสาวอายุ ๑๘ ปี อาศัยอยู่กับแม่ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านถ่ายรูปในเมืองเซี่ยงไฮ้ ทว่าเด็กสาวแสนสวยอย่างโม ฝันอยากเป็นดารานักแสดงมากกว่าจะสืบทอดกิจการต่อจากแม่ วันหนึ่งผู้อำนวยการ ‘เมิ่ง’ มาพบเธอเข้า จึงผลักดันให้เธอได้เป็นอย่างที่ฝัน เด็กสาวหลงใหลในแสงสีและชีวิตมายา จนกระทั่งตกเป็นเมียเก็บของผู้อำนวยการสร้าง แล้ววันหนึ่งวิมานในอากาศของเด็กสาวก็จบลงเมื่อเธอตั้งท้องพร้อมกับที่ญี่ปุ่นบุกเซี่ยงไฮ้ ผู้อำนวยการเมิ่งทิ้งเธอหลบภัยไปฮ่องกง

โมกลับไปอยู่บ้านกับแม่ และพบว่าแม่เองก็มีรักครั้งใหม่กับคุณลง ผู้ซึ่งชอบส่งสายตามีความหมายพิเศษให้เธอ สุดท้ายแม่ของเธอพบว่า ผู้ชายดีดีนั้นหาไม่ได้ในชีวิตจริง จึงฆ่าตัวตาย โมกับลูกสาวตัวน้อยจึงต้องเผชิญชีวิตเพียงลำพังสองคน

ลานกว้างเอนกประสงค์แห่งนี้ถูกทางอำเภอใช้เป็นที่จัดแสดงมหรสพต่างๆ และถูกจัดเป็นตลาดนัดให้กับพ่อค้าแม่ค้าต่างถิ่นนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาขายทุกวันจันทร์ ชาวอำเภอขุนยวนจึงเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า ‘สนามบินเก่า’ และเรียกตลาดนัดที่ฉันจะพาคุณไปเดินเล่นวันนี้ว่า ‘กาดจันทร์’

‘กาดจันทร์’ แบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่หน้าตาขี้ริ้วเหมือนตลาดนัดธรรมดาที่พ่อค้าแม่ค้าต่างถิ่นผู้ซึ่งตระเวนขับรถไปขายสินค้าตามตลาดนัดต่างๆ มาตั้งเต้นท์ขายสินค้า ตลาดส่วนนี้เราหาดูที่ไหนก็ได้ค่ะ มาแม่ฮ่องสอนทั้งทีฉันก็อยากเห็นตลาดที่มีความงามแบบพื้นถิ่นมากกว่า จึงเลือกเดินตลาดที่ชาวบ้านในพื้นที่เอาของมาขาย เห็นหลังคาร้านนั้นไหมคะ ยังใช้ใบตองตึงมุงหลังคาอยู่เลยค่ะ แบบนี้ค่อยสมกับเป็นกาดเมืองเหนือหน่อยใช่ไหมคะ

ยี่สิบปีให้หลัง ค.ศ. ๑๙๕๐ ‘หลี่’ ลูกสาวของโมเติบโตในยุคที่คอมมิวนิสต์เบ่งบาน เธออยากสร้างครอบครัวของตนเองจึงแต่งงานกับ ‘ซูเจี่ย’ หนุ่มหล่อชนชั้นกรรมกร สมาชิกพรรครุ่นเยาว์  เมื่อชีวิตแต่งงานไม่สวยงามอย่างที่คิด มิหนำซ้ำเธอยังเข้ากับบ้านสามีไม่ได้ จึงตัดสินใจกลับไปอยู่บ้านแม่ ซูเจี่ยรักหลี่หมดหัวใจจึงตามไปอยู่ด้วย ทว่าชีวิตครอบครัวก็เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้งเมื่อหลี่ไม่อาจมีลูกได้ ซูเจี่ยหาทางออกโดยขอเด็กหญิงชื้อ ‘ฮั้ว’ มาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แต่แล้วเหตุการณ์กลับเลวร้ายหนักขึ้น เมื่อหลี่ที่เติบโตมาพร้อมอาการฝังลึกในใจถึงความเลวร้ายของผู้ชาย กลัวว่าสามีจะมีอะไรเกินเลยกับเด็กหญิงลูกเลี้ยง อาการระแวงของเธอนั้นยากเกินเยียวยา จนเป็นเหตุให้สามีฆ่าตัวตายพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ส่วนเธอเองก็เสียสติเดินหายไปจากบ้าน ปล่อยลูกสาวบุญธรรมอยู่กับคุณยายโม

‘กุบไต’ อุ๊ยคนขายไส้อั่วบอกฉันถึงชื่อเรียกหมวกทรงแหลมคล้ายงอบของภาคกลาง ทว่ามีลูกเล่นงดงามตามแบบเมืองเหนือที่มุมแหลม ฉันกดชัตเตอร์มาหนึ่งภาพก่อนอุดหนุนไส้อั่วของโปรดเป็นอาหารเช้า

ฉันสะดุ้งวูบเมื่อสายตาตนที่จับจ้องอยู่ช่องมองภาพ เห็นหญิงสาวคนหนึ่งละม้ายหญิงสาวอีกคนที่ฉันภาวนาขออย่าให้เราพบกันอีกในชาตินี้ ลดกล้องลงแล้วฉันเดินตรงไปที่เธอคนนั้น ฉันหัวเราะกับตัวเองแค่เหมือนเท่านั้น หญิงสาวตรงหน้าฉันเป็นเพียงแม่ค้าสาวชาวม้งที่กระเตงลูกน้อยไว้ที่หลังขณะนั่งขายผัก ฉันลอบมองเธออีกครั้ง สิ่งที่สาวชาวม้งเหมือนหญิงสาวคนนั้นคงเป็นแววตาที่ทำให้รู้สึกว่า เธอช่างเข้มแข็งในการมีชีวิตบนโลกใบนี้นัก ขณะเดียวกันฉันก็นึกอยากให้เธอดูแลคนรักเธอให้ดีเช่นที่สาวชาวม้งดูแลความรักที่ติดอยู่ที่หลังเธอ!!!

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นจากช่องมองภาพ สายตาฉันก็สบเข้ากับอีกสายตาที่จ้องอยู่ คุณจำหนุ่มผมยาวที่ฉันเจอที่ตลาดน้ำอัมพวาได้ไหมคะ หนุ่มคนที่ผูกผ้าคล้องคอไว้กับกระเป๋ากล้องเหมือนกับที่คนในอดีตฉันชอบทำ นั่นล่ะค่ะเขายืนยิ้มส่งสายตาหวานมาให้ ครั้งที่เจอกันที่อัมพวา เขาแค่เดินเข้ามาปลุกความทรงจำถึงคนในอดีตของฉัน และเราเจอกันอีกครั้งหน้าร้านโฟโต้ไฟล์ค่ำวันพฤหัสฯ ที่ชาวหนอนไปรวมตัวกัน ฉันไม่ใช่ชาวหนอนแต่ถูกน้าช่างภาพลากไปช่วยเลือกขาตั้งกล้อง เขารู้จักน้าช่างภาพ ฉันสนิทกับน้าช่างภาพ และเราต่างไม่รู้จักกัน

ยามเดินทางขนาดของหัวใจฉันมักกว้างกว่าปกติเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่และมิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างทาง ทว่าวันนี้ฉันเลือกให้ตัวเองปิดประตูหัวใจพร้อมล็อกแน่นหนาอีกสองชั้น ฉันจะไม่มีวันตกหลุมรักผู้ชายที่คล้ายคนในอดีตขนาดนี้เป็นอันขาด!!!

ดูเหมือนจะไม่ทันการเมื่อเขาเข้ามาทัก “สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วนะครับ รู้สึกดีจังนะครับที่ได้เจอคนรู้จักเวลาอยู่ต่างถิ่น” สมองฉันส่งข้อความ “ใครไปรู้จักคุณ เราแค่คนเคยเห็นหน้ากัน” ไว้เตรียมตอบ หากแต่มันช้ากว่าหัวใจที่สั่งปากให้พูดไปว่า “ค่ะ ดีใจที่บังเอิญเจออีกครั้งค่ะ” 

หลายครั้งยามออกเดินทางสิ่งที่เกาะตามเป็นเงาฉันคือความเศร้าอันเคว้งคว้าง ฉันเศร้าเพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปหาอะไร และเคว้งคว้างที่ภายในใจไม่มีสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว ทว่าวันนี้ที่กาดจันทร์บ้านกุ๋นลมมีอีกหนึ่งเงาเดินตามฉันที่กำลังกดชัตเตอร์... เงาสูง-หน้าคม-ผมยาว

เราคุยกันหลายเรื่อง แต่สิ่งที่โยงให้ฉันเล่าถึงภาพยนต์เรื่อง ‘รักแรกไม่รู้ลืม’ หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘Jasmine Women’ คืออะไรไม่แน่ใจนัก เรื่องที่ผู้หญิงสามคนสามรุ่นต้องพบกับความชอกช้ำและเจ็บปวดรวดร้าวจากบาดแผลของความรักโดยไม่ต่างกันเลยทั้ง ‘โม’ ‘หลี่’ และ ‘ฮั้ว’ ที่ต่างคนต่างดิ้นรนให้พ้นจากอดีตอันรันทด ทว่าดูเหมือนลูกสาวแต่ละคนก็ทำผิดซ้ำรอยผู้เป็นแม่เช่นกัน

‘โม’ นั้นถึงจะประสบความสำเร็จในการทำความฝันให้เป็นจริง ทว่าเธอก็ต้องแลกความหอมหวานของวงการบันเทิงที่ได้มากับความเจ็บปวดในชีวิต และความผิดหวังในความรัก

‘หลี่’ ดูเหมือนจะโชคดีที่มีชายที่รักเธออย่างจริงใจ หากความทรงจำฝังใจนั้นก็ทำลายชีวิตคู่เธอจนยากเกินเยียวยา เล่าให้เขาฟังถึงชีวิตของหลี่แล้วฉันก็เผลอนึกถึงคำพูดหนึ่งของ ‘ซูเจี่ย’ ที่ว่าหลี่นั้น ‘อ่อนแอแบบชนชั้นกลาง’ ใช่...ฉันเองก็ถูกคนในอดีตต่อว่าแบบนี้เช่นกัน และฉันเองก็ทำร้ายคนรักไม่ต่างจากที่หลี่ทำให้ซูเจี่ยต้องฆ่าตัวตาย

‘ฮั้ว’ เป็นเด็กสาวร่าเริง สดใส ที่เติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูของคุณยายโม  ‘เสี่ยวตู’ คนรักของเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยให้สัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานกับเธอ ฮั้วเลือกที่จะเชื่อมั่นในคนรักที่ไม่กลับมา วันหนึ่งคุณยายโมล้มป่วยลงและได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้หลานสาวฟัง

ชะตากรรมของหญิงสาวสามคนไม่ต่างอะไรจากเรื่องเล่าตำนานเก่าแก่ ว่าด้วยหญิงสาววิ่งไล่ความฝัน ไขว่คว้าความรัก ก่อนจะพบความจริงที่ว่า ‘มันว่างเปล่าและเต็มไปด้วยคำหลอกลวงสิ้นดี

หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงอดีต และคิดถึงคำพูดที่ใครบางคนที่ว่า ‘เราไม่อาจหลุดพ้นวังวนปัญหาในปัจจุบันได้ หากไม่รู้จักอดีต รู้จักแล้วก็ต้องยอมรับและทำความเข้าใจ เมื่อนั้นก้าวต่อไปของชีวิตมันก็จะไม่มืดมนอีกต่อไป’

เหมือนตอนสุดท้ายของหนังที่ชีวิตของ ‘ฮั้ว’ เดินมาถึงทางตัน เธอพบทางออกของชีวิตด้วยการเรียนรู้ร่องรอยแห่งอดีตจากคุณยายโม 

มนต์เสน่ห์ของกาดจันทร์เป็นอารมณ์ถวิลหาอดีตของคนเมืองเช่นฉัน ความรู้สึกของการอยากตามหารากเหง้าแห่งจิตใจตน แม้รู้ว่าไม่อาจมีขายในตลาดแห่งนี้ แต่ ณ ที่นี่ฉันก็ได้เรียนรู้ว่า ภาพของ ‘รากเหง้า’ ยังคงมีอยู่ให้เห็นในสังคมโพสต์โมเดิร์น หรือสังคมที่ต่างมองว่าตน ‘ไร้ราก’ อยู่ที่ตัวเรานี่ต่างหากจะลงแรงและความรู้สึกนึกคิดไปทำความรู้จักกับมันไหม

หนุ่มผมยาวทำให้ฉันมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไปเมื่อเขาบอกว่า ‘โม’ ‘หลี่’ ‘ฮั้ว’ ภาษาจีนแปลว่า ‘ดอกมะลิ’ หรือ ‘Jasmine’ ฉันรีบหยิบแหวนทองคำขาวที่คนในอดีตเคยสวมให้ที่นิ้วนางซ้าย กลับมาใส่ไว้ที่ตำแหน่งเดิม ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้เหมือนคนในอดีตมากขึ้นทุกที เปล่า...ฉันไม่ได้สวมแหวนเพื่อบอกเป็นนัยให้รู้ว่าฉันมีคนรักแล้ว หากฉันสวมแหวนนั้นเพื่อย้ำเตือนตนว่าอย่าเดินย้อนกลับไปมีชีวิตเหมือนในอดีตอีก หากรักแรกนั้นยังคงจารจำหลักในหัวใจ!!!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47
ญิ่งณัฐ วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 07.10 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


อ่านแล้ว อยากเดินตามรอยเท้า ก้าวชนก้าว เลย จ๊ะ
เขียนได้บรรยากาศ ไอเย็น.. จัง

ขอบคุณสำหรับเรื่องดี .. ที่เล่าสู่กันฟัง
แล้วมาเยี่ยมกันน๊าน
ความคิดเห็นที่ 46
หุ่นไล่กา วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 17.57 น.
http://www.oknation.net/blog/deadartist

แวะมาทักทาย ยินดีจ้ะที่แวะไปเยี่ยมบ้านศิลปินผู้ล่วงลับ

ที่คุณเล่าว่าเจออาจรัล ถ้อยคำที่บอกเชื่อแน่ว่าเป็นจรัลตัวจริง
ความคิดเห็นที่ 45
ผู้มาจากฟ้ากว้าง วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 13.36 น.
http://www.oknation.net/blog/cheerapron
แม้มีปีกโผบินได้เหมือนนก


ความคิดเห็นที่ 44
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

เป็นเรื่องเล่าที่สวยงามทุกตัวอักษรจริง ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 43
เมธา วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 19.05 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

มาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 42
ปลายมนัส วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 18.38 น.
http://www.oknation.net/blog/plymanas


คนใกล้ฟ้า>>>ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ

นางราตรี>>>ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ทิวสน>>>ด้วยความยินดีในมิตรภาพค่ะ

จันทนะเวชะ>>>เด็กน้อยเหล่านี้คงตั้งคำถามคล้ายกัน "พี่เป็นใคร ถ่ายรูปหนูทำไม" มั้งคะ

ผู้มาจากฟ้ากว้าง>>>ขอบใจที่แวะมาจ้ะรอย ถ่ายรูปเจ้าตัวน้อยมาใส่ไว้ในบล็อกให้ดูบ้างสิ วันที่น้องบัวบูชาเกิด พี่ไปวนดูหน้าห้องตั้งหลายรอบ กะไปถ่ายรูปหลานเต็มที่เลยนะวันนั้นน่ะ

อิม>>>ขอบใจที่แวะเวียนเอาบทกวีมาฝาก ชักอยากเขียนบ้างแหะ แต่คงไม่ได้เรื่อง อ่านและซึมซับพอ 555
แสงอะไรน้อให้ความอบอุ่นกับปลายได้ นึกออกแค่แสงเดียว "แสงโสม" จิบแล้วอุ๊นอุ่น

ผีเสื้อพเนจร>>>ขอบคุณค่ะ

Mike_h>>>ขอบคุณที่ชอบค่ะ

ความทรงจำเก่าๆ >>> ความทรงจำก็อย่างนี้ล่ะค่ะ สุขบ้าง...เศร้าบ้าง
ความคิดเห็นที่ 41
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.33 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...คนธรรมดาแถลงการณ์ด่วน..ฉบับที่1

เรื่อง
เศร้า..ให้แง่คิด....
ความคิดเห็นที่ 40
Mike_h วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 00.33 น.
http://www.oknation.net/blog/sawasdee

ชอบเรื่องที่คุณเขียนนะครับ
ความคิดเห็นที่ 39
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 18.59 น.
http://www.oknation.net/blog/ontheway

... เห็นด้วยอย่างแรง ... ยินดีกับทางที่เลือกได้ครับ
ไม่ว่าจะเป็นทางใด เราก็เต็มใจที่จะเดินเพราะเป็นทางที่ (ใจ) เราเลือกเองครับ
ความคิดเห็นที่ 38
inmoon วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

ยามเย็นค่ะ

วันนี้ มาละเลียดอ่านจนจบค่ะ
รู้สึกว่า นอกจากอินในรักที่ยังตราตรึงอยู่
ปลายยังอินในเรื่องรากเหง้า - ไร้ราก ด้วย
แค่รำพึงดังๆ ในสิ่งทีสัมผัสได้จากเอนทรี่นี้
นอกเหนือไปจากความละเมียดละไมทางอารมณ์ที่ได้รับจ๊ะ

ใครหนอใครกัน
ช่างกล่าวถ้อยคำที่ขบขัน
กาลเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง

ใครเล่าจะรู้
กาลเวลาก็รู้จักผิดพลาดเหมือนกัน !

อย่างไรก็ดี
แม้ " เวลาบินข้ามเราไป ทว่าทอดเงาไว้เสมอ "
ขอให้เงาแห่งแสงที่ทอดมายัง .ปลาย.
ฉายฉานความอบอุ่น แม้ในคืนวันที่เหน็บหนาว - น่ะค่ะ

* รักษาสุขภาพน่ะค่ะ *


ความคิดเห็นที่ 37
ผู้มาจากฟ้ากว้าง วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 16.56 น.
http://www.oknation.net/blog/cheerapron
แม้มีปีกโผบินได้เหมือนนก

หวัดดีพี่ปลาย

บังเอิญได้เจอที่นี่

บัวบูชาจะเดินได้แล้วนะ อ้วนเชียว
ความคิดเห็นที่ 36
จันทนเวชะ วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 08.56 น.
http://www.oknation.net/blog/AbhijataChandhanavesha

แววตาเจ้าเด็กน้อย ซอนรอยสงสัยไว้บางมุม.......
ความคิดเห็นที่ 35
ทิวสน วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

แวะมาเยี่ยม มาอ่าน มารู้จักโดยบังเอิญครับ

ยังอ่านไม่ละเอียด
แต่สัมผัสถึงภาษาที่ละเมียดละไม

ขอแอดไว้เป็นเพื่อนบ้าน ไว้แบ่งปันกันและกัน
ในเรื่องของภาษา และวรรณกรรมครับ

แล้วจะนั่งอ่านย้อนเรื่องเก่าๆ อีกทีครับ

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 34
ทิวสน วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

แวะมาเยี่ยม มาอ่าน มารู้จักโดยบังเอิญครับ

ยังอ่านไม่ละเอียด
แต่สัมผัสถึงภาษาที่ละเมียดละไม

ขอแอดไว้เป็นเพื่อนบ้าน ไว้แบ่งปันกันและกัน
ในเรื่องของภาษา และวรรณกรรมครับ

และจะนั่งอ่านย้อนเรื่องเก่าๆ อีกทีครับ

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 33
นางราตรี วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 22.41 น.
http://www.oknation.net/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

มาตอบเรื่องของหัวใจ
ถ้าแค่ได้ยินว่าหรือได้ทราบว่าเขาจบลงที่บนเตียงด้วยกัน คงไม่ช้ำใจเท่าได้เห็นเขานอนทอดกายเกยกันบนเตียงมังค่ะ สำหรับนางราตรีข้อดีของความรักก็คือช่วงที่เรารักใครสักคนชีวิตเรามีความสุขค่ะ นางราตรีมีความรักตลอด ไม่เคยกลัวว่ารักแล้วจะซ้ำรอยเดิม ส่วนคำถามจากแม่ของเขา นางราตรีก็เคยเจอค่ะ นางราตรีตอบตามความจริงว่า "เจอคนถูกใจเมื่อไรเดี๋ยวจะพาไปไหว้แม่ค่ะ" แต่คนถูกใจหายากจัง ยิ่งแก่ยิ่งสเป็กสูง แฮะๆๆ
ความคิดเห็นที่ 32
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 22.37 น.
http://www.oknation.net/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
ปลายมนัส วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 19.58 น.
http://www.oknation.net/blog/plymanas


ภาษาหลากสี >>>ขอบคุณสำหรับคำชมรสนุ่มค่ะ แหะๆ

เจ้าชายเย็นชา >>>ฉันก็อินค่ะ เพราะมันคือเรื่องจริง

น้ำใส>>>ฉันไม่ได้กลัวความเจ็บปวดนะคะ ถึงไม่อยากรักใครใหม่ เพียงแค่ตอนนี้หัวใจฉันมันไม่มีที่ว่างให้ใครก็เท่านั้น และที่สำคัญฉันไม่อยากทำร้ายใครอีก
คนในอดีตนั้น ในวันแรกฉันก็บอกเขาแล้ว อย่ารักฉัน ถ้าไม่อยากเสียใจ อย่ารักคนอย่างฉัน!!!

นางราตรี>>>ขอบคุณสำหรับภาษาถิ่นเจ้า (ฮา)

พู่กัน>>>ขอบคุณที่แวะเข้ามาค่ะพี่กูย

ก้อนหินริมทาง>>>เหลือแต่น้ำพริกหนุ้มหนุ่ม รับสักกระปุกมั้ยคะ (ฮา)

3939900209466 >>>ขอบคุณที่ตั้งใจ๊-ตั้งใจอ่านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 30
3939900209466 วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 18.55 น.
http://www.oknation.net/blog/pinitsatayanon
อิสระแห่งคำ ที่โบยระบัดอยู่ในจิตต์กวี


ตั้งใจอ่านมากๆๆครับ
รับอารมณ์อักษร
งามความรักที่เธอท่อง
ภาพที่เธอฉาย
ความคิดเห็นที่ 29
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 18.25 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO

สมองกับหัวใจทำงานไปคนละทางอีกครั้ง....แล้ว

แม้จะปิดล๊อคแน่นหนาถึงสองชั้นก็เถอะ..แหะ แหะ

หนัง ‘Jasmine Women’ ยังไม่เคยดูเลย แต่ที่เล่ามาน่าสนใจครับ...

เรื่องนี้ก็ยังเขียนได้ดีไม่มีตก และเหมาะสมเป็นเรื่องเด่นอีกครั้ง..

เดินทาง..ครุ่นคิด..เชื่อมโยงชีวิตและหัวใจ..

หนุ่มผมยาว และ นิ้วนางข้างซ้าย...ที่มีแหวนวงหนึ่งจับจอง

.................................................................

เอ่อ..ว่าแต่ไส้อั่วยังพอมีเหลือบ้างมั้ย..ของโปรดเมือนกันครับ แหะ แหะ
ความคิดเห็นที่ 28
พู่กัน วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 17.53 น.
http://www.oknation.net/blog/konkue

มารับเอาเรื่องราวดี ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 27
coolwater วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 17.08 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

เมื่อเดินมาถึงทางตัน เธอพบทางออกของชีวิตด้วยการเรียนรู้ร่องรอยแห่งอดีตจากคุณยาย

ดังนั้นประวัติศาสตร์จึงเป็นเหมือนบทเรียนของปัจจุบัน
มองเห็นภาพเลยนะคะ
................................................................
น้ำขออนุญาตแอดไว้เป็นเพื่อนบ้านกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 26
นางราตรี วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

บ้านนางราตรีเรียกกาดจั๋น จั๋นก็คือจันทร์ คิคิคิ

เรื่องของสามสาวเศร้าจัง บางทีความรักอาจจะไม่ให้อะไรเราเลยถ้าเรามัวแต่วิ่งตามหาและฝันถึงผลตอบแทนของความรัก นางราตรีรักที่จะรักเพราะรู้สึกดีที่ได้รัก นางราตรีคิดว่าผลตอบแทนของความรักมันให้เราตลอดในช่วงที่หัวใจเรามีรัก แต่พอเราสูญเสียไป เรากลับไปมองที่ความสูญเสียมากกว่าสิ่งที่เราเคยได้รับ ความสุขในขณะที่หัวใจของเรามีรัก ต่างคนต่างมุมมอง ให้โอกาสตัวเองสิค่ะ แม้ว่าเขาจะคล้ายใครคนเก่า แต่ถ้าหากเขาจะใช่ ยังไงก็ใช่ และคนเราท่าทางคล้ายกันไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนเดียวกันนี่ค่ะ นั่นก็หมายถึงไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องนิสัยเหมือนกัน สู้สู้นะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 25
น้ำใส วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 14.42 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada
พยายามจะช่างเล่า

บางทีความเจ็บปวดที่ผ่านมาก็ทำเอาเราไม่กล้าเผชิญกับเส้นทางอันจำนำไปสู่ความรู้สึกแบบนั้นอีกนะคะ
ความคิดเห็นที่ 24
เจ้าชายเย็นชา วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 14.04 น.
http://www.oknation.net/blog/aiem

เขียนได้ดีมากครับ
อ่านจบแล้วอินเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 23
ภาษาหลากสี วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

ดูเรื่อง jusmine girl แล้ว หนังเศร้ามากค่ะ
ยิ่งคุณปลายนำมาเขียนแบบตัดต่อ กับ เรื่องชายหนุ่ม ยิ่งอ่านได้ละมุน เข้ากันดีน่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
ปลายมนัส วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 12.50 น.
http://www.oknation.net/blog/plymanas


ยโสธรโพนทัน >>>ความทรงจำแม้มันจะทำร้ายปลายบ้าง ทว่ามันก็งดงามเสมอในความรู้สึกปลายเช่นกันค่ะ

tatuk>>>เห็นด้วยเจ้าอ้ายตุ๊ก ที่ว่ารักที่ผ่านมานั้นดีเสมอ แม้ใครคนนั้นจะเดินพ้นไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีรักที่สาม สี่ ห้า กันได้ง่ายๆ เด้ออ้าย

immoon>>>ขอบใจจ้ะอิม...ขอบใจมากกับบทกวีดีดี ที่ชาตินี้ปลายไม่มีทางเขียนได้ดี (ฮา)

sat11>>>ไม่ยึดติดค่ะกับรักที่ผ่านพ้นไปจากตัว เพียงแต่ตราบใดที่ใครบางคนอย่างแจ่มชัดในใจ ใครอีกคนจะส่องสว่างอย่างไร หัวใจมันก็ไม่อยากมองค่ะ

romantic~>>>ไม่ได้ขยันพิมพ์ค่ะ แค่อยากเล่าเรื่องราว เผื่อว่าใครคนนั้นจะเดินผ่านมาอ่านเจอเข้าก็เท่านั้นเอง

เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์>>>ก็ไม่ได้ปิดค่ะ เพียงแต่ในใจมันยังไม่มีที่ว่างให้ใครเท่านั้นเอง

ผีเสื้อพเนจร >>>นี่ก็เป็นเส้นทางที่ฉันเลือกเดินด้วยตัวเองค่ะ เพียงแต่ตอนนี้การเดินคนเดียวมันก็มีความสุขดี
เพราะรู้จักสันดานตนดีว่า หากรักแล้วมันจะทุ่มให้จนแทบไม่หลงเหลือที่จะรักตัวเอง ตอนนี้โอกาสดีได้กลับมามีชีวิตคนเดียว ก็ขอรักตัวเองให้ชุ่มฉ่ำใจดีกว่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
ปลายมนัส วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/plymanas


ขอบคุณทุกความคิดที่เข้ามาทักทายกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 09.08 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

มาเยี่ยมครับ แม่ฮ่องสอน ขุนยวม สวยงามเสมอครับ
ความคิดเห็นที่ 19
ต้นบัวดิน วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 08.17 น.
http://www.oknation.net/blog/tonboudin

สวัสดีครับ เยี่ยมเยือนตอนเช้า ครับ
ความคิดเห็นที่ 18
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 22.21 น.
http://www.oknation.net/blog/cottonhut
ยังพอมีอุ่นไอความฝัน แบ่งปันกันไปตามประสา แวดวงคนหน้าใน 

เปิดโอกาสให้ตัวเอง
แล้วโลกทั้ใบ
จะเปิดโอกาสให้เธอ
ความคิดเห็นที่ 17
romantic~ วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 20.36 น.
http://www.oknation.net/blog/romantic


สวัสดีครับ..คุณปลายมนัส

ขยันพิมพ์ จริงๆ ขอชื่นชม...ในผลงานของคุณนะครับ
ผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบคุณครับผม
ความคิดเห็นที่ 16
sat11 วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เรื่องธรรมดาคิดอีกทีมันมีสิ่งไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน  ซึ่งมันเป็นเรื่องของแต่ละคน

อดีตก็คืออดีต

ใช้เตือนสติแต่อย่ายึดติดกับมันมาก

อย่าให้มันมีอิทธิพลแค่ใช้เป็นตัวช่วย

พูดง่ายทำยากเหมือนกันเนอะ
ความคิดเห็นที่ 15
แพรจารุ วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 18.09 น.
http://www.oknation.net/blog/parjaru
อยู่แบบบ้าน ๆ ในป่าเมือง

ภาพได้อารมณ์ความรู้สึกจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 14
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/ontheway

การเดินทาง ..บางทีมันก็วนกลับมาที่เดิมบ้าง ..แต่อย่าลืมว่า ยังไงก็ยังมีทางเดินออกไปนะครับ อยู่ที่เราเลือกทางเดินไหน ..จะเหมือนเดิม จะ(เหมือน)ใหม่ วันนึงเราจะเลือกทางเดินนั้นได้ นะครับ
..ชอบงานเขียนแบบนี้แหละครับ นอกจากจะได้ออกเดินทางไปพร้อมๆกับขนเขียนแล้ว เราจะยังได้รู้จักขนเขียน นั้นเพิ่มเติมด้วย
ความคิดเห็นที่ 13
inmoon วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 16.05 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

โล่งใจหน่อยค่ะ
...............................

แด่ ... ปลาย

1.
บางหน้าของบทชีวิต
พลิกลิขิตชีวิตหันเห
ดุจนาวาล่องลอยในทะเล
คลื่นเห่ลมร้าวอาทรนัก

2.
พลิกหน้าถัดไปเถิดชีวิต
ครึ่งหนึ่งขอลิขิตตามจิตฝัน
บ่ายหน้ามุ่งสู่แสงของตาวัน
กอบความฝันทิ้งความเศร้าไว้ริมทาง

< อินมูน >

* รักษาสุขภาพและมีความสุขน่ะค่ะ *
ความคิดเห็นที่ 12
tatuk วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 15.42 น.
http://www.oknation.net/blog/tatuk

รักที่ผ่านมาแล้วย่อมดีเสมอ...
มันดีแล้วที่ได้รักใครสักคนสองคนสามคน..สีห้าหก...

ความคิดเห็นที่ 11
สายลมเหนือ วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/maew141

แวะมาทักทายจ้า ว่างๆ เข้าอ่านบล๊อกเราบ้างนะ
ความคิดเห็นที่ 10
สายลมเหนือ วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/maew141

แวะมาทักทายจ้า ว่างๆ เข้าอ่านบล๊อกเราบ้างนะ
ความคิดเห็นที่ 9
inmoon วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

ขอบคุณปลายที่ชอบ + อิน " ก่อน " คงไม่ทำให้รู้สึกไม่ดีใช่ไหม
กวาดสายตาอ่านคร่าวๆ ไปหลายท่อนเหมือนกัน
งดงามเช่นเคย แต่เศร้าน่ะ ( ไม่กล้าทุ่มอ่าน )
คืองี้ คืนก่อน เจอเข้าไป 2 เอนทรี่ + 1 เพลง ติดๆ กัน
เล่นเอาซึมไปเลยแฮ่ะ ( จากปกติดีดีนี่แหล่ะ )
ตอนนี้ คิดมากก่อนคลิ๊กอ่าน .แล้วจะค่อยๆ ทะยอยมาอ่านวันละวรรค 2 วรรค น่ะ
ปล. ฝากทักทายคุณพูด้วยค่ะ .ไม่กล้าแวะบ้านเหมือนกัน.
ความคิดเห็นที่ 8
สายลมลอย วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/suankikran

งดงาม งดงาม
ความคิดเห็นที่ 7
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 11.23 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ประทับใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
inmoon