• กวีไกด์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dhamma_guide@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 7919
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
1 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
0 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
0 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 1 คน
วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน 2551
วาระแห่งชาติ วาระแห่งการศึกษา วาระแห่งปัญญาชน
Posted by กวีไกด์ , ผู้อ่าน : 142 , 14:14:58 น.   | หมวดหมู่ : ก็มันดันคิด...ไปถึงได้  
พิมพ์หน้านี้


วาระแห่งชาติ  วาระแห่งการศึกษา วาระแห่งปัญญาชน
                                                                 
                      
 เขียน ณ วันที่ 4-5 มกราคม 2550

กระแสเปาบุ้นจิ้น  กระแสแห่งกระบวนการยุติธรรม  ที่นับวันกำลังเดินหน้าเพื่อเอาผิดกับกลุ่มคนที่ถูกความคิดข้างหนึ่งของสังคมที่ตอบโจทย์ของประชาธิปไตยแบบไทย ๆ (ซึ่งความจริงประเทศไทยรับมาจากผลิตผลทางความคิดเพื่อปกป้องสิทธิของชาวตะวันตก) ว่า  ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง  แต่ต้องมีการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจถึงจะสมดุลอย่างที่เค้าว่ากันว่า  หากคนหนึ่งร้อน  คนหนึ่งต้องเย็น  จึงจะอยู่กันได้  อย่างที่เค้าว่ากันว่า  ขั้วบวกย่อมดูดขั้วลบ  แต่ก็แปลกที่ว่า  ทำไมประชากรไทย(ไม่ใช่พรรคการเมือง) ยังสวนกระแส  เปลี่ยนรสนิยมทางเพศกันจนกลายเป็นแฟชั่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง  มีทั้งทีเล่นทีจริงอย่างพวกชอบลองของ  และทองแท้ที่ไม่กลัวไฟอย่างที่เห็นกัน  เพราะที่แน่ ๆ แค่เห็นผู้ชายเดินคู่กันมาสองต่อสอง  เป็นต้องคิดไว้ก่อน สันนิษฐานตามความรู้สึกไว้ก่อนว่า “แฮ่!!! ไอ้นี่คู่เกย์”

ว่าก็ว่าเถอะ  ผมก็ยังยอมรับชุดความคิดที่ว่า  “ความหลากหลาย คือความสมบูรณ์” และที่แน่นอนเห็นผลชัดก็คือ การระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตประเทศของประชาคมตุลาการ  ซึ่งเป็นความหลากหลายทางความคิดที่นำไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องและเกิดประโยชน์  การระดมทุนจากประชาชนเพื่อสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม อย่างคนพิการ เด็ก หรือผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น  หรือคุณคิดว่าไม่ใช่  ก็ในเมื่อกว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัยได้ถึงขนาดเป็นนักศึกษาสายคณะมนุษยศาสตร์  สังคมศาสตร์  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ทุกคนก็ล้วนผ่านวิชาที่ตัวเอง Just say no มาทั้งนั้น  อย่างคนที่เก่งคำนวณ  มักจะไม่ได้เรื่องในวิชาท่องเพราะพวกนี้  ไม่ชอบอะไรที่อ่านไปแล้วต้องจำก่อนเข้าใจ  แต่ทว่าเขาต้องเข้าใจพิสูจน์สูตรได้ก่อน  แล้วค่อยจำสูตรไปใช้  นั่นแหละความต่างของวิธีคิด  แต่ไม่ว่าเขาจะเรียนสายไหนมา  วิทยาศาสตร์  หรือตรรกะ  ก็ยังเป็นโรคประจำตัวที่ติดเชื้อกันมาตั้งแต่สมัยที่วิทยาศาสตร์สามารถตอบโจทย์ของสิ่งมีชีวิตได้  

ก็ที่ต้องเรียนเหวี่ยงแหกัน  ก็เพื่อสร้างฐานทางความคิดที่มั่นคง  เมื่อโตพอที่จะเลือกทางเดินสายหลักให้กับชีวิตได้  และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก  หากพื้นฐานที่มีอยู่ไม่ดีพอ  การจะต่อยอดหรือสร้างขั้นบันไดชีวิตของตัวเองก็อาจพังครืนลงมา  คราวนี้ก็อยู่ที่ว่า  คุณยังจะสร้างบันไดขั้นต่อไป  แล้วค่อยมาอุดช่องโหว่  หรือคุณจะทำการซ่อมพื้นข้างล่างให้มั่นคงเสียก่อนแล้วสร้างบันไดต่อ  ส่วนนี้เป็นลิขสิทธิ์ทางความคิดที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี  ไม่มีใครออกแบบให้คุณได้

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด  จึงหนีไม่พ้นการสร้างคนที่มีฐานะเป็นมนุษย์ต้นแบบเพื่อขยายฐานทางความคิด  ไม่ใช่การนั่งมองกระดานลงทุน  อย่างคนมีปัจจัยเค้าทำกัน เพราะความเสี่ยงยังไม่เท่ากับศูนย์  อันนี้ Confirm!!!  และการจะสร้างมนุษย์ขึ้นมาสักคนหนึ่งก็เป็นเรื่องยากพอสมควร  อันนี้ต้องออกแบบไม่ใช่จะปุ๊บปั๊บแบบ one night stand  อย่างเยาวชนที่ถูกวัฒนธรรมตะวันตกครอบงำผ่านสื่อที่มากับผลกำไร  แต่ได้ทิ้งระเบิดเวลาไว้กับเยาวชนผู้เป็นแพะรับบาปโดยเฉพาะ  

เมื่อเรายอมรับว่าการศึกษา  คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดแล้วเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาคืออะไร  อย่างเป้าหมายของธุรกิจนี่ต้องกำไรสูงสุด  เป้าหมายของมนุษย์คือนิพพาน  จึงจะเกิดมาคุ้มกับเวลาที่เบื้องบนให้เกิดมาเพื่อใช้ปอดหายใจ  และมีสมอง  ส่วนตัวผมเองเชื่ออย่างสนิทใจว่าเป้าหมายของการศึกษา คือ การสร้างปัญญาชนไม่ใช่การสร้างเกียรตินิยมชนหรือฉลาดชนบางจำพวกที่คิดแต่จะเอาเปรียบคนเพื่อสร้าง “ตัวกูของกู” ชนิดที่ว่า  “กูรู กูนี่แหละแน่ !!!”

เมื่อคุณทราบถึงเป้าหมายหรือธงคำตอบแล้ว หลังจากอ่านโจทย์ข้างบน  คราวนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเชื่อว่า คือทุกคนที่ต้องมาร่วมกันใช้ฝีมือ ฝีมือ และฝีมือที่มีอยู่ลงมือกระทำในสิ่งที่มีค่าสูงสุดที่ประเทศชาติรออยู่  เสาะหาอัศวินขี่ม้าขาว(คนดี มีปัญญา) ซึ่งจะเป็นผู้นำที่หาญกล้าเปลี่ยนทิศทางการศึกษาบ้านเราที่ผิดมาตั้งแต่ต้นและผิดอย่างแท้จริงเสียที  แล้วก็อยากจะถามกลับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป้าหมายของพวกท่านคืออะไรกันแน่  ลองคิดดูสิ  ในแต่ละปีบัณฑิตที่ดีมีปัญญาต่อบัณฑิตที่ฉลาดคิดแต่อำนาจ เงิน อยู่ในอัตราส่วนเท่าไรแล้วที่เอาเข้ามาบริหารประเทศ  มันคนพวกไหนกันแน่  และถ้าคุณเชื่อเหมือนกับผม  การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบก็ไม่ใช่ปัญหา  ถ้าหากสังคมให้ความเสมอภาคแก่กัน ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิเข้าเรียนในระดับชั้นอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย  แต่ก็ยังไม่พอถ้ามีแต่สิทธิที่กฎหมายเขียนไว้  จึงต้องพ่วงโอกาสทางการศึกษาให้กับเขาด้วย  และรัฐเองต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ได้  ไม่ใช่ มหาวิทยาลัย คือบ่อน้ำสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม  เฉพาะนามสกุลคนชั้นนำ  โดยลืมมองชนชั้นล่างอย่างลูกหลานตาสี ปู่สา ยายมี ย่ามา  ที่เขาก็อยากให้ลูกหลานเขาได้เรียนสูง ๆ อยากให้เป็นนาย (ตำรวจ)  อย่างที่เค้าคิดกัน  ความรู้สึกนี้ผมยังทันได้ยิน  และตัวผมเองก็มีต้นทุนทางสังคมมาจากกระดูกสันหลังของชาติและยังภูมิใจในอาชีพของบรรพบุรุษที่สร้างความคิดทั้งหมดนี้ให้กับผม  

เพราะฉะนั้น  การสร้างปัญญาชน สมควรที่จะถูกตั้งเป็นวาระแห่งชาติได้แล้ว  แต่ต้องเป็นวาระแห่งชาติที่มียืนพื้นมาจากธรรมะเท่านั้น  จึงจะสร้างคนดี  มีปัญญาได้  และคำว่าธรรมะในที่นี้คือความจริงตามธรรมชาติที่ไม่ได้แบ่งแยกตามกฎเหล็กของแต่ละศาสนา  แต่เป็นข้อความจริงที่ไม่เคยตาย เป็นสามัญ  แม้ผู้ค้นพบจะได้ชื่อว่า “ปรินิพพาน” ไปแล้วก็ตาม

เมื่อคุณเดินมาตามทางที่ผมปูไว้ด้วยพรมแดงแล้ว  ต่อไปก็ต้องมาทำความเข้าใจถึงต้นทาง-ปลายทางในการศึกษาว่า จะสร้างคนดี มีปัญญาได้นั้น จะต้องผ่านบ้านทั้ง 4 หลังคือ  ข้อมูลดิบ(Data) ข้อมูลที่จัดระบบแล้ว(Information)  ความรู้ที่วิเคราะห์จากข้อมูลที่จัดระบบแล้ว(Knowledge) และปัญญาที่เกิดจากการใช้ความรู้ที่มีอยู่อย่างเป็นระบบด้วยการบูรณาการความรู้หลายแขนง (Wisdom)  เสียก่อนและถ้าสร้างมนุษย์ต้นแบบโดยผ่านกระบวนการเหล่านี้ได้  บ้านเมืองก็จะเต็มไปด้วยคนดี มีปัญญาที่จะตัดสินปัญหาที่เกิดขึ้นบนความชอบธรรม  ด้วยการเอาธรรมะมายุติ  ด้วยเจตนาและการกระทำที่บริสุทธิ์จากความโลภ โกรธและหลง  อย่างเพลงพุทธทาสท่อนหนึ่งที่ว่า “หากธรรมะไม่กลับมา โลกาจะวินาศ  มวลมนุษย์จะลำบาก  คนบาปจะครองเมือง”  ซึ่งถ้าหวนกลับไปคิดถึงประวัติศาสตร์  อนาคตมันก็มีทีท่าว่าจะเป็นไปได้  ถ้าไม่เชื่อก็รอดูต่อไป  เอาง่าย ๆ ลองนึกดี ๆ สิว่า  5 ปีที่ผ่านมานี้  มันคืออะไร  

นึกได้อย่าอมยิ้มละ  !!!
                                                                                                                                                 

     โดย ไพรพฤกษ์  

(ลิขสิทธิ์ในงานเขียนเป็นผลงานเจ้าของ ส่วนวิธีคิดและภูมิปัญญามาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทุกคนสามารถเลียนแบบได้)


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน