• กวีไกด์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dhamma_guide@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 69
  • จำนวนผู้ชม : 10118
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
1 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
0 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
0 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 1 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม 2551
ณ วันนี้...เทียนเล่มนั้น ยังมีความหมาย...อีกหรือ
Posted by กวีไกด์ , ผู้อ่าน : 73 , 13:52:19 น.   | หมวดหมู่ : การเมืองเรื่องตอแหล   ก็มันดันคิด...ไปถึงได้   ธรรมะเดี๋ยวนี้  
พิมพ์หน้านี้


“จุดเทียนเล่มน้อย ที่นำมาร้อยรวมกัน ประคองให้มั่นหลอมรวมกันให้เป็นดวงใหญ่...พ่อแม่พี่น้อง ขอจงมาคล้องดวงใจ จับมือกันไว้สู้ไปให้มันเต็มที่...หากใครย่ำยี พร้อมพลีถึงตายไม่หวั่น...ขอเอาพระธรรมนำหน้าเข้าฝ่าประจัน...”

นี่เป็นบทเพลงปลุกใจที่ยังคงใช้ได้จวบจนวันนี้ วันที่บ้านเมืองเรากำลังจะถูกโจรทางการเมืองเอาเงินฟาดหัวประชาชนและปล้นสะดมเงินประเทศชาติ ยังไงก็ตาม ทุกครั้งที่ผมได้ยินบทเพลงนี้ ความรู้สึกบางอย่างก็กระตุ้นให้ผมคิดเสมอว่า ครั้งหนึ่งผมเองก็ได้ลงไปร่วมแสดงเจตนารมย์บางอย่างที่ชัดเจน ว่าผมไม่ต้องการ นักการเมืองที่คิดชั่ว ปากดี และทำเลวมาเป็นผู้บริหารบ้านเมืองที่ผมอยู่ตอนนี้

...เอาเป็นว่าวันนี้มาบ่น ก็แล้วกัน เบื่อ เซ็ง ทุกครั้งที่เห็นอะไรก็ตามไม่เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น แม้ว่าเราจะเดินไปสู่อุดมคติทางทฤษฎีถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่การเข้าใกล้ความเป็นอุดมคติมากที่สุดมิใช่หรือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ก็นั่นแหละ บ้านเมืองหากถูกจัดวางระบบไว้ดีแล้ว ระบบในที่นี้คือระบบกฎหมาย ไม่มีทางหรอกที่จะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะนักวิชาการที่เคารพหลักการ เชื่อว่าระบบจะเป็นตัวจัดการปัญหาด้วยตัวมันเอง แต่เอาเข้าจริง ถามซิว่า ตัวรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งกฎหมายอื่น สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองบ้างหรือไม่ มีไปกฎหมายเป็นร้อย ๆ ฉบับ เอาเข้าจริง ความผิดตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ก็ยังมีให้เห็นอยู่บานเบอะ เฮ้อ บอกตรง ๆ ครับว่า เหนื่อยใจ เอาละนั่น อาจเป็นเพราะเราไม่สามารถบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายได้ นั่นคือ กฎหมายขาดสภาพบังคับ ซึ่งมันก็ไม่ต่างหรอกกับการที่กฎหมายถูกฉีกลงไปโดยปริยายหรือไม่ก็เป็นเพราะว่า โทษที่ลง ยังไม่หนักพอที่จะปรามให้คนที่คิด พูด และกระทำผิดจะละอายชั่วและกลัวต่อบาปได้ จนในที่สุดก็หยุดกระทำมัน

ณ วันนั้น ผมจำได้จนวันนี้ว่า เคยได้ยินคนแก่คนหนึ่งพูดไว้ว่า “เค้ากลัวจนต้องกล้า” ผมศรัทธาและชื่นชมในสิ่งที่เขากำลังทำ ผมเองคิดว่า เค้าไม่ได้ทำมันเพื่อตัวเค้า แต่เพื่อลูกหลานเรา ที่จะสามารถยืนผงาดได้โดยความสามารถของเราเอง ไม่ถูกนายทุน คนมีเงิน เล่นพรรคพวกใช้วิธีการสกปรกเข้าสู่อำนาจ สู่การงาน ซึ่งไม่ได้ใช้ความสามารถตัวเองล้วน ๆ หากแต่เพราะความมีน้ำใจซึ่งกันและกันในทางที่ชั่วร้าย นั่นละ สิ่งที่ผมเห็นว่า เขากำลังทำในขณะนั้น เป้าหมายหนึ่งก็คือ เพื่อปฏิวัติความรู้ ปฏิวัติวงการสื่อสารมวลชนที่เชลียร์ผู้มีอำนาจในทางการเมือง ไม่คำนึงถึงหลักวิชา ในการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา กล้าพูดความจริง อย่างที่เค้าผู้นั้นกล่าวไว้อีกหนึ่งวลีว่า “สังคมเราต้องมีคนที่กล้าบ้าง” ซึ่งนั่นก็ไปสอดคล้องกับแนวทางของปัญญาชนสยามอีกท่านที่ต้องการให้คนในสังคมไทยนั้นมี “ความกล้าหาญทางจริยธรรม” กล้าที่จะพูดความจริงเพื่อปกป้องคนดี และปรามคนชั่วให้เตือนตัวเองก่อนคิดทำเลว

คนแก่คนนั้น เริ่มสู้จากตัวคนเดียว เค้ายืนอยู่บนความไม่แน่นอนตลอดเวลา ยืนอยู่บนความเสียงต่อชีวิตไม่น้อย จนสักพักเมื่อแสงสว่างเริ่มปรากฏจากเทียนเล่มแรกไปเรื่อย ๆ   ก็มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งต่อเทียนเล่มนั้นติดมา เห็นชอบในสิ่งที่เค้าคิดและทำ ก็เลยหันมาจับมือร่วมต่อสู้กับเค้า จากวันนั้น ผ่านมาจนวันนี้ ระยะเวลาทำให้ผมเองเริ่มสงสัยในความไม่ชอบมาพากลของเค้าและกลุ่มคนบางกลุ่มว่า สิ่งที่เค้าพยายามทำก็เพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่างที่เป็นผลพลอยได้หรือไม่ เพื่อเรียกอำนาจที่ไม่ปรารถนามาช่วยเหลืออีกใช่ไหม บางครั้งสิ่งที่เขาทำลงไป ผมก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมดหรอกหรอก ซึ่งก็เป็นธรรมดา ที่ผมจะเอาใจออกห่างไปบ้าง แต่ก็ไม่ห่างเกินที่จะเอาใจมาหลอมรวมกับเค้าอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับตัวผมเอง ! หากทว่า ความเชื่อเดิม ๆ ที่ผมมองเห็นและรู้จักจากตัวเค้าคนนั้น ยังไม่ผุกร่อนและเจือจางสลายไป... พ.ไพรพฤกษ์

--------------------------------------------------------------------------------------------

คุณโยม...จะบ่นกันไปทำไม ก็ในเมื่อ ความจริงทุกปัญหามีทางแก้อยู่วิธีเดียวคือ การที่ทุกคนเอาธรรมะมาเพาะบ่มในหัวจิตหัวใจของตัวเองด้วยการเจริญสติ สมาธิ และปัญญา เพื่อความไม่เห็นแก่ตัวในทุกระดับ อย่างที่ท่านพุทธทาสเคยปรารภสัจธรรมข้อหนึ่งไว้ว่า “หากธรรมมะไม่กลับมา โลกาจะวินาศ มวลมนุษย์จะลำบาก คนบาปจะครองเมือง”  ซึ่งถามว่า ที่ครองเมืองอยู่ทุกวันนี้ ใช่ไหมคนบาป อันนี้ก็สุดแท้แต่เรา ๆ จะคิดอ่านกัน สำหรับผมเชื่อว่า นี่คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้บ้านเมืองเราอยู่รอดและเดินต่อไปได้อย่างถูกทาง หากว่า มีการสั่งสมบารมีในทางธรรมกันตั้งแต่ออกมาจากรกจนไปสู่เชิงตะกอน หากทุกคนปฏิบัติตามธรรมะที่องค์พุทธะทรงค้นพบและแสดงไว้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งแห่งหนใหญ่ขนาดไหนก็ตาม ก็จะเป็นมงคลแก่ชีวิต และนั่นเท่านั้น เป็นทางออกสุดท้าย เพราะธรรมะเป็นความจริงแท้ที่ตอบปัญหาทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ตอบปัญหาได้ถึงขนาดว่าเหตุใด การเมืองจึงเป็นเรื่องตัณหา แล้วผู้ที่มีตัณหา เห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด ไม่ควรค่าแก่การเข้าสู่ถนนการเมืองเอาเสียเลย พอเถอะเลิกขังตัวเองไว้ในกรงแห่งโลภะ โทษะ โมหะได้แล้วลุง...เอ้ย พุทธองค์ยังทรงเมตตา ขอจงออกมาจากกับดักทางความคิดของตัวเองซะ ก่อนที่มันจะถลำลึกลงไปแล้วจะไม่มีทางหลุดออกจากวัฏสงสารได้อีกเลยในชาตินี้...  


ปล.ความเรียงตรงนี้ แต่งขึ้นมาจากความรู้สึกที่ผมได้อ่าน ข่าวข้างล่างตรงหน้านี้

“สนธิ” แย้มการเมืองใหม่ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ สาระสำคัญเป็นการให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่ผูกขาดเฉพาะนักเลือกตั้ง ระบุประชาชนทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศตื่น และออกมาทวงอำนาจคืนแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ช่วยกันต่อเทียนแห่งปัญญาให้สว่างไสวทั่วแผ่นดิน
       
       นายสนธิ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้ใช้ความคิดและพบความมหัศจรรย์โดยพบว่าตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาตั้งแต่ปี 2475 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 76 ปี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย แต่ 39 วันที่ผ่านมากลับมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย
       
       “วันนี้กล้าพูดได้ว่า ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ มากหรือน้อยแตกต่างกันไป ต่างยืนยันว่าคนจะไม่ยอมรับการปกครองโดยพรรคพลังประชาชนอีกต่อไป และต้องการยึดอำนาจของตัวเองกลับคืนมาอีกด้วย” แกนนำพันธมิตรฯผู้นี้ระบุ
       
       นายสนธิ กล่าวว่า การเมืองใหม่ที่ตนเองจะนำมาพูดในวันศุกร์นี้จะเป็นการให้โอกาสพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ผูกขาดเฉพาะนักเลือกตั้งเท่านั้น และว่าการต่อสู้ที่ผ่านมา 39 วัน 39 คืนได้สร้างความเปลี่ยนแปลง ถ้าใช้ต่อไปใช้เวลาเป็นปีแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงในชาติมากกว่านี้มันก็คุ้ม เป็นการต่อสู้ด้วยพลังบริสุทธิ์ ที่นักการเมือง นักเลือกตั้งหาไม่ได้
              
       นายสนธิ ยังฝากไปถึงนักวิชาการทั้งหลายที่อ้างว่าอยู่กลางๆทั้งหลายให้ออกมาดูการเมืองประชาชนที่เต็มไปด้วยข้อมูลมีนัยยะทางรัฐศาสตร์อย่างไรบ้าง และย้ำว่าการเปลี่ยนครั้งนี้จะไม่ใช่เป็นการรัฐประหารไม่ใช่เปลี่ยนแปลงจากนายพลเอกคนนี้ไปสู่นายพลเอกอีกคนหนึ่ง ซึ่งเราจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น
       
       “ผมอยากเรียกร้องให้พี่น้องช่วยกันต่อเทียนกันต่อไปเรื่อยๆ ด้วยแสงธรรมแห่งแสงเทียนแห่งปัญญาให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน” นายสนธิ ระบุ

ขอบคุณภาพดีดี จาก
http://i99.photobucket.com/albums/l299/chathip/56980418.jpg
http://www.nstlearning.com/~km/wp-content/uploads/2007/01/buddha2.jpg


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
กวีไกด์ วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 12.49 น.
http://www.oknation.net/blog/poetguide


"สนธิ"ลั่นล้างการเมืองสามานย์ชูการเมืองใหม่-ปชช.มีส่วนร่วม

"สนธิ" ประกาศต้องทำลายการเมืองระบบเก่าที่เอื้อเฉพาะทุนสามานต์ผูกขาดเกาะกินบ้านเมืองจนถึงกระดูกให้หมดสิ้นไป พร้อมจุดประกายการเมืองใหม่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางประเทศอย่างแท้จริง และต้องกำหนดหลักการปกครองประเทศร่วมกัน

วานนี้(4 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวชื่นชมพี่น้องที่หลั่งไหลมาทั่วสารทิศ ทุกชนชั้นมาด้วยหัวใจเดียวกัน เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่จังหวัดกระบี่ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้เจอ นั่นคือการปฏิเสธการเมืองแบบเก่า

นายสนธิ ย้ำว่า เมื่อปี 2549 พี่น้องได้ร่วมกันขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไปแต่ครั้งนี้นอกจากทักษิณต้องติดคุกแล้วจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ มาวันนี้คนไทยต้องฉุกคิดว่า ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการเมืองตั้งแต่ปี 2475 จนถึงวันนี้ 76 ปีแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้มีการร่างรัฐธรรมนูญร่างแล้วร่างอีกจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นทุนสามานต์ มีพรรคการเมืองที่เหมือนบริษัทจำกัด

แกนนำพันธมิตรฯผู้นี้ระบุว่า การเมืองเน่าเริ่มมาตั้งแต่ยุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เพราะมีทุนเข้ามา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คงไม่มีคนสติดีคนไหนที่ใช้เงินถึง 15-30 ล้านเพื่อให้ได้เข้ามานั่งในสภาแล้วรับเงินเดือนเดือนละแสนกว่าบาท เปรียบพรรคการเมืองเป็นแก๊งแล้วก็ต้องมีอันธพาลการเมืองอีก อย่างไรก็ดีในสมัยก่อนยังไม่มีคนที่ที่กล้าทุ่มเงินเป็นหมื่นๆล้าน ซึ่งก็เอาเงินมาจากกำไรจากการลดค่าเงินบาทในช่วงนั้น

นายสนธิ กล่าวว่า การเมืองระบบเก่ามีแต่ตัวแทนทุน แต่ไม่มีตัวแทนอาชีพ พร้อมเปรียบเทียบประเทศไทยเป็นผลประโยชน์ต้องมีการจัดสรรให้เท่าเทียมกัน แต่ปัจจุบันถูกผูกขาดจากคนเพียงกลุ่มเดียวหรือไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ทั้งที่คนไทยทุกคนต้องเป็นเจ้าของ

"คนไทยมีสิทธิแค่ 4 วินาทีตอนหล่อนบัตรเลือกตั้งจากนั้นนักการเมืองไม่เห็นหัวแล้วนำสิทธินั้นของเราไปทำอะไรก็ได้ นี่คือความฉิบหายของบ้านเมืองนี้ เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงกกต.ใหม่เงินก็ยังสามารถง้างได้อีก หรือถ้ามีการยุบสภาแล้วมาขากถุยแล้วจ่ายอีกคนละ 300-500 บาทแล้วย้ายข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ผู้ว่าฯ เลือกตั้งก็เข้ามาอีก 300-400 เสียง แล้วอ้างว่าประชาชนเลือกผมมา" นายสนธิระบุ

นายสนธิ กล่าวยกตัวอย่างกรณีปราสาทพระวิหาร มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วมีการย้ายอธิบดีกรมสนธิสัญญา ย้ายเจ้ากรมแผนที่ทหาร เลขาธิการสภาความมั่นคงเพื่อแลกกับสัมปทานน้ำมันแก๊ซธรรมชาติ ดังนั้นการเมืองแบบเก่ายังมองไม่เห็นผลดี มีแต่กัดกินไปถึงกระดูก ตับไตใส้พุง ต่อไปถ้าใครมีเงินหมื่นล้านมันก็ซื้อประเทศไทย สามารถเปลี่ยนแปลงสถาบันกษัตริย์ได้

นายสนธิ ยังได้ยกตัวอย่างการเมืองแบบเก่าที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จากกรณีใช้เสียงข้างมากในการแปรรูปปตท.กรณีงุบงิบขึ้นราคาน้ำตาล

"การเมืองเก่าคือแก๊งอันธพาล แก๊งขายชาติ ต้องทำลายให้พินาศฉิบหาย นอกจากทักษิณ ต้องติดคุกเฉลิม สมัครต้องออกไปแล้ว ไหนๆเราก็มากันแล้ว ต้องทำมากกว่านี้ เวลานี้พี่น้องทั่วประเทศเริ่มลุกขึ้นมาแล้ว ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญอีกกี่ครั้งก็เป็นแบบนี้ เพราะเป็นการลงทุน" นายสนธิระบุ

นายสนธิ กล่าวถึงการเมืองใหม่โดยตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยตั้งคำถามว่าประเทศไทยคืออะไร เพราะประเทศไทยเป็นที่รวมของทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ ศาสนา การเมืองเก่าไม่เกิดโอกาสให้คนดี ประเทศไทยประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งเชื้อพระวงศ์ ศักดินา ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน คนยากคนจนแต่จะทำอย่างไรที่จะออกแบบให้ทุกส่วนได้มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ผูกขาด นี่คือตุ๊กตาที่วางเอาไว้ให้ช่วยกันขบคิดกัน

"การเมืองใหม่คือการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมให้บทบาทภาคประชาชนในการบริหาร กำหนดทิศทางของประเทศเช่นกัน จะปล่อยให้ครม.บริหารเพียงลำพังไม่ได้ เพราะมีบทเรียนมาแล้ว ที่ผ่านมาเคยพูดถึงระบบ 70-30 ซึ่งเป็นแค่ตัวเลขตุ๊กตาเท่านั้น" นายสนธิ ระบุและว่าเราต้องเริ่มต้นด้วยการขอฉันทมติทั่วประเทศ เพื่อหาหลักการปกครองประเทศก่อน จากนั้นไปขอประชามติแล้วออกแบบเป็นกติการ่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร ให้ช่วยกันนำไปคิด

นายสนธิ กล่าวถึงสถานะของตำรวจว่าควรเป็นอย่างไร ตำรวจนครบาลไม่ควรขึ้นกับ ผบ.ตร. แต่ควรขึ้นกับผู้ว่ากทม.และตัวผบ.ตร.ต้องมาจากการคัดเลือกขององค์กรอิสระ ส่วนบทบาทของทหารการโยกย้ายแต่งตั้งไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีกลาโหม แต่ให้อยู่ในการพิจารณาของสภากลาโหมที่ไม่มีรัฐมนตรีกลาโหมรวมอยู่ด้วย เมื่อได้รายชื่อก็นำขึ้นทูลเกล้าฯในฐานะที่ทรงเป็นจอมทัพวินิจฉัย เป็นต้น การเมืองใหม่ก็เหมือนกับการเอาประเทศไทยของเราคืนมาแล้วทำประเทศนี้ให้ดีขึ้น ทำเพื่อลูกหลานของเราในวันข้างหน้า

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2551 22:53 น.


ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/07/2008 เวลา : 14.57 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ความคิดเห็นที่ 1
อธิฏฐาน วันที่ : 03/07/2008 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
เพราะคุณเป็นมากกว่าเพื่อน

ความกล้าหาญทางจริยธรรม
..........
ชอบคำข้างบนค่ะ มีประชาชนเป็นจำนวนมากเห็นความไม่ถูกต้อง แต่ยังเมินเฉยเพราะขาดผู้นำ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน