'ชีวิตคือความอ้างว้างอันแสนอุ่น' * ในม่านฝุ่นบนปก สัน ชั้นหนังสือ วันเวลาแสนนานเหล่านั้นคือ ความหลงลืมที่กระพือเข้าปกคลุม **
ค่อยค่อยคลี่ทีละหน้า-ทีละหน้า บางทรงจำล้ำค่าคล้ายรอยหลุม กลายสีซีดเหลืองจางในบางมุม ครั้งน้ำตาชื้นชุ่มสะเทือนใจ
คือหนังสือกวีนิพนธ์ของคนเศร้า ระบายเหงางดงามยามหวามไหว กลายรสแห่งความหมางของบางใคร ถ่ายทอดไว้วาดคำย้ำอารมณ์
ค่อยปัดฝุ่น ฟุ้งเหงาจนเข้าใจ รสอักษรตอนใดให้โศกสม นึกภาพผ่านฝุ่นอักษรที่นอนจม เจ้าโศกตรมเสียใจเพียงไรแล้ว
------------------------------------------------------------------- * อักษรตัวหนา จากเรื่องสั้น 'นัยน์ตากระต่าย' ของ ชัชวาลย์ โครตสงคราม ** ทั้งบทแรก จากกวีนิพนธ์ คนรักของความเศร้า ของ อังคาร จันทาทิพย์ ในบทกวีที่ชื่อ 'ฝุ่นบนชั้นหนังสือ' ภายหลังจากสมัครสมาชิกและทิ้งร้างไว้นานพอสมควร ถึงควรจะหวนกลับมาปัดฝุ่นบนชั้นหนังสือก็กลับเข้าไม่ถึง ห้องหนังสือนี้กลับถูกปิดด้วยรหัสที่เราลืมไปเสียแล้ว หลายครั้งที่เหลียวไปแลมา ด้วยความอาลัยอยากเข้ามาเยี่ยมเยือนชั้นหนังสือเหล่านี้ก็ทำให้พยายามค้นหาจนในที่สุดแล้วเราก็เข้ามาถึงเสียที ฝุ่นที่เกาะเหล่านั้นล้วนบอกเวลาถึงระยะเวลาที่ผ่านไป เมื่อกลับมาเปิดกวีนิพนธ์บางเล่มก็เพิ่งรู้ว่ามันเป็นเรื่องราวหลายต่อหลายเรื่องที่บางกวีได้ร้อยเรียงด้วยความสะเทือนในหัวใจยิ่ง มองภาพแห่งโลกภายนอกด้วยดวงตาแห่งกวี แล้วร้อยเรียงสำเนียงคำย้ำอารมณ์ให้รู้สึกได้เพียงอ่าน หากยิ่งพินิจก็กลับทำให้ได้รับรู้สารสำคัญหลายประการที่สะท้อนสังคมอย่างไม่อาจหลีกหนีได้พ้น พอปัดฝุ่นและทำความสะอาดเพื่อต้อนรับเพื่อน ๆ ที่จะแวะเวียนเข้ามาค้นหนังสือกวีนิพนธ์อ่าน ก็กลับต้องสะเทือนใจอาลัยอาวรณ์ยิ่งกว่าเมื่อ แสงรุ้งหนึ่งที่เคยทอทาบบนน่านฟ้าแห่งสยามมานานนับแล้วนั้นได้ดับสิ้นลง แต่ก็เป็นได้เพียงนั้น เพราะแสงนั้นก็กลับเรืองรองสู่สรวงสวรรยาอย่างไม่มีสิ้นสุด กระผมหนึ่งในประชาชนผู้ที่ได้เหยียบย่ำบนขวานทองก็มิอาจจะกลัดกลั้นความรู้สึกอันสุดแสนอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นนั้น จึงเลื่อนการเปิดบ้านเป็นวันนี้ "ยินดีต้อนรับ" ขอขอบคุณที่ทุกคนได้เข้ามาเยี่ยมชม |