*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2941831
  • จำนวนผู้โหวต : 535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 535 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 783 , 12:56:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มีลูกชายที่ฝักใฝ่คนเสื้อแดง ส่วน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ก็มีลูกสาวที่หลงไหล 'ปู' ยิ่งลักษณ์ 

คล้ายกัน โดยที่คุณชายทั้งสองท่านก็ปล่อยให้ลูกทำตามใจตัวเองเหมือนๆกัน

 

 

'น้ำเพชร-น้ำเขื่อนแก่งกระจาน'

    
 

      ถ้าผมเป็น "น้ำ".........

      ขอบอกชาวเมืองเพชรฯ ให้สบายใจได้ว่า ปีนี้ขอบาย

      ไม่เข้าไปท่วมหรอก!

      เพราะเขินสื่อ แหม...ยังกะถูกโรค "เซเปียน-เซน้ำน้อย" ที่อัตตะปือหลอน

      ล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานตามภววิสัย แล้วจะแวะเข้าไปหาขนมหม้อแกงในเมืองกินบ้างเท่านั้น

      สื่อนับถอยหลังกัน ยังกะมาจมเมืองจริงๆ!

      เรื่องภัยธรรมชาติ "ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ" ทุกวันนี้ ไม่เพียงที่เพชรบุรี ที่เหนือ ที่อีสาน หรือที่ไหนๆ

      ทุกที่ในโลก.........

      มันกลายเป็นเรื่อง "ถึงตัว-ถึงชีวิต" ของคน "ทุกคน" ไปแล้ว

      ในภาวะ "โลกเปลี่ยนสภาพ"..........

      การไม่ประมาทเป็นเรื่องดี แต่ถ้าตื่นตกใจจนเกินการ ก็ไม่เกิดประโยชน์

      นั่นคือ ทุกข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหว นอกจากสนใจแล้ว ต้องเติมสติเพื่อวิเคราะห์-ใคร่ครวญเข้าไปด้วย

      ไม่งั้น จะเตลิดตามกัน น่าสมเพช

      ตอนนี้ คนเพชรบุรีเอง "รู้ตามสภาพ" คงตื่นเต้นน้อยกว่าคนนอกพื้นที่ ซึ่งรู้ "ตามข่าว"

      แต่คนในพื้นที่ ที่นั่งผวา-นอนผวาจริงๆ ตอนนี้ ต้องที่กาญจนบุรี

      ผวาเรื่อง "เขื่อนแตก"!   

      ท่าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช กับท่านอาจารย์เสรี ศุภราทิตย์ กูรูเรื่องน้ำ

      เวลาท่านออกข่าวเตือน เรื่องน้ำ เรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องแผ่นดินไหว เกี่ยวพันถึงเขื่อนวชิราลงกรณ (เขาแหลม) และเขื่อนศรีนครินทร์ (เจ้าเณร)

      พยายามสรรคำสวยๆ ใช้แทนคำว่า "เขื่อนแตก" ในการเตือนหน่อยได้ไหมครับ ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง

      โดยเฉพาะท่าน ดร.สมิทธ...........

      ฝนตั้งเค้า ฟ้ามืด ทีไร ชอบเตือนกระเดียดไปทางนั้น จนคนเมืองกาญจน์จะเป็นโรคประสาทกันไปหมดแล้ว   

      เพราะคำนึง ก็...ให้ระวัง แผ่นดินไหว.......

      เขื่อนเขาแหลม-เขื่อนเจ้าเณร จะแตก

      เพราะอยู่ใกล้ "รอยเลื่อนสะแกง" น้ำจะทะลักจมเมืองกาญจน์ ยันกรุงเทพฯ!?

      เนี่ย ทุกคนซาบซึ้งในความหวังดีและห่วงใยของท่าน แต่แหม.....

      ย้ำคำว่า "เขื่อนแตก" บ่อยๆ มันเป็นหวังดีที่ซาดิสม์ จนชาวบ้าน-ชาวเมือง กินไม่ได้-นอนไม่หลับกันไปหมดแล้ว!

      เรื่องเตือนล่วงหน้า เป็นเรื่องดี

      อย่างกรณีน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน ต้องเข้าใจว่า สปิลเวย์ ก็คือ "ทางระบายน้ำ"

      น้ำจากสปิลเวย์ ไม่ใช่น้ำล้นตัวเขื่อน

      หากแต่เป็นน้ำที่ระบายออกไป ตามเทคนิคควบคุมน้ำในเขื่อน ให้อยู่ในระดับปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เขื่อนเสียหาย

      ซึ่งเป็นเรื่องปกติ..........

      อย่างตอนนี้ "สื่อ-ชาวบ้าน" ตื่นตัว นับเป็นเรื่องดี

      กระตุ้นให้ "กรมชลประทาน" และเจ้าเมือง ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่แรก

      เจ้าเมืองและกรมชลฯ รู้ธรรมชาติเมือง รู้เส้นทางน้ำ รู้ความหนักเบา ของน้ำแต่ละปี จากแก่งกระจาน ที่มาลงแม่น้ำเพชรบุรีอยู่แล้ว

      เรื่องท่วม มันอาจต้องท่วมบ้าง ธรรมชาติเมืองเป็นอย่างนั้น

      แต่การไม่ให้ท่วมถึงขั้นวิกฤติเกินการ........

      กรมชลฯ-จังหวัด ต้องแสดงประสิทธิภาพในตำแหน่ง-หน้าที่ บริหาร-จัดการ ให้ได้

      ดู "ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์" อดีตเจ้าเมืองเชียงราย เป็นตัวอย่าง!

      ขาดเหลืออะไร "ภาครัฐ" สนับสนุนทุกอย่างฉับพลันอยู่แล้ว

      ฉะนั้น เจ้าเมืองเพชรบุรี กรมชลประทาน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบงานพื้นที่โดยตรง

      ต้องแสดงฝีมือให้คนเพชรบุรีเชื่อถือ-ศรัทธา ต้องไม่ชะเง้อ รอให้รัฐบาลลงไปชี้นิ้วบัญชาการ รับหน้าเสื่อเอง

      อย่างน้ำท่วมใหญ่ปลายปี ๕๔......

      เพราะรัฐบาล "นักการเมือง" เสือกเป็นกองหน้า ทำตัวรู้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ

      ไปสั่งโน่น-สั่งนี่เขา เอาอยู่..เอาอยู่ เลยพังทั้งเมือง!

      "แม่น้ำเพชรบุรี" ที่กำลังพูดกันตอนนี้.......

      รู้กันหรือเปล่า ว่ามีความสำคัญ "คู่บ้าน-คู่เมือง" ขนาดไหน? 

      ผมเองก็ยังไม่รู้ จนได้อ่าน "ศิลปวัฒนธรรม" ฉบับเดือน กันยายน ๒๕๔๘ จากบทความคุณ "ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย"

      เรื่อง "น้ำเสวยที่โปรดปราน"

      พูดถึงนิตยสารรายเดือน "ศิลปวัฒนธรรม" ถือโอกาส ขอบคุณ และเกรงใจ เป็นที่ยิ่ง

      เป็นยี่สิบปีมาแล้ว ส่งให้ผมอ่านทุกเดือน

      พ็อกเกตแมกกาซีน ต่วย'ตูน เช่นกัน หลายปีดีดัก ส่งให้ไม่เคยขาด

      ก็เกรงใจ ด้วยเข้าใจหัวอกคนผลิตหนังสือ แกะถุงอ่านทีไร ก็แอบตั้งใจ จะส่งค่าสมัครเป็นสมาชิกรายปีทีนั้น

      ก็ได้แต่ตั้งใจ ยังไม่ได้ทำตามใจที่ตั้งซักที พูดแล้วก็อาย

      วันนี้ ขออนุญาต "ศิลปวัฒนธรรม" และคุณ "ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย" นำบางส่วนที่ลงเว็บไว้มาเป็นวิทยาทานนะครับ

      “—เรื่องน้ำเพ็ชรนี้ เคยทราบมาแต่ว่า ถือกันว่าเปนน้ำดี เคยได้ยินพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่  ๕ รับสั่งว่า นิยมกันว่า มีรสแปลกกว่าลำน้ำเจ้าพระยา

        และท่านรับสั่งว่า พระองค์เองเคยเสวยน้ำเพ็ชรเสียจนเคยแล้ว เสวยน้ำอื่นไม่อร่อย จึงต้องส่งน้ำเสวยมาจากเพ็ชรบุรี—”

        เป็นข้อความในพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวถึงเรื่องน้ำในลำน้ำเพชรบุรี ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเสวยกว่าน้ำในแม่น้ำอื่น

        สมัยต้นรัตนโกสินทร์ น้ำเสวยก็คือน้ำฝนและน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนที่ใสสะอาดและนำมาผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เป็นน้ำบริสุทธิ์สำหรับเสวย

        แต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบว่า น้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี เป็นน้ำที่มีรสชาติอร่อยกว่าน้ำในลำน้ำอื่นๆ

        จึงโปรดให้ตักน้ำจากแม่น้ำนี้ส่งเข้ามาเป็นน้ำเสวยจนตลอดรัชสมัย

        น้ำเพชรที่โปรดให้เป็นน้ำเสวยนี้ ตักจากตำบลท่าชัย ซึ่งเป็นตำบลที่อยู่เหนือตำบลบ้านปืนขึ้นไปไกลจนหมดหมู่บ้านราษฎร เป็นทางน้ำที่ไหลผ่านกรวดทรายจึงเป็นน้ำใสสะอาด         วิธีทำน้ำเพชรให้เป็นน้ำเสวยนั้น มีหลายขั้นตอน เจ้าเมืองเพชรบุรี มีหน้าที่ควบคุมดูแลแต่ละขั้นตอน นับตั้งแต่ตักน้ำ และนำมาต้มในกระทะใบใหญ่ แล้วถ่ายเก็บใส่ตุ่ม

        เมื่อเย็นลง จึงกรองในหม้อกรองใหญ่ ทำด้วยปูนลักษณะคล้ายลูกปัศตัน ปากกว้างประมาณ ๕๐  เซนติเมตร ลึกประมาณ ๖๐-๗๐ เซนติเมตร

        โดยให้น้ำหยดจากเครื่องกรองลงตุ่มที่รองรับอยู่ข้างล่าง น้ำที่หยดลงมานี้ จึงเป็นน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์

        เมื่อจะนำส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่กรมกอง น้ำเสวย น้ำสรง จะเป็นผู้รับผิดชอบ มารับน้ำนำเก็บไว้ในโรงใหญ่ ซึ่งรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวดกวดขัน

        ถึงเวลานำน้ำขึ้นถวายจะบรรจุหม้อกรัณฑ์ ซึ่งเป็นหม้อดินเผาปั้นด้วยฝีมือประณีต มีฝาปิดเป็นจุกยอดแหลมและผูกผ้าขาวตีตราครั่ง นำส่งคุณพนักงานฝ่ายใน สำหรับเป็นน้ำเสวยต่อไป

        รัชกาลที่ ๕ เมื่อคราวเสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี ในรัชกาลของพระองค์ น้ำเพชรเป็นน้ำเสวยที่โปรดปรานดังปรากฏในพระราชดำรัสและหนังสือถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดน้ำเสวยอยู่เนืองๆ

        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเสวยน้ำเพชรตลอดมา มีบางคราว ที่มีเหตุขัดข้องต้องงดตักน้ำเมืองเพชร ต้องเสวยน้ำแม่น้ำอื่น ก็ทรงทราบความผิดปกติทันที

        ครั้งหนึ่ง โปรดให้มีการหาน้ำอร่อยแทนน้ำเพชรโดยให้หลวงศักดิ์ นายเวรจัดน้ำกรอกใส่ขวดเหมือนกัน ๔ ขวด คือน้ำฝน น้ำเพชร น้ำบ่ออาติเชียน น้ำกลั่น

        เมื่อเสวยน้ำ โดยทรงอมให้รู้รสชาติเสียก่อนจึงกลืน มีน้ำขวดหนึ่งอร่อยกว่าทั้งหมด ปรากฏว่าน้ำขวดนั้น คือน้ำเพชร

        จึงมีพระราชดำริว่า น้ำอีก ๓ ขวด จะบริสุทธิ์เกินไปกว่าพระศอที่เคยเสวย ทำให้เสวยไม่อิ่ม และไม่ระงับกระหาย จึงโปรดให้จัดน้ำเพชรเข้ามาให้เสวยต่อไป

        จนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ยังคงโปรดเสวยน้ำเพชรอยู่ ดังที่มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับรสชาติของน้ำเพชรว่า

        “—ในส่วนตัวเราเองมิได้เคยถือนักดอกในเรื่องน้ำกิน แต่ต้องสารภาพอย่างหนึ่งว่า จะเปนเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบบอกไม่ถูก เราได้เคยกินน้ำประปาหลายครั้ง และรู้สึกว่ากินได้ แต่ยังไม่วายรู้สึกในใจว่า สู้น้ำเสวยที่เขาจัดมาให้พิเศษไม่ได้ ทั้งนี้จะเปนด้วยอุปาทานมากกว่าอย่างอื่น—”

        แม้น้ำเพชร จะมีรสชาติอร่อย เป็นที่ถูกพระโอษฐ์ ถูกพระทัยพระมหากษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์

        แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงพัฒนาเจริญขึ้น ผู้คนเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบกับแม่น้ำเพชร เมื่อเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปตรวจราชการ ที่จังหวัดเพชรบุรี  ในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๕

        พบว่า ณ ตำบลที่ตักน้ำเสวยนั้น มีบ้านเรือนตั้งอยู่ตลอดทั้ง ๒ ฝั่ง ทำให้มีสิ่งปฏิกูลปนเปื้อนในแม่น้ำ

        นอกจากความไม่สะอาดดังกล่าวแล้ว เจ้าพระยายมราช ยังกราบทูลถึงเหตุที่น้ำเพชรไม่สมควรเป็นน้ำเสวยอีกต่อไปว่า

         “—เมื่อนึกถึงความเข้าใจของมหาชนทั่วไป แลชาวต่างประเทศด้วยแล้ว การที่ยังจัดอยู่ในราชการปรากฏว่า น้ำในลำน้ำเพ็ชรบุรีเปนน้ำเสวยดังนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าดูเปนการเสื่อมเสียพระเกียรติยศ และเกียรติคุณของน้ำเสวย—”

        เหตุผลสำคัญทั้ง ๒ ประการ ทำให้น้ำเพชรซึ่งเคยเป็นน้ำเสวยของพระมหากษัตริย์ไทยมาเป็นเวลานาน ต้องสิ้นสภาพหมดสถานะการเป็นน้ำเสวย

        ครั้งนั้น น้ำประปาจึงได้เข้ามามีบทบาทเป็นน้ำเสวยต่อจากน้ำเพชร

        ผู้คนในปัจจุบัน คงหมดโอกาสที่จะได้รู้ หรือพูดว่า “น้ำเพชรมีรสอร่อยแปลกกว่าน้ำเจ้าพระยาอย่างไร”

        คงจะพูดถึงน้ำที่บริโภคกันทุกวันนี้ อย่างไม่แน่ใจว่า “น้ำยี่ห้อนี้แพงกว่า คงจะสกปรกน้อยกว่ายี่ห้อนั้นนะ”

        นี่.........

      "แม่น้ำเพชรบุรี" ที่ห่วงกันว่าจะท้นท่วมเมือง.

 

'นคร-ประดิษฐ์' ภาพโยง 'เพื่อไทย'

    
 

        ถ้าจะให้นับญาติกันในปัจจุบัน ครอบครัวการเมืองบ้าน 3 หลัง นาทีนี้ ‘นคร มาฉิม’ ในทางพฤตินัย คือสมาชิกในบ้านเพื่อไทย ได้ไปผูกมิตรกับเพื่อนบ้านรั้วติดกันสีแดง เดินเข้าเดินออกในบ้านหลังนี้ ในฐานะผู้ร่วมดำเนินรายการทางการเมือง TV24 มาตั้งแต่ปี 2557 แถมยังเคยร่วมตรวจสอบโครงการขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก ในพื้นที่พิษณุโลก ร่วมกับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย

        บ้านหลังที่ 2 ของ นคร คือ ชาติพัฒนา ที่เขาได้มาลงสมัคร ส.ส. หลังจาก ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภาฯ และได้รับเลือกเป็น ส.ส.พิษณุโลก พรรคชาติพัฒนา อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง

        บ้านเก่าแก่หลังแรกของ นคร ประชาธิปัตย์ ไม่ได้ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน ตอนยังพำนักบ้านแห่งนี้ เคยเป็นอดีต ส.ส.ถึง 4 สมัย มีทั้งความทรงจำที่ดี และไม่ดี ตามที่ นคร ออกมาสับแหลก สถานะทางการเมืองและความเกี่ยวข้อง นคร กับ ประชาธิปัตย์ ถือว่าหย่าขาดกันมานานหลายปี

        นคร อาศัยความเป็นนักการเมืองเก่าของประชาธิปัตย์โจมตี ด้วยข้อกล่าวหาร้ายแรงผ่านเฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ และพาดพิงไปยังองค์กรอื่นในทฤษฎีสมคบกันล้มรัฐบาล 2 พี่น้องชินวัตร แถมยังฝากขอโทษ ขออวยพรให้ทั้งคู่ได้กลับประเทศไทย

        ฝั่งสมาชิก อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ‘นราพัฒน์ แก้วทอง’ อดีต ส.ส.พิจิตร ‘วัชระ เพชรทอง’ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด โดยเฉพาะ ‘นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใช้วาทกรรมเผ็ดร้อน ซ้ำยังจะใช้ช่องทางกฎหมายเล่นงาน ยกอดีต ส.ส.ทิ้งพรรคแล้วย้ายไปอีกขั้ว เตือนระวังจะพบจุดจบไม่สวย ขู่เอากันถึงขั้นเข้าคุกเข้าตะรางให้ได้

        ฝ่าย นคร ก็ไม่ยอม พร้อมไปพิสูจน์ในชั้นศาล เพื่อจะได้นำข้อมูลหลักฐานที่มีไปเปิดต่อสู้กันในชั้นศาล ต่างฝ่ายต่างเตรียมสู้กันถึงฎีกา พรรคที่ถูกพาดพิง เพื่อไทย พอใจในบทเสี้ยม สมาชิกพรรคหลายคนยืนข้างนคร เชียร์ให้ ประชาธิปัตย์ ฟ้องให้จริง จะได้ไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากข้อมูลตอนที่จะมีการบรรเลงกัน ยังจะเป็นการตอกย้ำขบวนการล้มฝ่ายประชาธิปไตยมีอยู่จริง

        นคร มาฉิม สถานะในวันนี้เสมือนเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมคนเสื้อแดง ได้ทำงานร่วมงานกันมาระยะเวลาหนึ่ง และยังรู้จักอดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายคน แต่อีกด้านหนึ่ง ว่ากันว่า นคร ยังรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ เสี่ยอ๊อด-ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หนึ่งในแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีฐานเสียงอยู่ในจังหวัดพิจิตร ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมายังผลักดัน วินัย ภัทรประสิทธิ์ น้องชายให้ได้เป็น ส.ส.เขต 1 พิจิตร และด้วยความที่คุ้นเคยกัน ทั้งจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ที่อยู่ติดกัน นครยังเคยยอมรับกับเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน เคยไปมาหาสู่ ทานข้าวร่วมกับ ประดิษฐ์ หลายครั้ง จนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและผูกพันกันอย่างแนบแน่น มีจุดเริ่มเส้นทางการเมือง เริ่มจาก ประชาธิปัตย์ทั้งคู่ แต่ในเวลานี้ประดิษฐ์มีฐานการเมือง และกลุ่ม ส.ส.ในมือไม่น้อย

        เมื่อต่อจิ๊กซอว์การเมือง จาก นคร มา ประดิษฐ์ ไปถึง ทักษิณ เหมือนจะคนละเรื่อง แต่ก็กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ประดิษฐ์ ทักษิณ ต่างคุ้นเคยกันดีอย่างยาวนาน พูดจากันได้ทั้งภาษาธุรกิจ ภาษาการเมือง นอกจากนี้เหตุใด ช่วงที่ นคร ออกมาโจมตีประชาธิปัตย์ อยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน ประดิษฐ์ กำลังทัวร์ลอนดอน ร่วมงานวันเกิด 69 ปี ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 26 ก.ค. และในงานนี้ ขุนพลเมืองพิจิตรในค่ายเพื่อไทย ทั้ง เฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และ สุณีย์ เหลืองวิจิตร ต่างไปร่วมงานวันเกิดทักษิณ หลังจากนั้นมีการกระพือข่าว ประดิษฐ์เตรียมร่วมงานพรรคเพื่อไทย พร้อมกับนำสมาชิกตามมา

        บนโต๊ะเจรจา ทักษิณ ประดิษฐ์ มีการพูดคุย แลกเปลี่ยน กันในทางการเมืองด้วยเรื่องอะไรหรือไม่ ไม่มีใครทราบ แต่เรื่องร้อนในเมืองไทย จังหวะเรื่องราวมันใช่ ช่วงเวลามันช่างได้ ระหว่าง ‘นคร-ประดิษฐ์-เพื่อไทย’.

 

(โปรดคลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

.....................................................

ไม่ไว้หน้าพ่อ!โอตะยิ่งลักษณ์'หม่อมเต่านา'เหน็บ'หม่อมเต่า'ยิ่งแก่ยิ่งไม่รู้ตัวเองทำผิดมากขึ้น


    
 

7 ส.ค.61-ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ ‘หม่อมเต่านา’ โพสต์รูปพร้อมระบุข้อความ...

"งานวิจัยเผย   คนยิ่งแก่เท่าไหร่ ยิ่งไม่รู้ตัวว่าทำผิดมากขึ้น"

งานวิจัยที่กล่าวอ้างคืองานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยไอโอวา สหรัฐอเมริกา เผยให้เห็นว่าหากยิ่งมีอายุมากขึ้น เราก็จะยิ่งรับรู้ต่อความผิดพลาดของตัวเองได้น้อยลงตามไปด้วย

การศึกษาดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือช่วงวัยรุ่น-ผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุเฉลี่ย 22 ปี) จำนวน 38 คน

อีกกลุ่มคือผู้ใหญ่ตอนปลาย-วัยชรา (อายุเฉลี่ย 68 ปี) จำนวน 39 คน

จากนั้นให้ทั้งสองกลุ่มทำแบบทดสอบเหมือนๆ กัน โดยวิธีการก็ง่ายๆ คือให้พยายามไม่มองวงกลมที่จะวิ่งผ่านไปในหน้าจอ 4 เหลี่ยม โดยผู้ทำการทดลองจะเฝ้าสังเกตดูจากอีกด้านหนึ่ง

ในแต่ละครั้ง ผู้ทำการทดลองจะถามกับกลุ่มตัวอย่างว่าในรอบนั้นคิดว่าตนเองทำผิดกฎที่ตั้งไว้หรือไม่?

โดยจากคำถามดังกล่าวได้บทสรุปออกมาว่าในวัยรุ่น-ผู้ใหญ่ตอนต้น สามารถรับรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์จากการทดสอบทั้งหมด

ในขณะที่ทางกลุ่มผู้ใหญ่ตอนปลาย-วัยชรา รับรู้ความผิดพลาดของตัวเองได้เพียงแค่ 63 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หมายความว่า 1 ใน 3 ของความผิดพลาดทั้งหมด พวกเขาไม่รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย

ดอกเตอร์ Jan Wessel ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์สมอง บอกเพิ่มเติมอีกว่า

“เมื่อผู้ทดลองบอกว่าพวกเขาผิดพลาดในรอบที่ตัวเองคิดว่าทำถูกแล้ว กลุ่มที่มีอายุน้อยกว่าจะยอมรับและเริ่มคิดย้อนกลับไปว่าตัวเองน่าจะทำผิดจริงๆ”

“แต่กลุ่มที่มีอายุมาก มักจะเชื่อมันในคำตอบหรือการกระทำของตัวเอง แม้ว่ามันจะผิดพลาดไป แต่ก็ยังคงปักใจเชื่อว่าตนเองทำถูกต้องแล้ว”

ในจุดนี้ ดอกเตอร์ Jan จึงสรุปได้ว่าพอเราแก่ตัวไป การรับรู้ถึงความผิดพลาดก็จะยิ่งน้อยลง รวมถึงอาจเมินเฉยในเรื่องนั้นไปด้วย เพราะเหตุนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะมีการปรับเปลี่ยน แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ

ก่อนนี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.หม่อมเต่านาโพสต์ข้อความแสดงท่าทีหลัง พรรครวมพลังประชาชาติไทยตั้งบิดาคือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หรือ“หม่อมเต่า”อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เป็นหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.เป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรคว่า

 โดยส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่า..คนที่เลือกที่จะร่วมงานกับคนที่พิสูทธิ์ตัวเองมาอย่างนับไม่ถ้วนว่าเป็นคนไม่มีสัจจะ..คนคนนั้นก็..เป็นคนที่เราจะไม่มีทางให้ความไว้ใจและเขื่อในสัจจะของเขาเข่นกันค่ัะ..ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม

สำหรับหม่อมเต่านา เป็นที่รับรู้กันว่า คลั่งไคล้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ต้องหาหนีคดี เป็นอย่างมากถึงขึ้นเรียกว่าเป็น'โอตะปู'ก็ว่าได้ เพราะคอยโพสต์ข้อความตอบโต้ผู้ที่วิจารณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์มาตลอด อีกทั้งยังประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นคนเสื้อแดง และร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงหลายครั้ง. 

 

 

 

 

 .........................................................

สแกนคำพูด “สุเทพ” ทำไม "เพื่อไทย" ไม่ชนะ


    
 

 

 ในระหว่างฝ่ายพลังดูดของกลุ่มสามมิตรนำโดยสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกฯ ภายใต้พรรคพลังประชารัฐ กับฝ่ายทักษิณ นายใหญ่พรรคเพื่อไทย ที่กำลังเกทับบลัฟแหลกในประเด็นการกวาด ส.ส. ว่าใครจะชนะเลือกตั้งในปี 62  

                เรื่องนี้คงต้องดูกันยาวๆ แต่ที่แน่ๆ คอการเมืองต้องฟังคือ การฟันธงของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่หยามพรรคเพื่อไทยว่าไม่ได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน 

                การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดเพียงพรรคเดียว ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องเป็นพรรครัฐบาลผสม

                กลับมาวิเคราะห์คำพูดของสุเทพ ที่เป็นเซียนการเมือง เคยผลักดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ได้สำเร็จ โดยมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะเป็น รมว.กลาโหม รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และเป็นพี่ใหญ่รัฐบาล คสช.ในขณะนี้   

                ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า สุเทพ ในฐานะผู้สนับสนุนรัฐธรรมนูญปี 60 จนผ่านประชามติมาแล้ว อ่านขาดว่า  กฎหมายสูงสุดของประเทศออกแบบมาเพื่อตัดตอนพรรคเพื่อไทย

                โดยไม่อนุญาตให้ได้ ส.ส.เกินคะแนนความนิยมของพรรค ในส่วนที่เกินออกมาก็คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะถูกตัด  และโอนไปให้พรรคกลางเมืองในระดับกลางและเล็ก ที่ยังได้โควตาไม่ถึง จึงทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ หากไม่ได้ ส.ส.เขตเกิน 251 เสียงขึ้นไป 

                สอดคล้องกับความยากลำบากของทักษิณ ที่ถูกตอกย้ำเรื่องทุจริตคอร์รัปชันด้วยหมายจับใบที่ 5 ในคดีหวยบนดิน ยังลามไปถึง พานทองแท้ ชินวัตร" บุตรชายนายทักษิณ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งฟ้องต่อสำนักอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานครโดยมิชอบ 

                และล่าสุดที่รัฐบาลประสานไปยังประเทศอังกฤษเพื่อจับตัวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาดำเนินคดีจำคุกที่ไทย 5 ปี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว  

                ที่เปรียบเสมือนผ้ายันต์สะกด ทักษิณ ให้หยุดความเคลื่อนไหว เพราะ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกรัดแน่นขึ้น

                ประกอบกับ ส.ส.ฐานเสียงหลักพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือและภาคอีสาน ก็เกิดความไม่มั่นใจว่าทักษิณ จะสู้จริงหรือไม่ เพราะยังหาผู้นำทัพไม่ได้ ท่อน้ำเลี้ยงก็ไม่ไหลมาเป็นเวลานาน

                ท่ามกลางสถานการณ์ที่กลุ่มสามมิตรรุกหนักด้วยอำนาจเงิน ตำแหน่งทางการเมือง และการใช้คดีความกดดัน เพื่อกวาดต้อนเข้าค่ายพรรคพลังประชารัฐ   

                คู่ขนานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้นำพา ครม.ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ อัดฉีดงบโครงการประชารัฐ และไทยนิยมยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้าน ที่เชื่อว่าจะสามารถชนะใจประชาชนได้ และทำให้ลืม นายใหญ่ได้สำเร็จ และไม่เกิดเหตุการณ์ ชนะยิ่งกว่าแลนด์สไตล์ หรือ หิมะถล่ม ตามที่ ทักษิณ กล่าวอ้าง 

                ไม่นับกลไกต่างๆ ของประเทศ ได้แก่ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรอิสระ อาทิ กกต., ป.ป.ช., ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ สนช. แต่งตั้งในยุครัฐประหาร ต่างโอบอุ้ม และเกื้อหนุนพรรคพลังประชารัฐ และพรรคพันธมิตรของ  คสช.ให้ชนะการเลือกตั้ง

                รวมทั้งมี ส.ว.สรรหา จำนวน 250 คน ที่คลอดจากคสช. ทำหน้าที่โหวตนายกฯ และพร้อมจะเป็นปรปักษ์ทันที  หากเป็นรัฐบาลฝ่ายตรงข้าม คสช. ผ่านการกำกับโดยกฎหมายปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่หากใครไม่ปฏิบัติตามมีโทษทางอาญาและตัดสิทธิ์ทางการเมือง

                อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำถามว่า หากสุดท้ายพรรคเพื่อไทยจับมือพรรคประชาธิปัตย์ต้องการล้มทหาร ด้วยการรวม ส.ส.เกิน 376 เสียง แม้ตามทฤษฎีจะเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อดูสถานการณ์จริงยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก

                ดูง่ายๆ แค่ปรากฏการณ์ นคร มาฉิม ที่โจมตีพรรคเก่าคือ พรรคประชาธิปัตย์ ไปสมคบคิดกับทหารและตุลาการศาลบางคนโค่นล้มระบอบทักษิณ ทำให้เห็นอาการของคนทั้ง 2 พรรคว่ารังเกียจกันขนาดไหน ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ มิเพียงเท่านั้นการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไปยังสุ่มเสี่ยงถูกแฟนคลับลงโทษที่ทรยศต่อความไว้ใจ จนอาจต้องสูญพันธุ์ทางการเมือง

                ขณะที่ สุเทพ ที่มีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้เพราะเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเป็นเลขาธิการพรรค ปชป. ทั้งที่มีโอกาสชี้แจง แต่เลือกจะวางเฉย ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่พรรคประชาธิปัตย์แล้ว  จึงไม่อยากจะไปแก้ตัวแทนเขา  

                เซียนการเมืองที่เล่นบทเขี้ยวอย่างลุงกำนันมองทะลุว่า เรื่องนี้จะกระทบพรรคเก่าแก่ และคะแนนความนิยมซึ่งเป็นฐานเสียงเดียวกันก็จะไหลมาที่ รปช. ส่งผลให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้นั่นเอง  

                เรื่องเหล่านี้อยู่ในสายตาของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ทั้งหมด จึงทำให้กล้าฟันธงว่าพรรคเพื่อไทยไม่ชนะเลือกตั้ง.

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน