*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2938550
  • จำนวนผู้โหวต : 535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 535 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 647 , 12:43:14 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'บิ๊กตู่' นำคณะรัฐมนตรีประชุมสัญจรที่ชุมพร ดังรายงานข่าว

21ส.ค.61-ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต.ชุมโค อ.ปะทิว

จ.ชุมพร ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน

การประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา)

และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล)

         สำหรับข่าว "เตือนเชือดสมเด็จช่วง ผ้าเหลืองลุกเป็นไฟ!" กระตุกให้ต้องมองให้ลึกลงไปในอิทธิพลของสงฆ์ไทยที่โยงใย

ไปทั่ว ในหลายประเทศทั่วโลก ล่าสุดก็กล้าที่จะ 'ขู่' บ้านเมืองฉอดๆว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขนาด 'ลุกเป็นไฟ' หากเล่นงานพระดัง

คือ สมเด็จช่วงเลยทีเดียว

         อ่านข่าวคำแถลงของ วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ แล้ว ขอบอกว่าคิดผิดอย่างแรงที่ไม่เรียก

แข้งไทยที่ไปเล่นอยู่ในสโมสรต่างชาติขณะนี้ เพราะประเทศต่างๆเขาก็ต้องเรียกคนเก่งมารับใช้ชาติตามวาระอันควรด้วยกันทั้งนั้น

ว่าแต่ว่า 'โค้ชโย่ง' ไม่คิดจะลาออกจริงหรือครับ  ..... ผ่าเถอะ เอ้า !

 

 

 

'ใต้' กับอนาคตเส้นทาง 'ใหม่'

    
 

      ไปตะลอน ๓ จังหวัดใต้ มา ๔ วัน สนุกดี

      หะแรก.......

      คุณมกร์ รุ่งกมล กับคุณสันต์ สะตอแมน โทษฐานที่มีรถและขับรถเป็น

      วางแผนขับรถล่องไปเรื่อยๆ จากกรุงเทพฯ

      ไปกันแบบพ่อนกขมิ้น ค่ำไหน นอนนั่น จุดหมายปลายปีก ที่เบตง ยะลา

      แต่เจตนาหลักอยู่ที่ "หลวงพ่อทวด" วัดช้างให้ ปัตตานี

      คือปีหนึ่ง ผมกับพวก ต้องไปกราบและจุดประทัดถวายท่านครั้งหนึ่ง

      แต่ปีนี้ อยากไปแบบติ๊กๆ ขับรถตะลอนไปกันเอง

      พอจะไปจริงๆ ฝนตกมั่ง-น้ำท่วมมั่ง นกขมิ้นกลัวน้ำ เลยเปลี่ยนเป็นนั่งเรือบิน ไปตั้งหลักที่หาดใหญ่

      หาดใหญ่เป็น "เทศบาลนคร" ใหญ่อันดับ ๓ ของประเทศ แต่ไปเห็นแล้ว........

      ที่โอดโอยกันว่า "คนหาย-การค้าหด" ไม่แปลกใจเลย!

      สกปรกก็ปานนั้น ไร้ระเบียบ เลอะเทอะก็ปานนั้น มองไปทางไหน เห็นแต่ป้ายผ้าแขวนระโยงระยางตามหน้าร้านค้าพรึ่ดทั้งถนน

      ถนนใช้ ๓ ประเภท ให้รถวิ่งตามใจชอบ ให้จอดรถตามใจชอบ กับให้คนลงไปเดินด้วยจำใจ

      ส่วนฟุตปาธ ยกให้พ่อค้าแม่ขายตั้งแผงทำเป็นตลาดตามใจชอบ ขึงผ้าใบคลุมโปงทั้งถนน

      ๓๐-๔๐ ปีก่อน หาดใหญ่ฟู่ฟ่า เปรียบกันว่าหาดใหญ่คือ "กรุงเทพฯ" ของภาคใต้

      วัน-เวลาผ่านไป ถึงวันนี้ ทุกอย่าง พัฒนาไปตามยุคสมัย

      แต่หาดใหญ่ เหมือน "นาฬิกาตาย"!

      ยิ่งหมดสมัยต้องไปช็อปสินค้าเทียมที่หาดใหญ่ และคนบ้านใกล้-เรือนเคียง ก็ไม่เข้ามาจับจ่ายสินค้ากามาสดเหมือนก่อน

      ซ้ำเมืองไม่มีการพัฒนาเป็นระบบ ธุรกิจและสินค้าก็ไม่มีการปรับตัวรองรับสังคมที่เปลี่ยนแต่ละยุค

      เอะอะโทษรัฐบาล โทษเศรษฐกิจไม่ดี มุ่งแต่สาวได้-สาวเอาเฉพาะตัว โดยไม่คิดที่จะโทษตัวเองกันบ้าง

      หาดใหญ่ จึงเป็นดังวันนี้......

      ถ้าผู้บริหารเมือง และคนค้าขาย ยังไม่ปรับตัวเอง หวังแต่จะรวยแบบเก่าๆ

      หาดใหญ่ ก็คงจะเหลือแต่อดีตเก่าๆ!?

      ยิ่งอีก ๒ ปี สนามบิน "เบตง" เปิดใช้ ตามแผนพัฒนา ๓ จังหวัดใต้ "ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี" ที่ตอนนี้กำลังเร่งสร้าง

      คนจะเปลี่ยนเข็มจากหาดใหญ่ ไปเบตงกันมากขึ้น

      เพราะเบตง เป็นเมืองคงวัฒนธรรมถิ่น อาหารการกินพูดถึงกันหลายอย่าง มีแต่คนอยากไปสัมผัส

      เพียงแต่เส้นทางเข้าตัวเบตง ค่อนข้างมากสัมมาคารวะ คือ โค้งตลอด ชวนอ้วกไปหน่อยเท่านั้น!

      สนามบินเสร็จ คงแห่กันไปตรึม

      หาดใหญ่ก็จะไม่ใช่ศูนย์กลางคมนาคมเหมือนเดิมแล้ว

      โดยเฉพาะลูกค้า "ขาประจำ" จากมาเลย์-สิงคโปร์ ซึ่งตอนนี้ก็กะหร็อมกะแหร็ม   

      เมื่อมี "ทางเลือก" ใหม่ ส่วนหนึ่งก็จะแห่ไปลองของใหม่กันที่เบตง!

      พินิจหาดใหญ่ที่คลายเสน่ห์แล้ว ก็จ้างรถตู้มุ่งหน้าไปเบตง แต่เพื่อความเสียวทุกระดับประทับใจ ลงความเห็นกันว่า

      ลองไปเส้นทางใหม่ๆ บ้างดีกว่า!

      คือตีรถจากหาดใหญ่ ไปเข้ามาเลย์ แล้วจากมาเลย์ ไปตีเข้าเบตงทางประตูหลัง น่าจะสนุก

      ออกทางด่านสะเดา เคยอยู่แล้ว ไปทางไม่เคยดีกว่า มุ่งหน้าไปทางนาทวี ออกด่าน "บ้านประกอบ" เข้ารัฐเกดะห์

      ไปออกที่ด่านเมืองบาลิง........

      จากด่านบาลิงฝั่งมาเลย์ เข้าเบตงฝั่งไทย รวมระยะทางจากหาดใหญ่ เข้ามาเลย์ ออกเบตง ๒๕๐  กิโล เห็นจะได้

      ก็พอๆ จาก "หาดใหญ่ไปเบตง"

      จะว่าไปแล้ว ทางบ้านเรา สะดวกกว่า-เสียวกว่า ไปอ้อมเข้าจากทางฝั่งมาเลย์ด้วยซ้ำ!

      นี่เป็นรายงานตัวคร่าวๆ ว่าที่หายไป ผมหายไปไหน?

      ส่วนเบตง ไปตามเส้นทางยะลา-ปัตตานี อย่างที่เราได้ยินข่าว เดี๋ยวระเบิด เดี๋ยวปะทะ เดี๋ยวซุ่มยิง นั้น

      จริงๆ แล้ว มันน่ากลัวหรือน่าเที่ยวกันแน่ แล้วค่อยคุยกันวันหลัง

      ส่วนวันนี้ ไปนินทา "นายกฯ ประยุทธ์" ที่ลงไปจังหวัดระนองกันดีกว่า (๒๐ ส.ค.)

      นายกฯ นี่ ตอนเป็นทหาร คงรู้จักประเทศไทยตามแผนที่ทหาร

      แต่พอมาบริหารราชการงานเมืองในตำแหน่งนายกฯ ดูท่านรู้จักประเทศไทยตามแผนที่หัวใจ และเข้าใจประชาชน ในวิถีชาวบ้านมากขึ้น

      ดูท่าจะ "เสพติด" ชาวบ้านซะด้วย!

      อยู่ในหมู่ชาวบ้าน เหมือนปลาได้น้ำ ร่าเริง พูดเก่ง คุยเก่ง ไปได้ทุกเรื่อง

      ระบบทหารสอนให้ประชาชนอยู่ในหัวใจ

      แต่พอมาเป็นนักการเมือง ลมหายใจทหารชื่อพลเอกประยุทธ์ วันนี้ มีแต่ชีวิต-ความเป็นอยู่ประชาชน

      ทั้งหายใจเข้าและหายใจออก!

      การที่ท่านพูดกับพี่น้องชาวระนองเมื่อวาน ในประโยคว่า....

      "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมที่นี่ (ระนอง) มีทรัพยากรมากมาย แต่ไม่มีการพัฒนา รัฐบาลต้องเข้ามาพัฒนา...."

        ตรงนี้ เห็นความต่าง "นักการเมือง" กับ "นักสร้างเมือง" ได้ชัดเจน

      นักการเมือง ไปที่ไหน มองประชาชน หาจุดแปลงเป็นคะแนนให้ตัวเอง

      ส่วนนักสร้างเมือง ไปที่ไหน มองบ้านเมือง หาจุดพัฒนาสร้างเจริญให้ประชาชน

      ระนอง นั้น อาภัพนัก ด้วยถูกทำให้เป็นเมืองปิด!

      แต่เป็นอย่างที่นายกฯ ว่า ธรรมชาติมอบทรัพยากรให้ที่ระนองมากมาย

      ทั้งการประมง-การเกษตร-การท่องเที่ยว รวมทั้งแร่ธาตุ โดยเฉพาะบ่อน้ำพุร้อน

      ที่สำคัญ ภูมิศาสตร์พื้นที่ตั้ง อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทั้งด้านมั่นคงและด้านเศรษฐกิจเชื่อม ๒ มหาสมุทร

      จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวควบ ๒ อ่าว "ชุมพร-กระบี่-พังงา-ตรัง-พัทลุง"

      ก็มี "จุดแข็ง-จุดขาย" พร้อม!

      แต่นักการเมือง "ศตวรรษ" นี้ ล้วนมองข้าม ซึ่งตรงข้ามกับบรรพบุรุษเรา

      ก่อนหน้านี้ สัก ๒๐๐-๓๐๐ ปี ตรง "ระนอง" นี้.........

      ด้วยวิสัยทัศน์ "สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเจ้า" จะทรงทำเป็นท่าเรือสินค้าระหว่างประเทศ แทนท่าเรือที่เมืองมะริดและทวายมาแล้ว

      ในยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่ง............

      ถ้าทำ "คลองกะ" ตรงที่เป็นคอคอดเชื่อมอันดามันกับอ่าวไทยเข้าด้วยกันสำเร็จตามแผน

      ป่านนี้ "สิงคโปร์" คงขายแต่ลอดช่อง........

      จะไม่ใช่ศูนย์กลางขนส่งทางทะเลในภูมิภาค ไม่ใช่ศูนย์กลางธุรกิจการค้า-การเงิน อย่างทุกวันนี้

      ด้วยไม่มีอะไรเป็นพลังดึงดูดให้บริษัทการค้า-การขนส่ง-การผลิตรายใหญ่ของโลก ต้องแห่มาตั้งบริษัท

      รายรอบ "ช่องแคบมะละกา"

      ในความเป็นท่าเรือขนส่งทางทะเลนานาชาติ ที่เรือสินค้า เรือน้ำมัน กระทั่งเรือรบ

      ต้องลอด "ช่องแคบมะละกา" ไป-มาระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย

      สิงคโปร์ เป็นติ่งอยู่ปากช่องแคบ เลยบุญหล่นทับตีน ด้วยภูมิศาสตร์ทางทะเล เป็นท่าเรือศูนย์กลางขนส่งสินค้านานาชาติ

      แต่ถึงยุคนี้-วันนี้...........

      การขุดคอคอดกระ "ไม่คุ้ม-ไม่จำเป็น" และไม่มีเหตุผลให้บริษัทเดินเรือทั้งหลาย ต้องย้ายศูนย์ จากสิงคโปร์มาตั้งที่ไทย

      อย่างตอนนี้ พวกอาจารย์ พวกอดีตนายทหาร-นายตำรวจ กลุ่มหนึ่ง น่าจะเมา "เหมาไถ" หนักไปหน่อย

      สร้างกระแสจะขุด "คลองไทย" แนว 9 A ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัด

      กระบี่, ตรัง, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา

      ไปออกทะเลที่ทะเลสาบสงขลา อําเภอระโนด ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร กว้าง ๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐  เมตร

      ตามแผน ดินที่ขุด จะเอาถมเป็นเกาะเหนือ-เกาะใต้ตรง ๒ ฝั่งปากคลอง

      ทำท่าเรือน้ำลึก ทำนิคมอุตสาหกรรม ทำสนามกอล์ฟ ทำสะพานแขวน ๔ สะพาน เชื่อมสองฝั่งคลอง

      และยังจะขุดอุโมงค์ลอดคลองอีก ๕ อุโมงค์ด้วย!

      หยุดเถอะ อายุมากกันแล้ว ดื่มเหมาไถเมาเลอะเลือนแบบนี้ จะพลอยให้ชาวบ้านหลงเมาตามไปด้วย

      เรื่องคลองไทยนี่ วันหลังจะ "ลอกคลอง" ให้ดู เอาที่หลับตาเห็นชัดๆ

      ถ้าขุดคลองไทย จะได้ค่าเรือผ่านปีละสูงสุด ตีให้ ๒ แสนล้าน

      แต่การท่องเที่ยว การเกษตร การประมงภาคใต้ ฉิบหายปีละกว่าล้านล้านบาทตลอดกาล

      ด้วยภูมิศาสตร์และระบบนิเวศน์ที่เปลี่ยนไป จะทำลายวิถีชีวิตคนภาคใต้และประเทศไทยที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก

      อย่างที่รองนายกฯ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" พูดวันก่อน นั่นแหละ สอดคล้องกับความเป็นจริงปัจจุบันและอนาคตแล้ว

      ทำรถไฟทางคู่ "ชุมพร-ระนอง" เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน สร้าง "ท่าเรือที่ระนอง"

      เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ ขนสินค้าระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน

      นี่แหละเหมาะที่สุด เป็นไปตามวิสัยทัศน์ "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ที่สุด

      สิ่งที่รัฐบาลมุ่งสร้างเส้นทางอนาคต ต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่ง คือ........

      เมืองไทยนั้น ไม่ทำอะไรเลย ก็ถูกด่า ครั้นลงมือทำ ก็ถูกด่า

      ฉะนั้น "ทำใจ" ซะเถอะ.......

      "ถูกด่าเพื่อชาติ" นั่นน่ะ!

 

ครม.สัญจรชุมพร'บิ๊กตู่'แนะนำพัฒนาไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

    
 

21ส.ค.61-ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา) และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล)
 
จากนั้นเวลา 10.30 น. นายกฯเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 6/2561 (ครม.สัญจร)โดยก่อนการประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าและความสำเร็จของการจัดตั้งมหาวิทยาลัย รวมถึงความก้าวหน้าด้านงานวิจัยและนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัย CMKL ที่เป็นความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้มอบประกาศนียบัตรให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อขอบคุณที่ผลักดันในด้านนวัตกรรม การวิจัยและด้านการศึกษา ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยของไทยและต่างประเทศมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

นายกฯ ได้เยี่ยมชมบูธนวัตกรรมการใช้โดรนสำหรับการเกษตร โดยนายกฯ ได้แนะนำและกำชับว่า การส่งเสริมการเพาะปลูกต่างๆ ของเกษตรกรต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย ไม่เช่นนั้นต่างประเทศไม่รับซื้อผลิตผลของเรา อีกทั้งอยากให้มีการพัฒนาโดรน เพื่อต่อยอดใช้ในด้านอื่นๆ ด้วย 

จากนั้นนายกฯ ได้รับฟังการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะอัจฉริยะและการพัฒนาสายพันธุ์แพะเนื้อและแพะนม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต ก่อนที่จะทดลองนั่งรถฟอร์มูล่า ที่ได้รับรางวัลที่ 1 การประหยัดน้ำมัน และรองชนะเลิศ อัตราการเร่งในระยะทางที่กำหนด ของคณะวิศวกรรม โดยนายกฯ ได้แนะนำให้ขยายท่อทางเข้าอากาศเพิ่มขึ้น เพื่อให้รถวิ่งได้เร็วขึ้น

พร้อมกันนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทดลองขับเครื่องการฝึกบิน simulator โดยระบุกับเจ้าหน้าที่ว่าในการทำหน้าที่ต้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ในนิทรรศการความปลอดภัยทางทะเล ได้มีการจัดแสดงอุปกรณ์การช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งนายกฯได้แนะนำให้พัฒนาบุคลากรการช่วยเหลือชีวิตและอุบัติเหตุทางทะเล เนื่องจากประเทศไทยมีภูมิประเทศและมีการท่องเที่ยวทางทะเล จึงอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ จึงให้สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยอยากให้นำกรณีศึกษาการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย มาใช้ 

ต่อจากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ประตูสู่แผ่นดินใต้ การยกระดับอาหารริมบาทวิถี หรืออาหารสตรีทฟู้ด ซึ่งในจ.ชุมพรมีอยู่ 17 ร้านที่ได้มาตรฐาน สะอาดปลอดภัย โดยนายกรัฐมนตรีแนะนำ ขอให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดของจ.ชุมพร ดำเนินการตามการจัดระเบียบทางเท้าของรัฐบาล ไม่ให้ผิดกฎหมายจราจร ทำให้ดูสวยงาม สะอาด รวมทั้งเยี่ยมชมเครื่องเก็บข้อมูล ผู้ป่วยที่เข้ารับการฟอกไต

และพล.อ.ประยุทธ์ ได้พบกับตัวแทนนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แนะนำให้เยาวชนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเท่าทันต่อโลกที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และให้ทุกคนเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย.

 

(คลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 หมวดหมู่ : X-CITE 
 

 

 

 ............................................

 

 หมวดหมู่ : กรองสถานการณ์ 
 

 

 

 

 

เตือนเชือดสมเด็จช่วง ผ้าเหลืองลุกเป็นไฟ!


    
 

ที่มาภาพ http://www.alittlebuddha.com/

10 มิ.ย.2561 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บวัดไทยในลาสเวกัสได้เขียนวิเคราะห์ในหัวข้อ “จ่อเชือดสมเด็จช่วง ! ไลน์พระและวงในลือกันแซ่ด เล่นเอาวัดปากน้ำเงียบกริบ เตรียมรับมือหรือเตรียมหนีก็ไม่รู้!” ระบุไว้น่าสนใจว่า อา..ขอเตือนรัฐบาลไทยว่า จะคิดจะทำอะไรก็ขอให้รอบคอบ คิวก่อนๆ นั้นแค่รองสมเด็จ แต่วันนี้ เห็นว่าเป็นระดับ "สมเด็จ" แถมยังเคยปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชด้วย บิ๊กตู่ก็เพิ่งพูดไปเมื่อวานมิใช่หรือว่า "ถ้าวิจารณ์ตัวผมนั้นพอรับได้ แต่วิจารณ์ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ทนไม่ไหว ไม่ให้เกียรติแก่ประเทศไทย" กรณีจะดำเนินคดีกับ "อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ก็เช่นเดียวกัน มันต้องมองให้รอบด้าน อย่ามองแต่ด้านกฎหมายอย่างเดียว

เชื่อด้วยว่า ถ้าวัดปากน้ำโดนหนักถึงกับสึกในคราวนี้ ปัถพีก็คงสะเทือน ต้องมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงจากพระเณรทั่วประเทศ เผลอๆ อาจจะมีม็อบพระนับหมื่นนับแสนออกมาในคราวนี้ แบบว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพราะคงถึงจุดที่เกินจะรับไหวแล้ว เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจนะ เจริญพรฯ

 

 

 

 

BUAKSIB 

อ่านต่อได้ที่: https://www.buaksib.com/

 

โค้ชโย่ง

 หน้าแรก » ข่าวฟุตบอล »

ทีมชาติ โค้ชโย่ง ประกาศชัดเจนไม่ขอลาออกขอโอกาสได้พัฒนา ช้างศึก U23    20 Aug 2018 - 17:00:08 น.

   วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ ประกาศหนักแน่นว่าไม่ขอลาออกจากตำแหน่งกุนซือของทีม พร้อมพัฒนาทีมชุดนี้ต่อยอดในรายการปรีโอลิมปิก ทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ลงสนามในรอบแบ่งกลุ่มครบทั้ง 3 นัด เก็บได้ 2 คะแนน จากผลงานเสมอ 2 และแพ้ 1 นัด จบอันดับที่สามของกลุ่มบี ซึ่งทำให้ต้องไปลุ้นเข้ารอบในฐานะอันดับสามที่ดีที่สุด ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้ผลเข้ารอบ-ตกรอบ ภายในวันนี้ เนื่องจากต้องลุ้นผลการแข่งขันของกลุ่มอี และเอฟ ซึ่งหลังจบเกมที่ทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติอุซเบกิสถาน 0-1 “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ให้สัมภาษณ์ว่า “ก่อนอื่นต้องขอโทษเเฟนบอลชาวไทย เราทำเต็มที่เเล้วเเต่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า เด็กเราเปลี่ยนโอกาสที่จะทำให้เป็นประตูไม่ได้ เกมที่ผ่านมา ไม่พอใจเเค่เกมที่เจอบังคลาเทศ ส่วนใหญ่เด็กทำผลงานที่น่าพอใจ เราเเค่ทำโอกาสทำประตูไม่ได้เอง” โค้ชโย่ง กล่าวเริ่ม “ในเกมนี้มองว่า ศุภชัย ใจเด็ด หากส่งลงไปเป็นตัวจริงเหมือนส่งลงไปฆ่า จึงส่งเจนรบ ลงไปเป็นตัวจริง เพราะ ศุภชัย เพิ่งอายุ19 ปีเอง ผมเล่นฟุตบอลมาก่อนผมรู้ เเละผมบอกเลยว่า หากทีมมี ธีรศิลป์ เเดงดา ชนาธิป สรงกระสิทธ์ เเละ ธีราธร บุญมาทัน เราไม่ต้องมาลุ้นเเบบนี้เเน่ เเต่ผมไม่เรียกเพราะพวกเขามีภารกิจที่ญี่ปุ่นอยู่เราก็เข้าใจ” นอกจากนั้นกุนซือทีมชาติไทยยังตอบคำถามถึงอนาคตการคุมทีม “อนาคตอยู่ที่ทางสมาคมฟุตบอลฯจะตัดสินใจ ขอเอาเทปสามเกมกลับไปดู เเละค่อยมาตัดสินผมว่าจะทำอย่างไรต่อไป” “ผมทำอะไรให้ประเทศชาติมาเยอะ คนอย่างผมมีไม่กี่คนที่โดนด่าเเล้วไม่ตอบโต้ เเละอยากให้ไปถามเด็กว่าให้ผมเป็นโค้ชต่อหรือไม่” “ผมอยู่กับทีมชาติชุดนี้มาเกือบสองปีกว่า ในส่วนตัวในครั้งนี้ ดูดีขึ้นเเม้ว่าผลการเเข่งขันมันไม่ใช่ เเละผมจะยังทำทีมชาติไทยต่อไป เป้าหมายทำทีมคุมชุดปรีโอลิมปิก ไปศึกโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่เป็นเป้าหมายของผม” โค้ชโย่ง ทิ้งท้าย สำหรับสถานการณ์ของทัพช้างศึกในตอนนี้ ต้องลุ้นกลุ่มอี คีร์กิสถาน ที่จะพบกับ เกาหลีใต้ และ บาห์เรน ที่จะพบกับ มาเลเซีย ซึ่งทั้งสองทีมมี 1 คะแนนเท่ากัน ต้องลุ้นให้ทั้งสองทีมนี้ไม่ชนะคู่แข่ง โดยจะแพ้หรือเสมอก็ได้ เช่นเดียวกับในกลุ่มเอฟ ต้องลุ้นให้ เมียนมา ที่จะพบกับ อิหร่าน และ เกาหลีเหนือ ที่จะพบกับ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งทั้งสองทีมมี 1 คะแนน ไม่ชนะทั้งคู่เหมือนกัน โดยจะแพ้หรือเสมอก็ได้เนื่องจากไทยมีลูกได้เสียดีกว่า และหากผลทั้ง 4 คู่เป็นใจไทยจึงจะเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ทีมสุดท้าย ทั้งนี้หาก คีร์กิสถาน ,บาห์เรน ,เมียนมา หรือ เกาหลีเหนือ เพียงทีมใดทีมหนึ่งชนะ ไทย จะตกรอบทันที แชร์ ขอขอบคุณ : FOX SPORTS Asia


............................................................

21 สิงหาคม 2561

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน