*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2975502
  • จำนวนผู้โหวต : 535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 535 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 501 , 22:59:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 สวัสดึครับ

         ในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติการณ์ซับซ้อนอย่างหนักหนาสาหัส ก็ต้องเอาใจของเรามาร่วมกันแบบ "ยิ้มได้เมื่อภัย

มา" นะครับ แต่ถ้าเราไม่คิดจะสู้ อย่างนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว

 

 

หลุมดำ ๕% "รพ.ขอนแก่น"

 
 

    อืมมมม.....
    บัตรสนเท่ห์ใบเดียว!
    กล่าวหา "นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล" ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น รับเงินทอนบริษัทยา ๕%
    ปลัดฯ สาธารณสุข "นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย"
    กลับไม่สุขุม สั่งย้ายเข้ากรุ 
    ตั้งข้อหา "มีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง" ฉับพลัน!
    และแทนที่จะให้รอง ผอ.หรือคนจากโรงพยาบาลเขตนั้นรักษาการระหว่างสอบให้สิ้นกระแสความ
    กลับให้ "นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ" เหาะข้ามภาค จากโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ไปเป็น ผอ.แทน 
    ชนิดหาเหตุผลไม่ได้ว่า เพราะอะไรจึงต้องเป็นหมอเกรียงศักดิ์เท่านั้น?
    เพราะปี ๖๑ ก็ส่อแววมาครั้ง นพ.สุขุมขึ้นเป็นปลัดปั๊บ ก็ย้าย นพ.ชาญชัยจากขอนแก่นไปอยู่จันทบุรี ให้ นพ.เกรียงศักดิ์จากจันทบุรีมาอยู่ขอนแก่น
    แต่อยู่ได้ซัก ๕-๖ วันมั้ง....
    แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ที่ขอนแก่น ไม่ยินดีกับ ผอ.คนใหม่นี่ ก่อเกิดปฏิกิริยาขึ้น
     รัฐมนตรีสาธารณสุข ขณะนั้น "ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร" ต้องเข้ามาแก้ปัญหา ให้ย้ายสลับกลับเหมือนเดิม
    แล้วนี่ คล้ายปลัดฯ สุขุม"
    มุ่งมั่นต้องย้ายเอาหมอเกรียงศักดิ์มาขอนแก่น เอาหมอชาญชัยไปให้พ้นจากโรงพยาบาลขอนแก่นให้จงได้
    และก็ทำสำเร็จ โดยอาศัยเหตุจาก "บัตรสนเท่ห์" ไร้หัวนอน-ปลายตีนใบเดียว ป้ายโทษหมอชาญชัย!
    มันทำให้ต้องฉงน.........
    เพราะมีพิรุธที่ชวนค้นหา ว่าในโรงพยาบาลขอนแก่น มันต้องมีอะไรหรือใครทำอะไรปกปิด-ซุกซ่อนไว้สักอย่าง?    
    หมอชาญชัยอาจรู้ หรือกำลังสะสาง
    จึงนำไปสู่การผลักดันให้ต้องย้ายหมอชาญชัยออกไปให้พ้นจากโรงพยาบาลขอนแก่น
    บัตรสนเท่ห์ ๕% จึงเกิดขึ้น และปลัดฯ ก็รับลูกทันควัน
    ถ้าต้องการเคลียร์เรื่องนี้ ตามครรลองแล้ว จะย้ายเข้ากรุระหว่างสอบข้อเท็จจริง ก็ต้องย้ายแต่ต้น 
    และคนรักษาการแทน ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ก็ให้รอง ผอ.หรือ ผอ.โรงพยาบาลในเขต
    แต่นี่กลับเจาะจง "หมอเกรียงศักดิ์" เจ้าเดิมแต่ผู้เดียว
    แบบนี้ มันมีเงื่อนงำชวนฉงน
    ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น ทำไมต้องเป็น "นายแพทย์เกรียงศักดิ์" แต่ผู้เดียวเท่านั้น!?
    เมื่อวาน (๕ มิ.ย.๖๓) เห็นข่าวว่า หมอเกรียงศักดิ์เดินทางไปรับตำแหน่งที่ขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว
    ขณะเดียวกันก่อนหน้า (๔ มิ.ย.) "หมอชาญชัย" แถลงอำลาที่ขอนแก่น ท่านบอก กำลังปรึกษาทนาย ฟ้องปลัดฯ สุขุม ตามมาตรา ๑๕๗ เป็นการพิสูจน์สัตย์และป้องเกียรติประวัติตัวเอง
    ก็ต้องเช่นนั้น.........
    การฟ้องเพื่อพิทักษ์ธรรม ไม่ใช่การจองเวร 
    ถ้าถือว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่กว่าความจริง "ไม่เคยรับเงินทอน ๕%" ปรากฏ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง มันเอาตายไปก่อนแล้ว 
    ตายไปแล้ว ก็ยังคาประวัติว่า "มีมลทินฉ้อราษฎร์บังหลวง" สืบทอดเป็นมรดกตระกูล!
    ผมอ่านที่หมอชาญชัยให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างกรรม-ต่างวาระ และฟังจากบุคลากรทางแพทย์ขอนแก่น ที่ออกมา "เซฟหมอชาญชัย"
    ปะติด-ปะต่อ ตามเงื่อนไขเวลาและเหตุการณ์แล้ว ทำให้มองเห็นอะไรบางอย่างน่าสนใจ
    ชนิดที่ต้องบอกว่า.......
     เรื่องนี้ ป.ป.ช.เฉยไม่ได้ ควรต้องเข้าไปสอบให้กระจ่าง เพราะเงื่อนงำเรื่องนี้ จะเป็นกุญแจไขไปสู่ความลับดำมืด
    ระหว่าง "โรงพยาบาลกับบริษัทยา"
    ว่าเงินทอน ๕% มูลค่ารวม "นับแสนล้าน" ในระบบทั้งหมดหลายสิบปี ก่อนมีคำสั่งห้ามรับเมื่อปี ๒๕๖๑ หายไปไหน หรือใครเอาไป?    
    นั่นภาพรวม บนการสมประโยชน์โรงพยาบาลที่ต้องซื้อยากับบริษัทยาที่ต้องแย่งกันขายยา สู่ความมะลำ-มะเลือง ที่ชาวบ้านร้องตลอดว่า ยาแพง...ยาแพง
    แต่วันนี้ ผมพูดเฉพาะที่โรงพยาบาลขอนแก่น บนฐานข้อมูลที่ประมวลได้จากข่าว
    หมอชาญชัยเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น ครั้งแรก พฤศจิกา.๕๘
    คุณหมอบอก เมื่อเข้ามา พบว่า รพ.ขอนแก่นมีปัญหาการเงินติดลบ พูดง่ายๆ คือ "ขาดทุน" กว่า ๒๐๐ ล้านบาท 
    ไม่ใช่เพิ่งขาดทุน......
    หากแต่ขาดทุนสะสมต่อเนื่องมาเป็น ๑๐ ปี!
    ท่านเข้ามาปรับปรุงกลไกบริหาร จากขาดทุนสะสม โรงพยาบาลกลับมีเงินบำรุงคงเหลือกว่า ๒๐๐ ล้าน ในปี ๒๕๖๐
    หมอชาญชัยปรับปรุงอะไร?    
    ผมจะไม่เอาจากปากหมอชาญชัย เพราะพอดี "ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" นำปากคำ "คนกลาง" ที่อยู่ในเหตุการณ์มาเขียนไว้ซึ่งตรงกัน ถือเป็นพยานยืนยันได้ ดังนี้
    “เขาเชิญเพื่อนผมเป็นนักวิชาการด้านการเงินการบัญชีที่เก่งเรื่องการเงิน/การบัญชี ไปช่วยแก้ไขปัญหา 
    สต๊อกยาในห้องยา, ในวอร์ด, ปัญหาการรั่วไหล, ปัญหาการคีย์ข้อมูลเบิกเงิน จาก สปสช.
    เขาทำให้ของที่ซื้อในราคาเดิมหน่วยละ ๙ บาท เหลือหน่วยละ ๓ บาทได้ 
    ทำให้ประหยัดเงินโรงพยาบาลไปได้ปีละเกือบ ๔๐ ล้านบาท"
    อยากให้สังเกตตรงนี้ไว้ก่อน เดี๋ยวผมจะมาชี้ประเด็น
    มาถึงเรื่องบัตรสนเท่ห์ เป็นเหตุให้หมอชาญชัยถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ในข้อหา 
    เรียกรับเงินจากบริษัทยา ร้อยละ ๕ เข้าข่ายเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ระหว่างเดือน มี.ค.-ต.ค.๖๑
    ไทยพีบีเอสรายงานข่าวจากคำสัมภาษณ์หมอชาญชัยไว้ว่า.....
    "กรณีการรับเงินบริจาคจากบริษัทยา เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ แต่ภายหลังได้รับคำสั่งจากทางกระทรวงเมื่อเดือน มี.ค. ปี ๒๕๖๑ 
    ก็ได้ประชุมกรรมการบริหารและทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา 
    แต่ยอมรับว่า.......
    ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.๖๑ มียอดเงินบริจาคผ่านกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น เดือนละ ๑ ล้าน ๓ แสนบาท 
    จากปกติ จะมียอดบริจาคเฉลี่ยเดือนละ ๒ ล้านบาท 
    ซึ่งก็เข้าใจว่า เงินบริจาคไม่ได้มาจากบริษัทยา 
    เนื่องจากได้ทำหนังสือแจ้งไปยังทุกหน่วยงาน รวมถึงบริษัทยาด้วย 
    ภายหลังกระทรวงฯ มีคำสั่งให้งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา ในเดือน พ.ย. ปี ๖๑ ทางโรงพยาบาลได้ปิด "กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น" 
    โดยให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคผ่านบัญชี "เงินโรงพยาบาลขอนแก่น" แทน
    นอกจากนี้ หมอชาญชัยได้ชี้แจงกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ รพ.ขอนแก่น ๒๗ พ.ค.และตอบคำซักถามนักข่าวที่กระทรวง ๔ มิ.ย.เป็นไปทางเดียวกันว่า
    ก่อนมีการประกาศห้าม โรงพยาบาลขอนแก่นได้นำเงินที่เข้ามาในลักษณะดังกล่าว เข้าไว้ใน "กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น" 
    "ทุกคนบริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาโรงพยาบาลได้ นำไปลดหย่อนขอคืนภาษีได้มากถึง ๒ เท่า เป็นแรงจูงใจให้คนนำเงินบริจาคกันทุกปี 
    และไม่มีการโอนหรือเบิกถอนเงินจากบัญชีนี้ เข้าบัญชีส่วนตัวของผู้อำนวยการ 
    มีระบบการลงบัญชีชัดเจน มีคณะกรรมการรับผิดชอบตรวจสอบได้ จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีการยักยอก 
    ขอยืนยันว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหา ไม่เป็นความจริง 
    หมอชาญชัยยังบอกด้วยว่า.....
    หลัง ครม.มีมติห้ามรับเงินผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากบริษัทยา สังเกตว่า เงินบริจาคของโรงพยาบาลลดลงเห็นได้ชัด "หลายสิบล้านบาท" ในช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย.๖๑
    สรุป จากปากหมอชาญชัย ประเด็นควรมอง คือ
    ๑.บริษัทยาจ่าย ๕% ให้โรงพยาบาล มีมาแต่ปี ๒๕๐๘ 
    ๒.ครม.มีมติห้ามรับ เมื่อ มี.ค.๖๑
    ๓.รพ.ขอนแก่นขาดทุนสะสมกว่า ๒๐๐ ล้าน หมอชาญชัยเข้ามาปี ๕๘ แก้ไขทางบริหารแล้ว ล้างหนี้หมด กลับมีกำไรกว่า ๒๐๐ ล้าน 
    ผลประโยชน์ที่เกิดกับโรงพยาบาลทั้งหมด หมอชาญชัยนำเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น 
    ๔.ร้องเรียนเฉพาะช่วง เม.ย.-ต.ค.๖๑ คือหลัง ครม.สั่งห้าม เป็นปีที่มีการย้ายสลับไป-มาระหว่างหมอชาญชัยกับหมอเกรียงศักดิ์
    ๕.เกิดคำถามขึ้นว่า แล้วก่อนหมอชาญชัยเข้ามาเป็น ผอ.เงินบริษัทยา ๕% และเงินบริจาค เข้าบัญชีไหนหรือใคร? 
    และทำไมการจัดซื้อของโรงพยาบาลจึงแพง ๓ เท่าตัว เช่น ของราคา ๓ บาท กลับซื้อราคา ๙ บาท?
    ๖.เมื่อหมอชาญชัยเข้ามา นอกจากล้างขาดทุน กลับมีกำไรแล้ว ยังประหยัดเงินในการจัดซื้อไปได้ปีละเกือบ ๔๐ ล้าน แล้วทำไมจึงเกิดข้อหา "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" ได้?
    ตรงนี้ ฝากประเด็นคำถามไปถึงกระทรวงสาธารณสุข และ ป.ป.ช.ว่า
    ก่อนปี ๒๕๕๘ ใครเป็น ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น?
    ทั้ง ๕% ทั้งเงินบริจาคทั้งหลาย หายไปไหน จึงขาดทุนสะสมต่อเนื่องตั้ง ๒๐๐ กว่าล้าน
    และทำไม การจัดซื้อจึงแพง ๓ เท่าตัว โดยไม่มีใครร้องเรียนและไม่มีการตรวจสอบเลย?
    เหล่านี้.........
    เป็นเหตุย้าย "หวังกลบ" อะไรหรือไม่ ป.ป.ช.ควรสนใจนะ.

 

นิด้าโพล ระบุ '1ปีนายกประยุทธ์ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง'ประชาชนให้คะแนนสอบผ่าน


 


7 มิ.ย. 2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “1 ปี    นายกประยุทธ์ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1 – 2 มิถุนายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์             โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0                       

จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 15.92 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ดีมาก เพราะ มุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ พูดจริงทำจริง ชัดเจน มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจ ตั้งใจจริง และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้นร้อยละ 35.60 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ค่อนข้างดี เพราะ บริหารจัดการโรคโควิด-19ได้ค่อนข้างดี แก้ปัญหาความไม่สงบได้ช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ทำงานดี ไม่วุ่นวาย ดูแลจัดการบ้านเมืองได้ดี ร้อยละ 27.44 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ    ได้ไม่ค่อยดี เพราะ การทำงานยังมีจุดบกพร่อง ยังแก้ไขไม่ตรงจุด การบริหารงานการตัดสินใจทำได้ไม่ดี มีความล่าช้า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ไม่ดีเท่าที่ควร ประชาชนยังเดือดร้อน ร้อยละ 20.48 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ดีเลย เพราะ การบริหารงานประเทศยังไม่มีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ บริหารประเทศไม่ดีทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ได้ใส่ใจประชาชนเท่าที่ควร และร้อยละ 0.56 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

 

'ส.ว.วันชัย'กระตุ้นรัฐบาลจับมือวุฒิสภาเร่งปฏิรูปประเทศแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน


 

 

7 มิถุนายน 2563 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความใน Facebook ส่วนตัวเกี่ยวกับปรับตัวของวุฒิสภาด้วยผลงานเพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์โดยกล่าวว่า ถ้าบ้านเมืองปกติมาตั้งแต่ต้น ไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารจนกระทั่งนำมาสู่การเลือกตั้งในปัจจุบัน ต้องยอมรับเลยว่าระบบการเมืองที่เรากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าที่มาของส.ส. ส.ว. การใช้อำนาจรัฐ ตลอดจนกลไกในรัฐสภา มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ มันผิดฝาผิดตัวในระบอบประชาธิปไตยแน่นอน เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงมันไม่ควรจะมีรูปแบบอย่างที่เป็นอยู่

แต่นี่มันเป็นระยะเปลี่ยนผ่านถ่ายอำนาจจากเผด็จการมาเป็นประชาธิปไตย อย่างที่ว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป แล้วมีเป้าหมายในที่สุดว่าต้องเป็นประชาธิปไตยจ๋าเต็มใบ ในระยะนี้มันเป็นการผสมผสานกันและช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองเดินไปสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง

นายวันชัยกล่าวว่า ใครต่อใครที่อยู่ในสภา ไม่ว่าจะเป็นส.ส. ส.ว. หรือพรรคการเมืองต่างๆก็มาจากผลพวงของกลไกในระยะเปลี่ยนผ่านทั้งสิ้น จะผิดหรือถูกก็แล้วแต่ว่าจะมองมุมไหน ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ก็เงียบสนิทไม่โจมตี ถ้าตัวเองเสียประโยชน์ ไม่ได้ดั่งใจก็กล่าวหาโจมตีในจุดๆนั้น

"ต้องยอมรับว่าหลายคนที่ชูหน้าชูตาอยู่ในสภาก็ได้อานิสงส์จากกลไกในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ ส.ว.ก็เช่นกัน ถ้าเป็นระบอบประชาธิปไตยปกติก็ไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ ควรจะมาจากการเลือกตั้งหรือควรจะมาจากการเลือกกันในสาขาอาชีพหรือวิธีการอื่นใดก็ว่ากันไป ทั้งอำนาจ หน้าที่ตามปกติจะเป็นเช่นไรก็ควรเป็นไปเช่นนั้น ไม่ควรมีอำนาจพิเศษใดๆ แต่ที่มันเป็นเช่นนี้ก็เพราะเป็นการผสมผสาน เป็นการเปลี่ยนผ่าน เป็นการประคับประคอง ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อเป้าหมายไปสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง"

นายวันชัย กล่าวต่อไปว่า โดยเฉพาะส.ว.ชุดนี้ เขาให้อำนาจพิเศษมาอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่เหมือนส.ว.ในยุคอื่นๆก็คือมาทำการปฏิรูปประเทศตามแผนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้สัมฤทธิ์ผลไม่เกิน 5 ปีนี้ ต้องติดตาม เสนอแนะ เร่งรัด ปฏิรูปประเทศกับรัฐบาลให้เป็นมรรคเป็นผล จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะเสียผู้เสียคนหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลและส.ว. รัฐบาลเป็นคนทำ ส.ว.เป็นคนติดตาม เสนอแนะ เร่งรัด เขาให้ 2 องค์กรนี้มาช่วยกันทำช่วยกันดู ไม่ใช่มาให้ช่วยกันลวงโลกแหกตาชาวบ้าน

นี่ก็ผ่านมาแล้ว 1 ปี โควิดก็มาเปลี่ยนแปลงใหญ่ จะปฏิรูปทั้ง100เรื่อง1,000ภารกิจที่กำหนดในแผนก็คงไม่ได้ เวลาก็เหลือแค่ 3 ปี ในฐานะที่ผมเป็นส.ว. เห็นว่าเอาเรื่องใหญ่ๆที่ปฏิรูปประเทศสัก 3 เรื่องแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินให้สำเร็จประชาชนก็คงไชโยโห่ฮิ้วกันได้ก็คือ

1. การปฏิรูปการเมือง การเข้ามาเป็นส.ส.และส.ว. ทั้งการดำรงอยู่ ต้องสุจริตเที่ยงธรรม ตรงไหนอย่างไรที่มันบกพร่องผิดพลาดต้องแก้ไขซะ ทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมาก็ต้องทำให้ได้ดี ไม่ใช่อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ทั้งแย่งอำนาจ แย่งตำแหน่งแย่งเงิน ไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย เรื่องนี้ต้องทำให้ได้ สำคัญมากๆ เหนืออื่นใด รัฐธรรมนูญเมื่อถึงคราวต้องปรับแก้ให้เป็นประชาธิปไตยก็ตัองยอมรับและสนับสนุนกัน

2. ต้องปฏิรูปเรื่องการคอร์รัปชั่น ต้องกระชับ กำกับ เข้มงวดกวดขัน เร็วและแรงให้ได้สักส่วนหนึ่งของประเทศจีนก็ยังดี

3. ต้องปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน สนองต่อประชาชน ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน รีบๆทำกันหน่อยในเรื่องนี้ให้มันเป็นระบบเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ทำแยกส่วนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย

"ปฏิรูปประเทศ 3 เรื่องใหญ่ๆนี้ถ้าทำได้จริง เชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครเขาด่าหรอก แต่ที่เขาด่าและกล่าวหาอยู่ทุกวันนี้ ประชาชนเขายังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เขาเห็นแต่การแย่งอำนาจกัน ยังไม่เห็นการปฏิรูปประเทศที่ประชาชนจะได้อย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ไปๆมาๆส.ว.จึงโดนหางเลขไปด้วยว่าไม่มีอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าจะไม่ให้ส.ว.โดนด่าต้องแก้จุดนี้เป็นสำคัญ" นายวันชัยกล่าวทิ้งท้าย

 

07 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

UNสอบ'อุ้ม'ที่เขมร 'อังคณา'จี้รัฐบาลขยับ อยู่นิ่งเฉยเท่ากับรู้เห็น

เรื่องถึงหูยูเอ็นแล้ว กำลังตรวจสอบ "วันเฉลิม" ถูกอุ้มที่กัมพูชา "อังคณา" ลั่นไม่ควรมีใครต้องถูกอุ้มหาย ชี้อุกอาจและสร้างความกังวลและหวาดกลัวให้ผู้ลี้ภัยทางการเมืองหลายคน จี้เขมรตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนรัฐบาลไทยไม่ควรเพิกเฉย ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 


'อุตตม'ยันเรียกคุยใน45วัน

"อุตตม" ยันเรียกประชุมพรรคใน 45 วัน แต่ไม่ใช่สัปดาห์หน้า "สมศักดิ์" ยอมรับ พปชร.ขัดแย้ง แต่ไม่รุนแรงถึงกับพรรคแตก โทษสื่อปั่นข่าว ทำเป็นกลุ่มเป็นก้อนเบี่ยงเบนทั้งความจริงและไม่จริง เหน็บเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง "ธนกร" ท่องคาถา เป็นไปตามธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา โพลเปิดโปงประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยนักการเมืองเรียกร้องปรับ ครม. เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากเงินกู้


พบผู้ป่วยใหม่2ราย ชาติอาหรับเสี่ยงสูง

พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 2 ราย อาการไม่เยอะ เดินทางกลับจากต่างประเทศ ส่วนในประเทศยังเป็น 0 คน     ย่านตะวันออกกลางมีความเสี่ยงสูง "พญ.พรรณประภา" เตือน ใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ เช็กอินแล้วต้องเช็กเอาต์ ไม่เช่นนั้่นจะค้างอยู่ในระบบ 1 เดือน 


มหาดไทยให้ผวจ. จัดระเบียบสังคม ชายหาด-บาทวิถี

มหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลจัดระเบียบชายหาด และให้ ผวจ.ทั่วประเทศจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถี ป้องกันโควิดระบาด "หมอบุ๋ม" เผยเที่ยวเป็นครอบครัวเป็นเรื่องดี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เตือนอย่าแออัด ขณะที่ภูเก็ตเปิดหาด 9 มิ.ย.นี้ 


'เสี่ยหนู'หย่าศึก! สั่ง'ปลัดสธ.'แจง ปมเด้ง'ชาญชัย'

"หมอหนู" เรียกปลัดสาธารณสุขแจงเหตุเด้ง "นพ.ชาญชัย" ขอให้ดำเนินการตามหลักกฎหมาย ด้วยความเป็นธรรม  ทั้งหลักธรรมาภิบาลและเมตตาธรรม กำชับต้องชี้แจงสังคมได้ทุกประเด็น หวั่นบานปลายเปิดศึกระหว่างหมอ กระทบความเชื่อมั่นศรัทธา-ควบคุมโควิด-19


เปิดตึก'ธนาธร'ถล่มส.ว. 'ปิยบุตร':พฤษภาทมิฬ2

เปิดตึกธนาธร ถล่มวุฒิสภา "เจิมศักดิ์" ซัดยิ่งกว่าสภาผัว-เมีย เพราะยึดโยง คสช.อย่างเดียว ด้าน "ปิยบุตร" ยำสภาเครือข่ายอำนาจของคณะรัฐประหาร โยงรัฐธรรมนูญเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด ปลุกช่วยกันถอดสลักก่อนซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ

 

.....................................................................

7 มิ.ย. 2563


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน