พิมพ์หน้านี้
|
รศ 601 สังคมและการเมืองไทย อ.จุรี ผลประโยชน์ทับซ้อน ( Conflict of Interest ) หมายถึงความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นสถานการณ์ที่บุคคล (ผู้บริหาร / ข้าราชการทุกระดับ) มีผลประโยชน์ส่วนตัวในระดับที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจตามตำแหน่งหน้าที่ และความรับผิดชอบ ซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อนจะประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 องค์ประกอบคือ 1. มีผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งอาจเป็นทั้งตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงินก็ได้เป็นของตนเอง, กลุ่มบุคคลอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด 2. มีหน้าที่และความรับผิดชอบทางการตามตำแหน่งราชการหรือสาธารณะ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งสาธารณะ หน้าที่และบทบาทที่ปฎิบัติตามมาตรฐานทางวิชาชีพ หรือการปฏิบัติงานตามมาตรฐานทางวิชาชีพ หรือการปฏิบัติงานซึ่งต้องมีความเป็นกลาง โดยยึดถือผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญเหนือกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว 3. มีการเข้ามาแทรกแซงการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นกลาง คือ สภาพความขัดแย้งดังกล่าวได้เข้ามีบทบาทหรือแทรกแซงการใช้ดุลยพินิจที่เป็นกลางของผู้ดำรงตำแหน่ง จนทำให้มีการตัดสินใจเบี่ยงเบนออกจากมาตรฐานวิชาชีพหรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน ที่มักพบเห็นเสมอมีดังนี้ 1. การทุจริต (Bribery) คือ การใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกร้องผลประโยชน์ รับสินบน เป็นต้น 2. การทำธุรกิจกับตัวเอง (Self Dealing) หรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับหน่วยงานที่ตนสังกัด 3. การทำงานหลังออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ (Post Employment) 4. การทำงานพิเศษ (Outside Employment) เช่นมีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีกรมสรรพากรก็ใช้เวลารับงานพิเศษหรือทำบัญชีให้กับบริษัทที่ต้องถูกตรวจสอบ 5. การรู้ข้อมูลภายใน (Inside Information) โดยใช้ประโยชน์จากการรับรู้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เช่น การเก็งกำไรที่ดินเพื่อนำไปขายให้กับรัฐในราคาที่สูงขึ้นเป็นต้น 6. การใช้ทรัพย์สินของสาธารณะเสมือนเป็นของตนเอง (Using Public Property For Private Advantage) เช่นการนำรถราชการไปใช้ส่วนตัว 7. การใช้ข้อมูลลับของทางราชการ (Using Confidential Information) สาเหตุของผลประโยชน์ทับซ้อน 1. การขาดระบบการตรวจสอบของภาคประชาชน 2. การขาดจิตสำนึกสาธารณะ 3. การขาดคุณธรรมและจริยธรรมของผู้มีอำนาจ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา 1. ด้านกฎหมาย หลักการที่สำคัญคือให้กฎหมายมีมาตรฐานเดียวกันและมีความชัดเจนโดย 1.1 แก้ไขกฎหมายโดยห้ามผู้บริหารและข้าราชการทั้งประจำและการเมืองเป็นผู้มีส่วนได้เสีบในสัญญาทุกประเภทกับหน่วยงานที่ตนเองสังกัดทั้งทางตรงและทางอ้อม 1.2 ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าถึงแม้มีการลาออกก่อนการวินิจฉัยขอให้การสอบสวนดำเนินจนเสร็จสิ้นและมีผลย้อนหลัง 2. ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมจริยธรรม 2.1 ควรมีการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งต่อสาธารณ 2.2 ควรมีระบบการจัดซื้อจัดจ้างและระบบการจัดทำและการบริหารงบประมาณให้โปร่งใสให้มากที่สุด เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องสู่สาธารณให้กว้างขวาง 3.มาตรการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน 3.1 มุ่งสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน กระตุ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารและตรวจสอบเช่นการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ของนักการเมืองทุกระดับเป็นต้น 3.2 ส่งเสริมความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องของพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อนโดยมีการจัดทำประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และสิทธิการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆของกฎหมาย
|
| สมาชิกกลุ่ม b 5 | ||
แนะนำสมาชิก |
||
|
View All |
||
| ผลประโยชน์ทับซ้อน | ||
ผลประโยชน์ทับซ้อน |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |