พิมพ์หน้านี้
กกต.แนะ 111 ศพหยุดตีโพยตีพายแล้วให้ไปร้องศาลวินิจฉัยให้เคลียร์ สุเมธ ยอมรับรู้สึกอึดอัดเหมือนกัน ขณะเดียวกันไม่หวั่นหากโร่ฟ้องอียู-ยูเอ็น มั่นใจชี้แจงได้วันนี้ (21 พ.ย.) นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกอึดอัดใจกรณีที่มีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์มติของ กกต.ที่ห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคการไทยรักไทยทั้ง 111 คนยุ่งเกี่ยวกับการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งที่การออกมติดังกล่าว กกต.มีเจตนาบริสุทธิ์ และเชื่อว่าจะไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับสังคม แต่เพื่อความชัดเจนองค์กรประชาชนหรือพรรคการเมืองก็สามารถไปร้องให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดได้ นายสุเมธกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากหลายสำนักโดยเฉพาะของคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ที่พบว่าประชาชนยังไม่เข้าใจถึงวิธีการเลือกตั้งว่าคงต้องรอให้บัตรเลือกตั้งตัวอย่างเสร็จก่อนก็จะได้นำไปรณรงค์ให้ประชาชนทราบกัน ขณะเดียวกันฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ควรจะรู้ด้วยว่าต้องรณรงค์อย่างไรถึงจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ โดยจะให้ นิสิต, นักศึกษา, อาสาสมัครที่มีหลายพันคน รวมถึงองค์การที่ช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งดำเนินการ กกต.จะพยายามทำให้ดีที่สุด และตอนนี้องค์กรเอกชนที่จะช่วยตรวจสอบเรื่องเลือกตั้ง อยู่ระหว่างอบรม หากอบรมเสร็จสิ้นจะได้มอบตัวอย่างบัตรเลือกตั้งให้ไปดู และช่วยอธิบายชี้แจงไปตามหมู่บ้านรวมทั้ง ลูกเสือชาวบ้านที่ทำอยู่ตอนนี้ ซึ่ง กกต.แต่ละจังหวัดจะต้องส่งตัวอย่างบัตรและคู่มือในการเลือกตั้งตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วย เมื่อถามว่า ขณะนี้เหลือเวลา 1 เดือนก่อนเลือกตั้งเป็นห่วงเรื่องอะไรมากกว่ากันระหว่างภาคประชาชนหรือพรรคการเมืองและผู้สมัคร นายสุเมธ กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องการแข่งขันจะไม่ยุติธรรมมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่จะไม่ได้คนดีและคนดีจะไม่ออกมาสมัครรับเลือกตั้ง หากยังมีการซื้อสิทธิขายเสียงกัน คิดว่าพรรคการเมืองยังคงจะใช้วิธีการเดิมๆ ซึ่งถ้าทุกคนเจตนาทำเพื่อประเทศชาติ รักษากติกาก็จะดี แต่ผมก็ไม่โทษทั้ง 111 คนเพราะเป็นนักการเมืองมาก่อน ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ขอให้มีเจตนาสุจริตเพื่อชาติเท่านั้น และไม่กล่าวโทษที่จะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน กกต.ผู้นี้ระบุ นายสุเมธ ยังยอมรับว่า กกต.มีความเห็นที่แตกต่างกันในการมีมติดังกล่าว แต่ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ก็มีเหตุผล และซึ่งตนเองนั้นในตอนแรกก็เห็นด้วยกับการตัดสิทธิ แต่เมื่อฟังเหตุผลที่ฝ่ายที่ปรึกษากฎหมายเสนอมา ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลคล้ายกับว่าการเป็นกรรมการแค่มีเพียงชื่อเฉยๆ คงจะมีประโยชน์อะไร แต่ส่วนตัวก็ยังอยากให้ศาลมาช่วยชี้ขาดจะได้เป็นตัวอย่าง ส่วนที่บางพรรคพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจว่าอดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนยังเกี่ยวข้องกับพรรคจะเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ นายสุเมธ กล่าวว่า สิ่งนั้นต้องถือเป็นข้อเท็จจริง และต้องดูว่าเขาทำอย่างนั้นจริงหรือไม่ ต้องวินิจฉัยกันอีกที นอกจาก 111 คนแล้ว คนอื่นจะไปพูดหาเสียงอย่างไร กกต.ไม่เคยห้าม แต่บังเอิญว่าใน 111 คนนี้ถูกบัญญัติด้วยข้อห้ามไว้ ถ้ามีความเห็นแตกต่างว่าควรทำได้ด้วยเจตนาสุจริต นายสุเมธไม่เป็นห่วงกับการที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง เตรียมจะฟ้องยูเอ็นและสหภาพยุโรป โดยมั่นใจว่า กกต.มีเหตุผลและพร้อมอธิบาย ซึ่ง กกต.ก็ยอมรับและไม่ได้บอกว่าขณะนี้เราถูก และเราก็พยายามที่จะหาช่องทางในการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา แต่มันไปไม่ได้ ไม่ว่าจะส่งไปให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา หรือศาลฎีกา ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นความผิดอาญา เหมือนคนลักทรัพย์ เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องจับ กกต.ไม่อาจทำได้ คิดว่าจะถ้าไปต้องเป็นศาลยุติธรรม เพราะเป็นความผิดอาญา และต้องมีคนร้องไป จะเป็นฝ่ายภาคประชาชน, องค์กร หรือพรรคการเมืองก็ได้ และไม่สามารถออกเป็นกฎระเบียบของ กกต. เพราะเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล /0110 www.manager.co.th |
| สมาชิกกลุ่ม b 5 | ||
แนะนำสมาชิก |
||
|
View All |
||
| ผลประโยชน์ทับซ้อน | ||
ผลประโยชน์ทับซ้อน |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |