พิมพ์หน้านี้
|
อาหารการกินที่ฮ่องกงแม้จะมีราคาสูงกว่าบ้านเราเยอะ แต่ปริมาณก็มากกว่าจนเห็นได้ชัดด้วย เรียกว่าบางอย่างสั่งมาจานเดียวกินได้สองคนสบายๆ พวกเป็ดไก่หมูแดงหมูกรอบหั่นมาชิ้นขนาดใหญ่เต็มปากเต็มคำดี อีกทั้งรสชาติส่วนใหญ่ก็อร่อยดีทีเดียว แต่สำหรับคนไทยบางคนอาจจะรู้สึกว่าอาหารที่นี่เลี่ยนและจืดไปหน่อยเท่านั้น ผมชอบเกี๊ยวกุ้งที่นี่มากเพราะขนาดใหญ่ดีใส่กุ้งเป็นตัวเป็นตนทีเดียว ก็นี่มันเมืองติดทะเลนี่ ส่วนพวกติ่มซำก็อร่อยอยู่แล้ว สังเกตุได้ว่าฮะเก๋าและก๋วยเตี๋ยวหลอดขนาดใหญ่กว่าที่บ้านเรามาก
เมนูอาหารที่มีภาษาไทยกำกับ
เค้กผลไม้สดน่ากิน ตามทางข้างถนนทั่วไปรวมทั้งสถานีรถไฟฟ้ามักมีร้านขายเค้กผลไม้หลากหลายแบบ ล้วนน่ากินทั้งนั้นและราคาไม่แพงด้วย ส่วนใหญ่รสชาติอร่อยดีทีเดียว หากได้ไปกินพวกร้าน Mcdonald ก็น่าลองสั่งเมนูที่ไม่มีในบ้านเรา เช่น ชาเย็นรสลูกแพร (Ice Pear Tea) โยเกิร์ตบลูเบอรี่ มีหลายอย่างที่ลองแล้วติดใจ
จากสามสี่วันในฮ่องกงแทบไม่ได้เห็นคนอ้วนเลย ทั้งๆที่อาหารมันกว่าบ้านเราเยอะ สงสัยเพราะคนที่นี่เดินกันมาก เห็นสาวๆไม่น้อยที่ใส่รองเท้าบูทกัน ดูแปลกตาดีบางที บางคนทำให้นึกถึงแม่ค้าขายปลาตามตลาดสดบ้านเราได้เหมือนกัน อิอิ เสื้อผ้าก็ดูเหมือนจะราคาถูกกว่าบ้านเราเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้ อย่างผมได้เสื้อโปโลมาราคาสี่ร้อยกว่าบาทเนื้อผ้าดีกว่าเสื้อราคาแปดร้อยที่ผมซื้อในกรุงเทพฯจนเห็นได้ชัด รวมทั้งมีผักผลไม้สดที่ราคาไม่แพงให้กินกันอย่างจุใจด้วย น่าอิจฉาพวกเขาจริงๆที่ได้กินได้ใช้ของดีราคาถูกทั้งๆที่รายได้ก็สูงกว่าเราเยอะ
สิ่งหนึ่งที่ต่างกับที่คิดไว้ก่อนมากคือ ความเป็นมิตรของคนที่นี่ แม้หน้าตาจะไม่ยิ้มแย้มเหมือนคนไทยก็ตาม อย่างวันแรกที่ไปถึงผมถามทางไปร้านอาหารกับสาวออฟฟิตคนหนึ่ง เธอพยายามช่วยเหลืออย่างดี แม้ไม่รู้จักร้านดังกล่าวก็บอกว่าถ้ามีเบอร์เธอจะโทรไปถามทางให้ ทุกวันผมจะต้องถามทางคนที่นั่นอย่างน้อยสี่ห้าครั้ง ซึ่งทุกคนพยายามช่วยเหลืออย่างดี ไม่ว่าจะเป็นยาม ตำรวจ หรืออาม่าที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ยังอุตส่าห์ช่วยสะกิดบอกผมให้ลงป้ายรถเมล์ที่ถูกต้อง
ต้องขอชมหลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อม ที่มีเว็บไซ้ต์ไว้ให้หาข้อมูลได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นเว็บของรถไฟฟ้า (www.mtr.com.hk) ก็มีแผนที่แบบละเอียดครอบคลุมพื้นที่ของแต่ละสถานีไว้ให้ดาว์โหลด รวมทั้งสามารถขอฉบับจริงที่เป็นแผ่นพับได้จากที่ขายตั๋วตามสถานีด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยให้การท่องเที่ยวของฮ่องกงสามารถยืนหยัดสู้ประเทศอื่นได้ไม่เป็นรองใครมาจนทุกวันนี้ ทั้งๆที่ทรัพยากรการท่องเที่ยวน้อยกว่าบ้านเราและอีกหลายประเทศมาก หากการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของบ้านเรายังคงทำงานแบบจับจดเช้าชามเย็นชามอย่างทุกวันนี้ การท่องเที่ยวของประเทศเราคงย่ำอยู่กับที่ และจะไม่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ในอนาคต หากใครมีความรู้หรือประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวกับฮ่องกง ก็เชิญแสดงความคิดเห็นได้นะครับ
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||