วันพุธ ที่ 30 เมษายน 2551
คนจน 2 ประเภท
Posted by
TaTee
,
ผู้อ่าน : 219
, 11:43:18 น.
| หมวดหมู่ :
Dhamma
พิมพ์หน้านี้
|

แม้โลกปัจจุบันจะเจริญก้าวหน้าไปมากขนาดไหนก็ตาม แต่ทุกหนแห่งก็ยังมีคนยากจนอยู่ คนที่รายรับแทบไม่พอกินในแต่ละเดือน แม้จะกินอยู่อย่างประหยัดแบบสุดๆแล้วก็ตาม คนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย คนที่อดมื้อกินมื้อ จนถึงคนที่อดตายเพราะไม่มีอะไรกิน
ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของผู้ที่จนวัตถุ อันเป็นผลของกรรมที่เกิดจากความตระหนี่ ไม่ค่อยได้ทำบุญทำทานในชาติก่อนๆ ยังผลให้ขาดทรัพย์ ขัดสนเงินทองของกินของใช้ จนถึงที่อยู่อาศัยได้
สิ่งที่คนจนเหล่านี้ทำได้ก็คือ ทำงานหาเงินด้วยความขยันหมั่นเพียร อย่างชื่อสัตย์สุจริต และรู้จักอดออมประหยัดให้ดีที่สุด เพราะเมื่ออกุศลกรรมให้ผล ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกว่าต้องยืดอกรับผลของกรรมด้วยความอาจหาญและเข้มแข็งเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องสะสมบุญไปด้วย ไม่ว่าจะด้วยการให้ทานหรือการทำบุญประเภทอื่น (ตามที่แสดงไว้ในบุญญกิริยาวัตถุ 10 ในเรื่อง ทำบุญทำทาน) เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่ต้องลำบากอย่างปัจจุบันนี้
ส่วนคนจนอีกประเภทก็คือ คนที่ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีทั้งคนที่พอมีพอกินแต่อยากรวย จนถึงคนที่รวยอยู่แล้วแต่อยากรวยกว่านี้ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม ต่างดิ้นรนไปตามแรงของกิเลสคือ โลภะ
บางคนอาจบอกว่าไม่เห็นจะเสียหาย ที่ใครจะทำให้ตัวเองรวยขึ้น ซึ่งก็จริงหากคนเหล่านั้นไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลส จนทำได้แทบทุกอย่างเพื่อให้ตนร่ำรวยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกง เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น การทุจริต จนถึงการลักขโมย ปล้นฆ่า เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง
ถึงแม้บางคนจะไม่ได้ทำทุจริตหรือผิดศีล เพื่อให้ได้ทรัพย์มาก็ตาม แต่ก็ยังอาจต้องทุกข์ด้วยความโลภหรือโลภะอยู่ดี เพราะเมื่อมีความอยากได้ความต้องการ ก็ย่อมต้องยอมลำบากทำงานหนักเกินกว่าคนทั่วไป รวมทั้งตั้งความหวัง เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไรจะสมหวังสักที หากสมหวังก็ดีไปพักหนึ่ง จนกว่าจะเกิดโลภะขึ้นใหม่ หากไม่สมหวังก็ต้องเสียใจท้อแท้ขมขื่นหมดกำลังใจ ซึ่งเป็นลักษณะของโทสะ
เพราะฉะนั้น การเป็นคนจนทั้ง 2 ประเภท จึงต้องทุกข์จากสาเหตุที่ต่างกันคือ คนที่จนวัตถุจริงๆ ก็ทุกข์เพราะผลของกรรม (อกุศลวิบาก) ส่วนคนที่ไม่รู้จักพอ ก็ต้องทุกข์เพราะกิเลส ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่น่าเป็นทั้งสองอย่าง
ดังนั้น เราจึงควรสะสมบุญกุศลทุกประการ ตามกำลังของแต่ละคน เพื่อจะได้ไม่ต้องเกิดเป็นคนจนประเภทแรก และรู้จักพอ (สันโดษ) เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นคนจนประเภทที่สอง
สำหรับความรู้ความเข้าใจในพระธรรม ขอกราบขอบพระคุณ : - อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ - มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา - www.dhammahome.com
|