วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2551
อยากกินอะไรหวานๆไหม?
Posted by
TaTee
,
ผู้อ่าน : 199
, 05:36:01 น.
| หมวดหมู่ :
Health
พิมพ์หน้านี้
|

ถ้าคำตอบของท่านคือ ใช่ ก็ขอบอกว่า นั่นอาจเป็นอาการของการเสพติดความหวาน เพราะน้ำตาลจากข้าวโพด (Corn Syrup) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ผสมอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปเกือบทุกชนิด (เช่น ขนมถุง ลูกอม น้ำอัดลม) เป็นสารเสพติด และก่อให้เกิดภูมิแพ้อย่างแรง ความหวานนี้กระตุ้นสมองที่ตำแหน่งเดียวกับมอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคน ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและรู้สึกอยากเสพความหวานเหล่านี้
นอกจากนี้ ความหวานจากน้ำตาลทั่วไปยังมีพิษได้เหมือนแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เป็น aldehyde ซึ่งโครงสร้างทางเคมี ก็จัดเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่ง และร่างกายของมนุษย์ยังสามารถเปลี่ยนน้ำตาลที่กินเข้าไปให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ได้ทุกวันด้วย และปริมาณแอลกอฮอล์จะสะสมสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าตับไม่ดีไม่สามารถทำลายแอลกอฮอล์ทิ้งได้
น้ำตาลยังกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นตัวหลักของภูมิต้านทานอีกด้วย ถ้าคุณกินน้ำอัดลม 1 กระป๋อง หรือ กาแฟใส่น้ำตาล 1 ถ้วย แล้วตามด้วยขนมหวานอีก 1 ชิ้น เม็ดเลือดขาวของคุณจะทำงานลดลง 75% และเป็นอยู่อย่างนี้นาน 6-8 ชั่วโมง กว่าจะกลับมาทำงานตามปกติ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคภูมิต้านทานแปรปรวนได้ทุกรูปแบบ เช่น โรคภูมิแพ้ทั้งหลาย (คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หอบหืด คันจมูก คันตา ผื่นคันผิวหนัง ลมพิษ ฯลฯ) โรค SLE (โรคพุ่มพวง) ข้ออักเสบรูมาตอยด์ สะเก็ดเงินหรือเรื้อนกวาง ฯลฯ
และท้ายสุดแต่ไม่สุดท้ายคือ ความหวานเป็นอาหารที่ดีที่สุดของมะเร็ง มะเร็งจะโตเร็วมากถ้าคนไข้มะเร็งกินหวานๆ (ขนมหวาน ผลไม้ น้ำผลไม้ น้ำหวาน น้ำอัดลม) เมื่อเซลล์กลายเป็นมะเร็ง พวกมันดำรงชีพด้วยน้ำตาลโดยตรง
เราจะเห็นได้ว่าการกินหวานเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเรามาลดการกินหวานกันเถอะครับ ก่อนที่ความหวานจะกินชีวิตเรา
หมายเหตุ : - ต่อไปนี้คือ อาการที่สัมพันธ์กับการกินหวาน 1. ลดน้ำหนักยาก 2. เอวใหญ่กว่าสะโพก 3. อยากกินหวาน 4. ตัวบวมๆฉุๆ 5. มีขนในที่ที่ไม่ควรมี 6. ขนหรือผมบางในที่ที่อยากให้มีเยอะๆ 7. สิว (รอบปากในรัศมี 2 นิ้ว) 8. ซีสต์ที่รังไข่ 9. ความดันโลหิตสูง 10. เป็นเชื้อราบ่อยๆ 11. นิ่วไต 12. เบาหวาน 13. เส้นเลือดตีบ (หัวใจ สมอง) 14. ไตรกลีเซอไรด์สูง 15. ไขมัน HDL ต่ำ 16. ตับไม่ดี 17. กรดยูริคสูง 18. แมกนีเซียมต่ำ - ความถูกต้องมากน้อยเพียงใด ขึ้นกับแหล่งข้อมูลอ้างอิงเป็นสำคัญ
ที่มา : หนังสือ ทำไมคุณถึงป่วย โดย นายแพทย์เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์
ขอบคุณรูปประกอบจาก Boingboing.com
|