วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน 2551
เบื่อโลกจริงหรือ?
Posted by
TaTee
,
ผู้อ่าน : 204
, 12:16:02 น.
| หมวดหมู่ :
Dhamma
พิมพ์หน้านี้
|

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยรู้สึกเซ็งกับชีวิต บางคนเซ็งหรือเบื่อโลกมากจนแทบไม่อยากตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้ หรืออาจถึงขนาดบ่นออกมาว่า ไม่อยากเกิดอีกแล้ว ไปนิพพานดีกว่า (พูดอย่างกับว่า นิพพานนึกจะไปเมื่อไรก็ไปได้เลยนะ)
อาการเบื่อโลกดังกล่าว มักเกิดตอนที่ไม่สมหวังหรือประสบกับเคราะห์ภัยต่างๆในชีวิต ซึ่งก็คือตอนที่เรากำลังรับผลของอกุศลกรรมที่ได้ทำมาแล้วนั่นเอง เป็นความไม่พอใจ ไม่สมหวัง ไม่ต้องการได้รับความทุกข์ หาใช่ความเบื่อหน่ายในสังสารวัฏที่บางคนเข้าใจไม่ เพราะความเบื่อหน่ายแบบชาวโลก เป็นเพียงอกุศลธรรมประเภทโทสะมูลจิต ที่ไม่พอใจในสภาพธรรมที่ปรากฏทางทวารทั้งห้าเท่านั้น
หากเป็นความเบื่อหน่ายในสังสารวัฏในการเกิดจริงๆ นอกจากจะต้องเป็นกุศลแล้ว ยังต้องเบื่อหน่ายไม่ยินดีแม้ในขณะที่รับผลของกุศลกรรม ที่ทำให้ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ได้กระทบสัมผัสสิ่งที่ดีน่าพอใจด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักนำมาซึ่งความติดข้องต้องการ (โลภะ) มากกว่าที่จะเกิดความเบื่อหน่าย สลดใจ จนเกิดการละคลายหรือสละออก
ส่วนอาการเบื่อโลกแบบชาวบ้านทั่วไป มักเป็นความรู้สึกที่ทำให้จิตใจหดหู่ท้อถอย หรือรู้สึกเศร้าสร้อยหงอยเหงา ซึ่งเป็นเพียงลักษณะหนึ่งของโทสะ เป็นอกุศล อันเกิดจากความติดข้อง ความเป็นตัวตน ฯลฯ ไม่เป็นผลดีต่อเรา เพราะไม่ได้ช่วยให้ละกิเลสได้เลย แต่กลับเป็นการสะสมอกุศลอีกทางหนึ่งเท่านั้น
เราจึงไม่ควรปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพเบื่อโลกแบบนั้นนานๆ แต่ควรพิจารณาความทุกข์ต่างๆที่รุมเร้า ด้วยปัญญา ด้วยการฟังธรรม เช่น พิจารณาเรื่องโลกธรรม 8 (มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ ฯลฯ) พิจารณาสังเวควัตถุ (เกิด แก่ เจ็บ ตาย ฯลฯ) ซึ่งจะทำให้เกิดความสังเวช สลดใจ รวมทั้งเตือนสติ ทำให้ไม่ประมาท ซึ่งเป็นกุศล ไม่ทำให้เกิดความท้อถอยหรือเศร้าใจ แต่ทำให้เกิดความเพียร ไม่ท้อถอยในการดำเนินชีวิตและในการปฏิบัติธรรมทำความดีต่อไป
สำหรับความรู้ความเข้าใจในพระธรรม ขอกราบขอบพระคุณ : - อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ - มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา - Dhammahome.com
รูปประกอบ(Phupiman Pakchong) โดย TaTee
|