• นูพุก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pooklan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-22
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 707
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
more
nukul
งาม เรียบ ง่าย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pooklan
วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2551
คุย กันฉันเพื่อน
Posted by นูพุก , ผู้อ่าน : 51 , 22:12:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


คุย

ข่าวพายุถล่ม “นาร์กีส” ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของพม่า ข่าวพิบัติธรณีวิปโยค แผ่นดินไหว 7.9 ริกเตอร์ ที่มณฑลเสฉวน เป็นข่าวระดับนานาชาติที่ทำให้อารมณ์หดหู่อยู่เหมือนกัน กับมาเจอสถานการณ์ ในบ้านเมืองเรายิ่งประกอบไปด้วยข้าวของแพงอันเนื่องมาจาก น้ำมันแพง ขึ้นราคากันอย่างยั้งไม่อยู่

 

การชุมนุมปิดถนนประท้วงรัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ ยิ่งทำให้อารมณ์อันสุนทรีย์ของเราๆหายไปหมด ก่อนเขียนบทความนึกไปเรื่อย ๆ ว่า จะบอกกล่าวถึงอะไรดี  นึกถึงวันที่ 24มิถุนายน ซึ่งไม่ใช้วันที่ 24 มิถุนายนของ “โรงเรียนเสาวภา” แต่เป็นวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้มีระบอบประชาธิปไตยในประเทศเรา ที่ผมกล่าวมานี้ ผมกำลังนึกย้อนขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมกำลังคิดว่า ก่อนหน้านี้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เลย มาสดุดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “โรงเรียนเสาวภา” จนได้  ถือเป็นการ เทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน และอาจจะให้กำลังใจต่อผู้คนหรือใครต่อใครก็ได้ที่คิดว่าตัวเองกำลังคิดว่าแบกภาระหนักเหลือเกิน จะได้มีกำลังใจในการทำงานดีขึ้น  อย่างน้อยก็ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างคนปกติ มีบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันอย่างดีหรือเหมือนเดิม คือ หลายคนคงจะทราบถึงการเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รืตอนนั้น พระองค์ต้องจากประเทศไทยไปเป็นแรมปีนะครับ ส่วนประเทศไทยนั้นต้องมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ นั้นจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก สมเด็จพระนางเจ้า  เสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ช่าววังทั่วไปออกพระนามาภิไธยว่า “สมเด็จรีเยนต์” ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับสำหรับ พระองค์ท่าน ซึ่งเป็นผู้หญิงแต่ได้รับพระราชอำนาจไว้ เรียกว่า ในช่วงเวลานั้น ผู้หญิงครองแผ่นดิน ภาระหนักอึ้งเลยที่เดียว แต่พระองค์ก็ทรงภาระกิจต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ภาระกิจในทางราชการของพระองค์ท่านนั้นมากที่เดียว และยังมีภาระกิจในส่วนพระองค์ อย่างเช่น พระองค์ทรงอุปถัมภ์ เด็ก ๆ มีจำนวน 20-30 คน ส่งเสริมเลี้ยงดูให้มีระเบียบวินัย  ในเรื่องนี้มีเรื่องสนุก ๆ น่าสนใจอยู่ ( หาอ่านได้ในหนังสือ “ลูกแก้ว เมียขวัญ” เขียนโดย ศันสนีย์  วิระศิลป์ชัย) สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ทรงมีเมตตามากมาย จนโปรดให้สร้างโรงเรียนหลายโรงเรียน คือ ในส่วนที่พระองค์อุปถัมภ์ คือ โรงเรียนราชินี และ โรงเรียนสามัญ (เป็นเด็กหญิง)  เช่น โรงเรียนเสาวภา กรุงเทพฯ โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ อยุธยา และโรงเรียนราชินีบูรณะ นครปฐม เป็นต้น  เห็นไหมครับพระองค์ท่านทรงงานหนัก มีภาระกิจมากมาย นี่แหละที่เรียกพระนามพระองค์ท่านว่า “สมเด็จรีเยนต์” ที่ผมเขียนเล่าเรื่องราวบางส่วนบางตอนของพระองค์ท่านก็เพื่อได้ทราบถึงภาระกิจของพระองค์ท่านในระดับประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องอุปถัมภ์เด็ก ๆ เพื่อการศึกษา การศึกษาของเด็กผู้หญิง ให้มีความรู้ทันสมัยมากกว่า เย็บ ปัก ถัก ร้อย อย่างเดียว  ถือเป็นการพัฒนาของด้านการให้การศึกษาอย่างจริงจังเหมือนที่พระองค์ ทรงก่อตั้ง “โรงเรียนเสาวภา” เพื่อการศึกษาต่อเด็กและเยาวชน ให้เรียนให้รู้ อย่างจริงจัง จะเห็นว่า สภาพของบ้านเมืองสมัยก่อน ไม่ทันสมัยเท่าสมัยนี้ ผู้คนยังสนใจใฝ่รู้กัน ได้เป็นคนดีเพื่อพัฒนาสังคม แต่สมัยนี้เห็นอยู่กับตนเอง ตัวเองมากขึ้นทุกทีจนมองไม่ใคร่เห็นอะไรแล้ว อยากรู้อะไรก็อยู่หน้าจอ กดคีย์บอร์ดดูโน้นนี้ ทำงานดูจอทีวี จอมอร์นิเตอร์วัน ๆ เป็น 10 ชั่วโมง บางคนเป็นโรคภัยไข้เจ็บมากบ้างน้อยบ้าง  เช่น โรคความดันโลหิตสูง  โรคอ้วน หรือ แม้กระทั้งโรคกระดูกทับเส้นประสาท ลองคิดดูนะครับ สมัยก่อนอยากค้นคว้าอะไร ไม่ต้องอื่นไกลเอาในยุคสมัยผู้เขียน ต้องพึ่งพาหอสมุดแห่งชาติ (สมัยนี้ไม่ได้เข้าไปเลยเป็น 10 ปี) เขาไปค้นหนังสือที่อยากอ่านหรือหาอ่านไปเรื่อย ๆ แล้วเกิดอาการเบื่อหอสมุดฯ เลยไปอาศัยห้องสมุดในที่อื่น  หอสมุดชุมชนบ้าง หอสมุดของวัดต่าง ๆ บ้าง  เพื่อความอยากรู้ พบปะผู้คน มีประสพการณ์พบเห็นอะไรต่ออะไรตลอดทาง เดี๋ยวนี้มีประท้วงก็ในคอมพิวเตอร์ ดูข่าวศิลปะก็ดูในคอมพิวเตอร์ ทำอาหารกับข้าวก็ดูในคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งรักษาร่างกายก็ดูในคอมพิวเตอร์  มิน่าถึงได้เป็นโรคภัยต่าง ๆ ความสะดวกสบาย ความงาม ความรัก ไม่มีเหลือหรือมีอยู่น้อยเต็มที มีไว้แต่เพียงขั้นตอนยุ่งยาก ไร้ซึ่งสุนทรีย์ทางอารมณ์หมดความรักสำหรับผู้ที่เห็นขัดแย้งและผู้ไม่คุ้นเคย   เอาไงดีละครับ  ผมเหมือน ตัดพ้อ ต่อ ว่าใครต่อใคร  แต่เปล่าผมเพียงอยากเตือนให้รู้จักเหมาะสมของชีวิต ลองหันมาดูอะไรต่าง ๆ ในรอบด้านบ้างใกล้ตัว และไกลตัวออกไป ดูต้นไม้ก้อนหิน ดูรอยยิ้มของผู้คน ดูกิจกรรมสนุกสนานกันบ้างครับ

 

ผมอยากจะแนะนำความเรียบง่าย ในศิลปะอย่างหนึ่ง เขาเรียกศิลปะ “วะบิ  -ซาบิ” เผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น มันมีความหมาย คือ ความงามของสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่คงทนถาวร และไม่เสร็จสมบูรณ์ เป็นความงามที่สงบเสงี่ยมและอ่อนน้อมเป็นความงามของสรรพสิ่งที่ไม่ยึดติดแบบแผน มันเรียบง่าย และเงียบสงบ (เหมือนจอห์น เลน เขียนเป็นหนังสือ 2 เล่มเรื่อง ความเรียบง่ายและความเงียบ) เข้าหาธรรมชาติ หรือ ปรับเข้าหาธรรมชาติ วะบิ-ซาบิ  หนีความหรูหราอย่างจีนในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถ้านึกภาพไม่ออกผมจะเล่าบรรยากาศให้ฟัง อย่างเช่น บ้านใต้ถุนสูง พื้นดินก้อนหินขัดมัน หรือ มีสวนมีร่องน้ำผ่านตัวบ้านออกไปสู่อีกทิศทางหนึ่ง หรือ ปลูกต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้าน ไปในบริเวณทั่งของตัวบ้าน  หนักไปกว่านั้น   ก้อนหินขนาดใหญ่กว่าเตียงอยู่ในห้องนั่งเล่น ขัดมันเงาวาววับ  นี่แหละน่าจะเป็น วะบิ-ซะบิ บ้าง น่าจะพอ  ถ้าอยากหาอ่านก็หนังสือชื่อนี้แหละครับ วะบิ-ซะบิ  เลนนาร์ด โคเรน สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา เป็นศิลปะที่แพร่หลายอยู่ในญี่ปุ่น มีอิทธิพลมาจากจีน แต่ถ้าอยากรู้เรื่องศิลปะจีน อ่านปาฐกถาพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ได้  ไหน ๆ แนะนำหนังสือไปแล้ว 1 เล่ม ขอแนะนำอีกเล่มก็แล้วกัน  ชื่อหนังสือว่า “ความเงียบ” ของจอห์น เลน เพื่ออ่านแล้วจะได้หวงแหนความเงียบอันมีค่าของคุณ และเคารพความเงียบของผู้อื่นๆ เพื่อเก็บความเงียบของตนเอง  ตัวอย่างของหนังสือหน่อยไหมครับ “ เราจึงควรต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับ “ความเงียบ” โดยอาจจะเริ่มจากนิ่งเงียบ เพื่อฟังสรรพสำเนียงของเสียงที่รายรอบตัวเรา เมฆเคลื่อนตัวอยู่เหนือหลังคาบ้าน ใบไม้ปลิวอยู่บนบาทวิถี ช้อนสัมผัสผิวถ้วยลายคราม  แมวก้าวขึ้นบันได”  เป็นไงครับตัวอย่าง สนใจอยากอ่านก็หาอ่านเอา  บางทีอาจช่วยอะไรเราบ้างก็ได้ ผมบอกกล่าวอะไรเรื่อยมา ก็ขออย่าหาว่าใคร ต่อใคร  เพียงแต่รู้อะไรก็บอกกล่าวเท่านั้นเอง พบกันคราวหน้าครับ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31