พิมพ์หน้านี้
|
คุย ข่าวพายุถล่ม นาร์กีส ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของพม่า ข่าวพิบัติธรณีวิปโยค แผ่นดินไหว 7.9 ริกเตอร์ ที่มณฑลเสฉวน เป็นข่าวระดับนานาชาติที่ทำให้อารมณ์หดหู่อยู่เหมือนกัน กับมาเจอสถานการณ์ ในบ้านเมืองเรายิ่งประกอบไปด้วยข้าวของแพงอันเนื่องมาจาก น้ำมันแพง ขึ้นราคากันอย่างยั้งไม่อยู่
การชุมนุมปิดถนนประท้วงรัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ ยิ่งทำให้อารมณ์อันสุนทรีย์ของเราๆหายไปหมด ก่อนเขียนบทความนึกไปเรื่อย ๆ ว่า จะบอกกล่าวถึงอะไรดี นึกถึงวันที่ 24มิถุนายน ซึ่งไม่ใช้วันที่ 24 มิถุนายนของ โรงเรียนเสาวภา แต่เป็นวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้มีระบอบประชาธิปไตยในประเทศเรา ที่ผมกล่าวมานี้ ผมกำลังนึกย้อนขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมกำลังคิดว่า ก่อนหน้านี้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เลย มาสดุดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ โรงเรียนเสาวภา จนได้ ถือเป็นการ เทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน และอาจจะให้กำลังใจต่อผู้คนหรือใครต่อใครก็ได้ที่คิดว่าตัวเองกำลังคิดว่าแบกภาระหนักเหลือเกิน จะได้มีกำลังใจในการทำงานดีขึ้น อย่างน้อยก็ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างคนปกติ มีบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันอย่างดีหรือเหมือนเดิม คือ หลายคนคงจะทราบถึงการเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รืตอนนั้น พระองค์ต้องจากประเทศไทยไปเป็นแรมปีนะครับ ส่วนประเทศไทยนั้นต้องมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ นั้นจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก สมเด็จพระนางเจ้า เสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ช่าววังทั่วไปออกพระนามาภิไธยว่า สมเด็จรีเยนต์ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับสำหรับ พระองค์ท่าน ซึ่งเป็นผู้หญิงแต่ได้รับพระราชอำนาจไว้ เรียกว่า ในช่วงเวลานั้น ผู้หญิงครองแผ่นดิน ภาระหนักอึ้งเลยที่เดียว แต่พระองค์ก็ทรงภาระกิจต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ภาระกิจในทางราชการของพระองค์ท่านนั้นมากที่เดียว และยังมีภาระกิจในส่วนพระองค์ อย่างเช่น พระองค์ทรงอุปถัมภ์ เด็ก ๆ มีจำนวน 20-30 คน ส่งเสริมเลี้ยงดูให้มีระเบียบวินัย ในเรื่องนี้มีเรื่องสนุก ๆ น่าสนใจอยู่ ( หาอ่านได้ในหนังสือ ลูกแก้ว เมียขวัญ เขียนโดย ศันสนีย์ วิระศิลป์ชัย) สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ทรงมีเมตตามากมาย จนโปรดให้สร้างโรงเรียนหลายโรงเรียน คือ ในส่วนที่พระองค์อุปถัมภ์ คือ โรงเรียนราชินี และ โรงเรียนสามัญ (เป็นเด็กหญิง) เช่น โรงเรียนเสาวภา กรุงเทพฯ โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ อยุธยา และโรงเรียนราชินีบูรณะ นครปฐม เป็นต้น เห็นไหมครับพระองค์ท่านทรงงานหนัก มีภาระกิจมากมาย นี่แหละที่เรียกพระนามพระองค์ท่านว่า สมเด็จรีเยนต์ ที่ผมเขียนเล่าเรื่องราวบางส่วนบางตอนของพระองค์ท่านก็เพื่อได้ทราบถึงภาระกิจของพระองค์ท่านในระดับประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องอุปถัมภ์เด็ก ๆ เพื่อการศึกษา การศึกษาของเด็กผู้หญิง ให้มีความรู้ทันสมัยมากกว่า เย็บ ปัก ถัก ร้อย อย่างเดียว ถือเป็นการพัฒนาของด้านการให้การศึกษาอย่างจริงจังเหมือนที่พระองค์ ทรงก่อตั้ง โรงเรียนเสาวภา เพื่อการศึกษาต่อเด็กและเยาวชน ให้เรียนให้รู้ อย่างจริงจัง จะเห็นว่า สภาพของบ้านเมืองสมัยก่อน ไม่ทันสมัยเท่าสมัยนี้ ผู้คนยังสนใจใฝ่รู้กัน ได้เป็นคนดีเพื่อพัฒนาสังคม แต่สมัยนี้เห็นอยู่กับตนเอง ตัวเองมากขึ้นทุกทีจนมองไม่ใคร่เห็นอะไรแล้ว อยากรู้อะไรก็อยู่หน้าจอ กดคีย์บอร์ดดูโน้นนี้ ทำงานดูจอทีวี จอมอร์นิเตอร์วัน ๆ เป็น 10 ชั่วโมง บางคนเป็นโรคภัยไข้เจ็บมากบ้างน้อยบ้าง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือ แม้กระทั้งโรคกระดูกทับเส้นประสาท ลองคิดดูนะครับ สมัยก่อนอยากค้นคว้าอะไร ไม่ต้องอื่นไกลเอาในยุคสมัยผู้เขียน ต้องพึ่งพาหอสมุดแห่งชาติ (สมัยนี้ไม่ได้เข้าไปเลยเป็น 10 ปี) เขาไปค้นหนังสือที่อยากอ่านหรือหาอ่านไปเรื่อย ๆ แล้วเกิดอาการเบื่อหอสมุดฯ เลยไปอาศัยห้องสมุดในที่อื่น หอสมุดชุมชนบ้าง หอสมุดของวัดต่าง ๆ บ้าง เพื่อความอยากรู้ พบปะผู้คน มีประสพการณ์พบเห็นอะไรต่ออะไรตลอดทาง เดี๋ยวนี้มีประท้วงก็ในคอมพิวเตอร์ ดูข่าวศิลปะก็ดูในคอมพิวเตอร์ ทำอาหารกับข้าวก็ดูในคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งรักษาร่างกายก็ดูในคอมพิวเตอร์ มิน่าถึงได้เป็นโรคภัยต่าง ๆ ความสะดวกสบาย ความงาม ความรัก ไม่มีเหลือหรือมีอยู่น้อยเต็มที มีไว้แต่เพียงขั้นตอนยุ่งยาก ไร้ซึ่งสุนทรีย์ทางอารมณ์หมดความรักสำหรับผู้ที่เห็นขัดแย้งและผู้ไม่คุ้นเคย เอาไงดีละครับ ผมเหมือน ตัดพ้อ ต่อ ว่าใครต่อใคร แต่เปล่าผมเพียงอยากเตือนให้รู้จักเหมาะสมของชีวิต ลองหันมาดูอะไรต่าง ๆ ในรอบด้านบ้างใกล้ตัว และไกลตัวออกไป ดูต้นไม้ก้อนหิน ดูรอยยิ้มของผู้คน ดูกิจกรรมสนุกสนานกันบ้างครับ
ผมอยากจะแนะนำความเรียบง่าย ในศิลปะอย่างหนึ่ง เขาเรียกศิลปะ วะบิ -ซาบิ เผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น มันมีความหมาย คือ ความงามของสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่คงทนถาวร และไม่เสร็จสมบูรณ์ เป็นความงามที่สงบเสงี่ยมและอ่อนน้อมเป็นความงามของสรรพสิ่งที่ไม่ยึดติดแบบแผน มันเรียบง่าย และเงียบสงบ (เหมือนจอห์น เลน เขียนเป็นหนังสือ 2 เล่มเรื่อง ความเรียบง่ายและความเงียบ) เข้าหาธรรมชาติ หรือ ปรับเข้าหาธรรมชาติ วะบิ-ซาบิ หนีความหรูหราอย่างจีนในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถ้านึกภาพไม่ออกผมจะเล่าบรรยากาศให้ฟัง อย่างเช่น บ้านใต้ถุนสูง พื้นดินก้อนหินขัดมัน หรือ มีสวนมีร่องน้ำผ่านตัวบ้านออกไปสู่อีกทิศทางหนึ่ง หรือ ปลูกต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้าน ไปในบริเวณทั่งของตัวบ้าน หนักไปกว่านั้น ก้อนหินขนาดใหญ่กว่าเตียงอยู่ในห้องนั่งเล่น ขัดมันเงาวาววับ นี่แหละน่าจะเป็น วะบิ-ซะบิ บ้าง น่าจะพอ ถ้าอยากหาอ่านก็หนังสือชื่อนี้แหละครับ วะบิ-ซะบิ เลนนาร์ด โคเรน สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา เป็นศิลปะที่แพร่หลายอยู่ในญี่ปุ่น มีอิทธิพลมาจากจีน แต่ถ้าอยากรู้เรื่องศิลปะจีน อ่านปาฐกถาพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ ไหน ๆ แนะนำหนังสือไปแล้ว 1 เล่ม ขอแนะนำอีกเล่มก็แล้วกัน ชื่อหนังสือว่า ความเงียบ ของจอห์น เลน เพื่ออ่านแล้วจะได้หวงแหนความเงียบอันมีค่าของคุณ และเคารพความเงียบของผู้อื่นๆ เพื่อเก็บความเงียบของตนเอง ตัวอย่างของหนังสือหน่อยไหมครับ เราจึงควรต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับ ความเงียบ โดยอาจจะเริ่มจากนิ่งเงียบ เพื่อฟังสรรพสำเนียงของเสียงที่รายรอบตัวเรา เมฆเคลื่อนตัวอยู่เหนือหลังคาบ้าน ใบไม้ปลิวอยู่บนบาทวิถี ช้อนสัมผัสผิวถ้วยลายคราม แมวก้าวขึ้นบันได เป็นไงครับตัวอย่าง สนใจอยากอ่านก็หาอ่านเอา บางทีอาจช่วยอะไรเราบ้างก็ได้ ผมบอกกล่าวอะไรเรื่อยมา ก็ขออย่าหาว่าใคร ต่อใคร เพียงแต่รู้อะไรก็บอกกล่าวเท่านั้นเอง พบกันคราวหน้าครับ |
| แม่ๆๆๆ | ||
รูปจากที่postไป |
||
|
View All |
||