วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม 2550
POPZILAR TALK 2
Posted by
popzilar
,
ผู้อ่าน : 99
, 14:42:44 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าคุณใช้โทรศัพท์ยี่ห้อ โนเกีย คุณน่าจะรู้จักผู้หญิงคนนี้ คนที่ทำหน้าที่นำเสนอโทรศัพท์ทุกรุ่นสู่คุณ ด้วยตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โนเกีย(ประเทศไทย)จำกัด เรากำลังพูดถึงคุณ อุณา ตัน นี่คือบทสนทนาเล็กๆน้อยๆว่าด้วยเรื่องของคนเมือง และเมืองหลวงของเราครับ

พี่มีความเป็นคนเมืองเยอะแค่ไหนครับ พูดว่าเยอะหรือน้องคงพูดยาก แต่พี่เกิดในกรุงเทพ พี่โตในสังคมเมือง พี่ว่าคำว่าสังคมเมือง คือชีวิตต้องไปช้อปปิ้งตลอดเวลา แต่สังคมเมืองคือความไดนามิก คือความกระตือรือร้นมากกว่า เพราะด้วยสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา พี่เลยเป็นคนเมืองจากตรงนั้น แต่พี่ก็มีความเป็นคนต่างจังหวัดด้วยมั้ง เพราะตอนเด็กพี่ก็ไปอยู่ต่างจังหวัดกับคุณยาย เราก็อยู่ตรงนั้นได้ที่ลำปาง และในความเป็นเมืองก็มีความที่ช้าๆอยู่เหมือนกัน ง่ายๆลองไปเดินตลาดดูสิ ไม่เอาที่เป็นซูปเปอร์นะ เราจะรู้สึกว่าความเป็นเมืองมันลดลงแล้ว หรือแค่เราออกไปไม่มากแค่ตลิ่งชันเนี่ย ก็ปลูกผักกันแล้วนะ แต่ถ้าถามพี่ว่าเป็นคนเมืองไหม ใช่พี่เป็นคนเมือง คงปฎิเสธไม่ได้ กับแนวคิดของหลายคนที่ว่าแก่ตัวไปจะไปอยู่บ้านต่างจังหวัด ดูทะลทำสวน พี่ละครับคิดยังไง คิดยังไงหรอ พี่ว่ามันต้องบาลานซ์สองส่วนนะ เพราะพี่วิ่งอยู่ทุกวัน แม้ถ้าแก่ไปพี่ก็แค่วิ่งช้าลงนะ จะให้หยุดเลยก็ไม่ใช่ แต่มันคงเป็นส่วนผสมมั้ง พี่รักความเป็นสังคมเมือง แต่ชีวิตต่างจังหวัดก็อาจจะไปๆมาๆ แต่คงไม่เอาตัวเองไปอยู่ตลอดนานๆคงไม่สามารถ พี่คิดว่าเรายังชอบทำงานอยู่ ยังแอ๊คทีฟอยู่ ถึงแม้แก่ตัวไปก็ยังอยากทำงาน แม้อาจจะไม่ใช่องค์กรเอกชนแล้ว อาจจะเป็นอะไรอื่นๆ แต่เราต้องได้ทำ อยู่เฉยไม่ได้ ไม่ได้อ่ะ ชอบ เอ๊ะนั่นอะไร นี่อะไรอยู่ตลอดเวลา มองเมืองหลวงแห่งนี้เป็นยังไงในสายตาพี่อุณา อย่างแรกเลยนะ พี่โตมาแถวคลองปะปาพระรามหก หลับตาแล้วพี่นึกถึงอย่างนึงคือ ต้นยูงทอง ทั้งถนนเลย แล้ววันหนึ่งมันหายไป เขาตัดมัน นี่คือความทรงจำอย่างหนึ่งของพี่กับกรุงเทพ หรืออย่างตรงข้ามสนามม้านางเลิ้งพี่จำได้เมื่อก่อนมันเป็นคลองแต่เดี๋ยวนี้มันเป็นถนนแล้ว พี่คิดว่าบ้านเราอย่างนึงคือไม่รู้จักคำว่าอนุรักษ์อะ สังเกตสิ กรุงเทพแทบไม่มีบ้านเก่าบ้านโบราณเลย ถ้าไปประเทศที่พัฒนาแล้ว เราจะเห็นบ้านเก่า ตึกเก่า ต้นไม้คือสิ่งที่เขาอนุรักษ์ไว้ แต่บ้านเรามีตึกใหม่ตลอดเวลา แล้วสิ่งเหล่านั้นที่มันบ่งบอกความเป็นกรุงเทพมันหายไปอ่ะ แล้วบางครั้งเราเดินทางไปต่างประเทศเราไม่ได้บอกว่ากรุงเทพไม่ดี หรือเขาดีกว่าเรา แต่ทำไมเราไม่มีแบบนี้บ้าง มันหายไปไหนหมด พี่เห็นแต่คนทุบถนนทุบตึก แต่ไม่เห็นมารักษาตึกเลย อย่างเนี่ย คนเราต้องคิดมากหน่อย เราบอกว่ากรุงเทพมันวุ่นวาย พี่ว่าเมืองหลวงที่ไหนมันก็วุ่นวายเหมือนกันทุกเมืองในโลก แต่มันอยู่ที่ตัวคนที่อยู่ในเมืองมากกว่าว่าเรารักกรุงเทพเราจะทำอะไรคืนให้กรุงเทพ มันก็เหมือนบ้านหลังใหญ่ของเราทุกคน ว่าเราจะทำยังไงให้บ้านเราน่าอยู่ เราพูดว่า โหย มลภาวะเยอะ อากาศไม่ดีแล้วก็ไปคิดถึงแค่รัฐบาล โอเคส่วนหนึ่งแน่นอน ถ้าเราอยากให้ต้นไม้เยอะ เราก็ร่วมปลูกคนละต้น ในบ้านหรือหน้าบ้านตัวเองก็ได้แล้ว หรือควันเยอะก็ดูแลรักษาสภาพรถเราไม่ให้มีควันดำหรือควันขาวออกมา หรือรถติดบางครั้งเดินบ้างก็ดีนะ ได้ออกกำลังกายดีกับตัวเราเอง ได้ลดมลภาวะด้วย จะออกไปซื้อของปากซอยสัก 500 เมตรเดินก็ได้ ขับไปก็เปลืองน้ำมันน๊ะ หน้าบ้านเราเก็บกวาด มันก็สะอาด พนักงานกวาดถนนก็ทำงานน้อยลง เขาอาจจะไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้อีก มันอยู่ที่คนในกรุงเทพนี่แหละ หรือบอกว่าคนกรุงเทพไม่มีน้ำใจ ง่ายๆข้างบ้านเรารู้จักกันรึเปล่า ถ้าเรารู้จักข้างบ้านซ้ายขวาของเราเอง เดี๋ยวบ้านข้างๆเราเขาก็ไปรู้จักบ้านถัดไปต่อๆกันไปมันก็จะรู้จักกันได้หมด เป็นเรื่องของอัธยาศัย ความเป็นมิตร กรุงเทพคือบ้านของเรา เราต้องรักเขาก่อน และมันต้องเริ่มจากตัวเราก่อน
|