พิมพ์หน้านี้
|
อาทิตย์ก่อนพอดีได้พาน้องฝึกงานไปทำงานด้วยข้างนอก เพื่อให้เขาได้เห็นการทำงานจริงๆแบบภาคปฎิบัติ ได้ประสบการณ์จริงกับตัวเอง เลยมีเวลานั่งคุยกันระหว่างทางกลับเข้าออฟฟิศ ก็คุยเรื่องเกี่ยวกับการเรียนคณะนิเทศฯของสถาบันที่น้องเรียนอยู่ (ขอสงวนชื่อนะ) ก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อยครับ จนมาถึงประเด็นเรื่องครูอาจารย์ ก็แหม เด็กคุยกัน (ครับ อย่าได้สงสัย ผมก็ยังเด็กอยู่ 555) มันก็ต้องคุยถึงคนสอนอยู่แล้วใช่มั้ย ประเด็นที่เราคุยกันคือ ทำไมครูบางคนต้องทำตัวให้ดูน่ากลัว ให้ดูโหดๆอยู่ตลอดเวลา น้องบอกว่าบางคนก็ทำเก็กหล่อตลอด หรืออาจารย์บางคนก็ต้องให้นักเรียนทำตามที่ตัวเองบอกแบบเป๊ะๆๆ กระดิกออกนอกกรอบนิดนึงก็ไม่ได้เลย ถ้าใครทำมาผิดไปนิดเดียวถึงขั้นโยนงานนักศึกษาทิ้งลงบนพื้นต่อหน้าต่อหน้า หน้าห้องเรียนกันเลยทีเดียว น้องบอกว่าสงสัยที่ทำไปเพราะอยากจะให้เด็กกลัว จะได้ตั้งใจเรียนกับเขามั้ง ผมก็ไม่รู้จริงๆว่าในใจครูที่ทำแบบนี้เขาคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าคิดแบบที่น้องนักศึกษาบอกผมละก็ ผมคิดว่าครูคนนั้นคงคิดอะไรตื้นๆ สั้นๆไปหน่อยนะ ครูที่ทำโหด เพื่อให้นักศึกษากลัวและเงียบตั้งใจเรียนในชั่วโมงของตัวเอง มันไม่น่าจะใช่ความรู้สึกตั้งใจเรียนของแท้นะผมว่า ผมเป็นนักศึกษามาก่อน และผ่านมาไม่นาน ทำไมจะไม่รู้ว่าถ้าเราต้องเงียบ (และทำเหมือนว่า)ตั้งใจเรียน มันไม่มีความสุขสบายใจหรอก เราเสแสร้งทำกันทั้งนั้น ที่ทำไปก็ เพื่อไม่ให้โดนครูชี้หน้าด่าต่อหน้าคนอื่น แล้วบรรยากาศในห้องมันก็อึดอัดไปหมด ผมว่าครูไม่ต้องโหด ก็ทำให้นักศึกษาอยากเรียนด้วยได้ วิชาก็เหมือนๆกัน แต่คุณคงเคยได้ยินเด็กๆพูดกันใช่ไหมว่า คนที่จะสอนคนได้ ผมว่าต้องได้ใจพวกเขาก่อน ต้องซื้อใจคนที่เราจะไปสอนให้ได้ก่อน เหมือนกองทัพ ถ้าแม่ทัพไม่ได้ใจพลทหาร ถามหน่อยว่าใครมันจะมีใจสู้ถวายชีวิตในการรบ จะยอมตายให้กับคนที่เราไม่ศรัทธาทำไม เช่นกัน นักเรียนจะตั้งใจเรียนกับคนที่เขาไม่ได้เคารพรักและศรัทธาด้วยใจได้ยังไง ครูหลายคนดูขำๆ เป็นกันเอง สนิทสนมกับลูกศิษย์ ไม่ถือตัวเลย มีอะไรเดินเข้ามาพูดคุยปรึกษาได้หมด ดูไม่มีความน่ากลัวสักนิด แต่ขอโทษเวลาเรียนนักเรียนแห่มานั่งเรียนเต็มห้อง ตั้งใจฟัง ทำงานเต็มที่ พูดอะไรมาพวกเขาเชื่อหมด วันไหนครูบอกงดสอน นักเรียนนั่งเซ็งกันหน้าห้องด้วยความเสียดายเวลา เสียความตั้งใจที่อยากเรียน จะขอเล่าประสบการณ์ของตัวเองสักนิดละกัน ผมเจออาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งมาสอนวิชาการจัดการ เป็นคนที่มาเปิดหนังสือแล้วอ่านตามนั้น เป๊ะเกือบทุกบรรทัด ยังไม่พอน้ำเสียงยังโมโนโทนตลอด 2 ชั่วโมงครึ่ง ผมเรียนได้ F เลย เป็นการเลือกวิธีแสดงออกของผมว่า ผมไม่แฮปปี้กับครูคนนี้ เทอมต่อไปผมลงเรียนวิชานี้ซ้ำเพื่อแก้เกรด และได้เจออาจารย์คนใหม่เป็นผู้หญิงที่มีความเป็นกันเอง ทักทายกันได้แบบสบายๆ ท่านจะพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบก่อนเรียนเสมอ คุยเรื่องจิปาถะได้ วันนี้ไปเจออะไรมา ชีวิตเป็นยังไงบ้างช่วงนี้ เชื่อไหมจากที่เคยได้ F ผมได้ A เลย ถ้านี่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ตัวแปรที่มีผลทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกัน แน่นอนครับสิ่งนั้นคือ 'คนสอน' ผมอยากจะบอกว่า แม้วิชาเหมือนกัน แต่คนสอนก็เป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะทำให้วิชานั้นน่าเรียนมากน้อยแค่ไหน วิชาที่ดีถ้าเจอครูสอนไม่เป็น ก็กลายเป็นคลาสที่ห่วยได้ แต่วิชาที่ไม่น่าสนใจ ถ้าได้เจอคนสอนดีๆ มันก็ทำให้อะไรมันน่าเรียนขึ้นได้เหมือนกัน อย่างวิชานิเวศวิทยา เรียนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ กับเด็กนิเทศฯ คุณลองคิดดูสิ แค่ชื่อวิชาก็น่าเบื่อสุดๆแล้ว ผมกะว่าเอาแค่ผ่านพอ แต่ปรากฏว่าได้อาจารย์สอนสนุก ทำให้ผมเข้าเรียนทุกครั้งได้ และผมได้ B มาในที่สุด ถ้าวันหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้เป็นครู อาจารย์ หรือสอนอะไรกับเด็กๆนักเรียนนักศึกษา รับรองได้เลยว่า ผมจะไม่เลือกทำให้เด็กกลัวและ(ทำเหมือนว่า)ตั้งใจเรียนกับผม ด้วยการทำตัวโหดๆแน่นอน ผมว่ามันเป็นอะไรที่ไร้สาระจริงๆ...ใช่ปะ
|
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |