• popzilar
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : popzilar@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-11
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 3518
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
Inspired by POPZILAR
Book can change your life. Inspired can change your world.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/popzilar
วันศุกร์ ที่ 18 มกราคม 2551
POPZILAR TALK 7
Posted by popzilar , ผู้อ่าน : 81 , 10:44:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


POPZILAR TALK 7

            ไม่บอกก็คงยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ นอกจากเป็นพิธีกรหนุ่มแห่งรายการเจาะใจที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาแล้ว ปัจจุบันเขามีงานประจำเป็น  ‘ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน)’ หรือ สสปน. เรียกสั้นๆอีกชื่อหนึ่งว่า TCEB (Thailand convention & exhibition bureau) 

มีภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการส่งเสริมสนับสนุนอำนวยความสะดวกพัฒนามาตรฐาน และประสานงานการจัดกิจกรรมประชุมสัมมนา การท่องเที่ยว รวมถึงนิทรรศการระดับประเทศและระดับนานาชาติ หรือที่เราเรียกรวมๆกันว่า ‘ไมซ์’ (MICE – Meeting, Incentive, Convention and Exhibition) ซึ่งปัจจุบันทำรายได้เข้าประเทศกว่า 55,000 ล้านบาทต่อปี และมีเป้าหมายจะดันรายได้ให้สูงขึ้นอีก 1 หมื่นล้านบาทเป็น 65,000 บาทในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

และต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมได้พูดคุยกับเขา ถอดเทปมาให้อ่านกันแบบ Uncut เลยครับ เชื่อผมเถอะอ่านจบแล้วคุณจะได้รู้จักผู้ชายคนนี้ในมุมที่คุณไม่เคยรู้ และไม่คิดว่าจะเป็นเขา

MICE มีความสำคัญยังไงกับประเทศไทย

            มันเป็นงานของรัฐอันนึงที่รัฐต้องทำใหักับเอกชน ทำในส่วนที่เอกชนไม่ทำเอง หรือทำเองไม่ได้ ถือเป็นพันธกิจของรัฐ ฉะนั้นความสำคัญของมัน... ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่า ไมซ์ สำคัญกับประเทศเรายังไง รายได้ที่เกิดจากไมซ์เข้าประเทศอยู่ที่ประมาณ 55,000 ล้านบาทต่อปี และปีหน้าจะเป็น 65,000 ล้านบาท ตามที่คาดการณ์ ถือเป็นกลจักรสำคัญ ซึ่งตอนนี้ถือเป็นรายได้ที่มากกว่า 10 % ของการท่องเที่ยวที่มาจากไมซ์

                และการท่องเที่ยวก็ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดอันนึงของประเทศ ไมซ์ก็กลายเป็นตัวที่สำคัญมากๆ

กลายเป็นธุรกิจที่อยู่ลำดับต้นๆของประเทศ

                ต้นๆของประเทศเลย แล้วที่สำคัญไปว่านั้น ถ้าเราจะคิดลึกลงไปอีกก็คือ อุตสาหกรรมอื่นๆส่วนใหญ่เราต้องซื้อวัตถุดิบมาจากเมืองนอก กำไรจริงๆไม่มาก แต่สำหรับอุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยว รวมถึงไมซ์ด้วยเนี่ย วัตถุดิบก็คือแรงงานของคนไทย เพราะฉะนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราได้ถือเป็นกำไรทั้งหมด

ด้านคนทำงานที่อยู่ในอุตสากรรมไม่ว่าจะเป็นคุณณัฐวุฒิเอง ทีมงานเอง และผู้ประกอบการเอง ก็คงรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของ MICE เป็นอย่างดีอยู่แล้วล่ะ แล้วในด้านของประชาชนคนไทยชาวบ้านทั่วๆไปละครับ เขามีความเข้าใจเรื่องนี้ยังไง แค่ไหน

                คือคำว่า MICE เอง อาจจะไม่ได้อยู่ในหูของคนไทยมากนักนะครับ

พูดไปชาวบ้านอาจจะงง

                อาจจะงงๆ แต่เอาเป็นว่า ไมซ์มันประกอบไปด้วย 3-4 ส่วน

ส่วนแรกเรียกว่า M I (เอ็มไอ) M คือการเข้ามาประชุมขององค์กรต่างประเทศในเมืองไทย  I คือการให้รางวัลเซลล์ทีมขายเราให้เขาไปเที่ยว ทั้วโลกเขาก็ทำแบบเดียวกับเรา เวลาเขาให้รางวัลทีมขายของเขา ก็ให้มาเที่ยวเมืองไทย

ส่วนที่สองเรียกว่า C (ซี) การจัดประชุมนานาชาติระดับใหญ่เลย

ส่วนที่สามเรียกว่า E (ซี) คือการจัดนิทรรศการ

คือถ้าเราพูดแต่ละตัวผมคิดว่าชาวบ้านรู้จักหมด สำหรับ สสปน. เราคิดว่าประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในวงการนี้โดยตรงเนี่ย ขอแค่รู้ว่าการเข้ามาประชุมของต่างชาติจะนำรายได้เข้ามาในประเทศอย่างมหาศาล อันนี้เราพอใจแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องมารู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับไมซ์มากก็ได้

ขอให้รู้แค่ว่าถ้ามีคนเดินทางมาประชุม มาเจอกันมาประกอบธุรกิจมันจะก่อให้เกิดเม็ดเงินให้ประเทศเราได้

                ใช่ เป็นเม็ดเงินที่เกิดขึ้น และเป็นกำไรให้เราทั้งนั้น

วันนี้คนไทยเข้าใจเรื่องนี้กันมากน้อยเท่าไหร่แล้วครับ

                ผมคิดว่าทุกคนเข้าใจนะครับ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรีบด่วนมากกว่าว่าจะจัดความสำคัญของอันนี้อยู่ที่ลำดับไหน 

ในการสร้างการรับรู้ให้กับคนทั่วไปในประเทศ

                ใช่ครับ แต่ถ้าเรา need ให้คนที่เกี่ยวข้องและที่สามารถ Support ให้เราได้เนี่ย เอาแค่คนนั้นเข้าใจเราก็พอใจแล้ว ฉะนั้นคือ 1 รัฐบาล 2 คือเอกชนที่เกี่ยวข้อง จริงๆแค่นี้พอแล้ว

เพราะมันก็ขับเคลื่อนไปได้แล้ว

                ครับ สำหรับประชาชนจะมีส่วนร่วมได้สำคัญมากๆ โดยเฉพาะในกรณีที่มีงานใหญ่ ใหญ่อย่างระดับ ยูเอ็น ไอทียู

ที่ต้องใช้คนเข้าไป Serve เยอะๆ

                ครับ หรือแม้แต่ให้เขาเข้าใจว่ากำลังมีงานนี้เกิดขึ้นในประเทศ เขาบอกนักท่องเที่ยวได้ ว่างานนี้สำคัญกับเรายังไง งานนี้มันสำคัญบังไง ให้การดูแลต้อนรับชาวต่างชาตินักท่องเที่ยว มีน้ำใจ แสดงอัธยาศัยที่ดี ไม่ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อ  ให้คนที่เข้ามารู้สึกดีประทับใจกับเมืองไทยแค่นี้เราก็พอใจแล้ว

จริงๆคุณณัฐวุฒิมีภาพความเป็นนักธุรกิจอยู่มากอย่างเข้มข้นทีเดียว ซึ่งหลายคนไม่ได้คิดอย่างนั้น

                อืมม์....จะว่าทำธุรกิจไหม ปัจจุบันเราก็ทำงานในหน่วยงานของรัฐ แต่มันก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจอยู่แล้วหล่ะ คือธุรกิจท่องเที่ยว  และเราก็ยังอยู่ในวงการธุรกิจ คือชอบนะชอบ แต่เราก็ไม่ได้ทำทุกอย่าง เราก็ชอบในสโคปที่เราชอบ อย่างก่อนหน้านี้ผมก็ทำไอที แต่อยู่ฝั่งธุรกิจไอที ไม่ใช่ด้านเทคนิค ก็ชอบทางด้านพวกการสร้างอะไรใหม่ๆ โดยส่วนตัวลึกๆแล้วผมชอบสร้างอะไรใหม่ๆ

เป็น INNOVATOR

                INNOVATOR อย่างใน TCEB เราก็ได้เปิดตัวอะไรใหม่ๆออกมา หรืออย่างเรื่องภายในองคต์กรเราก็ได้วางระบบ ไม่ใช่ระบบเทคโนโลยีนะครับ เป็นระบบการบริหารจัดการที่ดี อะไรก็ตามที่ได้สร้างสิ่งใหม่ๆออกมา ผมชอบ

                แล้วผมเป็นคนค่อนข้างซีเรียสอ่ะครับ แล้วก็ทำงานอยู่เฉยๆไม่ได้

จริงจัง

                จริงจัง เป็นคนจริงจังมาก(หัวเราะ) ก็ไม่รู้จริงจังมากเกินไปด้วยรึเปล่าเนี่ย

ฟังดูเป็นคนซีเรียสนะครับ

                (ยิ้ม)ก็ใช่นะ ส่วนเรื่องที่คนเห็นเยอะๆ เพราะพลังของสื่อมันสูงมากใช่มั้ยครับ พูดง่ายๆผมออกสื่อธุรกิจมา10 ปีนะ ออกบ่อยด้วย เยอะมากเลยนะ เทียบกับเราไปออกเปรี๊ยงนึงในทีวีมันอยู่เลย

                แล้วคนที่เขาบริโภคสื่อในเชิงเอนเตอร์เทน เขาก็ไม่ได้บริโภคสื่อในเชิงธุรกิจ พอเขาเห็นเรา เขาก็บอกว่าเราเป็นหน้าใหม่ของวงเนี่ย แต่ในวงธุรกิจเขาเห็นเรามานานแล้ว ก็แล้วแต่ว่าอยู่ใน Segment ไหน เผอิญ Segment บันเทิงเนี่ยคนในประเทศที่บริโภคมันเยอะ

                อย่างผมทำธุรกิจมา 10 ปี ทางไอทีผมเดินตลาดเชียงใหม่นี่ไม่มีใครรู้จักนะ

เงียบกริบ ไม่มีคนทักเลย

                อื้ม เงียบกริบเลย(หัวเราะ) แต่ทุกวันนี้ทุกคนรู้จักล่ะ ดังนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะลิงค์เข้าหากันและรู้จัก สสปน. มันคืออย่างนี้นะ ผมจะดีใจที่สุดเลย  หรือเขาเดินมาบอกว่าไมซ์นี่ดีจังเลยนะ อ้อโห

ปลื้มเลย

                อ่ะ แน่นอนเลยๆ ครับ

แต่อาจจะมีคนเดินเข้ามาถามว่าคุณณัฐจะเล่นละครไหม

                (หัวเราะ) ไม่ครับๆ ไม่แน่นอนเลย แก่แล้วครับ อย่างผมต้องเป็นคุณปู่แล้วมัง้ครับ หรือลุงแล้วอย่างน้อย (ยิ้ม)

เคยมีคนมาติดต่อไหมครับ ต้องมีบ้างแน่นอน เชื่อว่าต้องมี

                คือตอนนี้ผมอายุ 34 แล้ว ตลอด 10 กว่าปีก็มีมาตลอดนะครับ รวมที่เริ่มเฟสลงไปบ้าง

แต่ไม่รับสักที

                คือๆเราคิดว่าเราไม่ใช่ทางนั้น เราไม่ถนัดด้วย นี่คือความคิดที่ผ่านมาตลอด และเราไม่เคยคิดถึงเรื่องพิธีกรเลย เราคิดถึงการแสดง เดินแบบ เราไม่ใช่ เราเป็นนักธุรกิจมากกว่า

                แต่พิธีกรมันเป็นอะไรที่มีภาพของความเป็นนักธุรกิจอยู่ด้วยได้ และกับเจาะใจเนี่ย อยู่มา 17 ปี คุณรู้ว่ามันคืออะไร ไม่ใช่รายการใหม่ที่ต้องมาสร้างกันใหม่  พอบอกว่าเจาะใจคนดูรู้ล่ะว่า โทนมันประมาณไหน

สองคือ เนื้อหาของรายการมันยังคงความเป็นคนจริงจังแบบที่เราเป็นไว้ได้ (หัวเราะ) และอันที่สามเนี่ย ตั้งแต่ทำมา ผมรู้สึกว่าคนที่มาแต่ละคนเป็นสุดยอดของคนดีของสังคมเลย บางคนอาจจะลำบากบ้าง บางคนอาจจะไม่ลำบากบ้าง แต่ทุกคนตั้งแต่คนพิการจนถึงท่าน ว.วชิรเมธี ทุกท่านนี่เป็นคนที่สุดยอดของคนอ่ะ

                ทำให้เราได้เรียนรู้มาก และเป็นรสชาติของชีวิต และได้เรียนรู้ทุกอาทิตย์ที่แตกต่างกันออกไป การได้เจอกันยอดคนมันมีประโยชน์โดยส่วนตัวเรา และในขณะเดียวกันถือว่าเราได้ทำบุญที่ได้เอาเรื่องของคนเหล่านี้ มาทำให้กับคนอีกมากมาย หลายล้ายคนได้ฟังกัน และหวังว่าทำให้คิดและนำไปปฏิบัติตาม ซึ่งผมรู้สึกดีมาก

แต่ไม่คิดว่าการเป็นพิธีกรนี้จะใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าวงการ

                ไม่ ไม่ ไม่เลยครับ อ้อ แล้วอีกอันนึงที่คนจะชอบถามคือ คุณจะเล่นการเมืองไหม เพราะฟังดูแล้ว เหมือนจิ๊กซอว์มันจะต่อกันได้ ทำงานองค์กรรัฐ เริ่มมีชื่อเสียง

แล้วก็หน้าตาดี

                เรื่องหน้าตาเนี่ย อันนี้แล้วแต่คนมองนะ (หัวเราะ) แต่มันมีทั้งแมส และรัฐ แต่ผมก็ไม่มองเลย ยังไม่คิดเรื่องการเมืองเลย ไม่มีเลย ตอนนี้นะ ผมไม่กล้าไปสัญญาอะไรกับใครแต่ขอเรียนได้เลยว่า ณ ตอนนี้นะ ไม่มีเลย

เป็นศูนย์เลย

ศูนย์เลยหรอครับ

                เป็นศูนย์เลยครับ (ยิ้ม) แต่เรื่องช่วยชาตินี่ไม่เกี่ยวกับต้องการเมืองถูกไหมครับ การทำงานองค์กรรัฐเนี่ย ผมหามานานล่ะ ก็ได้ช่วยแล้วตอนนี้ และไมซ์มันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจด้วย ก็เลย อื้ม เอาสิ่งที่เราถนัดคือธุรกิจเมื่อเราได้มีโอกาสช่วยชาติด้วยการนำความรู้ความสามารถทางด้านธุรกิจมาใช้ด้วย เรารู้สึก อื้ม เราได้ช่วยนะ

ด้านงานธุรกิจคุณณัฐคงคล่องแล้วล่ะ เพราะทำมาตลอด แล้วงานพิธีกร งานหน้ากล้องล่ะครับ ตอนนี้ถือว่าเอาอยู่แล้วรึยัง

                อันนี้คงต้องให้ประชาชนตัดสินนะครับ แต่เท่าที่พูดคุยกันมา ผมคิดว่า ก็ชินขึ้นมาทีเดียว แล้วก็ผมรู้สึกเองว่า ค่อยข้างเป็นธรรมชาติขึ้นเยอะเลย

เวลาดูตัวเองในรายการ

                ใช่ครับ แล้วก็จากการพูดคุยกับทีมงาน แล้วก็เข้ามาจากประชาชนด้วย ก็รู้สึกว่าดีขึ้น แล้วก็ต้องบอกว่าประชาชนให้โอกาสแล้ว

เปิดใจรับเราแล้ว

                เปิดใจๆ ให้เราแล้ว แต่เรารู้ว่าเราต้องทำให้ดีขึ้นอีก ยังมีโอกาสที่จะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก ก็ต้องพยายามเต็มที่

แล้วรายการอื่นๆจะมีตามมาอีกไหมครับ

                ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ มาก็คงไม่รับ ไม่สามารถแล้ว

แล้วคิดว่างานตรงนี้(เจาะใจ)จะยิ่งทำให้คุณณัฐมีภาพตรงนั้นชัดกว่างานที่ทำอยู่กับ สสปน. รึเปล่า

                คือ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเสริมกันนะ พอเขารู้ว่าเราทำอะไรเนี่ย ถ้าเขาต้องการรู้เกี่ยวกับเราลึกขึ้น เขาจะรู้ทันทีว่าเราทำที่ไหน ผมหวังไว้อย่างนั้น

                อีกอย่างเนี่ย ในเรื่องของไมซ์เนี่ย ความสำคัญอย่างที่เรียนเราอยากให้คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมรู้ว่าบทบาทหน้าที่ของ  สสปน.มีบทบาทและหน้าที่ทำอะไรและช่วยอะไรเขาได้บ้าง ทำให้ลูกค้าในต่างประเทศเราช่วยทำอะไรให้เขาเลือกมาเมืองไทยได้บ้าง

                สำหรับฝั่งไมซ์เป้าหมายเราก็กลุ่มนึง(ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้อง) ถ้าฝั่งนี้รู้ผมแฮปปี้ และตอนนี้เขารู้อยู่แล้ว ภาพด้านนี้ของผมชัดอยู่แล้วล่ะ

                เพราะฉะนั้นถ้าภาพด้านแมสจะชัดขึ้นผมไม่ห่วงนะ ผมรู้สึกว่ามันมีแต่บวก การที่คนได้มาเจอเราได้รู้จักเรามากขึ้นมันก็ยิ่งเสริมกันขึ้นไปอีก ผมเลยรู้สึกว่าคนทั้งสองกลุ่มทั้งสองฝั่งมันส่งผลได้ผลทั้งคู่  เราแฮปปี้นะ

                และถ้าคนรู้จักผมจากเจาะใจ ผมยังคิดว่าเวลาที่เราพูดอะไร มันก็จะดังขึ้นด้วยซ้ำไป

แล้วจัดการกับงานสองด้านยังไงครับ

                เราต้องแมนเนจเวลาให้ลงตัว วันเสาร์อัดรายการไม่กี่ชั่วโมง น้อยกว่าตีกอล์ฟอีก ผมทำงาน สสปน. บางทีไม่ได้หยุดเสาร์อาทิตย์เลยนะครับ

ฟังแล้วเหมือน เจาะใจนี่ เจียดเวลามาทำมากกว่า   

                อ่าใช่ๆ ทุกครั้งที่ผมตั้งใจไว้ในชีวิต ในช่วงนี้ ผมขอให้ความดีที่ทำให้ประเทศทั้งคู่เนี่ย อันนึงเราทำองค์กรรัฐเราทำดีให้ประเทศอยู่แล้ว อีกอันมันเหมือนการทำบุญเอาเรื่องดีๆมาเป็นอินสไปเรชั่นให้กับคนทั่วประเทศ

                ผมหวังว่าผลกุศลของทั้งสองอันนี้จะส่งผลให้เราทำได้ทั้งคู่ ประสบความสำเร็จทั้งคู่ นี่คือความคิดของผมจริงๆนะ  แล้วผมก็รู้สึกว่างานทั้งคู่เป็นครั้งแรกที่ผมทำให้กับประเทศชาติอย่างเต็มตัว และพูดได้อย่างเต็มปาก ซึ่งแต่เดิมเราทำธุรกิจผมก็พยายามจะพูดนะว่าเราทำอะไรให้สังคมและประเทศบ้าง  ด้วยการทำอะไรใหม่ๆออกมา แต่จริงๆมันก็ยังมีเรื่องของธุรกิจ เรื่องกำไรอยู่

                แต่ครั้งนี้งานทั้งสองอัน ผมพูดได้เต็มปากกับตัวเองนะ งานที่ทำอยู่กับ สสปน. ทำงานเพื่อประเทศชาติ กับเจาะใจก็เพื่อสังคมชัดเจน เอาเรื่องดีๆมาตีแผ่เล่าให้คนเป็นล้านได้รู้ ผมก็หวังว่าความดีที่ผมทำทั้งสองเนี่ย จะส่งผลให้เราได้ทำดีต่อไปเรื่อย นี่คือพูดแบบเปิดอกเลยนะ เปิดอกเล่าให้ฟังเลย ว่าเวลาผมไหว้พระผมขอ ผมจะขอจะนึกจะคิดแบบนี้จริงๆ      

ตอนนี้คุณณัฐก็คงทำงานหนัก

                มาก(เน้นเสียง) หนักที่สุดในชีวิตตั้งแต่ทำงานมาเลย ก็ช่วงนี้ละครับ แต่ให้เลิกทำก็ไม่เอานะ ขอทำดีกว่า


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน