พิมพ์หน้านี้
|
ชีวิตนี้มีแต่ ปัญหา ถ้าคุณคิดถึงแต่ ปัญหา วันก่อนผมได้คุยกับน้องคนนึงที่โทรมาระบายเรื่องคะแนนเอนท์ให้ฟัง แต่เมื่อวาน ก็มีน้องอีกคนนึงที่รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยอยู่มัธยมต้น จนตอนนี้น้องเขาเรียนอยู่ปี2แล้ว ก็ยังมีปัญหาโทรมาว่า พี่ ปุ่นอยากย้ายคณะอ่ะ เรียนแล้วไม่ชอบเลย บ๊ะ!! หมดเรื่องสอบเอนท์มาต่อเรื่องเรียนอีกล่ะหรอเนี่ย ผมคิดในใจ อ่าว เรียนมาตั้งเป็นปี พึ่งรู้หรอว่าไม่ชอบ ก็ไม่เชิงหรอก แต่ปุ่นไม่ค่อยชอบ มันก็เลยไม่ค่อยอยากเรียน คะแนนสอบก็เลยไม่ดี อื้ม เก็ทๆ ทำอะไรถ้ามันไม่มีใจ มันก็ทำออกมาไม่ดีทั้งนั้นแหละ ใช่เลยพี่ แล้วจะทำไงดีอ่า ก็คงต้องไปลองถามฝ่ายวิชาการ หรือฝ่ายแนะแนวอะไรพวกนี้ดู พี่ว่าเขาก็คงต้องมีระเบียบการ อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เตรียมไว้อยู่ล่ะมั้ง ลองขอมาอ่านดูว่าเราต้องทำยังไงบ้าง ต้องเตรียมอะไรบ้าง ดูหน่วยกิตว่าตัวไหนโอนย้ายมาคณะใหม่ได้จะได้ไม่ต้องเรียนใหม่หมด เสียเวลาที่เรียนมา อ้อ ค่ะๆๆ แล้วบอกแม่เรื่องนี้ปะ ป่าวอ่ะ ก็คงไม่บอกหรอก แค่ย้ายคณะไม่ใช่ย้ายมหาลัย ไม่ต้องบอกก็ได้ อื้มมม จะย้ายก็ต้องคิดดีๆนะ ไม่ใช่ ย้ายไปแล้วเจอที่ไม่ชอบกว่าจะย้ายกลับมาก็ไม่ได้แล้วนะ คิดดูให้ดี จะมาทำเป็นแบบ ไม่ชอบย้ายกลับ เปลี่ยนใจย้ายใหม่ ไม่ได้นะ ย้ายไปย้ายมาเดี๋ยวก็ไม่จบกันพอดี 555 นั่นดิ ปุ่นก็กลัวอยู่เนี่ย คิดให้แน่ๆ ไม่แน่ไอ้คณะที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ที่เราบอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่ มันอาจจะดีอาจจะเหมาะกับตัวเราแล้วก็ได้ เฮ้อออ การที่ไม่รู้ว่าเราชอบอะไรนี่มันแย่จังเลยนะพี่ อื้ม ใช่ เคยได้ยินป่ะที่เขาบอกว่า คนที่รู้จักตัวเองคนนั้นก็เหมือนประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เคยๆ รู้ป่าว วันก่อน พี่มีน้องคนนึงตอนนี้เขากำลังจะเข้ามหาลัย เขาก็มีปัญหาเรื่องว่าจะเข้าที่ไหนคณะอะไรดี แต่ปุ่นผ่านตรงนั้นมาแล้วก็ยังมีปัญหาตามมาอีก สงสัยเด็กไทยมันคงปัญหาไปได้ตลอดชีวิตเลยมั้งเนี่ย เออ จริงพี่ ปุ่นรู้สึกว่าทำไมชีวิตคนเรา ปัญหามันเยอะจัง ไม่งั้นมันจะมีคำว่า มนุษย์เจ้าปัญหา หรอ เคยได้ยินใช่มั้ย เคยยยยยย ปุ่นนี่แหละมนุษย์เจ้าปัญหาตัวจริง เกิดเป็นเด็กไทยมันก็มีปัญหาเรื่องการเรียนมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว พ่อแม่จะให้เราเข้าเรียนที่ไหน จบอนุบาล ก็มีปัญหาว่าจะเข้าประถมที่ไหน จบประถม ก็มีปัญหาว่าจะเรียนมัธยมที่ไหน มัธยมต้นจะขึ้นมัธยมปลายก็มีปัญหาว่าจะเลือกเรียนสายไหนดี จบม.6 ก็มีปัญหาว่าจะเอนท์เข้าคณะอะไรที่ไหนดี สอบแล้วก็มีปัญหาว่าคะแนนที่ได้จะเข้าที่ไหนได้บ้าง ก็มีปัญหาอีก เลือกได้แล้วเข้าไปเรียนก็มีปัญหาอีกว่าคณะที่เลือก ใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการจริงหรือป่าว เรียนจบ ก็มีปัญหาว่าจะได้งานทำเลยไหม จะตกงานนานแค่ไหน พอได้งานทำก็มีปัญหาว่าใช่งานที่ตัวเองชอบจริงไหม ทำไปเรื่อยๆถ้าไม่ใช่ ก็ต้องเปลี่ยนงานใหม่ หางานใหม่อีก กว่าชีวิตจะนิ่งๆ สงสัยอายุ 30 โน้นล่ะมั้ง เผลอๆอายุเท่านั้นก็ยังค้นหาตัวเองไม่เจอเลย ผมร่ายยาว มีชีวิตนี่มันยากจริงๆเลยนะเนี่ย เท่ากับเราใช้เวลากว่า 20 - 30 ปีในการทำให้เราค้นพบว่าชีวิตเราจะอยู่ที่ไหน อย่างไรบนโลกใบนี้ ในแบบที่ใกล้เคียงความต้องการมากที่สุด วันนี้ปุ่นมีปัญหาเรื่องนี้คนอื่นก็มีปัญหาของเขาเหมือนกันแหละ วันนี้เด็กจบม.6ก็มีปัญหาเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัย วันเดียวกันนี้ เด็กที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ก็มีปัญหาว่าอยากย้ายคณะ เพราะไม่ชอบ ไม่ใช่ ไม่มีใจ เรียนไม่ไหว วันเดียวกันนี้ เด็กที่เรียนจบรับปริญญาแล้ว ก็มีปัญหาว่าจะไปสมัครงานที่ไหน จะมีความสามารถพอไหม จะตกงานรึเปล่า ถ้าไม่ได้งานทำ จะอยู่บ้านเฉยๆ หรือเรียนต่อ วันเดียวกันนี้ เด็กที่ได้งานทำแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียนมา20กว่าปี กับงานที่ได้ทำ ใช่ตัวเรารึเปล่า ถ้ามันไม่ใช่จะลาออกเมื่อไหร่ดี จะหางานทำใหม่ที่ไหนดี แล้วจะทำงานสายไหนดีที่คิดว่า ใช่ตัวเองที่สุด ชีวิตเราล้วนมีปัญหาตลอดเวลาจริงๆ...หรือ เพราะเราสร้างปัญหาขึ้นมาเองตลอดเวลากันแน่ ปัญหาเกิดขึ้นจากตัวเรา ก็แสดงว่าตัวเรานั่นแหละที่เป็นปัญหา ใช่ม๊ะ ฟังพี่พูดแล้วเหนื่อยจัง ใจเย็นๆ ไม่ต้องเครียดๆ ลองคิดดูใหม่ว่าอยากให้ปัญหาหายไปก็เปลี่ยนความคิดซะใหม่ ที่พี่พูดมาเมื่อกี้นี้ วันเวลาเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน อายุเปลี่ยน แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือไรรู้ปะ อะไรอ่ะ ก็คือตัวเรานี่ไง ไม่เคยเปลี่ยนความคิดที่ว่า อะไรๆก็เป็นปัญหาไปซะทุกอย่าง นี่ไงที่ไม่เคยเปลี่ยน ลองเปลี่ยนความคิดในมุมใหม่ดูสิ ไม่ไปคิดถึงปัญหาคิดถึงการจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นแทน อย่าเริ่มต้นความคิดด้วยจุดเริ่มต้นว่า มีปัญหาเข้ามาในชีวิตอีกแล้ว แต่เริ่มต้นความคิดด้วยจุดเริ่มต้นว่า เราจะจัดการกับสิ่งนี้อย่างไร เราต้องจัดการปัญหา ไม่ใช่ให้ ปัญหามาจัดการตัวเราดิ ถึงจะถูก อยากเป็นแบบพี่บ้างจังเลย ดูอะไรๆมันจะง่ายไปหมด ชีวิตเรามีอะไรที่มันยากๆเยอะแล้ว ตัวเราต้องทำให้มันง่ายลง อย่าไปเพิ่มความยุ่งยากให้มันมากขึ้นกว่าเดิมสิจ๊ะน้อง เราคุยกันมาจนถึงตีหนึ่งกว่า ต่างคนต่างง่วงนอน ก็เลยบ๊ายบายกันไป ผมก็ไม่รู้ว่าน้องเขาจะเก็ทมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยถ้าเขามีปัญหา ผมก็หวังว่าเขาจะนึกถึงสิ่งที่เราได้คุยกันวันนี้ และทำให้เขามองปัญหาในมุมใหม่ มองเห็นทางออกได้ชัดขึ้น และชีวิตก็คงจะง่ายขึ้นอีกเยอะเลย... |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||