พิมพ์หน้านี้
|
*บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความที่ส่งอาจารย์พี่เอมี่ ซึ่งเขียนเสร็จเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้วแต่เพิ่งมีฤกษ์เอามาลงที่นี่ เพราะฉะนั้นความ UPDATE อาจจะไม่ทันตามสถานการณ์ การกล่าวย่างอย่างสมัครกับพลังประชาชน
หลังจากการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ชื่อของนาย สมัครก็เหมือนจะเลือนหายไปจากแวดวงการเมืองอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงแต่การจัดรายการเกี่ยวกับอาหาร ในชื่อ ยกโขยงหกโมงเช้า ทางช่อง 3 แต่เมื่อมีสัญญาณว่าใกล้เข้าสู่ฤดูกาลการเลือกตั้งอีกครั้ง และจากการที่กลุ่มไทยรักไทยเดิมที่โดนยุบพรรค และสมาชิกแห่มาซบอกพรรคการเมืองเล็กๆอย่าง พรรคพลังประชาชน และยังไร้หัวหน้าพรรค ส่งผลให้ชื่อของนายสมัคร สุนทรเวชเริ่มมีบทบาทและยึดครองเนื้อที่หนังสือพิมพ์ ในฐานะผู้ถูกเรียกร้องให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเป็นแกนนำในการต่อกรกับศึกทางการเมืองที่เริ่มระอุอีกครั้ง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมกลุ่มไทยรักไทยเดิมถึงหันมาใช้บริการของนายสมัคร มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีตัวเลือกอื่นที่อาจจะทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้แล้วหรือ ต้องมองย้อนกลับไปว่าในขณะนี้ แกนนำของกลุ่มไทยรักไทยก็ติดโทษเว้นวรรคบนทางการเมือง 5 ปี ส่วนการที่จะผลักดันบุคลากรหน้าใหม่ขึ้นมานั้นคงอ่อนพรรษาเกินไป อีกทั้งในสภาวะนี้ยังไม่มีใครกล้าที่จะเสี่ยงหรือแจ้งเกิดกับการเมืองแบบนี้ ทำให้ชื่อของนายสมัครที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มไทยรักไทย จึงโดดเด่นเป็นตัวเลือกแรกๆของกลุ่มอำนาจเก่าขึ้นมาทันที หากมองย้อนกลับไป พบว่านายสมัครนั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะเส้นทางทางการเมืองเริ่มจากการเป็นสื่อมวลชนสายการเมือง จากนั้นก็ผันตัวเองเข้าสู่แวดวงการเมืองกับ พรรคประชาธิปัตย์ และมีบทบาทางการเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าขวาจัด เข้าข้างทหาร ต่อต้านนักศึกษาในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นอกจากนี้นายสมัครยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยอายุเพียง 41 ปีเท่านั้น และยังก่อตั้งพรรคการเมืองของตนเองอย่างพรรคประชากรไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานพรรคหนึ่ง ที่สำคัญยังดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายกระทรวง หรือถ้ามองย้อนไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ดูได้จากผลคะแนนที่เป็นที่ประจักษ์ทั้ง 1,016,096 คะแนน จากการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เมื่อปี พ.ศ.2543 ซึ่งเป็นคะแนนเสียงมากที่สุดนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ 240,312 คะแนน จากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2549 ที่มากเป็นอันดับสองของประเทศ ก็สามารถสะท้อนความนิยมชื่นชอบของประชาชนที่มีต่อนายสมัคร ได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจว่าการกลับเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองในครั้งนี้ กับเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะนายสมัคร จัดเป็นนักการเมืองประเภทดุดันถูกใจคนดู สะใจกองเชียร์ ที่จะแปรเปลี่ยนสนามเลือกตั้งเป็นสมรภูมิทางการเมือง ชนิดที่โดนใจคอการเมืองพันธุ์แท้อย่างแน่นอน เพราะการที่นายสมัคร ก้าวเข้ามาสู่พรรคการเมืองอย่างพลังประชาชนนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงคำว่า ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูการเมืองของนักการเมืองไทย ที่มีการสมนาฉันท์ของสองขั้วที่ต่างกัน ทั้งฝ่ายซ้ายจัดที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาเดือนตุลาคม และขวาจัดที่นำโดยนายสมัคร มาร่วมลงเรือลำเดียวกันได้ สถานการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ต้องจับตาดูว่า นายสมัครจะมีบทบาทอะไรต่อไปให้ประหลาดใจอีก เพราะการกลับมาในวัย 70 กว่าปีนี้ กับตำแหน่งหัวหน้าพรรคย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ต้องมาดูว่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหรือพรรคคู่แข่งจะเตรียมหาทางสกัดเช่นไร นอกจากนี้นายสมัครก็มีคดีอาญาเป็นชนักติดหลังที่ค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ส่วนทางทหารจะมีสัญญาณอะไรที่ชัดเจนออกมา เพราะคงไม่ปล่อยให้เสือเขี้ยว(ไม่ตัน)อย่างนายสมัคร มาผงาดทางการเมืองได้อย่างแน่นอน ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นต่อไป หลังจากการลงประชามติ ไปจนสู่จากการเลือกตั้ง กับเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและยังไม่มีอะไรแน่นอนทางการเมืองนั้น นับว่าเป็นกระดานหมากใหม่ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ แต่ที่แน่ๆไม่มีใครยอมใคร คำว่า แก่เกินแกง คงใช้ไม่ได้กับนักการเมืองนักชิมไปบ่นไป อย่าง สมัคร สุนทรเวช
|
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |